ซูลี่ขยับกายด้วยความเ็ปรวดร้าวไปทั้งตัว อาการปวดเมื่อยจากพิษไข้ มีบางอย่างในร่างกายเปลี่ยนไป
“อี้เย่า อี้เย่า”หันซ้ายหันขวา ฟ้าจะสางแล้ว อี้เย่าไปนอนแล้วหรือ
พยุงกายลุกขึ้นจากแท่นนอน รอยเืซึมเปื้อนบนผ้าสีขาว ซูลี่กัดฟันแน่น หันมอง ร่างใหญ่ของใครบางคนข้างกาย ยังคงหลับใหลไปด้วยใบหน้าสุขสมซูลี่เลิกคิ้วสูงด้วยความใ กระชับอาภรณ์ที่หลุดหลุ่ย แววตาตื่นตระหนก นึกลำดับเหตุการณ์คล้ายความฝันพรรณราย ไม่ได้แจ่มชัดทว่ากลับรู้สึกถึงอ้อมกอดและแรงปรารถนา ที่เร่าร้อนเมื่อข้ามผ่านคืน อันยาวนาน คนชั่วช้าเช่นเขาทำเื่ต่ำทรามไม่หยุดหย่อนกล้าวางยา พาซูลี่มาบำเรอความใคร่เล็บคมจิกลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ ก้าวขาออกจากห้องบรรทมของหนานหลง
“หนานหลง ฮ่องเต้ท่านจะต้องชดใช้”
ก้าวขาโซซัดโซเซออกจากห้อง แปลกยิ่งนักไม่มีขันทีหน้าห้องไม่มีนางกำนัลไม่มีพยานรู้เห็น ทุกอย่างเหมือนถูกจัดวางไว้แล้ว
ตำหนักหงส์ฟ้า
“อะอะอี้เย่า อี้เย่า”
เงียบไร้สรรพเสียงใดใด ซูลี่ก้าวขาเข้าไปในห้อง อี้เย่านอนหลับใหลอยู่ที่ด้านล่างแท่นนอน ซูลี่ออกแรงเขย่าตัวอี้เย่า แต่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ทิ้งตัวนั่งพิงแท่นนอน
แน่แล้ว เป็อื่นไปไม่ได้ ซูลี่คิดได้เพียงว่า หนานหลง้า รวบรัดตัดตอนไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไป ให้คนอื่นมีโอกาส ซูลี่ยิ้มหยันให้กับตัวเอง ในเมื่อเขาไม่ฆ่า ก็เพื่อรอเวลานี้น้ำตาไหลพรากด้วยความรู้สึกแค้นเคืองจะตอบแทนอย่างไรจึงจะสาสมกับความแค้นที่ซูลี่มีในตอนนี้ความแค้นที่จุกแน่น จนแทบกระอักออกมาเป็เื
จวนราชครู
“สำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว ถึงตอนนี้เพียงเรารอเวลา ที่นางจะตั้งครรภ์”
“ท่านแน่ใจหรือนางจะตั้งครรภ์”
“ท่านราชครูโปรดวางใจ ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว”
“องค์หญิงจะยอม ทำตามแผนการเราหรือไร”กังวลต่ออนาคตที่จะเกิดขึ้นไม่น้อย
ราชครูลี่ลูบเครายาวไปมา
“ท่านคิดว่าแค้นฆ่าพ่อสมควรทวงแค้นคืนหรือไม่”
“บางครังข้าก็คิดว่าองค์หญิงไม่ควรจะรับรู้เื่เหล่านี้ ด้วยนางอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง”
“มีเพียงทางเดียวที่จะทำให้ หนานหลงรู้ว่า ไม่ว่าอย่างไรตระกูลเ้าซุนหม่าเหอไม่มีทางสาบสูญ ที่ผ่านมาไม่มีรัชทายาทสืบสกุลเพราะเรา เว้นที่ไว้ให้ตระกูลเ้าซุนหม่าเหอเท่านั้น”
รอยยิ้มหยันบนใบหน้า ราชครูลี่ถอนหายใจยาว
ตำหนักใหญ่
“ฝ่าาวันนี้ใบหน้าแจ่มใสเมื่อคืนหลับสบายหรือไม่เพค่ะ”
จื่อเหยียนเอ่ยปากทัก หนานหลงยิ้มน้อยๆ
“หลับสบายยิ่งนัก”
อมยิ้มเมื่อคิดถึงรสสวาทที่หวานหยดเมื่อคืนที่ผ่านมา เสียงครางแ่เบา ร่างอุ่นที่ขยับกายยามเขาโยกย้ายเอวหนา กับใบหน้างดงามที่แสดงถึงความเ็ปแต่เขากับรู้สึกสุขสม ร่างเล็กที่กอดรัดเขาไว้แน่นในยามที่ พายุโหมกระหน่ำ ทำเอาหนานหลงอดคิดถึงนางเสียไม่ได้
“เมื่อคืน หม่อมฉันเห็นว่าฝ่าาทำงานจนดึกดื่นจึงไม่ได้ให้ขันทีจัดหานางในไว้คอยปรนนิบัติ”
จื่อเหยียนพูดไปพร้อมกับยกซุบบำรุงร่างกายวางตรงหน้าหนานหลง
“เมื่อคืน..ไม่มีใครมาอย่างนั้นหรือ”
“ เมื่อคืนจื่อเหยียนไม่ได้จัดหาใครไว้”
“เป็ไปได้อย่างไร”
จื่อเหยียนขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าของหนานหลง
“มีอะไร หรือเพคะ”คิ้วดกขมวดเข้าหากัน
“ไม่มีอะไร ข้าแค่ถามไปอย่างนั้นเ้าใส่ใจข้าเพียงนั้นเป็เ้าที่จัดการทุกอย่างข้าจะกล้าสงสัยสิ่งใดได้อีก”ยกซุปบำรุงร่างกายขึ้นจิบช้าๆ แววตาเปลี่ยนเป็ปกติ
“ฝ่าา องค์หญิงซูลี่ มาถึงเมื่อวานตอนเย็นย่ำวันนี้ฝ่าาจะให้นางเข้าเฝ้าหรือไม่จื่อเหยียนจะได้ให้คนแจ้งข่าวกับนาง”
“ไม่จำเป็ให้นางอยู่ส่วนของนางดีแล้ว”บอกปัดด้วยไม่อยากพบเจอซูลี่เพราะเื่ในอดีต
“ฝ่าาแต่ตามธรรมเนียมนางจะต้องเข้าถวายพระพรฝ่าาและหม่อมฉัน”
“ข้าไม่อยากพบนาง หากเ้าอยากพบนางก็ให้ใครพานางไปพบเ้าที่ตำหนักชิงหนิงกง แต่ข้ารอโอกาสต่อไป”
จื่อเหยียนยิ้ม รู้สึกสาใจที่หนานหลงไม่อยากพบหน้าองค์หญิงที่เป็สาวเต็มวัย
“ข้า จะอ่านฎีกาเสียหน่อยวันนี้เ้ากลับไปที่ตำหนักเสียเถิด”
จื่อเหยียนย่อกายอย่างว่าง่ายหลายปีมานี้ไม่เคยกดดันหรือบงการสิ่งใดมีเพียงคอยเอาอกเอาใจหนานหลงเท่านั้น
“ขันที ขันที เ้าเสี่ยวเป่า”เสี่ยวเป่าวิ่ง กระหืดกระหอบเข้ามา
“น้อมบัญชาฝ่าา”
“แท่นนอนข้ามีใครทำความสะอาดไปหรือยัง”
“อะอะ อะ ยะยะยังพ่ะย่ะค่ะ”หนานหลงสาวเท้ายังแท่นนอน รอยหยดเืสีเข้มบนแท่นนอนเขายกมือขึ้นลูบไปบนแท่นนอนเบาๆ
“ฝ่าา”ดึงกระบี่จากชั้นวางข้างผนังห้องตวัดกระบี่ปาดฉับเข้าที่ผ้าปูแท่นนอนสีขาวขาดกระจุยเป็ริ้ว เศษผ้าที่มีรอยเืถูกคว้ามากำไว้ในมือ ทันทีเสี่ยวเป่าไม่ทันได้เห็นมัน
“ ข้าน้อยสมควรตายข้าน้อยสมควรตาย”เสี่ยวเป่าไม่รู้อีโหน่อีเหน่ทรุดกายลงโขกศีรษะกับพื้น
“ชักช้าเสียเวลา ทำไมไม่เร่งทำความสะอาดแท่นนอนให้ข้า”ส่งเสียงตวาดลั่น ก้าวเดินจากไปพร้อมกับริ้วผ้าที่มีรอยหยดเืชัดเจน