“หญ้าประกายเพลิงบดละเอียดเติมลงไป”
หม้อหลอมยาใบใหญ่ตั้งบนกองไฟถูกเติมน้ำลงไปเล็กน้อยตามสูตรในหนังสือ หลังจากเติมน้ำตงฟางได้เติมสมุนไพรสำหรับต้านพิษลงไปตามขั้นตอนการหลอมยา ทุกอย่างที่เขาหยิบมาจากห้องเก็บสมุนไพรในตัวบ้านล้วนค่อยๆถูกหย่อนลงไปในหม้ออย่างเป็ขั้นเป็ตอน
ในตอนหย่อนสมุนไพรแม้มันจะฟังดูง่าย สิ่งที่ตงฟางทำกลับยากมากๆเพราะเขาต้องเร่งเปลวไฟให้เพิ่มสูงขึ้นในกระบวนการหลอมสมุนไพรบางอย่างเข้าด้วยการ หากมันหลอมสำเร็จเขาต้องรีบลดความร้อนลงมาให้เหมาะกับสมุนไพรตัวต่อไปที่หย่อนลงไปในหม้อ
นอกจากความแม่นยำในการเติมสมุนไพร เขาต้องแม่นยำในการเพิ่มหรือลดเปลวไฟด้วยเช่นกัน ด้วยการใช้ทักษะดารา์ 54 ฝ่ามือเรื่อยๆเพื่อควบคุมเปลวไฟทั่วหม้อหลอมยานี้เองนั้น ทำให้ตงฟาต้องใช้พลังจิตหยิบจับหลายสิ่งหลายอย่างเติมลงไปในหม้อ เพื่อให้การหลอมยาครั้งแรกของเขาสำเร็จ สิ่งไหนที่เกินเขาใช้พลังจิตหยิบออก หากเขาลดความร้อนไม่ทันตรงตามขั้นตอน เขาจะใช้พลังจิตดึงความร้อนในหม้อช่วยอีกแรง
“สาม สอง หนึ่ง”
พรึ่บ~!
เม็ดยาสีดำลอยขึ้นมาเหนือหม้อหลอมยา มันเป็ความสำเร็จในครั้งแรกของตงฟางเลยก็ว่าได้
“ดี เป็เม็ดยาที่ดีแต่มันยังอ่อนเกินไป” พ่อเดินเข้ามาดูเม็ดยาของตงฟางพลางวิจารณ์
“หมายความว่ายังไงตาแก่” ตงฟางถามด้วยความสงสัย
“การหลอมยาไม่ใช่ว่าใครจะทำก็ทำได้ หากทำได้แล้วใช่ว่าจะออกมาดีเสมอไป ในการหลอมยานอกจากจะมีระดับของยาที่หลอมแล้ว ยังมีระดับเพื่อใช้บ่งบอกคุณภาพเม็ดยาอีกด้วย”
“แล้วมันแบ่งยังไง”
“มีการแบ่งคุณภาพเม็ดยาเป็ 10 ส่วน จากที่ดูของแกเป็เม็ดยาระดับ 1 คุณภาพ 5 ส่วน ”
“แสดงว่าผมต้องทำให้เต็ม 10 มันถึงจะเป็เม็ดยาคุณภาพ”
“ใช่ แต่ในท้องตลาดทำให้ได้ 8 ส่วนก็ถือว่าเก่งมากๆแล้ว ยิ่งเม็ดยาระดับสูงยิ่งทำให้เกิดคุณภาพยากมากๆ”
“อ๋อ พอจะเข้าใจ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเม็ดยานี้มันมีคุณภาพกี่ส่วน”
“ใช้ยันต์ตรวจสอบ หรือถ้าเซียนเขาจะใช้สายตามองและดมกลิ่น รวมไปถึงใช้พลังิญญาตรวจสอบ เอาล่ะ เห็นแก่ความโง่ของแก ฉันจะให้ดูตัวอย่างทักษะดารา์ 108 ฝ่ามือกับการหลอมยาชนิดเดียวกับแก”
ตงฟางเดินห่างจากกองไฟ พลางมองจ้องพ่อของเขาด้วยความสนใจ ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่พ่อให้เขาดูการหลอมยาใกล้ๆ ทันใดนั้นเขาก็เห็นสมุนไพรมากมายถูกโยนลงไปในหม้อพร้อมกัน ผิดจากสูตรในตำราที่ตงฟางอ่านมา พริบตาพ่อของเขาก็เปิดใช้งานทักษะดารา์ตบไปยังหม้อหลอมยาจนทำให้เกิดเสียงดังติดกันถี่รัว ไม่ถึง 1 นาทีสมุนไพรที่ใส่ลงไปก็กลายเป็เม็ดยาลอยอยู่เหนือเตาสร้างความใให้ตงฟางไม่น้อย
“หากเก่งแล้วจะทำได้ เอานี่ ยาระดับ 1 คุณภาพ 10 ส่วน”
“เดี๋ยวก่อนตาแก่ เมื่อกี้มันอะไร ใส่สมุนไพรลงไปพร้อมกันทำไมยังหลอมได้อีก”
“มันเป็ความสามารถของทักษะดารา์ 108 ฝ่ามือ แกเรียนไป 54 ฝ่ามือแล้วใช่ไหม ภายใน 54 ฝ่ามือมันเป็เพียงแค่การฝึกควบคุมเปลวไฟในหม้อให้เพิ่มหรือลดตามใจนึกเท่านั้นแหละ แต่ถ้าฝึกให้ถึง 108 ฝ่ามือ จะสามารถแยกพื้นที่ในหม้อหลอมยาเพื่อลดหรือเพิ่มอุณหภูมิให้กับสมุนไพรแต่ละต้นได้ด้วย ทำให้ไม่จำเป็ต้องรอขั้นตอน”
“อ๋อ งั้นเอาฝ่ามือที่ 55 ขึ้นไปมาจะฝึกต่อ”
“เสียใจ แกฝึกมันยังไม่ได้ ไว้ระดับสูงกว่านี้ก่อน ต่อให้บอกไปแกก็ทำไม่ได้แน่นอน มีแต่จะทำให้แกใช้ 54 ฝ่ามือแรกได้ห่วยแตกมากกว่าเดิมเท่านั้นเพราะอยากใช้ฝ่ามือที่ 55 ขึ้นไป เอาล่ะจะทำให้ดูอีก 9 ครั้ง จากนั้นแกก็รีบไปเก็บสมุนไพรมาให้ฉันได้แล้ว”
ตงฟางมองจ้องพ่อตัวเองอีกครั้งหนึ่งหลังจากตกลงหลอมยาให้เขาดู เพื่อให้เขาซึมซับวิธีการแยกคุณภาพของตัวยาออกเป็ 10 ส่วน
“เสร็จแล้ว ไปเก็บสมุนไพรเลยไป”
“พ่อ”
“ไม่ ทีตอนเข้าใจเรียกตาแก่ ตอนนี้มาเรียกพ่อมันก็สายไปแล้วไอ้ลูกเวร”
“พ่อ ขออีกครั้ง ยังดูไม่จบเลย”
“ไปได้แล้วไอ้ลูกเวร ฉันบอกจะหลอมให้ดู 10 ครั้งก็ทำแล้ว ไปชิ้ว~!”
หนิงเหอมองจ้องพ่อและลูกที่กำลังหยอกล้อกันด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เธอจะเดินตามลุงหยวนเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยงานปล่อยให้พี่ชายของเธอออกไปเก็บสมุนไพรคนเดียว
—----------------------------------
“ให้ตายสิ อีก 3 ชั่วโมงจะค่ำแล้ว ยังให้เก็บสมุนไพรเต็มตะกร้าอีก ตาแก่บ้านี่คิดอะไรอยู่กันแน่เนี๊ย”
ตงฟางมองหาผลน้ำค้างแข็ง สมุนไพรระดับ 2 เขาต้องเก็บมันให้เต็มตะกร้า ยังดีที่สมุนไพรชนิดนี้มีต้นใหญ่ออกลูกเต็มต้น จึงไม่ใช่เื่ยากที่เขาจะต้องเก็บกลับไป แต่คำสั่งของพ่อกลับผิดแปลกไปจากทุกที ครั้งนี้เขาไม่สามารถเก็บลูกที่หล่นพื้นได้ จำเป็ต้องเก็บลูกที่อยู่บนกิ่งไม้ เด็ดมันออกมาสดๆห้ามัักับพื้นดิน
“ถึงสักที”
สายตามองจ้องขึ้นไปบนต้นไม้สูง 10 เมตรเต็มไปด้วยผลไม้คล้ายลูกพลับปลดปล่อยความเย็นออกมารอบๆผล ในจุดที่ตงฟางยืนตอนนี้แทบจะเหมือนห้องเย็นจากพลังของผลน้ำค้างแข็งที่ปลดปล่อยออกมาปกคลุมใต้ต้นของมัน ทันใดนั้นเขากลับะโไปหลังต้นน้ำค้างแข็ง หลังจากััได้ถึงกลุ่มคนกำลังเดินผ่านจุดที่เขายืนจึงใช้พลังจิตปกปิดตัวตนหลบอยู่เงียบๆ
“นั่นมันพวกนักบวชจากจักรวรรดิหนิ พวกมันไปทำอะไรมากัน”
ตงฟางมองจ้องเหล่านักบวชด้วยความรู้สึกสงสัย ตามชุดเกราะของเหล่าคนทั้ง 10 ล้วนเต็มไปด้วยเืมากมาย สร้างความสงสัยให้เขาไม่น้อย จากเส้นทางที่นักบวชเดินทางจากมาเป็เขตของสัตว์อสูรที่ขั้นกลางด้วยแม่น้ำ ตงฟางจึงรู้ได้ในทันทีเลยว่านักบวชเหล่านี้พึ่งออกล่ามา ทว่าบทสนทนากลับทำให้เขาสงสัยเพิ่มขึ้นอีก
“มีใครเห็นสิ่งที่เราทำไหม”
“ไม่ ชาวบ้านยังไม่รู้เพราะไม่มีใครกล้าข้ามแม่น้ำไป”
“ดี งั้นไปกันเถอะ วันนี้เราจะเปิดใช้งานสิ่งนั้นกัน”
“พวกมันจะเปิดใช้งานอะไร?”
ตงฟางมองไปยังกลุ่มนักบวชสลับกับมองจ้องไปยังทิศทางที่พวกมันเดินจากมา เขารู้สึกอยากรู้มากว่าพวกมันไปเจอเข้ากับอะไร แล้ว้าเปิดใช้งานอะไร กระทั่งนักบวชเดินจากไปไกล เขาจึงใช้พลังจิตเด็ดผลน้ำค้างแข็งมาเก็บเอาไว้ในตะกร้า แล้ววิ่งส่วนทางกับพวกนักบวชข้ามแม่น้ำ ไปดูสิ่งที่พวกมันพบเจอ
“รอยเท้ามุ่งหน้าไปทางนั้นสินะ”
ดวงตามองจ้องลงไปบนพื้นดินเพื่อสำรวจรอยเท้าจนพบเข้ากับทิศทางการเดินของนักบวช ตงฟางจึงไม่รอช้าพุ่งตัวไปด้วยความเร็ว หากเขาใช้พลังจิตยกร่างของเขาไปไม่ใช่เื่ดีที่จะหลบสิ่งกีดขวาง ดังนั้นการวิ่งจึงดีกว่า กระทั่งใช้เวลาราว 20 นาทีวิ่งเต็มกำลังตงฟางก็มาถึงจุดๆหนึ่ง เต็มไปด้วยซากศพของสัตว์อสูรมากมายปลดปล่อยกลิ่นคาวเืและความเหม็นเน่าตลบอบอวลไปทั่ว
“พวกมันกำลังทำอะไรกันแน่”
ดวงตาสำรวจร่องรอยรอบๆ พลางหาสาเหตุการฆ่าสัตว์อสูร หากพวกมันถูกกวาดล้างเขาจะไม่สงสัยเลยสักนิด แต่การมีศพใหม่และศพเก่านอนปะปนกัน มันจึงไม่เหมือนการกวาดล้าง เป็เหมือนการบูชายัญมากกว่า ตงฟางที่เห็นรอยแปลกๆบนพื้นจึงไม่รอช้าใช้พลังจิตคลุมใบไม้แล้วดึงพวกมันให้ลอยขึ้นไปบนฟ้าจนปรากฎแผ่นหินขนาดใหญ่วางอยู่บนพื้นดิน บนแผ่นหินเต็มไปด้วยลวดลายบางอย่างที่เขาไม่สามารถอ่านและทำความเข้าใจได้
“ภาษาของผู้ใช้ยันต์สินะ การฆ่าแล้วใช้เืชะโลมคงจะเป็การบูชายัญ”
ตงฟางใช้พลังจิตเข้าใส่แผ่นหินขนาดใหญ่ยังดีที่มันมีน้ำหนักไม่เกิน 12 ตัน เขาจึงสามารถเคลื่อนย้ายด้วยพลังจิตได้ การทำลายเป็เื่ดี แต่เขาก็อยากรู้เช่นกันว่าแผ่นหินขนาดใหญ่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตรมันใช้ทำอะไร จึงคิดจะนำไปซ่อนก่อน แล้วตำแหน่งที่ซ่อนมันก็เป็จุดที่ทุกคนมองข้าม นั่นก็คือแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ขวางกั้นระหว่างเขตสัตว์อสูรและหมู่บ้านของพวกเขา
“เหลือแค่กลับไปแอบดูพวกนักบวชคุยกัน”
ตงฟางมองจ้องแผ่นหินใต้แม่น้ำ แม้มันจะมีขนาดใหญ่ก็ตามกลับไม่สามารถขวางกั้นแม่น้ำเอาไว้ได้ แล้วยังไม่มีปรากฎการณ์แปลกอะไรเกิดขึ้นในตำแหน่งซ่อนแผ่นหิน จึงทำให้ตงฟางแน่ใจว่าถ้าไม่ใช่เขา ไม่มีใครหามันเจอ
สองเท้าวิ่งกลับไปยังหมู่บ้าน ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้วหากไม่รีบกลับจะทำให้เขาถูกพ่อลงโทษ ทันใดนั้นตงฟางกลับหยุดเท้าตัวเองลง หลังจากเห็นบางอย่างผิดแปลกไปจากทางฝั่งของหมู่บ้าน
“ควัน! ใครทำอะไรกัน ทำไมถึงมีควันไฟมากขนาดนั้น ?”
ความสงสัยปรากฎบนใบหน้า คำตอบที่เขาอยากได้มีเพียงต้องรีบกลับหมู่บ้านเท่านั้น ตงฟางจึงรีบวิ่งกลับเร็วพลัน แต่การวิ่งของเขายิ่งใกล้หมู่บ้านยิ่งได้ยินเสียงกระทบกันของอาวุธ ทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่ดี
“ไฟไหม้ เสียงอาวุธ หรือโจรจะบุกปล้น”
ตุบ~!
เท้าหยุดลงทางเข้าหลังหมู่บ้าน พลางมองจ้องไปยังเปลวไฟโหมกระหน่ำ ตอนนี้บ้านหลายหลังมีเปลวเพลิงลุกไหม้ด้วยความน่ากลัว ท่ามกลางแสงไฟลุกไหม้กำลังสว่างไสวไปทั่วหมูบ้าน กลุ่มคนสวมชุดเกราะสีขาวจากจักรวรรดิได้เข้าต่อสู้กันกับกลุ่มคนสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ ปกปิดใบหน้าไม่ให้รู้ว่าเป็ใคร
“แย่แล้ว ทำไมไปอยู่ตรงนั้น แล้วตาแก่ล่ะ”
ตงฟางมองจ้องไปยังกลุ่มคนสวมชุดดำทั้ง 20 เขาไม่สามารถััระดับพลังของคนกลุ่มนี้ได้เลยสักนิด ทุกคนล้วนปกปิดพลังได้เป็อย่างดี ทางฝั่งนักบวชทั้ง 10 แม้จะมีพลังมากแต่เขาก็รับรู้ได้ว่ายังคงไม่สูงเกินไป หากเทียบคงจะเป็ระดับเดียวกันกับผู้ใช้พลังจิตเลเวล 5 เขายังไม่มีความรู้เื่พลังจิติญญาที่สูงกว่าระดับก่อตั้งิญญาจึงเปรียบเทียบกับผู้ใช้พลังจิตแทน
สาเหตุที่ทำให้เขาใเป็เพราะว่าหนิงเหอกำลังถูกชายสวมชุดดำคนหนึ่งอุ้มเธอด้วยสภาพหมดสติ แม้เสื้อผ้าจะยังปกติดีก็ตามเขากลับไม่สบายใจ ส่วนพ่อของเขาหายไป ทำให้ตงฟางรู้สึกหัวเสียที่พ่อหายไปใน่เป็ตายแบบนี้
“ตงฟาง มานี่ก่อน ตรงนั้นมันอันตราย~!”
ลู่จิวกวักมือเรียกตงฟางให้เข้ามาหลบด้วยกัน ตงฟางจึงวิ่งเข้าไปหลบเพื่อถามสถานการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านในตอนนี้
“ลู่จิว เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้าน พวกชุดดำเป็ใคร ทำไมถึงสู้กับนักบวช”
“ไม่รู้ ฉันเห็นเพียงแค่นักบวชโจมตีกลุ่มคนสวมชุดสีดำนั่น”
“นักบวชโจมตีก่อน”
“ใช่ นักบวชลงมือก่อน ฉันไม่รู้เลยว่าเื่มันเป็มายังไง เห็นแค่ตอนนักบวชเปิดใช้ทักษะกระหน่ำโจมตีพวกชุดดำ”
“แล้วทำไมน้องสาวฉันถึงไปอยู่ตรงนั้น”
“ไม่รู้ ก่อนสู้กันเธอก็ถูกอุ้มออกมาจากบ้านของแกแล้ว พวกนักบวชที่ตามมาเจอจึงใช้ทักษะต่อสู้โจมตี”
“นักบวชช่วยหนิงเหอ ไม่ ไม่ใช่” ตงฟางเริ่มคิดวิเคราะห์ ตอนนี้กลุ่มคนสวมชุดดำอันตรายมากสำหรับเขา เหล่านักบวชก็อันตรายไม่ต่างกัน ถึงอย่างนั้นเขาต้องจัดลำดับความสำคัญเพื่อช่วยน้องสาวของเขาก่อน จากสิ่งที่เขาเห็นในป่า เขาเชื่อว่านักบวชจะต้องไม่ใช่คนดีแน่นอน การโจมตีของพวกนักบวชจะต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง ภายใต้การคิดวิเคราะห์มากมายหลายอย่าง ทำให้ตงฟางเข้าใจในทันที ถึงสาเหตุที่นักบวชโจมตี
“้าตัวหนิงเหอสินะ”
ตงฟางเข้าใจจุดประสงค์ของนักบวช พวกมันต้องนำหนิงเหอไปทำอะไรสักอย่างกับแผ่นหินที่เต็มไปด้วยซากศพภายในป่า แต่เขายังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของกลุ่มคนสวมชุดสีดำว่าพวกมันจับตัวหนิงเหอไปทำไม เขารู้ได้เพียงแค่ว่า นกฟีนิกส์และสายเืจักรพรรดิเพลิง คงเป็สิ่งที่นักบวชและชายชุดดำ้า
“จุดประสงค์อะไรก็ช่างมันก่อน ฆ่าหมดแล้วค่อยว่ากัน”
“เฮ่ย แกจะเข้าไปสู้กับพวกมันเหรอ ระดับต่างกันเกินไปตงฟาง ตงฟาง!”