
ตอนที่ 6
“ก็คุณหนูให้ผมขับไปเรื่อยๆ”
คืนฉายตอบห้วนๆแต่ยอกย้อนทำเอาคุณหนูตัวดี เหลียวหน้าเหลียวหลัง มองเส้นทางซึ่งทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตาสองข้างทางของถนนสี่เลนส์ มีต้นไม้สีเขียวชอุ่มขึ้นสูงสลับกับตึกรามบ้านช่องเป็ระยะ มองเห็นรถราวิ่งอยู่บนถนนขวักไขว่ก็จริงแต่นึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทำให้หล่อนวิตกจริตเล็กน้อย
“แต่ตอนนี้นายกำลังจะขับไปชลบุรีนะออกนอกกรุงเทพฯมาตั้งไกล ฉันไม่ได้สั่งให้นายมาไกลขนาดนี้หาทางยูเทิร์นกลับเดี๋ยวนี้เลยนะ ขับทางไกล มันเปลืองน้ำมัน”
“ขับวนไปวนมาก็เปลืองน้ำมันเหมือนกันล่ะครับ”
“กลับรถเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้น ฉันจะฟ้องคุณพ่อให้ไล่นายออกทันที เพราะว่านายชอบขัดคำสั่งอยู่เรื่อย”
เขาทำหูทวนลมยังคงขับรถมุ่งไปข้างหน้า ไม่มีแววว่าจะมองหาที่เลี้ยวกลับรถสักนิดหล่อนเหลือบตามองเสี้ยวด้านข้างของชายหนุ่ม เห็นแต่ความนิ่งขรึมขณะริมฝีปากขยับขึ้นลงเพื่อพ่นแต่คำยียวน ท่ามกลางคำพูดนั้นหล่อนแน่ใจว่าเห็นรอยยิ้มยกที่มุมปาก
ลางสังหรณ์จึงผุดขึ้นหรือว่าอีตานี่มันจะเป็คนร้ายปลอมตัวมา...หลอกคนที่บ้านให้ตายใจแล้วตั้งใจจับหล่อนมาเป็ตัวประกันเพื่อเรียกค่าไถ่ หรือถ้าร้ายแรงกว่านั้นบางทีไอ้โจรในคราบบอดีการ์ด มันอาจจะข่มขืน กระทำชำเราแบบที่เป็ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เกือบทุกวัน
โอ้...ไม่นะฉันยังไม่อยากถูกข่มขืน เรียกค่าไถ่ แล้วถูกฆ่าหมกป่า!
หล่อนคิดเป็ตุเป็ตะแต่ก็พยายามทำใจดีสู้เสือ แกล้งชวนคุยไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ว่ากำลังเริ่มสงสัยอย่างน้อยเพื่อถ่วงเวลาให้หล่อนได้ใช้ความคิดสักนิดว่าจะหาทางช่วยเหลือตนเองอย่างไร
แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋าลูกคุณหนูมีสเปรย์พริกไทยสำหรับป้องกันตัว จึงกระชับกระเป๋าไว้แน่นแนบอกค่อยๆล้วงมือลงไปควานหาสิ่งที่้า แต่ว่าค้นเท่าไหร่ก็ค้นไม่เจอหรือว่าหล่อนจะลืมย้ายจากกระเป๋าอีกใบมาใส่
ตายๆๆแล้ว ฉันจะทำยังไงดีล่ะ?
กำลังคิดโน่นคิดนี่หาทางออกเสียงเข้มของผู้ที่ขับรถก็ดังก้องขึ้น “คุณหนูกำลังหาอะไรหรือครับ”
“โอ๊ะ! เปล่าๆ ฉัน...เอ่อ กำลังจะ...เอ่อ กำลังจะเติมลิปสติกน่ะสิยะ”
หล่อนจึงกางตลับแป้งขนาดจิ๋วออกอีกครั้งหยิบลิปสติกขึ้นมาทาทับของเก่า ซึ่งยังไม่ทันจางขณะความคิดกำลังหาหนทางให้รู้แน่ชัดว่าจะเอาตัวรอดอย่างไร มือจับตลับแป้งก็จริงแต่สายตากลับลอบสังเกตพฤติกรรมของบอดีการ์ดหนุ่มผู้เป็สารถีไม่วางตา
ผลปรากฏว่า...ลิปสติกจึงเลอะเหนือริมฝีปากบนโดยที่หล่อนเองก็ไม่รู้ตัว!
..................................