‘ฉันอยากกลับบ้าน’ ในใจของสวีอี้ถงเฝ้าแต่คิดถึงประโยคนี้วันละหลายสิบหนน่าเสียดายที่ต่อให้พยายามสักเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลเดิมทีเธอคิดว่าถ้าเธอตายไปอาจจะได้กลับไปก็ได้แต่เธอก็กลัวว่าถ้าหากโจวเสี่ยวถงในนิยายตายไปแล้วคนในโลกแห่งความเป็จริงอย่างสวีอี้ถงจะตายไปด้วยนะสิ
‘ไม่นะฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังไม่เคยได้มีแฟนกับเขาเลย’ นี่คือความคิดของสวีอี้ถงในตอนที่เธอยืนจ้องมองมีดอันคมกริบที่วางเอาไว้ในครัวของคุณแม่โจว
“มัวยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นไปช่วยพี่แกตักน้ำสิ เฮ้อ ทำไมพวกแกสองคนถึงได้แตกต่างกันอย่างนี้อีกคนก็ชื่อจนเซ่อ ส่วนอีกคนก็เห็นแก่ตัวจนน่ากลัว เสี่ยวถงฉันจะบอกอะไรแกให้นะต่อให้แก่แต่งเข้าบ้านหยางแล้วแกก็ยังต้องลำบากอยู่ดีนั่นแหละคนบ้านหยางเขารวยก็จริง แต่เ้าหยางจิ่วคนนั้นไม่ใช่เ้าของเงินนะเ้าของเงินตัวจริงในบ้านหยางคือว่าที่แม่สามีของแกต่างหากถ้าแกยังมัวเอาแต่ี้เีเช่นนี้ล่ะก็ ระวังเถอะ!เขาจะไม่ให้เงินแกใช้เลยสักเหมา” เมื่อคุณแม่โจวพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็ทอดถอนใจออกมา
คำพูดของคุณแม่โจวเป็ความจริงในเนื้อเื่ของนิยายที่เธอเขียนโจวเสี่ยวถงเป็คนที่ี้เีและทะเยอทะยานเธอคิดว่าพอแต่งเข้าบ้านหยางไปแล้วเธอจะสุขสบายไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินใช้แต่ที่ไหนได้ คนควบคุมการใช้เงินของทุกคนในบ้านคือแม่สามีของเธอ อีกทั้งสามีของเธอในตอนนั้นก็เป็อันธพาลตัวร้ายที่ไม่เคยคิดจะหาเงินเข้าบ้านเธอที่เป็สะใภ้ก็เลยต้องออกหาเงินมาเป็ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของตนเอง
“ถ้าฉันหนีงานแต่งงานไปชีวิตของฉันจะเป็อย่างไรบ้างนะ”เมื่อสวีอี้ถงพึมพำออกมาเช่นนี้มืออันว่องไวของคุณแม่โจวก็ยื่นมาที่ใบหูของเธอแล้วบิดเข้าอย่างแรงในทันที
“แกก็ลองทำอย่างนั้นสิฉันจะตีแกให้เนื้อแตกเลย พ่อของแกเป็ลูกจ้างในไร่ชาของบ้านหยางถ้าแกหนีการแต่งงานขึ้นมาเขาไม่เพียงจะถูกไล่ออกแถมยังอาจจะถูกคนบ้านหยางเล่นงานจนทำให้เขาหางานใหม่ไม่ได้อีกด้วยบ้านของพวกเราอาศัยแค่เพียงเงินรายได้จากการทำงานของพ่อของแกเท่านั้นแกจะทำให้พวกเราลำบากแค่เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของแกไม่ได้นะ”เมื่อคุณแม่โจวพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็ทอดถอนใจออกมาคนบ้านหยางมีนิสัยใจคอเ้าคิดเ้าแค้นถ้าเธอหนีการแต่งงานในตอนนี้อย่าว่าแต่บ้านโจวจะลำบากเลยตัวเธอเองที่เป็คนหนีการแต่งงานไปก็คงจะใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบากเช่นเดียวกัน
“อย่ามัวแต่โอ้เอ้ไปช่วยพี่สาวของแกตักน้ำเดี๋ยวนี้”คุณแม่โจวพูดปล่อยมือที่สุดแสนจะอำมหิตออกจากใบหูของเธอสวีอี้ถงรีบยกมือขึ้นมากุมเอาไว้ความเ็ปที่ตกค้างอยู่ทำให้บนใบหน้าของเธอยังคงบิดเบี้ยวอยู่แต่เธอรู้นิสัยของคุณแม่โจวดีแม้ว่าจะเป็คนปากร้ายแต่ก็รักลูกๆเป็อย่างมากโดยเฉพาะโจวเสี่ยวถงที่เป็ลูกสาวคนเล็กทั้งรักและตามใจจนโจวเสี่ยวถงเป็คนที่เอาแต่ใจตนเองเห็นแก่ตัวจนสร้างเื่ให้โจวเสี่ยวเหมยผู้เป็นางเอกของเื่คอยตามแก้ไขให้เป็ประจำ
‘เป็นางเอกต้องมีชีวิตยากลำบากในตอนต้นเื่นางเอกจะได้มีความอดทนและมีความมานะพยายามที่จะทำให้ตนเองประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด’นี่คือความคิดของสวีอี้ถงตอนที่ถือถังน้ำไปช่วยโจวเสี่ยวเหมยพอเธอลองลงมือตักน้ำแล้วก็พบว่ามันเป็งานที่หนักหนาสาหัสเอาเื่เธอก็เลยวางถังน้ำลงแล้วนั่งมองโจวเสี่ยวเหมยยกถังน้ำที่ตักน้ำขึ้นมาจากบ่อแล้วนำไปเทใส่โอ่งดินเผาที่อยู่บริเวณหน้าและหลังบ้านเธอไม่อยากจะยอมรับเลยว่าเธอเองก็เป็คนเห็นแก่ตัวอย่างโจวเสี่ยวถงเพียงแต่ต่อให้เห็นแก่ตัวมากเพียงใดเธอก็ไม่กล้าปั่นป่วนชีวิตของตัวละครในนิยายด้วยการหนีการแต่งงานไปแล้วทำให้เส้นทางชีวิตของทุกคนในบ้านโจวรวมถึงพระเอกและนางเอกของเื่ต้องยุ่งเหยิง
“เสี่ยวถงพี่ตักน้ำเสร็จแล้ววันนี้เธออยากจะกินอะไรไหมพี่จะทำให้เธอเป็พิเศษ”โจวเสี่ยวเหมยพูดพลางเดินเช็ดเหงื่อเข้ามาหาเธอสวีอี้ถงจ้องมองนางเอกที่เธอบรรจงสร้างขึ้นมาจากจินตนาการด้วยสายตาชื่นชมสวยงามทั้งร่างกายและจิตใจ น่าเสียดายที่ความเป็คนจิตใจดีของโจวเสี่ยวเหมยทำให้เธอถูกเอารัดเอาเปรียบตั้งหลายครั้ง
“พี่อย่าได้เป็คนจิตใจดีนักเลยมันจะทำให้พี่ได้พบกับความยากลำบาก” อยู่ๆสวีอี้ถงก็พูดความคิดของเธอเองออกมาทำให้โจวเสี่ยวเหมยหัวเราะออกมาเบาๆ
“พี่ต้องพบกับความยากลำบากก็ยังดีกว่าไปทำให้คนอื่นเขาลำบากเสี่ยวถงคนเราน่ะขอแค่ทำเื่ที่ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อตนเองและผู้อื่นชีวิตนี้ก็จะได้ไม่ต้องมีความรู้สึกไม่ดีตกค้างแถมยังรู้สึกว่าตนเองมีความสุขดีที่ได้ทำดีต่อผู้อื่นอีกด้วยถ้าเธอไม่เชื่อเธอลองออกหน้าช่วยเหลือใครสักคนสิแล้วเธอจะรู้สึกว่าการได้ช่วยเหลือใครสักคนมันจะทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองจนกลายเป็ความสุขในอีกรูปแบบหนึ่งเชียวล่ะ”คำพูดของโจวเสี่ยวเหมยทำให้สวีอี้ถงพยักหน้าพลางคิดในใจว่า
‘นี่แหละหนาความคิดของคนที่เป็นางเอก’เมื่อคิดได้เช่นนั้นสวีอี้ถงก็ขยับตัวลุกขึ้นแล้วพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้ฉันช่วยเหลือนางเอกอย่างพี่สักหน่อยก็แล้วกันพี่มีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกฉันมาได้เลยแล้วพี่ก็อย่าได้ลืมเชียวว่าฉันดีต่อพี่แค่ไหนวันหน้าเมื่อพี่ได้ดีแล้วก็อย่าลืมเกื้อกูลฉันด้วย”คำพูดของสวีอี้ถงทำให้โจวเสี่ยวเหมยหัวเราะออกมาในทันที
“เสี่ยวถงทำความดีอย่าได้หวังผลตอบแทน” คำพูดของโจวเสี่ยวเหมยทำให้สวีอี้ถงส่ายหน้าในทันที
“พี่สาวเมื่อครู่นี้พี่พึ่งจะบอกกับฉันไปว่าพี่ช่วยเหลือคนอื่นก็เพราะพี่ไม่้ารู้สึกผิดต่อตนเองและผู้อื่นนี่ก็ไม่เรียกว่าการทำดีเพื่อหวังผลหรอกหรือ”คำพูดของน้องสาวทำให้โจวเสี่ยวเหมยพลันหัวเราะออกมาในทันที
“จริงด้วยการคาดหวังถึงความสุขสบายใจในการทำความดีก็คือการหวังผลอีกรูปแบบหนึ่ง เอาเถอะเช่นนั้นพวกเราก็มาทำความดีเพื่อหวังผลกันใครเล่าจะไม่อยากให้ตนเองมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจกันเล่าจริงไหมเล่าเสี่ยวถง”เมื่อโจวเสี่ยวเหมยถามเช่นนี้สวีอี้ถงก็พยักหน้า
“ใช่แล้วๆทุกคนก็ล้วนอยากมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขกันทั้งนั้นแหละ ฉันเองก็ด้วยดังนั้นวันหน้าเมื่อพี่ประสบความสำเร็จแล้วพี่อย่าได้ลืมฉันเชียวนะ”คำพูดของน้องสาวทำให้โจวเสี่ยวเหมยส่ายหน้า
“ฉันคงจะต้องพูดคำนี้กับเธอมากกว่าเธอทั้งมีโอกาสได้เรียนหนังสือ อีกทั้งยังได้แต่งงานเข้าบ้านเศรษฐีอีก”เมื่อพี่สาวพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็หัวเราะออกมาอย่างจืดเจื่อน
“นั่นไม่ใช่เพราะพี่เสียสละให้ฉันหรอกหรือเอาน่า! แต่งกับคนรวยยังไงก็สู้แต่งกับคนดีไม่ได้หรอกวันหน้าพี่จะต้องได้ดีกว่าฉันแน่ ฉันขอทำนายอนาคตให้พี่เอาไว้เลยฉันเป็คนที่ทำนายอนาคตแม่นมากเสียด้วยสิ” สวีอี้ถงพูดพลางหัวเราะออกมาตอนจบของเื่คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คือพระเอกและนางเอกหากเธอยังจะต้องอยู่ที่นี่ไปจนนิยายเื่นี้จบเธอก็ควรจะต้องเกาะขาทองคำอย่างนางเอกของเื่เอาไว้ให้ดีทำไมน่ะหรือก็เพราะเธอเองก็อยากจะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจเช่นกันนี่นา...