ตอนที่19 วันอันยาวนาน...
หลังจากตามใจให้เด็กสาวซื้อของกินมากเท่าที่เธอ้าเรียบร้อยทั้งคู่ก็กลับมายังสถานที่รับฝากม้า เด็กเลี้ยงม้าคนเดิมส่งยิ้มบางให้อ้ายซินที่ยิ้มกว้างตอบกลับเหมือนเด็กหนุ่มจะดีใจที่เห็นเด็กสาวกลับมาร่างกายครบทุกส่วน
ยามเมื่อตะวันใกล้ลาลับสายลมอ่อนๆ พัดผ่านหอบพาเอาความเย็นของยามพลบค่ำให้ต้องกระทบผิวกายยิ่งเ้าม้าหนุ่มเคลื่อนตัวเร็วเท่าไหร่ความหนาวเย็นก็ยิ่งทวีคูณเท่านั้น
ไม่น่านั่งข้างหน้าเลยเรา...เข้าหน้าหนาวแล้วด้วยนึกถึงตอนขี่มอเตอร์ไซต์่อากาศหนาวเลย
หวนฉีรู้ดีว่าอ้ายซินกำลังอดทนต่อความเย็นที่เข้าปะทะแต่เขาก็ไม่คิดจะชะลอความเร็วแม้แต่น้อยจนกระทั่งใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็กลับมาถึงบ้าน ชายหนุ่มลงจากหลังม้าด้วยความรวดเร็วก่อนจะยื่นมือส่งให้เด็กสาวมือเรียวไม่ลังเลที่จะตอบรับ
แล้วร่างเล็กก็ถูกดึงเข้าสู่อ้อมแขนท่ามกลางสายตาประหลาดใจของเหล่าทหารรับใช้
“ตัวเย็นเฉียบเลยนะ”หวนฉีบอกเสียงแ่
“ก็ข้านั่งอยู่ข้างหน้านี่คะเป็โล่ให้ท่านชัดๆ” เธอเม้มปากแน่น ดูจะโกรธเคืองเขาที่ควบม้าด้วยความเร็วทำเอาเธอแทบจะกลายเป็ปติมากรรมน้ำแข็ง
“ตัวแค่นี้จะบังอะไรข้าได้ละ”หวนฉีพูดกลั้วหัวเราะ “ลมอ่อนๆ เ้าก็บ่นซะแล้ว ถ้าหิมะตกขึ้นมาเ้าจะไม่โวยวายเลยหรือ”
“ข้าชอบหิมะค่ะ”รีบตอบทันควันโดยไม่แม้จะหยุดคิด
“ย้อนแย้งจริงๆ”
การหยอกล้อกันของคนทั้งคู่ยิ่งทำให้บรรดาคนมองเกิดความฉงนยิ่งกว่าเดิมทั้งสองสนิทสนมกันขนาดนี้เชียวหรือพวกเขาไม่เคยเห็นนายเหนือหัวแสดงออกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนโดยเฉพาะความอ่อนโยนที่มีให้เฉพาะกับเธอเพียงคนเดียว
“ข้าฝากเอาของกินไปเก็บด้วยนะ”อ้ายซินหันไปสั่งเหล่าทหาร “แล้วจะวางข้าลงได้หรือยังคะ” คำถามที่หวนฉีไม่ตอบเขาออกเดินโดยที่ยังคงอุ้มเธอไว้เหมือนเด็กน้อยทว่าคราวนี้เ้าหล่อนไร้ซึ่งการต่อต้านใดๆเขารู้ว่าเธอเหนื่อยและหนาวจนไม่อยากจะขยับร่างกาย
ชายหนุ่มพาเธอมาส่งถึงหน้าห้องนอนและปล่อยเธอลงกับพื้นช้าๆเด็กสาวไม่รีรอที่จะรีบเปิดประตูห้องเพราะอยากจะพุ่งลงเตียงนอนเต็มที่ก่อนที่จะปิดประตู เ้าตัวดีมองหน้าชายหนุ่มซึ่งยังคงยืนอยู่ก่อนจะส่งยิ้มให้
“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะท่านแม่ทัพฝันดีนะคะ” จบคำพูด ประตูก็ถูกปิดลงทันทีไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่ที่เธอเริ่มแสดงความเป็มิตรต่อเขามากขึ้นเหมือนกับว่าระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เริ่มแคบลงจนกำแพงที่มองไม่เห็นเลือนหาย
หากเป็ก่อนหน้านี้เขาอาจจะหย่าให้เธออย่างง่ายดายถ้าเธอยังคงทำตัวเฉกเช่นเดิมแต่ตอนนี้ในหัวเขากลับไม่มีความคิดนั้นอยู่เลยถ้าจะบอกว่าแม่ทัพหวนฉีหลงรักอ้ายซินเข้าแล้วก็คงไม่ใช่คนอย่างเขาน่ะไม่มีทางหลงรักใครง่ายๆ หรอกคนที่มีแค่ความโกรธและความโลภอย่างชายหนุ่มความรักก็แค่ตัวเกะกะไม่อาจเติมเต็มความทะเยอทะยานของหวนฉีผู้นี้ได้อ้ายซินจึงเป็ของเล่นชิ้นโปรดสำหรับเขาในตอนนี้...ก็เท่านั้นเอง...
1สัปดาห์หลังจากการไปท่องเที่ยวในเมือง อ้ายซินต้องไปรับของที่สั่งทำไว้แต่เพราะเธอไม่เห็นหวนฉีั้แ่เช้าเธอจึงตัดสินใจเดินทางไปคนเดียวแม้เกาชุนจะพยายามห้ามแล้วก็ตามเขาอยากให้เธอรอนายเหนือหัวที่ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่(สงสัยไปเที่ยวหอนางโลมซะละมั้ง)เด็กสาวดื้อดึงและใช้อำนาจจากการเป็ภรรยาจนเกาชุนต้องยอมจำนนและกำชับให้เธอรีบกลับมาให้เร็วที่สุดซึ่งเ้าหล่อนตกปากรับคำแต่โดยดี
แม้จะสัญญากับเกาชุนว่าจะไม่เถลไถลความล่อตาล่อใจจากของกินและสินค้าที่วางเรียงรายอยู่รอบด้านก็ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเผลอไผลไปบ้างเธอเพลิดเพลินกับซาลาเปาไส้หมูสับแสนอร่อยจนไม่ระวังทางเมื่อถูกชนด้วยร่างสูงใหญ่ของคนงานที่กำลังเร่งรีบแบกข้าวสารเด็กสาวเซถลาจนเกือบจะล้มลง ทันใดนั้นเองมือใหญ่ก็คว้าเอวเธอจากด้านหลัง
“เป็อะไรรึเปล่าแม่นาง”เ้าของเสียงทุ้มถามด้วยความเป็ห่วง เมื่อเห็นว่าเธอทรงตัวได้เขาก็รีบปล่อยมือร่างเล็กรีบหันมาหาผู้มีพระคุณของตน
เขาเป็ชายหนุ่มร่างเล็กกว่าหวนฉีและสวมอาภรณ์ผ้าไหมชั้นดีสีขาวบ่งบอกว่าเป็คนมีฐานะผมสีน้ำตาลอ่อนถูกมัดรวบตึงเผยให้เห็นเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายจนเธออดคิดไม่ได้ว่าตามเส้นทางที่เขาเดินผ่านจะมีสาวๆสักกี่คนที่เหลียวหลังจนคอแทบจะหมุนกลับมาตั้งตรงไม่ได้
“ข้าไม่เป็อะไรค่ะแต่เ้านั่นเป็” เธอชี้ไปที่ซาลาเปาบนพื้นอย่างเสียดายเมื่อมันโดนเหยียบจนแบนติดพื้นถนน พึ่งกินไปได้เพียงครึ่งเดียวแท้ๆ
ชายหนุ่มมุ่นหัวคิ้วมองซาลาเปาก่อนจะเปรยมองเด็กสาวด้วยสีหน้าปั้นยากนี่เธอเสียดายมันขนาดนั้นเชียวหรือ
“นี่ค่ะ”เด็กสาวยื่นซาลาเปาชิ้นหนึ่งให้กับเขา “ถือเป็คำขอบคุณที่ช่วยข้า”เขามองเธออย่างประหลาดใจกว่าเดิม ในเมื่อเ้าหล่อนเพิ่งจะเสียดายซาลาเปาที่ตกพื้นคราวนี้กลับยื่นมันส่งให้เขาอย่างง่ายดาย
“เ้านี้อร่อยนะคะ”
“อุ๊บ!—ฮ่าๆ” ชายหนุ่มหลุดหัวเราะ “เ้านี่มันแปลกคนจริงๆ”
“ข้าแปลกยังไงคะ”อ้ายซินคิ้วขมวดเริ่มไม่สบอารมณ์กับอีกฝ่ายที่เหมือนกำลังดูแคลนตนจึงเก็บซาลาเปาลงถุงกระดาษ
“อย่าเข้าใจผิดนะข้าไม่ได้จะว่าเ้า ข้าแค่คิดว่าเ้าต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่ข้าเคยเจอน่ะจะว่ายังไงดีล่ะ เ้าดูธรรมชาติดีละมั้ง”
“ข้าจะคิดว่านั่นคือคำชมก็แล้วกันนะคะ”เธอว่ากึ่งประชดประชัน
“เ้าชื่ออะไรหรือ”ชายหนุ่มเอ่ยถามทำเอาอ้ายซินชะงัก เธอลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมตอบโดยดี
“เรียกข้าว่าอ้ายแล้วกันค่ะแล้วท่านละคะ” เธอถามกลับตามมารยาทไม่คิดอยากจะรู้จักชายหนุ่มเพราะถึงอย่างไรเธอกับเขาก็คงจะไม่ได้เจอกันอีก
“อี้หลงคือชื่อของข้า” เขาส่งยิ้มอ่อนโยน เป็รอยยิ้มที่อ้ายคิดว่าฆ่าคนตายได้(โดยเฉพาะสาวๆ) “เ้าเป็คนในเมืองนี้หรือ”
“เปล่าค่ะข้าแค่แวะมาเอาของที่สั่งทำเฉยๆ”ถึงตรงนี้เ้าหล่อนก็นึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไปเอาของ “อา...ข้าเกือบลืมไปเสียสนิท”เธอเคาะหัวตัวเองเบาๆ “ข้าขอตัวก่อนนะคะ” สิ้นคำกล่าว โดยไม่รอการตอบรับของอีกฝ่ายเด็กสาวเดินจ้ำอ้าวจากไปทันทีทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามอย่างงุนงง
เพราะความเย้ายวนจากเหล่าของกินทำให้เธอเกือบลืมจุดประสงค์หลักของการมาเมือง(ช่างน่ากลัวเสียจริงๆ)
“ยินดีต้อนรับ--โอ้วฮูหยิน ท่านมาพอดีเลย ของที่ท่านสั่งทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว”เถ้าแก่เ้าของร้านว่าอย่างอารมณ์ดีก่อนจะบรรจงหยิบชิ้นงานอันแสนภาคภูมิใจยื่นให้กับอีกฝ่ายดู อ้ายซินมองผลงานของเขาอย่างพึงพอใจ
“ทำออกมาได้ตรงใจข้าจริงๆนี่ค่าตอบแทนของท่าน” อ้ายควักเงินจำนวนหนึ่งยื่นให้เขาชายวัยกลางคนกุลีกุจอห่อของให้เธอ
“เมื่อเช้าท่านแม่ทัพก็พึ่งจะ...”เขาเกือบจะหลุดพูดออกมาจนครบประโยค อ้ายซินเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัยทำไมหวนฉีต้องมาที่ร้านั้แ่เช้า หรือว่าเขาจะแอบมาดูของที่เธอสั่งไว้ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ? เด็กสาวครุ่นคิดหนักจะว่าไปแล้วหวนฉีก็ใส่ทั้งต่างหูทั้งแหวนเขาอาจจะอยากหาเครื่องประดับเพิ่มเติมอีกสักชิ้นก็เป็ได้
“ขอบคุณนะคะเถ้าแก่ข้าขอตัวก่อน ไว้จะมาสั่งใหม่นะคะ”
“ข้ายินดีเสมอครับสำหรับนายหญิง”เขาโค้งให้อย่างสุภาพจนเด็กสาวหายลับไปจากสายตา
“เสร็จธุระแล้วหรือ”อี้หลงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเด็กสาว เธอดูประหลาดใจที่ได้พบเขาอีกครั้ง“ข้ามารอเ้าน่ะ” ว่าพลางชูถุงกระดาษในมือ
“คะ?”อ้ายซินเลิกคิ้ว หากจำไม่ผิดนั่นคือถุงซาลาเปาเ้าเด็ดของเธอ
“อร่อยอย่างที่เ้าว่าจริงๆ”เหมือนเด็กสาวจะเข้าใจ เธอพยายามกลั้นหัวเราะกับท่าทีของเขา “มันน่าขำขนาดนั้นเลยหรือ”
“ก็เหมือนที่ท่านขำข้านั่นแหละค่ะ”
“ข้าพึ่งมาที่นี่ครั้งแรก เ้าพอจะช่วยแนะนำของกินอร่อยๆ ให้ข้าได้มั้ยข้าอยากจะซื้อไปฝากคนรู้จักน่ะ” คำขอของอี้หลงทำให้อ้ายซินมีท่าทีลังเลเพราะเธอสัญญากับเกาชุนไว้ว่าจะไม่ออกนอกลู่นอกทางและรีบกลับให้เร็วที่สุด แต่เมื่อเห็นใบหน้าลูกอ้อนราวโกลเด้นรีทีฟเวอร์ของเขาก็ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะใจอ่อน
“ข้าอยู่ได้ไม่นานนะคะและข้าเองก็พึ่งมาที่นี่เป็ครั้งที่สองร้านที่ข้าจะแนะนำอาจจะถูกใจข้าแต่ไม่ตรงใจท่านก็ได้”
“ไม่เป็ไรข้าคิดว่าเราน่าจะชอบอะไรเหมือนๆ กัน ฉะนั้นเ้าชอบอะไรข้าก็ชอบแบบนั้น”อี้หลงยิ้มกว้าง คำพูดของเขาอาจทำให้สาวๆ ส่วนมากเข้าใจผิดได้แต่นั่นไม่ใช่เธอแน่นอน นี่เขาหว่านเสน่ห์ได้อย่างเป็ธรรมชาติเสียจริงๆตรงข้ามกับหวนฉีที่มักมีอะไรแฝงความในเสมอ
“เตรียมเงินในกระเป๋าของท่านให้ดีนะคะเพราะดูเหมือนว่าสิ่งที่ข้าชอบ จะมีมากมายเสียด้วยสิ” อ้ายซินยิ้มตอบ เธอผายมือให้เขาก่อนที่ทั้งคู่จะออกเดินไปพร้อมกัน
ทำไมยังไม่มาอีกเนี่ยนายหญิง! นี่มันก็จะค่ำแล้วนะ! ส่วนหัวหน้าอย่าพึ่งกลับมาตอนนี้เลย!
“ยืนทำอะไรอยู่เกาชุน”เสียงเรียกที่ทำให้เกาชุนสะท้านริมฝีปากและลำคอของชายวัยกลางคนแห้งผากไม่ต่างจากฤดูแล้ง สองขาของเขาหนักอึ้งยากที่จะบังคับให้หันหลังกลับไปมอง“ข้าถามว่าเ้ามายืนทำอะไรตรงนี้”
“ข้ามาออกกำลังกายครับ”ไม่ว่าเปล่า เกาชุนหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้เป็นายและเริ่มบิดเอวซ้ายทีขวาทีท่าทีลุกลี้ลุกลนของเขาไม่อาจคลาดสายตาอันเฉียบคมของอีกฝ่ายได้
“พูดความจริงมา”
“คือ”เขากระอักกระอ่วนทั้งที่หวนฉีให้คอยดูแลอ้ายซินแต่เขากลับปล่อยให้เธอเข้าเมืองไปเพียงคนเดียวมีหวังหัวคงได้บอกลาตัวก็คราวนี้ “นายหญิงเข้าไปในเมืองครับเห็นว่าไปเอาของที่สั่งทำไว้...”เกาชุนว่าเสียงแ่อยากจะเบือนหน้าหนีจากแววตาคมของอีกฝ่าย
“เ้าปล่อยให้นางไปคนเดียวงั้นหรือ”น้ำเสียงเน้นย้ำทุกคำของหวนฉีทำเอาชายวัยกลางคนสะดุ้งโหยงทั้งที่อากาศค่อนข้างเย็นแต่เหงื่อซึมไหลกว่าปกติมากโข
“เป็คำสั่งของนายหญิงครับนางไม่ยอมให้ใครไปด้วย” แม้จะรู้ดีว่าแก้ตัวไปก็ไร้ค่าแต่ทุกคำพูดล้วนเป็ความสัตย์จริง
“อ้าวท่านกุนซือไม่ได้ส่งคนติดตามไปกับนายหญิงหรือครับ”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเื้ัตัดผ่าบทสนทนาของชายทั้งสอง
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”หวนฉีหันไปถามพลทหารที่พึ่งเดินเข้ามา
“ข้าพึ่งกลับจากเข้าไปหาของกินในเมืองเห็นนายหญิงเดินกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ข้าไม่รู้จักข้าก็นึกว่าท่านเกาชุนส่งคนไปคุ้มกันนาง” เขาพูดหน้าซื่อเกาชุนอ้าปากค้างราวกับโดนตบเข้าที่หัวอย่างแรงนี่เ้าหล่อนสร้างเื่อีกแล้วหรือ ครั้นเหลือบไปมองผู้เป็นายที่มีสีหน้าอ่านได้ยากยิ่งก็ััได้ถึงความบรรลัยอยากจะสาปส่งแขกไม่ได้รับเชิญที่เข้ามาขัดจังหวะได้อย่างดีเสียเหลือเกินจนต้องส่งสายตาปรามและบอกเป็นัยว่าให้รีบหนีไปจากตรงนี้
“หะ...หัวหน้า”เกาชุนหยั่งเชิง หวนฉีเปรยหางตามามอง “ข้าจะรีบไปตามนายหญิงเดี๋ยวนี้”
“ไม่ต้อง”หวนฉีว่าเสียงราบเรียบ “หลังอาหารเย็นเตรียมเหล้าให้ข้าที่ห้องด้วย” สิ้นคำกล่าวหวนฉีก็เดินกลับไปยังที่พักของตนปล่อยให้เกาชุนยืนเคว้งอยู่เพียงลำพัง
“ข้าไม่รู้ด้วยนะท่านมาจัดการเอาเองก็แล้วกัน”
ไม่น่าเลยเราเพลินไปหน่อย แม่ทัพหวนฉีจะกลับถึงบ้านรึยังเนี่ย หวังว่าจะยังนะ
อ้ายซินรีบควบม้าอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้เพราะคิดว่าได้รับอนุญาตจากหวนฉีในการเข้าเมืองครั้งก่อนเธอจึงย่ามใจว่าคงไม่เป็อะไรถ้า้าจะไปเที่ยวเล่นด้วยตัวคนเดียวและด้วยอี้หลงเป็เพื่อนคุยที่ดีไม่ต่างจากหม่าเฉาทำให้เธอรู้สึกสนุกกับการพาเขาชมเมืองจนเวลาล่วงเกินกว่าที่คาดคิดชายหนุ่มอาสาจะมาส่งเด็กสาวที่บ้านแต่เธอปฏิเสธพัลวันแล้วรีบปลีกตัวออกมา
“นายหญิง!” เกาชุนโห่ร้องอย่างดีใจเมื่อเห็นร่างบางปรากฏตรงหน้า “์โปรดข้าคิดว่าจะต้องยืนรอท่านทั้งคืนเสียแล้ว”
“พึ่งหัวค่ำเองโอเวอร์ไปได้” อ้ายซินถอดถอนใจ ตอนนี้ปากเธอสั่นน้อยๆ เพราะความหนาวเย็น
“หาอะไรนะครับ?”
“ไม่มีอะไรว่าแต่...เอ่อ...” ประโยคขาดหายไปในลำคอ เกาชุนเข้าใจได้ดีว่าเธอหมายถึงอะไร
“นั่งดื่มอยู่ในห้องครับ”
“นานแล้วหรือ”ใบหน้าคนพูดบิดเบี้ยวขึ้นน้อยๆ ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับ
“ข้าว่าท่านรีบไปทำให้ตัวอุ่นดีกว่าเดี๋ยวจะเป็หวัดและก็จะให้ข้าเตรียมสำรับให้มั้ยครับ”
“ไม่ล่ะไม่หิวเท่าไหร่” แน่นอนว่าเธอกินมาจนเต็มที่แล้ว “เกาชุน”
“ครับ?”
“ขอโทษนะที่ไม่รักษาคำพูดครั้งหน้าข้าจะระวังให้มากกว่านี้” เธอมีสีหน้าสำนึกผิดอย่างชัดเจนทว่าเกาชุนดูจะใไม่น้อยกับท่าทีของเธอดูจะเป็ผู้เป็คนปกติขึ้นมาบ้างซะแล้วสินะ
“ข้าว่าคนที่ท่านควรจะขอโทษ...”ถึงตรงนี้เข้าพยักเพยิดหน้าไปทางคนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“หวังว่าเขาจะรับคำขอโทษในรูปแบบคำพูดนะ”เธอยิ้มแห้งๆ พลางถอนหายใจยาว “ขอบคุณที่ยืนรอข้านะ ท่านเองก็ไปพักได้แล้วอะนี่ของฝาก” เธอยื่นถุงซาลาเปาที่เย็นชืดให้เขา เกาชุนรับมาอย่างงุนงง
“ขอบคุณครับ”
วันนี้สำหรับเกาชุนแล้วช่างเป็วันที่ยาวนานและเหนื่อยล้ากว่าที่ผ่านมาเขาคิดว่าลืมบอกเื่สำคัญกับเธอ เื่ที่พลทหารพูดไว้เมื่อตอนเย็นแต่มันก็คงไม่สำคัญอะไรหรอก...มั้ง