การไถ่บาป
คำว่า‘ย้อนเวลา’ ดังขึ้นในจิตใจของเขาและดังก้องอยู่ภายในจิตใจราวกับเสียงระฆังนับไม่ถ้วนที่ดังขึ้นพร้อมกันสะกดจนหัวสมองของเขาว่างเปล่าโดยสมบูรณ์
สิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับตัวเขากลับเกิดขึ้นได้ราวกับปาฏิหาริย์
แม้จะไม่รู้ว่าอะไรทำให้มันเกิดแต่เขาก็ตัดสินใจได้ในทันทีว่าชีวิตที่สองของเขานี้จะต้องไม่ผิดพลาดเหมือนครั้งที่แล้ว
แต่เมื่อคิดขึ้นมาได้กัสก็ได้แต่ฝืนยิ้มเมื่อตระหนักว่าฝันร้ายที่เขาพบในตอนแรกนั้นแท้จริงแล้วไม่ใช่ความฝัน
หากแต่เป็ความจริงที่เกิดขึ้นและเป็หายนะที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตเขาซึ่งเขาปรารถนาที่จะเปลี่ยนมันมาตลอด
‘น่าเศร้านัก..ทำไมข้าถึงไม่ได้สติให้เร็วกว่านี้!!’
เขาอยากจะกรีดร้องแต่ก็ทำได้เพียงกัดฟันอดทนต่อความเจ็บแค้นในโชคชะตาของตัวเองจากนั้นเขาจึงเริ่มปลอบใจตัวเองและตั้งสติกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ในขณะที่กัสคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตสีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยมันเป็ความเคยชินในขณะที่อยู่ในสภาพของาาอันเดธที่ปราศจากอารมณ์ความรู้สึก
ความทรงจำใน่เวลานั้นซึ่งควรจะสับสนกลับชัดเจนเป็อย่างมากประสบการณ์ที่ยาวนานได้ซึมซาบเข้าไปในแก่นของิญญาทำให้เขาสามารถเก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ได้อย่างเป็ธรรมชาติจนน่าแปลกใจ
สิ่งเดียวที่ปรากฏขึ้นมีเพียงแววตาที่สั่นไหวเป็ระลอกราวกับคนที่ตกอยู่ในสภาพที่สับสนซึ่งพอเหมาะกับจังหวะเวลาที่เขาถูกการกล่าวโทษโดยเหล่าผู้าุโพอดี
“กัสโทนี่ย่า ความผิดของเ้ามีด้วยกัน 5 ข้อ ข้อที่ 1เ้าได้ทำการสังหารคนในตระกูลเดียวกัน ข้อที่ 2 เ้าสังหารทายาทบุรุษของตระกูลข้อที่ 3 เ้าทำลายดวงิญญาของทายาทบุรุษของตระกูล ข้อที่ 4เ้าทำลายทายาทบุรุษที่มีพรศักดิ์สิทธิ์และข้อที่ 5เ้าขาดความสามารถในการควบคุมพลังของเ้าจนทำให้ผู้อื่นต้องาเ็จนถึงความตาย”
ความผิดทั้ง 5ข้อนี้ถูกประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเืของผู้าุโสูงสุดทำเอาญาติมิตรของเขาถึงกับสูดลมหายใจเข้าไปด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บ
ไม่ว่าข้อหาไหนก็ล้วนแล้วแต่มีความผิดที่สาหัสทั้งสิ้นแต่นี้กลับมาพร้อมกันถึง 5 ข้อ
กัสเองหลังจากได้ยินความผิดของตัวเองเป็ครั้งที่สองเขาก็ทำได้เพียงก้มหน้านิ่งด้วยความรู้สึกผิดโดยเฉพาะกับเด็กสาวที่จ้องมองแผ่นหลังของเขาด้วยดวงตาที่โกรธแค้นจนััได้
“เ้ามีอะไรจะคัดค้านหรือไม่..”
คำถามนี้ของผู้าุโเป็เพียงคำถามตามธรรมเนียมเพียงเท่านั้น ในขณะที่ความเป็จริงความผิดของเขาเด่นชัดจนไม่อาจชัดมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
ต่อให้สืบสาวราวเื่จนพบต้นเหตุที่แท้จริงและรู้ว่าตัวเขาไม่ได้กระทำผิดด้วยความตั้งใจก็ตามแต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธมันได้อยู่ดี
“ข้าน้อยไม่คัดค้านขอรับผู้าุโข้ายอมรับความผิดทุกประการ”
คำสารภาพนี้ทำให้เสียงฮือฮาดังขึ้นจากรอบทิศทางและมีเสียงร้องไห้ดังออกมาจากด้านหลังซึ่งไม่ต้องหันไปมองเขาก็รู้ว่าคนที่ร้องไห้ออกมาคือใคร
‘ข้าขอโทษท่านแม่..แต่บาปของข้านี้ข้าไม่อาจปฏิเสธมันได้’
การยอมรับความผิดโดยดีนี้ทำให้เหล่าผู้าุโนึกแปลกใจ พวกมันนั้นทำหน้าที่นี้มานานแต่พึ่งจะเคยเจอผู้เยาว์ที่สารภาพผิดออกมาได้อย่างสงบนิ่งเช่นนี้
ถึงจะมีร่องรอยของความโศกเศร้าและความรู้สึกผิดที่เด่นชัดแต่ก็สงบเกินวัยไปมาก
ปฏิกิริยาตอบสนองที่ตรงไปตรงมานี้ทำให้เหล่าผู้าุโสูญเสียคำพูดไปชั่วขณะเพราะนึกไม่ถึงว่ากัสจะยอมรับง่ายๆแบบนี้
พวกมันใช้เวลาตั้งสติกันชั่วขณะคล้าย้าปรึกษากันอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่าง
แนวความคิดของเหล่าผู้าุโเป็ยังไงนั้นกัสในตอนนี้ไม่มีใจที่จะคิดถึงเขาจะพอคาดเดาได้บ้างจากประสบการณ์ชีวิตที่ยาวนานในชีวิตก่อน
แต่ตัวเขาในตอนนี้ก็ได้ตระหนักดีว่าไม่ว่าบทสรุปจะเป็เช่นไรเขาก็ต้องไปยังดันเจี้ยนอยู่ดีและสิ่งที่รอคอยเขาอยู่คือ่เวลาของหายนะ
‘ครั้งนี้ข้าต้องไม่พลาด!!’
ในขณะที่รอคอยคำพิพากษาอยู่กัสก็ลอบวางแผนในใจ เขากำหนดขั้นตอนและวิธีการในการเริ่มต้นที่มีประสิทธิภาพที่สุดออกมาโดยเร็วเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเริ่มต้น
บรรยากาศภายในสภาผู้าุโเต็มไปด้วยแรงกดดันทว่าผู้กระทำผิดที่ยืนอยู่บนลานแห่งการพิพากษากลับสงบนิ่งจนผิดปกติทำให้ทุกคนเริ่มประหลาดใจ
เหล่าผู้าุโเองก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกตินี้และตัดสินใจประกาศบทลงโทษออกมา
“กัสโทนี่ย่า เลโอลอว์ ดิ อันดูวเดธ ความผิดของเ้านั้นสาหัสนักทว่าตัวเ้าเป็ทายาทบุรุษและมีพรศักดิ์สิทธิ์ตามกฎของตระกูลอันดูวเดธพวกเราไม่อาจปะาเ้าได้..”
เมื่อผู้าุโประกาศออกมาถึงจุดนี้เสียงร้องไห้ก็ดังมาจากด้านหลังอีกครั้งคราวนี้มันดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งที่อยู่คนละฝั่งกับแม่ของเขาซึ่งเป็ตำแหน่งที่ญาติของผู้เสียชีวิตนั่งอยู่
เสียงนั้นไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็ของเด็กสาวตัวน้อยที่สูญเสียพี่ชายไปต่อหน้าและมารดาของเด็กสาว
“บทลงโทษของเ้าคือ จงทำงานหนักเพื่อตระกูลเป็เวลา 100ปีในดันเจี้ยน”
ทันทีที่คำประกาศโทษหลุดออกมา เสียงพูดคุย เสียงร้องไห้ทุกเสียงภายในสภาแห่งนี้ล้วนสูญหายไปในทันที
ใบหน้าของสตรีร่างเล็กเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจควบคุมในขณะที่สตรีร่างสูงที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งเริ่มกัดฟันด้วยความคับแค้นใจ
ปฏิกิริยาตอบสนองทั้งสองแบบนี้ล้วนเกิดขึ้นมาจากความโศกเศร้า
แม่ของกัสร้องไห้เพราะตระหนักว่านางไม่อาจช่วยลูกชายได้อีกแล้วในขณะที่แม่ของผู้ตายนั้นร่ำไห้ด้วยความคับแค้นใจที่ฆาตกรซึ่งฆ่าบุตรชายของนางไม่ได้รับการลงโทษที่สาสม
ในสายตาของนางชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตเป็ธรรมดาที่นางจะไม่พอใจที่โทษของกัสจบลงที่การทำงานหนักเพียง 100 ปี
ระยะเวลา100 ปีสำหรับเผ่าอสูรมันเทียบได้กับครึ่งชีวิตเท่านั้นยังไม่มากพอที่จะทำให้มันตายได้นางที่ตกอยู่ในความโศกเศร้าและคับแค้นใจย่อมไม่พอใจเป็ธรรมดา
ในขณะที่คนนอกที่มานั่งฟังด้วยนั้นมีเพียงความโศกเศร้าและเห็นใจต่อทั้งสองฝ่าย
เพราะไม่ว่าจะเป็ผู้กระทำผิดหรือผู้เสียชีวิตก็ล้วนแล้วแต่เป็ทายาทบุรุษของตระกูลอันดูวเดธที่หาได้ยากทั้งสิ้นการสูญเสียไม่ว่าจะหนึ่งหรือสองก็เป็ความสูญเสียที่ไม่อาจยอมรับได้ของตระกูล
นี่นับเป็เหตุผลที่ทำให้เหล่าผู้าุโตัดสินใจไม่ปะาชีวิตของกัสเสียทั้งที่ความผิดของเขามากพอที่จะปะาเขาได้เป็สิบรอบแท้ๆ
ทว่ากัสเป็ทายาทบุรุษทั้งยังมีพลังของพรศักดิ์สิทธิ์ที่แม้จะถูกประเมินให้อยู่ในระดับต่ำสุดของพรศักดิ์สิทธิ์
แต่พรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังเป็พลังพิเศษไม่ว่าจะสูงต่ำยังไงความต่างระหว่างมีกับไม่มีก็ต่างกันราวฟ้ากับดินจึงทำให้คนเหล่านี้มีคุณค่าอย่างมากต่อตระกูลทุกตระกูลในโลกใบนี้
ไม่ต้องพูดถึงตระกูลอันดูวเดธที่มีทายาทบุรุษน้อยยิ่งกว่าน้อยเช่นนี้
ทันทีที่คำพิพากษาจบลงเหล่าผู้าุโก็เตรียมที่จะออกไปจากสภากัสที่วางแผนและคิดถึงสิ่งที่จำเป็จนครบถ้วนก็กลับมาได้สติอีกครั้งและตัดสินใจส่งเสียงะโเรียกเหล่าผู้าุโเอาไว้
“ได้โปรดรอก่อน!! ท่านผู้าุโข้าน้อยมีบางสิ่งที่อยากจะขอร้องพวกท่าน!!”
พริบตานั้นบรรยากาศภายในสภาเปลี่ยนไปในทันทีเหล่าผู้าุโที่ตกอยู่ในความโศกเศร้าเสียดายก็เปลี่ยนสีหน้าไป
สายตาที่มองไปยังกัสนั้นเปลี่ยนเป็เ็ายิ่งกว่าเดิมมากทว่าพวกมันก็ยังหยุดและกลับไปนั่งที่เดิมโดยไม่พูดอะไร
เพราะตามกฎแล้วผู้กระทำผิดยังมีสิทธิ์ที่จะร้องขออะไรบางอย่างได้หาก้าส่วนจะตอบสนองหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเหล่าผู้าุโทั้งสิ้น
“ตามกฎของตระกูลเ้ามีสิทธิ์ร้องขอบางสิ่งได้พูดมาเ้า้าสิ่งใด”
แม้จะไม่พอใจ แต่เหล่าผู้าุโก็ตอบสนองต่อกฎของตระกูลเป็อย่างดี กัสเองก็ลอบยินดีอยู่ในใจที่คำขอร้องของมันได้รับการตอบสนอง
“ข้าน้อย..ข้าน้อยอยากขอให้ท่านผู้าุโยืดกำหนดการลงโทษของข้าไป5 ปีได้หรือไม่หลังจากนั้นแล้วข้าขอให้เพิ่มระยะเวลาในการลงโทษของข้าเพิ่มอีกเท่าตัว”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของเหล่าผู้าุโเปลี่ยนไปหมดแม้กระทั่งญาติพี่น้องที่นั่งอยู่ด้านหลังก็หน้าเปลี่ยนสีไปพร้อมกัน
100ปีนั้นเรียกได้ว่าเป็ครึ่งชีวิตของเผ่าอสูร เช่นนั้น 200ปีก็เรียกได้ว่าเป็ชีวิตทั้งชีวิต
เด็กชายที่มีอายุเพียง13 ปีกลับเรียกร้องขอให้ลงโทษตัวเองถึง 200 ปีซึ่งเรียกได้ว่าเป็การลงโทษชั่วชีวิตแบบนี้
หัวคิ้วของผู้าุโสูงสุดขมวดเข้าหากันเล็กน้อยมันไม่อาจมองเห็นความตั้งใจของเด็กน้อยผู้หนึ่งได้ มีหรือที่มันจะไม่ประหลาดใจ
“เด็กน้อย..เ้า้าอะไรกันแน่ถึงได้ขอให้ทำสิ่งเหล่านี้”
สีหน้าของกัสเปลี่ยนไปมาเล็กน้อยความคิดของเขาอยู่ในแผนการที่เขาวางไว้และคิดไปถึงสิ่งที่เขาปรารถนาจะทำ
“ข้าเพียงอยากได้เวลาในการตั้งตัวเสียก่อนส่วนที่ขอให้เพิ่มระยะเวลารับโทษก็เพราะข้า้าใช้เวลา 100ปีของข้าชดเชยให้กับครอบครัวของบลูไซต์”
คำพูดคำนี้ทำให้ทุกเสียงภายในสภาเงียบหายไปทันทีทุกคนตกอยู่ในอาการตกตะลึงกับความคิดของเด็กอายุ 13 ผู้หนึ่ง
สีหน้าของเหล่าผู้าุโเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกมันสายตาที่สบมองกันแฝงไว้ด้วยความชื่นชมที่หาได้ยาก
“ตกลง..แต่เวลาในการรับโทษจะเพิ่มขึ้นเพียง 50ปีเท่านั้น พวกเราไม่อาจกักขังทายาทของตระกูลจนตายได้และครึ่งหนึ่งของความดีที่เ้าทำเพื่อชดใช้ความผิดจะถูกนับเป็ความชอบของครอบครัวบลูไซต์ดังที่เ้าหวัง..ปิดสภา!!”
ผู้าุโสูงสุดกล่าวคำตัดสินออกมาในทันที ต่อจากนั้นมันไม่รอให้ใครค้านหรือแสดงความคิดเห็นใดๆก็ตัดสินใจเอ่ยปิดสภาแล้วหายตัวไปในทันทีราวกับกำลังหนีใครสักคน
เมื่อเป็เช่นนี้ไม่ว่าใครที่อยากจะคัดค้านก็ทำไม่ได้อีกแล้วเหล่าผู้าุโคนอื่นๆ ก็ทำได้เพียงยิ้มออกมาบางๆให้กับวิธีหลบหนีของผู้าุโสูงสุด
“จบเื่กันเท่านี้คำสั่งของผู้าุโสูงสุดถือเป็คำขาด กัสโทนี่ย่าเ้าจงเตรียมตัวให้พร้อมถึงพวกเราจะอนุญาตให้เ้ายืดระยะเวลาในการรับโทษออกไป 5 ปีแต่กำหนดการเดินทางของเ้าต้องทำตามเดิม”
“ขอรับท่านผู้าุโ”
กัสถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจและเบาใจในเวลาเดียวกัน
คำขอของเขาได้รับการตอบสนองเช่นนี้แผนการของเขาย่อมมีความเป็ไปได้มากยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกันกำหนดการรับโทษของเขาเพียงเพิ่มแค่50 ปีซึ่งไม่นับว่าเป็อะไรสำหรับเขาที่อยู่มานานหลายร้อยปีแล้ว
ที่สำคัญที่สุดการได้ชดเชยให้กับครอบครัวของบลูไซต์ที่เขาฆ่าไปโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นช่วยให้จิตใจของเขาได้รับการเยียวยา
เมื่อสภาถูกปิดลงคำตัดสินก็ถูกประกาศออกไปให้คนในตระกูลรับทราบพร้อมกันนั้นเครื่องจองจำทั้งหมดก็ถูกปลดทำให้กัสได้รับอิสรภาพกลับมาเป็การชั่วคราวก่อนจะถึงกำหนดเดินทาง
“ทำไมกัน..ลูกของข้า..ทำไมเ้าต้องทำแบบนี้..”
เสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลังนั้นทำให้กัสต้องหันกลับไปมองด้วยความรู้สึกผิด
“ท่านแม่..ข้าขอโทษแต่ถ้าข้าไม่ทำเช่นนี้จิตใจของข้าคงไม่มีวันสงบลงได้”
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของกัสนั้นทำให้คำพูดของผู้เป็แม่หยุดชะงักไปนางคิดที่จะปลอบโยนและตำหนิบุตรชายที่ด่วนตัดสินใจแบบนั้นลงไป
ทว่านางก็พูดไม่ออกเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้านี้
ในขณะที่ผู้เป็แม่ที่มีร่างกายผอมบางและตัวเล็กยิ่งกว่าลูกนั้นผู้เป็พ่อกลับมีร่างกายที่สูงใหญ่เกือบจะเป็สองเท่าของผู้เป็แม่
เส้นผมสีทองที่สยายเต็มแผ่นหลังกับดวงตาสีทองที่คมกล้าจ้องมองไปยังบุตรชายด้วยความรู้สึกที่หลากหลายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เมื่อเ้าตัดสินใจแล้วข้าก็จะไม่พูดอะไรอีกแต่จงจำไว้..เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี”
“ขอรับท่านพ่อ..ข้าจะทำตามที่ท่านสั่ง”
บุรุษร่างสูงใหญ่พยักหน้าให้ครั้งหนึ่งจากนั้นจึงหันไปมองด้านหลังมองดูบุรุษวัยกลางคนที่ดูเก่าชราไปหลายปีหลังจากสูญเสียบุตรชาย
“ท่านพี่เกรทวิง..”
เกรทวิง พ่อของบลูไซต์ผู้ตายหันมาตามเสียงเรียกก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆโดยไม่พูดอะไร
ในดวงตาของบุรุษวัยกลางคนผู้นี้ไม่ได้มีความโกรธแค้นชิงชังใดๆมีเพียงความโศกเศร้าและความเ็ปใจเพียงเท่านั้น
ต่างกับภรรยาของมันที่มีท่าทีสับสนและเ็ปนางมองไปยังกัสด้วยดวงตาที่เหม่อลอยราวกับกำลังคิดถึงอะไรบางอย่างอยู่
ความรู้สึกของนางในตอนนี้เป็สิ่งที่ยากจะอธิบายนางยังโกรธ แต่กลับไม่รู้สึกแค้นอีกต่อไป คำพูดประโยคเมื่อครู่ของกัสได้ทำให้ความแค้นที่นางมีบรรเทาลง
นางไม่ใช่คนไร้เหตุผลและนางเองก็ทราบถึงนิสัยของบุตรชายดีทั้งยังรู้ด้วยว่าเื่ที่คนอื่นๆ พูดกันนั้นเป็เื่จริง
คนผิดที่แท้จริงคือบุตรชายของนาง
เมื่อไม่ถูกความโกรธแค้นครอบงำสตินางก็คิดได้และตระหนักว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนเลวอะไร
ความคิดนี้ทำให้นางเ็ปและสิ้นหวังเพราะนางไม่เหลือเหตุผลที่ต้องแค้นอีกต่อไปจนทำให้นางรู้สึกผิดต่อบุตรชายที่ตายจากไปขึ้นมา
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้มีเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่ยืนอยู่นอกวงเท่านั้นที่มองเห็นทุกอย่างเด็กสาวที่โกรธแค้นชิงชังในตัวของกัสที่พรากพี่ชายของเธอได้ต้องพบเจอกับความรู้สึกที่สิ้นหวังเพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปของแม่
“ทำไมละ..ทำไมถึงไม่เกลียดละ!! ทำไมถึงเลิกที่จะแค้นละคะ!!!”
เสียงะโของเด็กสาวทำให้มารดาตื่นตระหนกนางหันกลับไปมองบุตรสาวด้วยความสับสนก่อนจะตระหนักได้ถึงพลังของพรศักดิ์สิทธิ์ที่บุตรสาวมี
“ลูกแม่..แม่ขอโทษ..แต่เ้าก็น่าจะรู้ว่าทำไม..”
พูดไปน้ำตาของผู้เป็แม่ก็ไหลออกมาเช่นเดียวกับเด็กสาวที่ััได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนเป็แม่ได้อย่างชัดเจน
แม้จะรับรู้ได้ด้วยพลังของพรศักดิ์สิทธิ์ที่มีแต่เธอก็ไม่สามารถยอมรับได้ไม่สามารถยอมรับและให้อภัยคนที่ทำให้พี่ชายของเธอตายได้
เด็กสาวอยู่ในสภาพที่สับสนและสิ้นหวังก่อนจะหันมามองคนที่ฆ่าพี่ชายของเธอเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะวิ่งหนีไป
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของบลูไซต์นั้นทางบ้านของกัสมองเห็นได้อย่างชัดเจน พวกเขาเฝ้ามองด้วยความรู้สึกผิด
กัสเองก็อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ท้ายที่สุดเขาก็ทำได้เพียงยืนมองเด็กสาววิ่งจากไป
หลังจากเด็กสาววิ่งหนีไปกัสก็ทำได้เพียงหันไปมองพ่อและแม่ของบลูไซต์จากนั้นจึงเดินเข้าไปและคุกเข่าลงตรงหน้าของทั้งสอง
“ท่านลุง..ท่านป้า ข้าขอโทษด้วย..เป็ความผิดของข้าเอง”
ใบหน้าของเกรทวิงเต็มไปด้วยความเ็ปมันส่ายหน้าน้อยๆด้วยใบหน้าที่อ่อนโยนมีเมตตาในขณะที่ภรรยาของมันนั้นยังคงสับสนและลังเลใจเพราะนางนั้นไม่อาจโกรธแค้นต่อไปได้แต่ในขณะเดียวกันนางก็ไม่อาจให้อภัยได้โดยง่ายแบบนี้
“ข้า..ข้าจะไปดูลูก..”
ท้ายที่สุดนางก็หนีไปอีกคนจนเหลือเพียงเกรทวิงที่เดินเข้ามาช่วยพยุงกัสให้ลุกขึ้น
“เด็กดี..ลุงต่างหากที่ต้องเป็ฝ่ายขอโทษ ถ้าไม่ใช่เพราะบุตรชายของลุงเ้าก็คงไม่ต้องมาพบเจอกับเื่แบบนี้..”
กัสส่ายหน้าปฏิเสธความผิดนี้หากมองดูจากต้นเหตุอาจจะมาจากบลูไซต์ที่เอาอาหารมาล่อเขาก็จริงแต่การที่เขาสูญเสียสติเพราะความหิวโหยก็เพราะเขาอ่อนแอและไร้ความสามารถเอง
หากเขารู้วิธีควบคุมพลังของพรแล้วละก็เขาเองก็คงไม่พลาดทำให้เกิดหายนะแบบนี้เกิดขึ้น
ในชีวิตก่อนเขาเคยโกรธแค้นบลูไซต์ที่ทำแบบนั้นกับเขาจนทำให้ชีวิตของเขาต้องตกต่ำเช่นนี้แต่หลังจากมีประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้นเขาก็คิดอะไรได้มากขึ้นมองเห็นอะไรต่อมิอะไรมากกว่าเดิมจนรู้ว่าแท้จริงแล้วบลูไซต์ไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะเกลียดเขา
แต่ที่ทำแบบนั้นลงไปก็เพื่อช่วยกระตุ้นพรศักดิ์สิทธิ์ของเขาเท่านั้นทั้งหมดที่บลูไซต์ทำลงไปก็เพื่อช่วยให้เขารู้จักพลังของพรศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวเองมี
ยิ่งรู้แบบนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดจนท้ายที่สุดมันก็กลายเป็ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขามานานนับร้อยปี
“ผิดแล้วท่านลุง..ทั้งหมดเป็ความผิดของข้าหากข้าควบคุมตัวเองได้มากกว่านี้บลูไซต์ก็คงไม่ตาย..เพราะว่าข้าไร้ความสามารถจึงทำให้ความหวังดีของเขา..จบลงด้วยหายนะแบบนี้”
คำๆ นี้ทำให้ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตระหนก
สำหรับผู้ใหญ่หากจะมองเห็นความหวังดีที่ซ่อนอยู่ในการกลั่นแกล้งของเด็กๆก็อาจจะไม่ใช่เื่แปลก
แต่ไม่มีใครหรอกที่คิดว่าเด็กชายอายุ13 คนหนึ่งจะมองเื่แบบนี้ออกได้และเอ่ยปากขอโทษออกมาแบบนี้