บทที่ 4 ต้องหนีแล้ว
โม่เชียนเหลือบมองผลลัพธ์ที่ชายสองคนขุดไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่คำพูดกับแฝงถ้อยคำที่น่ากลัวไม่น้อยสำหรับชายสองคนที่ยังคงขุดดินอยู่
“คุณทั้งสองควรช่วยกันขุดนะ ไม่อย่างนั้นเมื่อไหร่หลุมจะขุดได้ลึกพอฝังพวกคุณกัน” เมื่อชายทั้งสองได้ฟังจนจบประโยค พวกเขาก็กลัวจนถึงขั้นหน้าซีดเผือด
“ว๊าก! พี่สาว ไว้ชีวิตผมเถอะ!!! การฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะ! เราไม่กล้าทำอีกแล้ว ได้โปรดเมตตาด้วย!” ความดุร้ายของชายคนนั้นหายไปหมดแล้ว และเขาก็ร้องไห้อย่างน่าสังเวชยิ่งกว่าเด็กอนุบาล แต่ขณะที่ร้องไห้มือของเขาก็ยังขุดดินต่อ จนหลุมที่ถูกขุดลึกลงไปเรื่อย ๆ
ผู้หญิงใบ้ที่เกือบจะตายเมื่อกี้มองภาพตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็กลับมามีสติอีกครั้ง มองดูโม่เชียนด้วยความประหลาดใจและชี้ที่หญิงสาวแต่ยังคงไว้ด้วยกิริยาท่าทางสุภาพ
โม่เชียนเข้าใจความหมายของผู้หญิงใบ้คนนี้ อีกฝ่ายคงอยากถามว่าเธอเป็คนทำให้ชายทั้งสองเป็แบบนี้ใช่ไหม โม่เชียนกระพริบตาและพยักหน้าเป็การตอบ
ผู้หญิงใบ้คนนั้นยิ้มขอบคุณให้โม่เชียน แต่รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าที่บวมปูดเจ็บแปลบ ตอนนี้รอยยิ้มเธอดูน่าเกลียดยิ่งกว่าการร้องไห้เสียอีก เธอปิดหน้าและเม้มริมฝีปากด้วยความคับข้องใจ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอถูกทุบตีรุนแรงเช่นนี้
เมื่อเห็นแบบนี้ โม่เชียนก็ล้วงมือเข้าหยิบขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า เทผงยาออกมาและทาลงบนใบหน้าของหญิงใบ้
“นี่คือยาแก้ปวด ค่อนข้างมีประโยชน์มากทีเดียว” หญิงใบ้อดทนต่อความเ็ป และปล่อยให้โม่เชียนเฉียนทายาบนใบหน้าของเธอ
เดิมทีหญิงใบ้ไม่ได้คาดหวังกับยาของโม่เชียน แต่โดยไม่คาดคิด หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที บริเวณที่ได้รับาเ็ของเธอก็ไม่เจ็บอีกต่อไป เธอยกนิ้วให้หญิงสาวด้วยความประหลาดใจ
จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกันลม พิมพ์สองสามบรรทัดแล้วแสดงให้โม่เชียนดู
[สวัสดี ฉันชื่อฝูเสวี่ยเป็คนปักกิ่ง ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ]
โม่เชียนมองดู เธอรู้จักคำศัพท์และเข้าใจมันคร่าว ๆ จากนั้นก็ตอบว่า
“ฉันชื่อโม่เชียนและฉันเป็คนดี เธอไม่ต้องกลัวนะ”
“เอ่อ…” ฝูเสวี่ยตกตะลึง เธอไม่เคยได้ยินการแนะนำตัวเองที่เป็เอกลักษณ์เช่นนี้มาก่อน เธอหยุดครู่หนึ่งแล้วพิมพ์อย่างรวดเร็วในโทรศัพท์ว่า
[คุณดูเหมือนคนที่ฉันรู้จักมากเลย คนคนนั้นยังมีไฝท่ใต้ตาเหมือนกับคุณทุกประการ พวกคุณทั้งสองใจดีเหมือนกันเลย]
แม้ฝูเสวี่ยไม่ได้พูดตรง ๆ แต่คน ๆ นั้นที่เธอหมายถึงคือแม่สามีของเธอ การที่หญิงสาวยังลังเลที่จะออกจากตระกูลกู้ เป็เพราะแม่สามีดีต่อเธอเป็พิเศษ...
ฝูเสวี่ยสูดหายใจเข้า ตอนนี้เธอรู้สึกเศร้าน้อยลงและพิมพ์อีกบรรทัดหนึ่งว่า
[ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันท้อง]
เธอไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของตัวเอง เธอเห็นว่าประจำเดือนยังไม่มาจึงแอบตรวจดู แล้วเื่นี้แพร่กระจายออกไปได้ยังไง ทำไมดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้แล้ว...
สาเหตุที่เธอหนีมาที่หมู่บ้านต้าต้าวเพราะมีใครบางคน้ากำจัดเด็กในท้องเธอ ดังนั้นฝูเสวี่ยจึงกังวลเกี่ยวกับเื่นี้เป็พิเศษ หลังจากดูหน้าจอ โม่เชียนก็ชี้ไปที่ดวงตาของเธอโดยไม่แสดงอารมณ์
“ฉันเห็นมัน” แม้ว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดจะฟังดูเกินจริงซะเหลือเกิน แต่ฝูเสวี่ยก็เชื่ออย่างอธิบายไม่ได้
สาเหตุหลักมาจากยันต์สีเหลืองสองแผ่นของโม่เชียนที่ทำให้ชายร่างใหญ่สองคนลงโทษตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของเธอเพิ่มสูงขึ้น
ฝูเสวี่ยพยักหน้าเบา ๆ และไม่ถามคำถามอีกต่อไป แม้ว่าตอนนี้อันธพาลทั้งสองจะถูกจัดการได้แล้ว แต่เธอก็ยังคงกังวลมากอยู่ดี หญิงใบ้เดินไปหยิบกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ตกอยู่ไม่ไกล
จากนั้นก็พิมพ์โทรศัพท์ขอให้โม่เชียนพาเธอออกจากป่าและส่งชายสองคนนี้ไปที่สถานีตำรวจ แต่ขณะที่ฝูเสวี่ยยังพิมพ์ไม่ทันเสร็จ เธอกลับได้ยินชายคนหนึ่งะโมา
“ฝูเสวี่ย! คุณอยู่ไหนฝูเสวี่ย!” ใบหน้าของฝูเสวี่ยซีดลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงนี้ เธอไม่คาดคิดเลยว่ากู้ไป๋เหยี่ยจะตามมาเร็วขนาดนี้
โทรศัพท์มือถือที่เธอใช้อยู่เป็ของผู้ชายสองคนนี้ที่โยนให้เธอก่อนหน้านี้ เอาไว้ใช้พิมพ์สื่อสารกับพวกเขา มันไม่ใช่ของเธอเอง ตามหลักเหตุผลแล้วกู้ไป๋เหยี่ยไม่ควรจะหาเธอเจอสิ
แต่เขากลับตามมาถูก ฝูเสวี่ยตื่นตระหนกไม่น้อย เธอไม่สามารถปล่อยให้เขาหาเธอเจอได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการกลับบ้านเลย ถ้ากลับไปพวกเขาจะบังคับให้เธอทำแท้งอย่างแน่นอน...
เดิมทีเธอกับกู้ไป๋เหยี่ยได้เตรียมการที่จะหย่าขาดกันในวันจันทร์หน้า และหญิงสาวไม่ได้บอกเขาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ แต่เมื่อวานฝูเสวี่ยพบเม็ดวิตามินที่แตกต่างกันหลายสิบเม็ดในบรรดาวิตามินที่เธอรับประทาน
เธอเป็นักซ่อมของโบราณ ดังนั้นจึงไวต่อความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ค้นพบความแตกต่างแม้เพียงนิดเดียวได้ไม่ยาก แม้ว่าเม็ดยาจะเป็สีขาวทั้งหมด แต่ยาหลายสิบเม็ดที่แปลก ๆ นี่จะหนักกว่าเล็กน้อยและมีกลิ่นที่แตกต่างกัน
ฝูเสวี่ยหยิบยาไปให้เพื่อนของเธอทดสอบและพบว่ายาเหล่านี้ล้วนมีส่วนผสมของไมเฟพริสโตนที่เป็ส่วนผสมของยาทำแท้งทั่วไป ปริมาณของยาหนึ่งเม็ดก็เพียงพอที่จะทำให้เธอแท้งได้ ไม่ต้องพูดถึงปริมาณไมเฟพริสโตนในยาทั้งขวดที่อยู่กับเธอ
แม้ว่ากู้ไป๋เหยี่ยอาจจะไม่ใช่คนที่วางยาเธอ แต่ฝูเสวี่ยก็รู้ว่าต้องเป็คนในตระกูลกู้แน่นอน เพราะลูกทุกคนในตระกูลกู้ไม่มีใครสามารถมีทายาทได้มันคือเื่ที่แปลกมาก และหากมีใครท้องก็ไม่มีเด็กคนไหนสักคนที่รอดชีวิตจนลืมตามาดูโลกได้
เธอระมัดระวังและปรุงอาหารทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่ก็ยังระวังไม่เพียงพอ วันต่อมาที่เธอไปที่ทำงานก็ถูกผลักอย่างแรงตอนที่กำลังลงบันไดไปชั้นล่าง ส่งผลให้เธอผลัดตกบันได โชคยังดีที่ลูกในท้องไม่ได้รับการกระทบกระเทือน
ฝูเสวี่ยรู้สึกว่าใครบางคนในตระกูลกู้ตั้งใจที่จะฆ่าลูกของเธอ เธอไม่กล้าอยู่ปักกิ่งอีกต่อไป ดังนั้นจึงแอบหนีออกมาตอนกลางดึก เดินทางไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนสถานที่ตลอดระยะเวลาสองวัน และสุดท้ายก็ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านต้าต้าว
แต่ทันทีที่มาถึงที่นี่ เธอก็ตกเป็เป้าหมายของอันธพาลนิสัยเสียสองคนนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อตามหาเธอ เพราะพวกเขาทั้งรู้จักชื่อและรู้ว่าเธอมาจากเมืองปักกิ่ง
มีคนส่งพวกเขามาโดยเฉพาะ ฝูเสวี่ยเต็มไปด้วยความกังวล ใบหน้าของเธอยุ่งเหยิง พยายามหาทางรอดแต่เธอก็กังวลและสับสน สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปครั้งแล้วครั้งเล่า โม่เชียนมองเธอด้วยความแปลกใจและพูดว่า
“มีคนเรียกหาคุณแน่ะ”
“อา” ฝูเสวี่ยหลุดจากความคิดสะเปะสะปะ มือหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างสั่นเทา พิมพ์ตัวอักษรด้วยความตื่นตระหนก แล้วแสดงให้โม่เชียนเห็น นิ้วของเธอสั่นจนหน้าจอสั่นไปด้วย
[คนที่ะโเรียกเป็สามีฉัน เขา้าบังคับฉันให้ทำแท้ง ได้โปรดช่วยฉันหยุดเขา อย่าปล่อยให้เขาตามฉันได้ ได้โปรด ได้โปรด ฉันต้องไปแล้ว ไว้พบกันใหม่ ขอบคุณนะ]
ฝูเสวี่ยไม่รั้งรอ หลังจากโม่เชียนอ่านจบ เธอก็เก็บโทรศัพท์อย่างเร่งรีบ จับมือโม่เชียนแล้วปล่อยหลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที จากนั้นหันหลังเพื่อเตรียมจะจากไป
“เดี๋ยวก่อน” โม่เชียนเรียกอีกฝ่ายทันที ฝูเสวี่ยหันกลับมามองด้วยความตื่นตระหนก เห็นโม่เชียนหยิบถุงนำโชคสีแดงใบเล็กออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นมอบให้
“เอาเครื่องรางสุขสงบเก็บติดตัวไว้นะ” ฝูเสวี่ยรับมันไป เม้มริมฝีปากก่อนยิ้มและพยักหน้าอย่างจริงใจให้โม่เชียน เธอไม่กล้ารอช้าอีกจึงรีบวิ่งเข้าไปในป่า…