ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 124 คุณยายสติฟั่นเฟือน

            เฉินเสี่ยวต้านต้านรับซองจดหมายจากต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วผายมือเชิญเธอให้ไปนั่งบนโซฟาที่อยู่ข้างๆ

            “พี่สะใภ้ นั่งก่อนเถอะ”

            พูดจบเขาก็ตั้งใจอ่านจดหมายในมืออย่างละเอียด

            ไม่นานนัก ผู้ช่วยหนุ่มก็ยกชามาสองถ้วยแล้ววางไว้ตรงหน้าของเฉินเสี่ยวต้านกับตงเสี่ยวเสี่ยวเขาผงกศีรษะให้เล็กน้อยอย่างสุภาพ ก่อนจะออกไปอย่างเงียบๆ 

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่รบกวนอะไรให้วุ่นวายเธอจิบชาพลางสำรวจห้องทำงานไปด้วย

            หลังจากอ่านจดหมายจบเฉินเสี่ยวต้านก็ยิ้มออกมา แล้วพูดขึ้นว่า

            “พี่สะใภ้ สบายใจได้เรื่องอิฐแดงกับปูนซีเมนต์นี่ไว้ใจฉันได้เลย ค่ารับเหมาทั้งหมดหกร้อยหยวนสร้างได้สามชั้นเดี๋ยวฉันจะให้ช่างที่เก่งเรื่องก่อสร้างสองคนไปช่วยสอนพวกคนงานที่พี่สะใภ้จ้างมาด้วย”

            เขาพูดพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ

            หลายปีแล้วที่ฉินซู่ไม่ได้ติดต่อหาเพื่อนๆเลย ทั้งยังไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากพวกเขาเลย

            ตอนนี้ยอมมาหาพวกเขาก็นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่งแน่นอนว่าเขาก็ต้องทำตามความต้องการของฉินซู่ให้ถึงที่สุดสิ

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจเธออดไม่ได้ที่จะถามว่า

            “หกร้อยหยวน สร้างสามชั้น?”

            ในยุคสมัยนี้ การสร้างบ้านอิฐแดงสามชั้นต้องใช้เงินอย่างน้อยก็พันกว่าหยวน

            ก่อนมาที่นี่ เธอได้ลองถามราคาอิฐแดงมาแล้วราคาอยู่ที่ก้อนละหนึ่งถึงหนึ่งหยวนห้าเหมา ไหนจะปูนซีเมนต์ ค่าวัสดุต่างๆ นานาแล้วจะสร้างถึงสามชั้นอีก อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินสองพันหยวน

            เฉินเสี่ยวต้านต้านคิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นว่าราคาสูงเกินไปเขาจึงรีบพูดว่า

            “แพงไปเหรอ? ถ้าแพงไปอิฐแดงกับปูนซีเมนต์สร้างบ้าน ฉันยกให้ฟรีเลยถือว่าเป็นของขวัญแต่งงานที่ฉันให้ฉินซู่ พี่สะใภ้ว่าดีไหม?”

            ดูสมองเขาสิ

            ฉินซู่เดินเหินไม่สะดวกไหนจะต้องเลี้ยงดูเด็กสองคน แถมยังมีภรรยาอีก ชีวิตคงลำบากมาก

            พวกเขาคงไม่มีเงินร้อยหยวนหรอกแล้วนี่เขาเปิดปากพูดไปถึงหกร้อยหยวน พี่สะใภ้ถึงได้ตกใจแบบนั้น

            พอเห็นเฉินเสี่ยวต้านทำตัวกล้าๆ กลัวๆต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อดหัวเราะไม่ได้ เธอถามออกมาตรงๆ ตามที่สงสัย

            “ฉันว่าคุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ก่อนมาที่นี่ฉันลองถามราคามาแล้ว อิฐแดงก้อนหนึ่งก็ราคาหนึ่งถึงหนึ่งหยวนห้าเหมาไหนจะปูนซีเมนต์ ไหนจะมีช่างที่คุณจะส่งมาอีกอย่างน้อยก็ต้องใช้เงินพันกว่าหยวนแล้วมั้ง จะถูกขนาดนั้นได้ยังไงกันคะ?”

            แต่เฉินเสี่ยวต้านกลับพูดอย่างสบายๆ 

            “เรื่องแค่นี้เองที่ชีวิตของฉันเป็นแบบนี้ได้ก็เพราะฉินซู่นั่นแหละกิจการที่ทำอยู่ทุกวันนี้เขาก็เป็นคนสนับสนุน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาป่านนี้ฉันก็คงยังเข็นของอยู่ตามโรงงานหรือลงท่าเรือจะไปมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการแบบนี้ได้ยังไง!”

            ถ้าไม่ได้ฉินซู่ช่วยชี้แนะและคอยสนับสนุนจากความสามารถของเขา แค่เข้าไปทำงานในโรงงานยังยากไม่ต้องพูดถึงว่าจะได้เป็นเจ้าของกิจการแบบทุกวันนี้เลย

            ถ้าฉินซู่บอกว่าต้องการโรงงานอิฐแดงนี้เขาก็จะโอนให้ทันทีโดยไม่ลังเล

            พอพูดมาถึงตรงนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาอีกครั้ง

            “ก่อนหน้านี้พวกเราคิดว่าฉินซู่คงแต่งงานช้าที่สุด ที่ไหนได้ กลับเป็นเขาที่ลงหลักปักฐานก่อนใครเพื่อนพี่สะใภ้ต่งเป็นพี่สะใภ้คนแรกในกลุ่มพวกเราเลยนะครับ”

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวชะงัก แล้วถามขึ้นว่า

            “พี่สะใภ้คนแรก? สามีฉันไม่ใช่ว่าเคยแต่งงานมาก่อนเหรอคะ?แล้วเด็กสองคนนั้นล่ะ พวกเขามาอยู่ที่นั่นได้ยังไง?”

            หรือจะบอกว่าเด็กทั้งสองคนผุดออกมาจากก้อนหินเหรอ?

            ยิ่งในยุคทุกคนแทบจะอดมื้อกินมื้อแบบนี้ใครจะเสียสละเลี้ยงเด็กที่ไม่ใช่สายเลือดตัวเองกัน?

            พอพูดถึงฉินไห่หยางฉินไห่เยว่แววตาของเฉินเสี่ยวต้านก็หม่นลง แล้วเล่าที่มาของเด็กๆให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวฟังตามความจริง

            ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเด็กสองคนวันนั้นสิ่งที่ฉินซู่ต้องเสีย คงไม่ใช่แค่ขาข้างเดียว แต่เป็นชีวิตทั้งชีวิต

            ส่วนแม่ของเด็กทั้งสองคนก็รับไม่ได้กับการตายของสามี วันต่อมาเธอก็กินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตายทิ้งลูกน้อยสองคนเอาไว้ 

            พ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนนี้ก็เป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติที่ไหน ฉินซู่จึงรับเลี้ยงเด็กทั้งสองคนไว้ แต่เพราะขาที่ได้รับบาดเจ็บจึงทำให้เขาต้องเกษียณก่อนกำหนด 

            ต่อมาหลังจากนั้นพวกเพื่อนร่วมรบบางคนก็ไปได้ดี บางคนก็ปลดเกษียณไปใช้ชีวิตเงียบๆ แล้ว

            ฉินซู่เป็นคนเงียบๆ ค่อนข้างเก็บตัวพอขาได้รับบาดเจ็บก็ยิ่งไม่ค่อยติดต่อกับใคร ตอนนี้ยอมติดต่อพวกเขาอีกครั้งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีไม่น้อย

            ตงเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งเข้าใจขึ้นมาที่แท้เด็กสองคนนั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของฉินซู่

            หลังจากคุยกับเฉินเสี่ยวต้านอยู่นานต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หยิบเงินหนึ่งพันหยวนจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้เฉินเสี่ยวต้าน

            “นี่เป็นเงินค่าอิฐแดง ปูนซีเมนต์และค่าอุปกรณ์บางส่วน ถ้าไม่พอ เดี๋ยวฉันเอามาให้อีกนะคะ”

            เฉินเสี่ยวต้านมองดูเงินปึกหนาในมือแล้วก็ยัดมันกลับคืนไปอีกครั้ง

            “ฉันบอกแล้วไงบ้านหลังนี้ถือว่าเป็นของขวัญแต่งงานที่ฉันให้พี่สะใภ้กับฉินซู่”

            “แบบนี้ได้ที่ไหนกันล่ะคะ?”

            พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยื่นเงินคืนให้เขาไป

            ต่างคนต่างยื้อแย่งกันไปมาในที่สุดก็ตกลงกันที่ราคาหกร้อยหยวนและจะสร้างทั้งหมดสามชั้น

            ก่อนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะกลับก็เดินสวนกับหญิงชราร่างผอมบางคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าบางๆ ผมขาวโพลน สีหน้าเหม่อลอย

            ด้านหลังมีเด็กผู้หญิงถักเปียเดียวเธอวิ่งตามมา ก่อนจะหอบหายใจแรง

            “คุณย่าค่อยๆ เดินสิคะ เดี๋ยวจะล้มเอานะ”

            “คุณย่ามาทำอะไรที่นี่ครับ?”

            เฉินเสี่ยวต้านมองหญิงชราตรงหน้าเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเข้าประคองอย่างระมัดระวัง

            “เสี่ยวเสี่ยว...ฉันมาตามหาหลานของฉันพวกเธอเป็นใครกัน! ฉันจะไปหาเสี่ยวเสี่ยวของฉัน”

            คุณยายพึมพำออกมา สีหน้าของเธอดูเลื่อนลอย

            “คุณย่าครับ ผมก็คือเสี่ยวเสี่ยวไง!”

            เฉินเสี่ยวต้านพูดอย่างใจเย็น

            หญิงชราส่ายหน้า“เป็นไปได้ยังไง เสี่ยวเสี่ยวของฉันจะตัวโตขนาดนี้ได้ยังไงกันเขาบอกฉันว่าจะรีบกลับบ้านหลังเลิกเรียน จะไม่ไปทะเลาะกับใคร พ่อหนุ่มฉันขอร้องล่ะ ช่วยตามหาหลานชายของฉันให้หน่อย ฉันขอร้องล่ะ!”

            หญิงชราร้องไห้น้ำตานองหน้า จู่ๆเธอก็หลับตาลง แล้วหมดสติไป

            เสี่ยวเฟิ่ง เด็กหญิงผมเปียตกใจรีบเข้าไปประคองหญิงชราเอาไว้

            “คุณย่า! ฟื้นสิ อย่าทำให้หนูกลัวสิคะ”

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวชะงัก เธอหันหลังกลับมาแล้วจับชีพจรของคุณยาย พบว่าชีพจรของคุณยายปั่นป่วนไปหมด ประกอบกับอายุมากแล้ว ทั้งยังมีโรคประจำตัว ทำให้สติฟั่นเฟือน หลงๆลืมๆ ไปหมด

            ตงเสี่ยวเสี่ยวใช้นิ้วกดจุดที่ร่องใต้จมูกของหญิงชราแล้วหยิบเข็มเงินที่พกติดตัวออกมา ฝังเข็มลงที่ข้อมือของหญิงชราสองจุด

            “เฮ้ นี่เธอ! จะมาฝังเข็มใส่คนแก่มั่วๆแบบนี้ได้ยังไง...”

            เด็กผู้หญิงข้างๆ พูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ

            “ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย!ให้พี่สะใภ้ช่วยตรวจดูก่อนเถอะ”

            ดวงตาของเฉินเสี่ยวต้านแดงก่ำเขาจ้องเด็กสาวเขม็งด้วยความโกรธ แล้วหันไปมองหญิงชราที่หมดสติด้วยสีหน้าเป็นกังวล

            พอเฉินเสี่ยวต้านพูดขึ้นมาแบบนี้แล้วเด็กคนนั้นก็ไม่กล้าเถียงอะไรต่อ ได้แต่เงียบสนิท 

            ไม่นาน หญิงชราก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นเธอมองหลานชายที่สีหน้ากระวนกระวาย แล้วถามด้วยน้ำเสียงงุนงง

            “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ฉันกำลังปลูกดอกไม้อยู่ในสวนไม่ใช่เหรอ?”

            “คุณย่าคะเมื่อกี้คุณย่าก็วิ่งออกมาเหมือนคนเสียสติเลยนะ ฉันห้ามยังไงก็ไม่อยู่”

            เด็กผู้หญิงพูดขึ้น

            “โรคเก่าคงจะกำเริบอีกแล้วสินะ!”

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111