บทที่7 อาณาจักรแห่ง มัน
ลู่ชิงเดินเสาะหามาจนเจอกับเนินดินสูงมีเถาพืชขึ้นคลุมอยู่ ทั้งสีม่วงสีเขียวดูไปก็คล้ายเถาของหัวมัน จึงลองขุดดู เมื่อขุดลึกลงไป พบเจอทั้งมันเทศสีม่วง มันเทศสีเหลือง ขยับไปขุดอีกมุมก็เจอเข้ากับมันฝรั่ง ยังไม่หมด ตรงริมเนินก็เจอลำต้นของมันสำปะหลังอีก
‘สุดยอด! นี่มันอาณาจักร ของคนรักหัวมันอย่างนางชัดๆเลย ช่างมาขึ้นได้พอเหมาะพอเจาะเสียจริง นี่แหล่ะ ช่องทางร่ำรวยของข้า’
ลู่ชิง ตระโกนเรียกท่านลุงและลู่เหวินให้มาช่วยกันขุดกลับไปบ้าน
“ลูกกลมบ้าง ยาวบ้าง แถมบางลูกสีม่วงลูกพวกนี้มันคืออะไรชิงเอ๋อร์ ลุงไม่เคยเห็นมาก่อน”
“หัวมันไงเ้าคะ พวกท่านไม่รู้จักกันหรอกหรือ”
สองพ่อลูกพากันส่ายหน้าไปมา พวกเขาและชาวบ้านมองเป็วัชพืชที่ขึ้นคลุมดินเท่านั้น
“แต่ลุงเคยจำได้ว่ามีชาวบ้านขึ้นมาหาของป่า ลองขุดหัวรากที่มีขนาดใหญ่ พร้อมทั้งเก็บใบและยอดอ่อนไปกิน พวกเขาต่างพากันมีอาการ ปวดท้อง อาเจียน บางคนชักเกร็งหมดสติ ท่านปู่ยังต้องไปช่วยรักษาอยู่นานกว่าจะหายกลับมาปกติได้ จากนั้นชาวบ้านต่างมองว่าตรงเนินแห่งนี้คือแหล่งพืชพิษ จึงไม่มีชาวบ้านกล้าเข้ามาตรงนี้อีกเลย”
“หัวรากที่พวกเขากินใช่หน้าตาแบบนี้่ไหมเ้าคะ”
ลู่ชิงยกหัวมันสำประหลังขนาด ใหญ่ ยาวเกินข้อศอกของนางขึ้นมาให้ดู
“ใช่ ชิงเอ๋อร์ เ้ารากนี้แหล่ะ มันมีพิษ เ้ารีบทิ้งมันไปเสียเถอะ มันกินไม่ได้หรอก”
ลู่ชิง อมยิ้มจนตาหยี ตอบไปว่า
“ใช่เ้าค่ะ ข้าไม่เถียงว่ามันมีพิษ ถ้านำไปกินไม่ถูกวิธี หรือกินตอนที่มันยังดิบ ก็ทำให้ตายได้อยู่แล้วเ้าค่ะ แต่ถ้าเราทำให้มันสุกพิษพวกนั้นจะสลายหายไปจนหมดเ้าค่ะ”
“ท่านลุงเชื่อข้าเถอะ หากไม่เชื่อข้า เอาเป็ว่า พวกท่านช่วยข้าขนหัวมันที่ข้าขุดขึ้นมาแล้วเอากลับไปบ้าน ส่วนที่เหลือยังไม่ต้องขุดเพิ่ม เย็นวันนี้ ข้าขออาสาท้าพิสูจน์เอง โดยจะกินเ้าหัวมันเหล่านี้ให้พวกท่านดู ว่าหลังข้ากินไปแล้วจะมีอาการแบบชาวบ้านหรือไม่ ตกลงไหมเ้าคะท่านลุง”
“แต่ ถ้าเ้าเป็อะไรขึ้นมาล่ะ น้องหญิงเองต้องไม่ยอมแน่ นางเอ็นดูเ้ามาก”
“เชื่อข้าเถอะ ข้าเคยกินเ้าหัวมันพวกนี้บ่อยมาก รึว่าข้ากินให้พวกท่านดูตอนนี้เลย ท่านลุงพอจะช่วยก่อไฟให้ข้าได้หรือไม่เ้าคะ ข้าทำไม่เป็”
“เดี๋ยวข้าทำให้เอง”
“เ้าบอกว่าเคยกินหัวมันพวกนี้มาก่อน แสดงว่าความจำของเ้ากลับมาแล้วสิ แล้วจำได้หรือยังว่าเป็ใคร มาจากไหน”
ลู่เหวินเอ่ยถามนางออกมาด้วยสีหน้าคล้ายสงสัย
“เออ คือ ข้าจำเื่ราว สถานที่หรือผู้คนไม่ได้หรอก แต่บาง่มันก็นึกขึ้นมาได้เองนะ เช่นเวลาข้าเจอพวกของกินของใช้ มันก็จำได้ขึ้นมาในหัวแบบกะทันหัน ข้าเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม”
ลู่เหวินเดินมานั่งตรงหน้านาง พร้อมหยิบกิ่งไม้แห้งมา2อัน ปั่นกิ่งไม้ให้เสียดสีกันไปมา จนเกิดเชื้อไฟ แบบที่นางเคยจำได้ในวิชาลูกเสือ สักพักเขาก็ก่อกองไฟขึ้นมาให้ นางจึงโยนหัวมันเทศ มันสำปะหลัง และมันฝรั่งเข้าไปในกองไฟ
ระหว่างรอก็สำรวจมองหาสิ่งอื่นต่อ พบต้นผิงกั่วขนาดใหญ่ จึงขอให้ลู่เหวินเก็บมาให้ ลู่เหวินเล่าว่า มันมีมากบริเวณูเาลูกที่ติดกับหมู่บ้าน ส่วนูเาลูกที่พวกนางอยู่จะพบได้น้อย นางให้เขาปีนไปเก็บมาเพียงไม่กี่ลูกเพราะส่วนใหญ่ยังไม่แกจัด คิดเอาไว้ว่าจะนำไปทำน้ำส้มสายชู เพราะเห็นภายในครัวของท่านป้า เครื่องปรุงรสชาติอาหารมีเพียงน้ำตาลกรวด และเม็ดเกลือที่ด้อยคุณภาพรสชาติออกแนวเค็มเฝื่อน
...................................
เมื่อเดินกลับมาที่กองไฟ พบว่าหัวมันที่นางเผาก็สุกพร้อมลิ้มลอง ลู่ชิงทุบหัวมันลงบนก้อนหิน2-3ครั้งนางชอบกินแบบนิ่มเละ หลังจากนั้นหักครึ่ง กลิ่นมันเผาที่เดิมส่งกลิ่นหอมอยู่แล้ว ยิ่งส่งกลิ่นหอมมากขึ้น ถึงขนาดทำให้ท่านลุงที่นั่งลุ้นอยู่ กลืนน้ำลาย
พอได้กัดไปคำแรก ในหัวมีแต่คำว่า หวาน อร่อย นางกัดหัวนี้คำ หัวนั้นคำ จนครบทุกชนิด นั่งรอประมาณ1เค่อท่านลุงได้ลองเข้ามาจับชีพจรนางดู ก็พบว่าร่างกายเป็ปกติ นางจึงหยิบมันเทศขึ้นมาปอก แล้วส่งให้ท่านลุงและลู่เหวินคนละหัว
“เป็ไงบ้างเ้าคะ อร่อย ไหม?” ลู่ชิงยิ้มแย้มถามคนตรงอย่างกระตือรือร้น
“อืม อร่อยมาก ทั้งหวานและมัน รสชาติดียิ่ง” ท่านลุงตอบออกมา
“แล้วเ้าล่ะ” ลู่ชิงยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับลู่เหวินแล้วจ้องตาเขา ยิ้มแย้มรอคำตอบ
ลู่เหวินนั่งตัวเกร็ง เขาพยักหน้าและตอบไปเพียงว่า “อร่อย”
“หากว่าชาวบ้านได้รู้วิธีกินหัวมันพวกนี้อย่างถูกต้องคงดีไม่น้อย พวกเขาจะมีเสบียงอาหารเพียงพอในหน้าหนาว ไม่ต้องอดอยากเหมือนหน้าหนาวปีก่อน”
ท่านลุงลู่คง กล่าวออกมาด้วยท่าทางเศร้าหมอง
“เราก็สอนวิธีกินพวกเขาไปสิเ้าคะ หากไม่สะดวก ท่านลุงก็แจ้งวิธีการกินกับทางผู้ใหญ่บ้าน ให้ไปบอกต่อชาวบ้านก็ได้เ้าคะ ส่วนข้าขอรับอาสาช่วยทำอาหารจากมันเหล่านี้ไปแจกจ่ายให้พวกเขาลองชิมดู”
“ได้ เอาตามที่เ้าว่า” ลู่คงพยักหน้าตอบรับ
จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันเก็บหัวมันที่ลู่ชิงขุดขึ้นมาใส่ตะกร้า ตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะเข้ามาขุดส่วนที่เหลือ ฝ่ายลู่ชิงเองก็หันไปเด็ดยอดอ่อนของต้นมันใส่ตะกร้าเพื่อนำไปทำเมนูเด็ดให้ทุกคนในบ้านได้ลิ้มลอง
ลู่ชิงไม่เคยรู้สึกสนุกและมีความสุขมากขนาดนี้มาก่อน ในยุคสมัยที่นางจากมาหากอยากได้อะไรก็ซื้อหาได้มาได้ง่ายดาย แค่เข้าตลาด กลัวร้อนก็ไปเดินซื้อในห้องห้าง หรือี้เีมาก เพียงจิ้มมือถือกดสั่งซื้อผ่านแอพ ก็มีพืชผักพวกนี้มาบริการส่งให้ถึงบ้าน
ลู่ชิงนึกถึงตอนที่ได้กินมันเผาคำแรก ถึงรสััจะไม่ต่างจากมันเผาในภพชาติก่อน แต่ความรู้สึกที่ได้รับ กลับแตกต่างจากมันเผาในภพก่อน หรืออาจเป็เพราะว่า กว่าที่นางจะค้นหาจนเจอหัวมัน กว่าจะขุด กว่าจะเผา และเฝ้ารอเวลาจนมันสุกพร้อมกิน แต่กับภพชาติก่อน อยากกินมันเผา เดินไปซื้อตามตลาด หรือในร้านสะดวกซื้อก็มีขายให้เราตลอดเวลา เรียกกว่าอยากกินตอนไหนก็ได้กิน เป็คนละความรู้สึกจริงๆ
อะไรก็ตามที่เราต้องใช้ความพยายามเพื่อให้ได้มันมา เราจะภูมิใจและจดจำมันไว้ได้ตลอดไม่เคยลืม
แต่ของที่ได้มาโดยง่าย ไม่ต้องเหนื่อยลงแรงใช้ความพยายามของตนให้ได้มันมา เรามักจะไม่เห็นคุณค่าและมักจะลืมเลือนมันได้ง่าย
นางครุ่นคิด ถึงสัจธรรมของโลกจากมันเผาได้ไม่นาน รู้สึกเหมือนว่ามีอะไรเย็นๆ เกาะที่ขาของตนเอง จึงก้มลงไปมอง