เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรทั้งยังเป็นการสร้างบุญคุณกับหมิงเป่าจูอีกด้วย แล้วไยจะไม่ทำเล่า
“แม่หนู ใช่ว่าข้าจะอยากทำให้เจ้าลำบากใจเพียงแต่สมุนไพรชุดนี้ข้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ที่อยู่ผู้ค้าส่งสมุนไพรข้าบอกเจ้าได้แต่เจ้าช่วยดู…” เถ้าแก่หวังปรึกษาหารือ
อย่างไรเสียก็เป็นผู้อาวุโสที่เคยร่วมมือกันมานานซ้ำยังเป็นคนแรกที่ยอมช่วยเหลือ รับซื้อสมุนไพรของนาง หมิงเป่าจูย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะตอบแทนบุญคุณนี้
“ได้เจ้าค่ะตามกฎเดิม ท่านเขียนรายการสมุนไพรให้ข้า ข้าจะกลับไปหาดู แต่ไม่รับประกันว่าจะมีครบทุกอย่าง”ยังไม่ทันที่เถ้าแก่หวังจะพูดจบ หมิงเป่าจูก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
“อ่อๆ! ได้ๆ!รอเดี๋ยว ข้าจะไปจดให้เดี๋ยวนี้”
เถ้าแก่หวังตื่นเต้นดีใจสมุนไพรชุดนี้สามารถดับเพลิงที่ขนคิ้ว[2]ของเขาได้เลย!
พูดจบก็ลุกขึ้นไปจดชื่อสมุนไพรที่ต้องการที่โต๊ะด้านนอกพร้อมกับแนบที่อยู่ของผู้ค้าสมุนไพรมาให้ด้วย
“เอ้านี่ เขียนไว้ในนี้หมดแล้ววางใจได้ ข้าจะจ่ายเงินให้เจ้าเหมือนเดิม ที่อยู่ก็เขียนไว้ให้แล้ว เจ้าลองดูสิ” เถ้าแก่หวังยื่นกระดาษในมือให้
หมิงเป่าจูมองดูคร่าวๆล้วนเป็นสมุนไพรที่มีอยู่บนหลังเขา นับว่าไม่ยากเย็นอะไร
นางจึงพับเก็บใส่ไว้ในอกเสื้อนัดหมายว่าหลังจากที่นางไปรับของจากผู้ค้าสมุนไพรแล้วจะนำมาส่งให้ จากนั้นก็ลากลับไป
“เจ้าจะไปคนเดียวหรือ”หลี่ไหวฺอวี้ขมวดคิ้ว
หลังออกจากร้านจี้ซั่นถังกลับถึงบ้านหมิงเป่าจูก็เล่าเรื่องที่นางจะไปซื้อสมุนไพรคนเดียวให้หลี่ไหวฺอวี้กับน้องชายฟังทำเอาทั้งสองคนอดเป็นห่วงไม่ได้
“พี่หญิง ข้าไปด้วยดีกว่า”หมิงเป่าอวี้กล่าว
เขารู้ดีว่าพี่สาวกังวลเรื่องอะไรพี่ไหวฺอวี้ได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถเดินทางไปกับนางได้ ถึงไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ซ้ำอาจทำให้อาการบาดเจ็บแย่ลง
อย่างไรเสียเขาก็ว่างอยู่สามารถไปเป็นเพื่อนพี่สาวได้ แม้จะไม่มีวิทยายุทธ์ติดตัว แต่ก็พอช่วยขนของได้ มีคนไปด้วยอีกคนย่อมอุ่นใจกว่า
ใครจะรู้ว่าหมิงเป่าจูกลับไม่เห็นด้วย
“ไม่ได้ เจ้าต้องอยู่ดูแลหลี่ไหวฺอวี้”หมิงเป่าจูกล่าว
หลี่ไหวฺอวี้บาดเจ็บสาหัสมีหลายอย่างที่ไม่สะดวก จำเป็นต้องมีคนคอยดูแล แม้ว่าตอนนี้จะลุกเดินได้บ้างแล้ว แต่ก็ประมาทไม่ได้
จู่ๆ หลี่ไหวฺอวี้ก็รู้สึกหงุดหงิดใจคิ้วขมวดเป็นปมแน่น อยากบอกเหลือเกินว่าตนเองอยู่คนเดียวได้
แต่หมิงเป่าจูเป็นหมอย่อมรู้อาการบาดเจ็บของเขาเป็นอย่างดี ต้องไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียวอยู่แล้ว
เขาอ้าปากจะพูดบางอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ
หมิงเป่าอวี้เห็นว่าพี่ไหวฺอวี้ไม่พูดอะไรคิดว่าอีกฝ่ายคงยอมตกลง หากตนเองยืนกรานจะไปกับพี่สาวให้ได้ก็คงไม่ดี จึงต้องอยู่อย่างช่วยไม่ได้
หมิงเป่าจูเห็นว่าทั้งสองคนไม่ขัดข้องก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเริ่มเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางทันที
สถานที่ที่ไปไม่ไกลมากอยู่ที่เนินห้าลี้นอกเมือง เดินทางไปกลับภายในวันเดียวย่อมไม่ทัน อีกทั้งยังไม่มั่นใจว่าการเจรจาจะราบรื่นหรือไม่ดังนั้นนางจึงตัดสินใจที่จะพักค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืน
การเดินเท้าย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอนตั้งแต่ระหว่างทางที่กลับจากร้านจี้ซั่นถัง นางก็ได้เช่ารถม้าไว้แล้ว บัดนี้รออยู่ที่หน้าประตู
การเดินทางด้วยรถม้าเร็วสู้การขี่ม้าไม่ได้แต่เร็วกว่าเดินเท้าไม่น้อย ตอนขากลับก็ต้องขนสินค้ากลับมา การจ้างรถม้าจึงนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว
หลังจากบอกลาทั้งสองคนเรียบร้อยนางก็ขึ้นรถม้า บอกให้สารถีบังคับรถไปตามที่อยู่ที่ได้รับมา
แต่สองบุรุษพี่น้องที่ยืนมองรถม้าเคลื่อนตัวออกไปจากหน้าบ้านกลับยังยืนอยู่นานไม่ยอมจากไปง่ายๆ คนหนึ่งหน้างอง้ำ อีกคนก็หน้านิ่วคิ้วขมวด ทั้งคู่ต่างก็พะว้าพะวังในใจ
ทว่าทั้งสองต่างก็ขัดหมิงเป่าจูไม่ได้นอกจากนี้นางก็พูดถูกต้อง พวกเขายิ่งไม่มีเหตุผลที่จะตามไป
กว่าจะถึงเนินห้าลี้ก็ปาเข้าไปยามเว่ย[3] แล้ว สารถีผู้นี้ช่ำชองเส้นทางรู้จักทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นระบบนำทางแบบมีชีวิตได้เลยทีเดียว
เขาพานางไปยังโรงเตี๊ยมที่ใกล้กับจุดหมายปลายทางมากที่สุดตามคำสั่งของหมิงเป่าจูพักที่นั่นหนึ่งคืน หมิงเป่าจูให้สารถีรออยู่ที่โรงเตี๊ยม ส่วนตนเองก็ออกไปหาผู้ค้าสมุนไพร
โรงเตี๊ยมอยู่ไม่ไกลจากที่อยู่ที่เถ้าแก่หวังให้มาเดินทางไม่ถึงหนึ่งเค่อ[4]ก็ถึง เป็นคฤหาสน์หลังงาม มีป้ายชื่อติดไว้ว่า “จวนสกุลเหอ”
หมิงเป่าจูก้าวขึ้นบันไดไม่ทันไรก็เห็นว่ามีคนกำลังจะเข้าไปในจวนสกุลเหอเช่นเดียวกัน คนผู้นี้ดูคุ้นหน้ายิ่งนัก
เมื่อพินิจอย่างละเอียดก็จำได้ว่าเป็นคนที่เคยมาขวางนางไว้ในตรอก และสั่งห้ามไม่ให้นางขายสมุนไพรให้กับเถ้าแก่หวังอีก
ประจวบเหมาะยิ่งเช่นนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปเคาะประตูแล้ว หมิงเป่าจูจึงตรงเข้าไปขวางหน้าอีกฝ่ายทันที
“เถ้าแก่เหอข้าหมิงเป่าจู ครั้งก่อนพวกเราเคยพบกัน ท่านจำได้หรือไม่” หมิงเป่าจูทักทายอย่างมีมารยาท
นางไม่คิดถือสาหาความกับเรื่องในอดีตอันที่จริงก็พอเข้าใจได้ เพราะถึงอย่างไรนางก็ไปแย่งลูกค้าของเขาลับหลัง ผิดต่อจรรยาบรรณอย่างยิ่ง
แต่ตอนนี้นางเปิดโรงหมอและเป็นหมอเอง นำการค้ามาให้ถึงที่ เชื่อว่าเขาคงไม่ปฏิเสธ
หลี่ว์เฉิงหรี่ตามองมองเด็กสาวที่เข้ามาขวางหน้าและทักทายตนเองก่อนอย่างครุ่นคิดแต่เพียงครู่เดียวก็จำได้ว่าเป็นใคร
เถ้าแก่เหอ? เหตุใดนางถึงเรียกเขาเช่นนี้หรือว่านางไม่เคยพบเถ้าแก่เหอมาก่อน
“อ้าว เจ้าเองรึแม่นางน้อยจำได้สิ ต้องจำได้อยู่แล้ว”
หลี่ว์เฉิงไม่รีบอธิบายฉวยโอกาสรับสมอ้าง รอดูว่าอีกฝ่ายต้องการทำอะไรกันแน่
“เรื่องมันเป็นแบบนี้เจ้าค่ะเถ้าแก่เหอตอนนี้ข้าเปิดร้านยาสมุนไพรเป็นของตนเองแล้ว ได้ที่อยู่ของท่านมาจากเถ้าแก่หวัง ตั้งใจจะมาซื้อสมุนไพรจากท่านเจ้าค่ะ”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ได้ที่อยู่มาจากเถ้าแก่หวัง โชคดีที่เขามาวันนี้พอดีไม่อย่างนั้นคงพลาดโอกาสทองเช่นนี้ไปเสียแล้ว
ในใจแค่นเสียงเยาะหากไม่มาให้เจอก็แล้วไป แต่ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะพาตัวมาหาเองถึงที่
ซ้ำยังจำผิดว่าเขาเป็นนายท่านเหออีกต่างหากทันใดนั้นก็คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาในใจ
“ไม่มีปัญหาเมื่อเป็นคนที่เถ้าแก่หวังแนะนำมา ข้ายิ่งวางใจ ไปกันเถอะ ข้าพาเจ้าไปดูสมุนไพร”
แววตาของหลี่ว์เฉิงแปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกราวกับมีคลื่นใต้น้ำ อยากซื้อสมุนไพรหรือ?ฮึ่ม เช่นนั้นก็อย่าหาว่าเขาไม่เกรงใจแล้วกัน!
“จะไปเลยหรือท่านไม่กลับเข้าคฤหาสน์แล้วหรือ” หมิงเป่าจูถาม
ไม่รู้อย่างไรนางถึงรู้สึกว่าแววตาของคนผู้นี้แลดูชอบกล
แต่อย่างไรเสียในฐานะผู้ค้าสมุนไพรที่ร่วมงานกับเถ้าแก่หวังมานานก็น่าจะเชื่อถือได้
ด้วยเหตุนี้หมิงเป่าจูจึงไม่ได้คิดมากเดินตามเขาไปที่รถม้าซึ่งจอดอยู่ข้างทาง
“ไม่กลับแล้วค้าขายสำคัญกว่าจริงหรือไม่ ฮ่าๆ!”
หลี่ว์เฉิงหัวเราะเสียงดัง“เจ้ามาได้จังหวะพอดีเลย สมุนไพรในโกดังเหลือชุดสุดท้ายแล้ว หากมาช้ากว่านี้เกรงว่าจะหมดเสียก่อน”
“การค้าสมุนไพรช่างดีจริงๆเถ้าแก่เหอคงทำกำไรเป็นกอบเป็นกำเลยสิท่า” หมิงเป่าจูเอ่ยชมตามมารยาท
“ฮ่าๆ! ก็พอได้อยู่”หลี่ว์เฉิงพูดกลั้วหัวเราะ
ทั้งสองคนต่างขึ้นรถม้าไปทีละคนด้านหลังหลี่ว์เฉิงมีบ่าวรับใช้ติดตามมาด้วยหนึ่งคน หลังจากทั้งสองขึ้นรถม้าแล้ว เขาก็ขึ้นไปนั่งประจำที่แล้วบังคับม้าให้เคลื่อนตัวออกไป
ถึงแม้จะแปลกใจที่จู่ๆเจ้านายก็เปลี่ยนเส้นทางไปยังโกดังเก็บสินค้า แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากถาม
“ไม่ทราบว่าท่านหมอหมิงต้องการสินค้าอะไรบ้าง”หลี่ว์เฉิงเอ่ยถาม
“สมุนไพรทั่วไปข้าต้องการทั้งหมดแต่ต้องการอย่างละเท่าใดค่อยสั่งอีกที เพียงแต่ไม่ทราบว่าของชุดสุดท้ายของท่านจะมีครบหรือไม่”หมิงเป่าจูบอกรายการสมุนไพรที่ต้องการ
“เช่นนั้นท่านก็มาไม่เสียเที่ยวแล้วสมุนไพรชุดนี้เป็นชุดที่ข้าสั่งเข้ามาครบครันที่สุด สมุนไพรทั่วไปล้วนมีทุกอย่าง!”หลี่ว์เฉิงได้ยินดังนั้น ก็ตบตักฉาดใหญ่รับประกันทันที
เชิงอรรถ
[1] หมวกคนแซ่จางสวมให้คนแซ่หลี่(张冠李戴) ใช้เปรียบเปรยกับความเข้าใจผิดหรือการจำผิดคน
[2] ดับเพลิงที่ขนคิ้ว(燃眉之急) หมายถึงช่วยแก้เรื่องจวนตัว หรือเหตุฉุกเฉินดั่งไฟที่ไหม้ขนคิ้ว
[3] ยามเว่ย(未时) หมายถึงช่วงเวลาระหว่าง15.00 - 17.00 น.
[4] เค่อ(刻) หน่วยนับเวลาของจีนในสมัยโบราณเท่ากับ 15 นาที