งานเลี้ยงฉลองวันเกิดกินเวลามาถึงตอนสี่ทุ่มจึงได้จบลง ระหว่างนี้ไป๋เหวินหลิงยกเหล้าดื่มเพื่อขอบคุณหวางไป่ว่านที่ให้เช่าที่ดิน T1 ไปไม่น้อย ถ้าซูฮ่าวไม่เข้าไปประคอง คงเดินไม่ไหวแน่ๆ
เพื่อความปลอดภัย ซูฮ่าวจึงประคองไป๋เหวินหลิงขึ้นไปบนที่นั่งข้างคนขับของรถพอร์เชอและหลังจากติดเข็มขัดนิรภัยให้เธอเรียบร้อยแล้วเขาก็ขับรถพาเธอกลับบ้าน
นี่คือบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งที่้ามีพื้นที่กว้างขวางตรงกลางมีสวนดอกไม้ส่วนตัว ด้านล่างมีห้องใต้ดิน ซึ่งเป็บ้านเดี่ยวที่มีความเป็ส่วนตัวสูงมาก
ซูฮ่าวจอดรถแล้วช่วยประคองไป๋เหวินหลิงลงจากรถ
ตอนนี้เธอยังเหลืออาการมึนเมาอยู่บ้าง ดวงตาที่ปกติแล้วจะร่าเริงคู่นั้นในเวลานี้ดูเหม่อลอยราวน้ำพุที่ลึกจนมองก้นไม่เห็น
ใบหน้าที่ขาวใสนั้นแดงระเรื่อผมที่เดิมทีเป็ระเบียบเรียบร้อยก็ยุ่งเหยิง ไม่มีท่าทางที่นิ่งขรึมเรียบร้อยเหมือนก่อนหน้านี้แล้วแต่ทำไมกัน ถึงละสายตาไปไม่ได้เลย
หากเขาชาติก่อนได้เห็นสีหน้าเมามายอันแดงเรื่อของไป๋เหวินหลิงแบบนี้ ซูฮ่าวคงถือปืนบุกเข้าไปคว้าตัวเธอมาในทันทีแล้ว
แต่ชาตินี้ซูฮ่าวที่เผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้ที่แม้มีความปรารถนาอันเร่าร้อนรุมเร้าใจแต่กลับไม่มีความคิดที่จะล่วงเกินเธอแม้แต่น้อย
เกิดใหม่ชาตินี้ซูฮ่าวก็รู้ั้แ่แรกว่าอะไรเป็ของเขา อะไรไม่ใช่ของเขา
ซูฮ่าวหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าของเธอ เปิดประตูบ้านเดี่ยว แล้วประคองเธอไปนอนบนโซฟาอย่างระมัดระวัง
“ดื่มไม่ได้ก็ยังดื่มมากอีก ผู้หญิงอย่างเธอนี่ช่างอวดเก่งจริงๆ ” ซูฮ่าวถอนหายใจเล็กน้อยและกำลังจะไปที่ห้องอาบน้ำเพื่อหยิบทิชชูเปียกมาเช็ดเหงื่อให้ไป๋เหวินหลิง
แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นมือที่ขาวใสดั่งหยกก็ยื่นออกมาจับแขนของเขาไว้ทันที
ซูฮ่าวใ และหันกลับไปมองสายตาของไป๋เหวินหลิงเหม่อลอย แล้วกระโจนเข้ามาในอ้อมอกของเขาทันที
ริมฝีปากสีสดและอ่อนนุ่มนั้นราวกับเชอร์รีที่สุกงอมทำให้อดอยากบรรจงจูบไม่ได้
“เธอคงจะไม่ได้อยากมีอะไรกับฉันตรงนี้หรอกนะ?” ซูฮ่าวเห็นใบหน้าน้อยๆ ของไป๋เหวินหลิงเข้ามาใกล้ทุกทีกลิ่นหอมปนกลิ่นสุราลอยมาทำให้หางตาของเขากระตุก
ไม่ได้!
เขาคือผู้ชายที่สำรวมคนหนึ่งจะฉวยโอกาสตอนเธอเมาไม่ได้ ถึงแม้นี่จะเป็การถูกรุกก่อนก็เถอะ!
ซูฮ่าวสูดหายใจลึกและตบหน้าไป๋เหวินหลิงเบาๆ เพื่อให้เธอสร่างเมา
แต่ที่คาดไม่ถึงคือ พอตบไปเบาๆ แล้ว ไป๋เหวินหลิงก็อ้าปาก แล้วอ้วกรดลงบนตัวของซูฮ่าวทันที
ทันใดนั้นเสื้อผ้าทั้งตัวของซูฮ่าวก็เต็มไปด้วยอ้วกของเธอ ซึ่งดูแล้วน่าสะอิดสะเอียนมาก
“นี่ฉันทำกรรมอะไรไว้เนี่ย?” ซูฮ่าวหัวเราะอย่างขมขื่น และหยิบกระดาษทิชชูเช็ดปากให้ไป๋เหวินหลิงหลังจากที่ทำความสะอาดเศษอ้วกแล้ว ก็เดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ
ตอนที่เขาออกมาอีกครั้งก็เปลี่ยนเป็เสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จเรียบร้อย
แต่ตอนนี้ดวงตาของไป๋เหวินหลิงที่ชวนหลงใหลของเธอค่อยๆ หลับลงแล้วทั้งตัวปล่อยกลิ่นอายที่มีเสน่ห์ออกมา เหมือนจะหลับแต่ไม่หลับช่างทำให้หวั่นไหวเสียจริงๆ
ท่าทางนั้นไม่เหมือนคนที่เพิ่งจะอ้วกแม้แต่น้อย
ซูฮ่าวเดินมาตรงหน้าเธอ ครุ่นคิดในใจอยู่สักพัก ก่อนจะใช้ทิชชูเปียกเช็ดปากให้เธอหลังจากนั้นก็อุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน
ต่อมาซูฮ่าวก็เดินไปที่ห้องครัวเขาทำน้ำแกงสร่างเมาเองหนึ่งชาม และป้อนเธอ ก่อนปิดประตูเบาๆและกลับห้องของตนเอง
ภายในห้องบนโต๊ะเครื่องชงชาวางอยู่อย่างตามใจชอบม้านั่งกระจัดกระจาย เสื้อผ้าที่เปลี่ยนแขวนไว้ตรงหัวเตียง ผ้าห่มยุ่งเหยิงหนังสือระเกะระกะ ทั้งโต๊ะดูไม่เป็ระเบียบ
ซูฮ่าวใด้วยสีหน้าที่ดูจนปัญญา
เราในชาติก่อนนี่ ใช้ชีวิตได้น่าสมเพชจริงๆ
เขาส่ายหน้า ม้วนแขนเสื้อขึ้น และทำความสะอาดทั้งห้องั้แ่ในไปถึงนอกแบบนี้ถึงจะรู้สึกสบายขึ้นมาหน่อย
“แจ้งเตือนจากระบบ แต้มเสแสร้งเต็มหนึ่งร้อยแต้มไม่ทราบว่าโฮสต์จะจับรางวัลไหม?”
ซูฮ่าวหยุดชะงัก พยักหน้ากล่าวว่า “จับ!”
“ใช้แต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้มเพื่อจับรางวัลเรียบร้อยแล้ว ยอดแต้มเสแสร้งคงเหลือสี่สิบแต้ม” เสียงของระบบดังขึ้นในขณะเดียวกันตรงหน้าของซูฮ่าวพลันปรากฏรูเล็ตต์ขนาดใหญ่ขึ้นมา เข็มนั้นกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว
สักพักเข็มก็หยุดอยู่บนสิ่งของที่เป็ทรงกลม
“ติ๊งต่องยินดีด้วยจับได้ยาล้างไขกระดูก!”
“ยาล้างไขกระดูก?” ซูฮ่าวมีใบหน้างงงวย และมองไปที่คำอธิบายที่อยู่ข้างๆ แล้ว
(ยาล้างไขกระดูก : หลังจากคนธรรมดากินแล้ว ก็โกนขนล้างไขกระดูก กลับไปเกิดใหม่ทำให้เส้นลมปราณเญิ่นตูสองเส้นทะลุหากันและก้าวเข้าสู่ทางของนักรบโบราณได้)
ซูฮ่าวอ่านคำอธิบายจบแล้วก็หยุดชะงัก ใบหน้าเต็มไปด้วยอาการตื่นเต้น
ในฐานะคนที่เป็ทายาทสายตรงของตระกูลซูแห่งมณฑลจิงหลิงโลกที่เขาเข้าใจก็กว้างใหญ่กว่าคนธรรมดามาก เป็ปกติที่จะรู้ถึงการดำรงอยู่ของนักรบโบราณ
นักรบโบราณ คือคนที่ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้ฝึกจิตให้แน่วแน่ เลี้ยงลมปราณ ฝึกฝนกล้ามเนื้อ และยกระดับจิติญญา
เส้นทางแห่งวรยุทธโบราณ เริ่มต้นด้วยผู้บำเพ็ญตนที่มีพรแสวง ยอดฝีมือที่มีพร์คือการออกเดินทางอัจฉริยะคือบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์ฮั่วจิ้ง ผู้ที่มีพร์ก็บรรลุถึงขั้นปรมาจารย์์จี๋จิ้งผู้มีพร์ล้ำเลิศบรรลุถึงจุดสุดยอดของวรยุทธโบราณได้ นั่นคือปรมาจารย์เซียนเฉินจิ้ง!
“ระดับวรยุทธโบราณ : ผู้ที่มีพรแสวง ยอดฝีมือที่มีพร์ ปรมาจารย์ฮั่วจิ้งปรมาจารย์์จี๋จิ้ง ปรมาจารย์เซียนเฉินจิ้ง”
ขอบเขตของวรยุทธโบราณทุกๆขอบเขตแบ่งเป็่แรก ่กลาง ่หลัง และ่สุดยอด ทั้งหมดสี่่ผู้ที่ยิ่งสูงขึ้น กำลังก็ยิ่งแข็งแกร่ง
หาก้ากลายเป็นักรบโบราณอันดับแรกต้องทำให้เส้นลมปราณเญิ่นตูสองเส้นทะลุถึงกัน หากพวกมันทะลุถึงกันแล้วเส้นลมปราณแปดเส้นก็จะทะลุถึงกัน เส้นลมปราณร้อยเส้นก็ทะลุถึงกันสามารถเข้าไปและปรับคุณภาพร่างกายให้ดีขึ้น เอ็นกับกระดูกแข็งแรงขึ้น และกระตุ้นการหมุนเวียน
หลังจากที่เส้นลมปราณเญิ่นตูสองเส้นทะลุถึงกันแล้วก็ฝึกวรยุทธตันเถียนได้ การฝึกพลังลมปราณ นำเอาธรรมชาติแห่งฟ้าดินมาผนึกจิติญญาเพื่อให้ได้รับพลังและความเร็วที่เหนือกว่าคนปกติ
แต่น่าเสียดายที่ซูฮ่าวถูกตรวจพบว่าเส้นลมปราณอุดตันมาั้แ่เด็กๆเส้นลมปราณเญิ่นตูสองเส้นถูกทำให้ทะลุถึงกันได้ยากมากยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฝึกวรยุทธตันเถียน และกลายเป็นักรบโบราณ
“ต่างก็พากันบอกว่าเมื่อบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์เซียนเฉินจิ้งฝุ่นแค่เม็ดเดียวก็เติมมหาสมุทรได้ หญ้าต้นเดียวตัดดาวได้ ทลายอากาศได้และกลายเป็เซียนในที่สุด หากฉันได้เป็นักรบโบราณและบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์เซียนเฉินจิ้งได้เช่นนั้นโลกใบนี้จะมีอะไรบดบังดวงตาของฉันได้อีก?” ซูฮ่าวใจเต้นแรง และหายใจเร็วถี่
ชาติก่อนเขาที่ผ่านอุปสรรคต่างๆมาสิบปีแล้วเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า บนโลกใบนี้คนอ่อนแอทำได้แค่ไหลไปตามกระแสคลื่น ถูกโชคชะตาพัดพาไป มีแค่คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะทำตามใจ และควบคุมโชคชะตาของตนเองได้
หากชาตินี้เขา้ากู้ความผิดพลาดในอดีตกลับคืนมา และปกป้องคนที่เขารักไว้เช่นนั้นเขาต้องกลายเป็คนที่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
หากก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งวรยุทธโบราณก็มีกำลังได้ พอมีกำลัง ก็มีพื้นฐานที่จะกลายเป็คนที่แข็งแกร่งได้
ซูฮ่าวข่มอารมณ์ตื่นเต้นและดีใจเอาไว้ เขาให้ระบบนำยาล้างไขกระดูกออกมา
เขามองเม็ดยากลมและโปร่งใสที่อยู่ในมือเม็ดนี้พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ หลังจากนั้นก็กลืนยาล้างไขกระดูกลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด
่ที่ยาเข้าปาก มันก็กลายเป็พลังงานแปลกประหลาด ที่หลั่งไหลไปตามส่วนต่างๆ ในตัวของซูฮ่าวแล้ว
แรงดึงดูดค่อยๆกระจายออกมาจากตัวเขา ดอกไม้ใบหญ้าที่อยู่ด้านนอกบ้านพลิ้วไหวกระแสอากาศสีเขียวที่เหมือนเส้นใยหลั่งไหลออกมาจากฟ้าดิน และไหลเข้าสู่ร่างกายของซูฮ่าวไม่หยุด
ตามด้วยการเพิ่มขึ้นของแรงดึงดูดรูขุมขนทั่วทั้งตัวของซูฮ่าวขยายออก ราวกับหลุมที่ไม่มีก้นดูดเอากระแสอากาศสีเขียวอย่างบ้าระห่ำ
ลมปราณที่อุดตันของเขาถูกกระแสอากาศสีเขียวทำให้ทะลุถึงกันต่อมาภายในร่างกายมีการโคจรของจุลจักรวาล ทำให้ลมปราณ อวัยวะและโครงกระดูกภายในตัวของเขาแข็งแกร่งขึ้น
เวลาไหลผ่านไปทุกนาทีทุกวินาทีกระแสอากาศสีเขียวไหลเข้าสู่ตัวไม่หยุดซูฮ่าวรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตัวเขาเบาลงมาก โดยเฉพาะในร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังนี้ ราวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าถาวร
ในขณะเดียวกันคราบสกปรกสีดำเข้มที่มีกลิ่นเหม็นอย่างยิ่งจำนวนมากก็ถูกขับออกมาจากรูขุมขนของเขา
“โกนขนล้างไขกระดูกขจัดสิ่งสกปรกในร่างกาย… ” ดวงตาทั้งคู่ของซูฮ่าวเปล่งประกายเขาอ้าปากพ่นอากาศสกปรกสีดำกลุ่มหนึ่งออกมาและชำเลืองมองคราบเหงื่อสีดำที่อยู่บนเสื้อผ้าของตนเองบนใบหน้าเขาระบายไปด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม
หลังจากที่ผ่านการโกนขนล้างไขกระดูกแล้วการได้ยินและการมองเห็นของเขาก็ถูกยกระดับขึ้นมาด้วย
เขามองผ่านหน้าต่าง แล้วเห็นวัตถุที่อยู่ในความมืด และได้ยินเสียงหนอนที่อยู่ภายในระยะยี่สิบสามเมตรได้อย่างชัดเจน
หลังจากที่กระแสอากาศสีเขียวสุดท้ายเข้าสู่ร่างกายของเขาแล้วระบบก็ประกาศว่าการโกนขนล้างไขกระดูกเสร็จสิ้นแล้ว
ซูฮ่าวยืนขึ้นบิดแขนสักหน่อย แล้วเสียงที่เหมือนผัดถั่วก็ดังขึ้น
เขากำหมัด แล้วรู้สึกว่าพลังที่เดือดพลุ่งพล่านอยู่ในตัวแข็งแกร่งมาก
“นี่ก็คือสภาวะหลังจากกลายเป็นักรบโบราณหรือ?” ซูฮ่าวมองไปรอบๆ ตัว ั์ตามีแสงแวบผ่านเขาต่อยหมัดออกไปทันที และโดนบนผนังโดยตรง
“แกรก!”
หลังจากต่อยออกไปหนึ่งหมัด ผนังห้องก็สั่นไหวอย่างรุนแรงรอยหมัดที่ไม่ลึกไม่ตื้นปรากฏอยู่บนผนัง และดูสะดุดตามาก
รอยหมัดนั้น ประกอบเป็รอยแยกเหมือนตาข่ายใยแมงมุม
สถานการณ์นี้ทำให้ดวงตาของซูฮ่าวหดลงและอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้า
แค่ต่อยออกไปตามอำเภอใจ คิดไม่ถึงว่าจะแรงจนผนังเป็อย่างนี้หากต่อยสุดแรง เกรงว่าผนังคงทะลุเลย
“ผู้บำเพ็ญตนที่มีพรแสวงในฐานะขอบเขตเริ่มต้นของวรยุทธโบราณมีพลังห้าล้านกิโลกรัม แค่เดินพลังลมปราณก็ทำให้หินแตกออกได้ฉีกเสือและเสือดาวทั้งเป็ได้ ตอนแรกก็คิดว่าคือคำพูดนี้เกินจริงไปหน่อย แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็ความจริง” ซูฮ่าวใจเต้นแรง ั์ตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
เมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งวรยุทธโบราณก็แสดงว่าเขามีความสามารถที่จะปกป้องตนเองแล้ว กำลังยิ่งยกระดับขึ้นโลกที่เขาควบคุมได้ก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น
สักวันเขาจะยืนอยู่ในจุดสุดยอดของโลกมองดูทุกอย่างจากที่สูง และมอบทั้งใต้หล้าให้เธอคนนั้น
ซูฮ่าวเดินเข้าห้องอาบน้ำด้วยจิตใจที่ตื่นเต้นชำระล้างหมดั้แ่หัวจดเท้า
หลังจากที่เขาออกมาจากห้องอาบน้ำ ก็เปลี่ยนไปเหมือนเป็คนใหม่ผิวพรรณละเอียดเป็ยองใย ใบหน้ายิ่งขาวสะอาดดวงตาที่ดำสนิทราวกับมองทะลุทุกอย่างได้
ซูฮ่าวมองเวลาก็พบว่าห้าทุ่มแล้วเขายักไหล่เตรียมจะขึ้นเตียงนอน
“ก๊อก ก๊อกก๊อก!”
เวลานี้ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ซูฮ่าวผงะเล็กน้อย แต่ก็ยังเดินไปเปิดประตู
ทันใดนั้นร่างที่คลุมชุดคลุมอาบน้ำร่างหนึ่งก็สะท้อนเข้าสู่ม่านตา
ดวงตาที่ใสแจ๋วคิ้วใบหลิวที่โก่ง ขนตาที่ยาวสั่นไหวเล็กน้อย ผิวพรรณที่ขาวใสมีสีแดงอ่อนๆริมฝีปากที่บางสดและอ่อนนุ่มเหมือนดอกกุหลาบ
“เธอตื่นแล้วหรือ?”
“อืม”ผมที่ดำขลับของไป๋เหวินหลิงย้อยลงประบ่าเหมือนน้ำตกใบหน้ามีสีแดงอ่อนๆ
“วันนี้ขอบคุณนายมากที่ช่วยให้ฉันได้ที่ดิน T1 และก็ขอบคุณที่ช่วยพาฉันกลับมา แล้วก็ขอบคุณที่ต้มน้ำแกงสร่างเมาให้ฉันด้วย”
ซูฮ่าวโบกมือ และหัวเราะเล็กน้อย “เธอคือคู่หมั้นของฉันเป็สิ่งที่ฉันควรทำทั้งนั้น อ้อ ตอนที่เพิ่งจะประคองเธอกลับมาเธออ้วกใส่ฉันไปครั้งหนึ่งด้วย ตอนนี้ท้องน่าจะว่างจะให้ฉันทำบะหมี่ให้เธอไหม?”
เมื่อคำพูดนี้พูดออกมาร่างที่อรชรของไป๋เหวินหลิงพลันสั่นเทา น้ำตาคลออยู่บนดวงตาทั้งคู่ของเธอ
เธอเคยปรารถนานับครั้งไม่ถ้วนที่จะมีคนที่รักเธออย่างแท้จริงเข้าใจเธอเป็ห่วงเธอ และปกป้องเธอสักคนอยู่ข้างกาย แต่เธอไม่เคยคิดว่าคนคนนั้นจะเป็ซูฮ่าว
เธอกลัวว่านี่จะเป็ความฝัน กลัวว่าพรุ่งนี้พอตื่นขึ้นมาซูฮ่าวจะกลับไปเป็คุณชายเสเพลที่ยโสโอหังคนนั้น
“หรือว่าไม่สบาย?” พอเห็นไป๋เหวินหลิงไม่พูด ซูฮ่าวก็ถามอย่างเป็ห่วง
“ในงานเลี้ยงเธอดื่มเหล้ามากไปหน่อยจริงๆน้ำแกงสร่างเมาแค่หนึ่งชามคงจะไม่พอ หรือจะให้ฉันไปหาหมอที่โรงพยาบาลเป็เพื่อนเธอ?”
“ฉันไม่เป็ไร… ” ไป๋เหวินหลิงรู้สึกตื้นตันเธอส่ายหน้า สายตาก็มองไปที่ซูฮ่าวนานมากกว่าจะถามว่า “ซูฮ่าว หลังจากนี้นาย… จะเหมือนกับวันนี้ไหม?”
ซูฮ่าวหยุดชะงัก อ้าปากค้าง เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
หรือว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของเขาในวันนี้ ในสายตาของไป๋เหวินหลิงเป็แค่การเฮฮาผสมโรงเพื่อแสวงหาความตื่นเต้น
หรืออาจเป็เพราะเขาในเมื่อก่อนทำให้ไป๋เหวินหลิงผิดหวังอยู่บ่อยๆทำให้เธอไม่รู้สึกถึงความรู้สึกที่ปลอดภัย ดังนั้นตอนที่เผชิญหน้ากับเขาที่ไม่เหมือนเดิมในวันนี้ เธอก็แยกไม่ออกแล้วว่าเขาดีหรือร้าย
“เหวินหลิงฉัน … ”
“ดึกแล้วนอนเถอะ” ยังไม่รอให้ซูฮ่าวพูดอะไร ไป๋เหวินหลิงก็หันหลังเดินไปทางห้องของเธอ
่ที่ไป๋เหวินหลิงหันหลังซูฮ่าวราวกับเห็นสีหน้าที่หม่นหมองของเธอ
อาจจะเป็เพราะความลังเลของเขาจึงทำให้ไป๋เหวินหลิงผิดหวังอีกแล้ว
ซูฮ่าวมองด้านหลังที่ค่อยๆไกลออกไปของไป๋เหวินหลิง เขาอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ยังคงไม่พูด
เขาไม่ปรารถนาที่จะให้เธอเห็นเขาเป็ที่พึ่งไปทั้งชีวิตเพียงเพราะคำพูดของเขา
เพราะคนที่เขารักที่สุดสุดท้ายก็ไม่ใช่ไป๋เหวินหลิง
ในตอนที่ให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้เขาเลยเลือกที่จะเงียบบางทีอาจจะเป็วิธีการตอบที่ดีที่สุด…