The X-Ghost: Bangkok Blood Moon
EP10: ราชินีค้างคาวเผยตัว และสมรภูมิเหนือหมู่เมฆ
ถนนสาทร | หน้าสถานทูตลึกลับ
เวลา 06:30 น.
เงาทมิฬของราชินีค้างคาวพุ่งดิ่งลงมาประดุจมัจจุราชจากฟากฟ้าเป้าหมายคือ มนัส ที่กำลังกอดวิทยุธานินทร์ไว้แน่นราวกับเป็สมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิต
“ตายซะ! ไอ้มนุษย์ขยะ!” เสียงของมาดามราตรีในร่างอสูรคำรามก้อง กรงเล็บแหลมคมสะท้อนแสงอาทิตย์รำรายามเช้า
“นะจังงัง! นะหยุด! นะนิ่ง!”
เสียงคำรามของ ไพรวัลย์ ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างของนายพรานที่กระโจนเข้าขวาง เขาไม่ได้ใช้ปืน แต่ใช้ “เชือกปะกำสะกดิญญา” ที่ลงอาคมไว้ขว้างออกไปพันรัดกรงเล็บของราชินีค้างคาวไว้ได้ทันท่วงที!
“คเชนทร์! ผมยื้อได้ไม่นาน! จัดการเครื่องจักรนั่นซะ!” ไพรวัลย์กัดฟันกรอด เส้นเืที่ขมับปูดโปนจากการต้องต้านแรงมหาศาลของสัตว์ประหลาดต่างดาว
ศึกสองมือปราบ: คเชนทร์ vs อรรถ
ในขณะเดียวกัน คเชนทร์ ต้องเผชิญหน้ากับการดวลปืนที่ดุเดือดที่สุดในชีวิต อดีตคู่หูอย่าง อรรถ (The Executive) พุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบมองไม่ทัน ปืนพลาสม่า Ghost-Breaker ยิงลำแสงสีส้มตัดอากาศจนต้นจามจุรีข้างถนนหักสะบั้น
“แกมันล้าหลังไปแล้วคเชนทร์! โลกนี้้าระเบียบที่เหนือกว่ากฎหมายมนุษย์!” อรรถะโพลางเตะเข้าที่ชายโครงของคเชนทร์จนกระเด็น
คเชนทร์ไอออกมาเป็เื แต่เขากลับแสยะยิ้ม “ระเบียบของแกมันคือการฆ่าคนทั้งเมือง... ถ้าโลกของผมมันดีนัก ทำไมแกไม่กลับไปล่ะอรรถ? อ๋อ... เพราะที่นั่นแกมันก็แค่ขยะทรยศที่ไม่มีที่ยืนสินะ!”
คเชนทร์ฉวยจังหวะที่อรรถชะงัก หยิบ “ะเิคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบประดิษฐ์เอง” (ที่มนัสช่วยสร้างจากตัวเก็บประจุตู้เย็น) ขว้างใส่อรรถะเิทำงานในระยะประชิด ทำให้อุปกรณ์ไซเบอร์เนติกส์ในตัวอรรถรวนจนเขาล้มลงชักกระตุก
มนัสโชว์เหนือ: การแฮ็กระดับจิติญญา
“คุณคเชนทร์! ผมล็อกสัญญาณได้แล้ว!” มนัสะโแข่งกับเสียงลม “ผมจะส่งคลื่น ‘ย้อนกลับ’ (Feedback Loop) เข้าไปในเสาสัญญาณกระดูกสันหลังนั่น แต่มันต้องใช้พลังงานจากปืนพลาสม่าของอรรถช่วยกระตุ้นครับ!”
ไอริชรีบวิ่งไปคว้าปืนพลาสม่าที่ตกอยู่ข้างตัวอรรถ แล้วโยนให้มนัส “รับไปมนัส! จูนมันที่ความถี่ 800 เทราเฮิรตซ์!”
มนัสรับปืนมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาเสียบสายทองแดงจากวิทยุธานินทร์เข้ากับช่องรับพลังงานของปืนพลาสม่า “ขอโทษนะลูกพ่อ... ถ้างานนี้รอดไปได้ พ่อจะซื้อถ่านตรากบให้ใหม่ยกโหลเลย!”
เขากดปุ่มยิง ลำแสงสีขาวจ้าพุ่งผ่านวิทยุธานินทร์ กลายเป็คลื่นเสียงสั่นะเืมหาศาลพุ่งตรงไปยังยอดตึกสถานทูต เสาสัญญาณกระดูกสันหลังที่กำลังจะปล่อยไวรัสเกิดอาการโอเวอร์โหลด มันเริ่มบิดเบี้ยวและส่งเสียงกรีดร้องเหมือนสิ่งมีชีวิต
จุดจบของราชินีค้างคาว (ชั่วคราว?)
เมื่อแหล่งพลังงานรวน มาดามราตรีที่สู้กับไพรวัลย์อยู่ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ร่างกายของเธอเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนิัปริแตก กลายเป็สัตว์ประหลาดกึ่งเครื่องจักรที่มีหัวใจเรืองแสงสีม่วงอยู่กลางอก
“นั่นคือจุดอ่อน! คเชนทร์! ยิงมัน!” นุชที่หลับตาเพ่งนิมิตะโบอกพิกัด
คเชนทร์ยันตัวขึ้น เล็งปืนพลังงานคู่ใจ ปรับโหมดสูงสุด “Overdrive!”
ะุแสงพุ่งเจาะเข้ากลางหัวใจของราชินีค้างคาวอย่างแม่นยำ
“ม่ายยยยยยยย!” เสียงกรีดร้องของมาดามราตรีดังสนั่นไปทั่วสาทร ก่อนที่ร่างของเธอจะะเิออกเป็กลุ่มควันสีม่วงและชิ้นส่วนจักรกลกระจายไปทั่วบริเวณ เสาสัญญาณบนยอดตึกถล่มลงมาพังพินาศ
การหายตัวไปในสายหมอก
เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง ทีม X-Ghost พบว่า อรรถ หายตัวไปแล้ว เหลือเพียงรอยเืสีเงินจางๆ ที่ลากยาวไปสู่ตรอกมืด
“มันหนีไปได้... ทั้งมาดามราตรี ทั้งไอ้เพื่อนทรยศนั่น” คเชนทร์ลดปืนลงด้วยความเหนื่อยล้า
ไพรวัลย์เดินมาตบไหล่ “แต่อย่างน้อยวันนี้กรุงเทพฯ ก็ยังเป็ของมนุษย์อยู่นะสารวัตร ดูนั่นสิ...”
แสงอาทิตย์สีทองส่องสว่างเต็มท้องฟ้า หมอกสีม่วงสลายไป ผู้คนบนรถเมล์เริ่มได้สติและมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงงเหมือนตื่นจากฝันร้าย ทีม X-Ghost รีบะโขึ้นรถจี๊ปก่อนที่ตำรวจและทหารของนายพลบุญส่งจะแห่กันมาถึง
“เราชนะรอบนี้... แต่าเพิ่งเริ่ม” ดร.พรทิพย์พูดเสียงเรียบ “อรรถยังอยู่ และเขารู้จักเราดีเกินไป”
คเชนทร์มองไปที่กระจกมองหลัง เห็นมนัสกำลังนั่งร้องไห้กอดเศษซากวิทยุธานินทร์ที่พังยับเยิน “เอาน่ามนัส... กลับไปผมจะสร้างตัวใหม่ให้ แรงกว่าเดิมสิบเท่าเลย”
“จริงนะครับสารวัตร?” มนัสเงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตา
“จริง... แต่ตอนนี้ไปหาโจ๊กแถวนี้กินก่อนเถอะ หิวจะตายอยู่แล้ว!”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
Next EP11 : กรุงเทพฯ ในความมืด และการไล่ล่าเหนือเส้นตาย