ตอนที่ 15 ซับซ้อนไม่ชัดเจน (2)
“ผู้ใหญ่บ้านจ้าว ท่านช่วยดูหน่อยสิว่าท่านเป็คนเขียนจดหมายฉบับนี้หรือไม่”จ้าวไคฝูรับจดหมายฉบับนั้นมาจากหลินเฉิน นั่งลงด้านข้างแล้วอ่านอย่างละเอียดผ่านไปชั่วครู่ก็ค่อยๆ ขมวดคิ้ว
เขาเงยหน้าขึ้นแล้ววางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะจ้องคนตรงหน้าก่อนเอ่ย “นี่เป็จดหมายที่ข้าน้อยเขียนเองขอรับแต่ข้าไม่ได้เขียนตัวอักษรเล็กๆ บรรทัดสุดท้าย”
หากจ้าวไคฝูไม่ได้เป็คนเขียน เช่นนั้นเป็ใครกันว่ากันตามหลักแล้ว จ้าวไคฝูเป็คนส่งจดหมายฉบับนี้ให้สำนักเชวี่ยอวิ๋นแบบนั้นก็มีความเป็ไปได้เพียงแค่สองอย่างหนึ่งคือมีคนทำอะไรบางอย่างกับจดหมายก่อนที่เมิ่งฉิวจะนำมาให้เขาพอหลินเฉินคิดถึงความเป็ไปได้ก็พบว่ามีโอกาสค่อนข้างน้อยนิยายต้นฉบับนั้นเล่าว่าเมิ่งฉิวหวังดีต่อหลินเฉินมาก เขาจึงปฏิเสธความเป็ไปได้ข้อนี้ทิ้งทันทีโดยแทบจะไม่ต้องคิด
เช่นนั้นก็ต้องเป็อีกสถานการณ์หนึ่งแล้วซึ่งก็คือมีใครบางคนทำอะไรบางอย่างกับจดหมาย ระหว่างที่จ้าวไคฝูนำมาส่งแต่ใจเขาก็คิดว่าจ้าวไคฝูไม่เหมือนคนแบบนั้น แล้วเป็ฝีมือของใครกันแน่ ที่ชี้ตัวให้เขามาหมู่บ้านตระกูลจ้าวแบบนี้
จอมมารผู้นั้นเหรอ...หลินเฉินคิดแล้วก็ส่ายศีรษะน่าจะไม่ใช่ ตอนนี้หลินเฉินยังไม่เคยเจออีกฝ่ายเลย อีกอย่างจากที่เขารู้มาในนิยายเขียนไว้ว่าความสามารถของหลินเฉินเหนือกว่าจอมมารผู้นั้นมากมันคงไม่โง่พอที่จะล่อเขาออกมากำราบตัวเองหรอกมั้ง
ใครเป็คนล่อเขามาที่หมู่บ้านตระกูลจ้าวกันแน่อีกอย่างทำไมถึงต้องล่อเขามาที่นี่ด้วย คนคนนั้น้าจะทำอะไรกันแน่
หลินเฉินมีคำถามอัดแน่นอยู่เต็มหัวแต่ตอนนี้เขากลับไม่มีคำตอบอะไรเลย ถึงขนาดไม่เข้าใจสักนิดว่าอีกฝ่าย้าอะไรแต่สิ่งเดียวที่เขามั่นใจได้ก็คือการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดแน่นอน เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม
จ้าวไคฝูเห็นหลินเฉินทำหน้าหนักใจก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น “ท่านเซียนหลิน มีปัญหาอะไรหรือไม่ขอรับ”
หลินเฉินเก็บจดหมายกลับไปอย่างใจเย็นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ไม่มีอะไร” อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีเป้าหมายอะไรเขาก็ต้องมาที่นี่อยู่ดี ในเมื่อมาถึงแล้วก็ทำใจให้สบายเถิดเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะเล่นไม้ไหน
“ผู้ใหญ่บ้านจ้าว ช่วยเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านใน่หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ให้ข้าฟังอย่างละเอียดหน่อยได้หรือไม่”หลินเฉินยังไม่ลืมเป้าหมายที่ตัวเองมาที่นี่
จ้าวไคฝูพยักหน้าก่อนเล่าเื่ที่เกิดขึ้นใน่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาให้หลินเฉินกับลูกศิษย์ฟัง
“ประมาณหนึ่งเดือนก่อน หมู่บ้านตระกูลจ้าวยังเป็ชุมชนเล็กๆที่สงบสุข ผู้คนเป็มิตรปรองดองกัน แต่อยู่มาวันหนึ่งลูกของบ้านแม่นางเฉียนที่ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านด้านทิศตะวันออกก็หายตัวไปแรกเริ่มเราคิดว่าเขาอาจจะติดเล่น เลยออกไปเที่ยวแน่ อีกไม่กี่วันคงกลับมาแต่พวกเรารอคอยวันแล้ววันเล่าก็ไม่ได้ข่าวคราว พอได้ข่าวกลับเป็ข่าวร้ายจากนั้นเด็กคนที่สองก็หายตัวตามไปติดๆ จากนั้นก็คนที่สาม คนที่สี่...”
“หมู่บ้านตระกูลจ้าวตกอยู่ในความหวาดกลัวอันใหญ่หลวงในฉับพลันพวกเราพบว่า ไม่ว่าจะปกป้องเด็กๆ อย่างไร แม้จะให้เด็กคอยอยู่ติดตัวไม่ห่างกายสุดท้ายก็หนีชะตาชีวิตที่ต้องหายตัวไปไม่ได้อยู่ดีข้าคิดว่าเื่พวกนี้ต้องเป็ฝีมือของจอมมารแน่นอนแต่ข้าฝึกวิชาได้ไม่แกร่งกล้าพอ ไร้ซึ่งความสามารถที่จะต่อกรโชคดีที่ข้าเคยบำเพ็ญเพียรมาสมัยหนุ่มๆ เลยพอรู้วิชาส่งสารมาบ้างด้วยเหตุนี้ข้าจึงรีบร่างจดหมายขอความช่วยเหลือแล้วส่งไปยังสำนักเชวี่ยอวิ๋นคิดไม่ถึงเลยว่าท่านเซียนจะเดินทางมาที่หมู่บ้านเล็กๆ ของเรา”
จ้าวไคฝูกำหมัดแน่นระหว่างพูดเขาลุกขึ้นยืนอย่างให้ความสำคัญแก่เื่นี้ จู่ๆ ก็คุกเข่าลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวน้ำตารื้น“ข้าน้อยหวังเป็อย่างยิ่งว่าท่านเซียนจะช่วยหมู่บ้านตระกูลจ้าวของเราขอรับ”
“ที่ข้าเดินทางมาหมู่บ้านตระกูลจ้าวก็ย่อมมาช่วยพวกท่านอยู่แล้ว ท่านลุกขึ้นก่อนเถิด” หลินเฉินส่งสายตาให้ฉือม่ออีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อทันที รีบเข้าไปประคองจ้าวไคฝูให้ลุกขึ้น
“จริงด้วยท่านผู้ใหญ่บ้าน ข้ายังได้ยินมาว่าแต่ละบ้านจะได้รับผีเสื้อดำหนึ่งตัวก่อนที่เด็กในครอบครัวจะหายตัวไป เื่นี้เป็มาอย่างไรกันแน่”หลินเฉินแปลกใจกับผีเสื้อดำนั้นมาก
เมื่อจ้าวไคฝูได้ยินคำพูดนี้ของหลินเฉินก็ลำบากใจขึ้นมานิดหน่อยผ่านไปสักพักถึงค่อยหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ
หลินเฉินเพ่งมอง นั่นเป็แค่ผีเสื้อสีดำตัวหนึ่งเท่านั้น
จ้าวไคฝูนำผีเสื้อดำตัวนั้นมาวางลงตรงหน้าหลินเฉินหลินเฉินหยิบขึ้นมาดูอย่างละเอียดก็พบว่าผีเสื้อตัวนี้ไม่ใช่ผีเสื้อซะทีเดียวซึ่งก็หมายความว่า นี่เป็ผีเสื้อที่ทำขึ้นจากไม้นั่นเอง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8