หลังจากที่อี้เหรินเฟิ่งอายุได้แปดขวบเขาก็ได้บรรลุพลังระดับกายเงินขั้นกลาง นับเป็คนแรกั้แ่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันที่สามารถบรรลุระดับพลังกายเงินได้ ั้แ่อายุแปดขวบ ถือว่าเป็ผู้มีพร์ทะลุฟ้าลงมาจุติก้อว่าได้
อี้เหรินเทียน "เฟิ่งเอ๋อร์เ้านับว่าเป็อัจฉริยะสูงสุด เท่าที่พ่อเคยได้ยินได้เจอมา นับจากนี้พ่อจะไห้เ้าไปฝึกฝนการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกวังเ้าจะต้องหัดเรียนรู้ที่จะมีชีวิตด้วยตัวเอง เอาตัวรอดในดินแดนมารแห่งนี้ไห้ได้เ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะ่ชิง เข่นฆ่า เอาชีวิตรอดในดินแดนที่แสนเลวร้ายนี้ไห้ได้เ้าจะต้องกลายเป็ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่ถูกผู้คนกล่าวขานทั่วดินแดนแห่งนี้ในสักวันหนึ่ง และเ้าจะสามรถที่จะกลับมายังวังมารแห่งนี้ได้ก็ต่อเมื่อเ้าอายุครบสิบหกปี เข้าใจหรือไม่ "
อี้เหรินเฟิ่ง "ท่านพ่อแต่ว่าข้ายังไม่อยากไปนี่นา รอไห้ข้าโตกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือขอรับ"
อี้เหรินเทียน "ไม่ได้สมัยพ่อยังเล็กพ่อต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดั้แ่สี่ขวบ พ่อและท่านอาของเ้าต้องเอาชีวิตเข้าแลก ต่อสู้ ดิ้นรน ่ชิงทำทุกอย่างเพื่อที่จะทำไห้มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ กว่าจะเป็อย่างทุกวันนี้ได้พ่อเจ็บมาเยอะ พ่อจึงหวังไห้เ้าได้เดินตามรอยเท้าของพ่อ เพื่อที่จะเป็เ้าแห่งดินแดนนี้คนต่อไป"
อี้เหรินเฟิ่ง"ข้าทราบแล้วขอรับท่านพ่อ"
เด็กน้อยเดินคอตกจากไปอย่างเศร้าสร้อย
หนึ่งเดือนต่อมา
"ไปกันเถอะเฟิ่งเอ๋อร์"อี้เหรินเทียนกล่าว
"ขอรับท่านพ่อ"
สักพักได้มีปีศาจนกเหยี่ยวขนาดมหึมาบินร่อนลงมารับสองพ่อลูกนี่เป็ปีศาจระดับห้าที่เกือบจะกลายร่างเป็คนได้แล้วนกเหยี่ยวได้พาสองพ่อลูกบินออกจากเมืองไปเป็เวลากว่าหนึ่งเดือนบินลึกเข้าไปในป่าโบราณแห่งหนึ่งป่าแห่งนี้เป็ป่าโบราณที่ไม่มีไครอยากจะเข้ามานัก เนื่องจากเป็ที่อยู่ของสัตว์ร้ายมากมายแต่ก็อุดมสมบูรณ์มากเช่นกันนี่จึงเป็สถานที่ๆดีที่สุดที่จะทำไห้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับความเสี่ยงต่างๆนาๆ เรียกได้ว่าเอาชีวิตเข้าแลกเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะกับเด็กแปดขวบ นับเป็เื่ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้ที่เด็กอายุเท่านี้จะมีชีวิตรอดอยู่ในป่าแห่งนี่ได้
อี้เหรินเทียน "เฟิ่งเอ๋อร์พ่อจะส่งเ้าลงตรงนี้ จากนี้ไปเ้าจงใช้ชีวิตไห้ดี ดูแลตัวเองไห้ดี จงมีสติอยู่ตลอดเวลานี่แหวนเก็บของสำหรับเ้า ข้างในบรรจุอาหารสำหรับหนึ่งสัปดาห์ มีดหนึ่งเล่มเสื้อผ้าสองชุด หวังว่าเ้าจะใช้ชีวิตไห้ดี"อี้เหรินเทียนกล่าวอย่างอาวรณ์
อี้เหรินเฟิ่ง"ท่านพ่อถ้าท่านอยากไห้ข้าใช้ชีวิตไห้ดีท่านก็พาข้ากลับวังไปอยู่กับพวกท่านแม่สิจะเอาข้ามาทิ้งไว้ที่ๆแม้แต่นกยังไม่อยากบินผ่านแบบนี้ทำไมกันเล่า"อี้เหรินเฟิ่งบ่นอุบอย่างไม่ยินยอม
รู้ตัวอีกทีอี้เหรินเฟิ่งก็ถูกส่งมาอยู่ในป่าซะแล้วสักพักก็มีเสียงดังขึ้นมาในหัวเป็เสียงของอี้เหรินเทียน"เฟิ่งเอ๋อร์ดาบที่ดีต้องตีพันครั้ง เ้าจะไม่สามารถพัฒนาได้ ถ้าเ้าอยู่แค่ในวังประสปการณ์เท่านั้นที่จะหล่อหลอมไห้เ้าแข็งแกร่งขึ้นมาได้ เชื่อพ่อ เ้าคือความหวังสูงสุดของดินแดนมารแห่งนี้สักวันเ้าจะต้องสามารถรวบรวมสามดินแดนไห้เป็หนึ่งเดียวได้แน่นอน จงรอดกลับมาหาข้าจงกลายเป็ผู้แข็งแกร่งที่มิมีใครสามารถต่อกรด้วยได้" แล้วเสียงก้อหายไป
อี้เหรินเฟิ่งยืนงงอยู่เป็นานจากนี้เขาต้องทำเช่นไรต่อไปดี จากที่พูดคุยกันกับท่านพ่อจะกลับเมืองต้องเดินทางไปทางทิศใต้ แต่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะออกจากป่านี้ได้ก็คงใช้เวลาหลายปีไม่น้อย เห้อข้าช่างอาภัพนัก T__T
จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งค่อยๆสำรวจป่าบริเวณนั้นอย่างช้าๆเขาค่อยๆขยับกายไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เท่าที่ได้ยินมาป่าแห่งนี้มีอันตรายทุกฝีก้าวเขาต้องระวังตัวไห้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เขาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินสัตว์เล็กๆจนในที่สุดก็เจอถ้ำเล็กๆอยู่หลังต้นไม้ริมหน้าผาข้างทางสูงจากพื้นประมาณสามเมตรดีที่เขามีวิชาตัวเบาระดับหนึ่งจึงะโขึ้นมาได้อย่างมิยากเย็น ถ้ำเล็กถ้ำนี้ปากถ้ำสูงเพียงแค่เอวของผู้ใหญ่แต่ด้านในกลับลึกยิ่งเดินเข้าไปสำรวจคงใช้เวลาไม่น้อย อี้เหรินเฟิ่งจึงตัดสินใจพักตรงใกล้ๆปากทางเข้าถ้ำก่อนเพื่อความปลอดภัยเขาได้ออกไปหากิ่งไม้แห้งมาเก็บไว้ในถ้ำจำนวนมาก เขาคิดว่าจะอยู่ที่นี่สักพักหนึ่งเพื่อความคุ้นชินของเขาเขาไม่กล้าเดินทางสุ่มสี่สุ่มห้าไปเรื่อยในที่ๆแสนอันตรายแห่งนี้ตกเย็นเด็กน้อยจึงได้หากิ่งไม้มาปิดปากถ้ำเพื่อความปลอดภัยเมื่อเข้าไปด้านในแล้วจึงก่อไฟผิงเพื่อความอบอุ่นกินอาหารแห้งที่อยู่ในแหวนมิติเสร็จจึงเตรียมจะฝึกวิชาต่อไป เขานั่งสมาธิฝึกวิชาจนถึงกลางดึกได้ยินเสียงเหมือนฟ้าถล่มแผ่นดินทลายเสียงดังโครมครามสนั่นฟ้ามาจากที่ไกลๆจนมาถึงบริเวณใกล้ๆปากถ้ำเสียงต่อสู้ของสัตว์ร้ายดังอยู่สักครู่หนึ่งจึงค่อยๆห่างออกไปไกล"ไม่รู้ตัวอะไรมาสู้กันแถวนี้น่ากลัวยิ่ง ตอนเช้าต้องระวังหน่อยแล้ว ขืนเจอเข้าคงไม่รอด"เด็กน้อยคิดในใจ"สถานที่ผีสางเช่นนี้จะเอาอะไรมาฝึกวิชาขอไห้ข้าไม่อดตายก่อนเถอะจะมีขีวิตรอดได้สักกี่วันกันเชียว"เด็กน้อยบ่นอุบอยู่ในใจหลังจากนั้นก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรที่รุนแรงอีกมีเพียงเสียงหมาหอนในบางครั้งจากที่ไกลๆ เด็กน้อยจึงเข้าสมาธิต่อจนถึงเช้า
เช้าวันถัดมาอี้เหรินเฟิ่งตื่นมาแต่เช้าตรู่เขาตั้งใจจะสำรวจรอบๆที่อยู่ของเขา คิดว่าจะหาแหล่งน้ำไห้ได้ซะก่อน เขาค่อยๆปีนขึ้นหน้าผาเพื่อที่จะมองดูรอบๆเพื่อหาจุดที่คิดว่าจะมีแหล่งน้ำจนไปเจอเข้ากับร่องเขาที่อยู่ทางทิศตะวันออกไม่ไกลนัก เห็นดังนั้นเขาก็จดจำทิศทางแล้วค่อยๆมุ่งหน้าไปทางนั้นเดินไปประมาณสิบนาทีเข้าก็เจอลำห้วยสายหนึ่ง น้ำใสกระจ่าง เย็นชุ่มฉ่ำยิ่งนักเขาตัดลำไผ่เพื่อที่จะเอาไว้บรรจุใส่น้ำเขาตัดกระบอกไม้ไผ่ไว้เป็จำนวนมากเพื่อเก็บไว้ในแหวนมิติของเขา"ช่างดียิ่งนักอย่างน้อยข้าก้อไม่ต้องกลัวอดน้ำตายไปสักพักหละนะ"เด็กน้อยพูดคนเดียวแบบเซ็งๆเขาจำได้ว่าตอนขึ้นไป้าเขาเห็นร่องรอยการต่อสู้ของสัตว์ร้ายเมื่อคืนอยู่ใกล้ๆกับแถวนี้เขาจึงคิดว่าจะไปดูสักหน่อยเผื่อจะได้รู้ ว่าตัวอะไรสู้กันเมื่อคืนเขาเดินทางไปทางทิศตะวันออกอีกสักพักก็ไปเจอเข้ากับสถานที่ต่อสู้กันของสัตว์ร้ายต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาด มีหลุมขนาดใหญ่อยู่หลายหลุมไม่รู้เกิดจากอะไรเขาค่อยๆเดินสำรวจไปเรื่อยๆจนมาเจอหลุมๆหนึ่ง ด้านในหลุมมีชิ้นเนื้อตกอยู่ก้อนใหญ่เท่าโต๊ะตกอยู่ก้นหลุม เด็กน้อยเห็นเข้าก็ใจเต้นตาโต "รอดตายแล้วรอดตายแล้วขอรับขอบคุณเทวดาฟ้าดินที่ส่งอาหารชั้นยอดมาไห้ลูกช้าง"เด็กน้อยยิ้มแก้มแทบแตกเขารีบนำชิ้นเนื้อเก็บเข้าแหวนมิติแล้วรีบหนีกลับถ้ำไปด้วยความรวดเร็วพอถึงถ้ำเด็กน้อยก้อรีบจัดแจงหั่นเนื้อทำความสะอาดแล้วเสียบไม้ย่าง"อาหารเช้าอันแสนหอมหวานของข้า ฮ่าฮ่าฮ่า นี่ขนาดมาวันแรกเทวดาก้อเป็ใจขนาดนี้ข้านี่มันลูกเทพเทวาชัดๆ"พอเนื้อสุกหอมได้ที่เด็กน้อยก็บรรจงใช้ลิ้นรูดเนื้อออกจากไม้เสียบตวัดเข้าปากจากนั้นก็บรรจงเคี้ยวอยู่นานกว่าจะกลืนลงท้อง "น้ำตาจิไหลช่างหอมหวานอะไรเช่นนี้ ไขมันแทรกกำลังดี นุ่มลิ้นละลายในปากยิ่งนัก"ความสุขสุดยอดของเด็กน้อยผ่านไปสักพักยังไม่ทันจะอิ่มดีเด็กน้อยรู้สึกแน่นหน้าอก กล้ามเนื้อเบ่งพอง ตัวเหมือนจะะเิ เขาทรมานยิ่งนัก"เนื้อมีพิษหรือ บัดซบ ทรมานจะตายอยู่แล้ว" เส้นเืเบ่งพองขึ้นเต็มตัวกล้ามเนื้อเหมือนจะฉีกขาดไปทุกส่วน อี้เหรินเฟิ่งทรมานยิ่งนักจนควบคุมสติไว้ไม่ไหวเขากรีดร้องออกมาสุดเสียง จากนั้นจึงหมดสติไปในที่สุด