สองพ่อลูกจ้องตากันปริบๆ เหมือนส่งกระแสจิตสื่อสารกัน
“ป้าหลี่ ห้อง 888”
หน้าที่ของไป๋ลู่คือการไปเคาะประตูห้องข้างๆ แล้วงัดสกิลตอแหล... เอ้ย สกิลลูกอ้อนระดับนางเอกออสการ์ออกมาเพื่อขอเสบียง
ส่วนหน้าที่ของลู่อี้ถิงน่ะเหรอ... ก็แค่รอ กิน ไงล่ะ
ทันทีที่เห็นหน้าไป๋ลู่ คุณป้าหลี่ก็พุ่งเข้ามากอดเธอแน่นราวกับพลัดพรากกันมาสิบปี กอดอยู่นานห้านาทีกว่าๆ จนไป๋ลู่แทบจะขาดอากาศหายใจ เด็กสาวพยายามส่งสายตาเว้าวอนพร้อมโอดครวญว่าหิวไส้จะขาดแล้ว แต่ดูเหมือนคุณป้าหลี่จะยังคิดถึงไม่หนำใจ
ไป๋ลู่จึงงัดไม้ตายออกมาใช้
“คุณป้าขา... ราชาจอเงินห้องข้างๆ เขาหิวจนตาลายจะแย่แล้วนะคะ”
ได้ผล! คุณป้าหลี่รีบดีดตัวออกห่างทันที แถมยังผลักไสไล่ส่งเธออย่างกับรังเกียจเดียดฉันท์ แล้วพุ่งตัวหายวับเข้าไปในครัวเพื่อทำกับข้าวด้วยความเร็วแสง
ไป๋ลู่ยืนกะพริบตาปริบๆ “..................”
เหอะ ผู้หญิงหนอผู้หญิง...
ไม่นานนัก ไป๋ลู่ก็ได้รับปิ่นโตอาหารกลางวันหอมฉุยมาถือไว้ในอ้อมกอด ขณะที่กำลังจะหมุนตัวกลับไปป้อนเหยื่อ... เอ้ย ป้อนข้าวคุณพ่อบังเกิดเกล้า คุณป้าหลี่ก็กวักมือเรียกเธอไว้เสียก่อน
คุณป้าหลี่เอามือทั้งสองข้างซุกไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน สีหน้าดูอึกอักกระอักกระอ่วน เหมือนคนอมพะนำความลับที่บอกใครไม่ได้
แต่ระดับไป๋ลู่ มองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง
“คุณป้าหลี่วางใจได้เลยค่ะ! หนูจะช่วยขอรูปพร้อมลายเซ็นของราชาจอเงินลู่มาให้แน่นอน ตอนนี้หนูตีซี้กับเขาได้แล้ว รับรองว่าเขาต้องยอมเซ็นให้หนูแน่ๆ ค่ะ!”
คุณป้าหลี่กำโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนแน่น เหงื่อตกพลั่กๆ ในใจนี่อยากจะกรีดร้องออกมาเป็นภาษาต่างดาว
คุณถังคะ... ถ้าคุณเจ้านายชอบเสี่ยวลู่ขนาดนั้น ทำไมไม่ถ่อมาสารภาพรักเองล่ะคะ!
ดันมาสั่งให้มนุษย์ป้าคอยตะล่อมถามว่า ‘เสี่ยวลู่ชอบราชาจอเงินลู่หรือเปล่า’ แถมยังสั่งห้ามวางสายอีกต่างหาก!
คนเก่งระดับปีศาจอย่างคุณถัง ทำไมพอเป็นเรื่องความรัก ถึงได้กลายร่างเป็นคนปัญญาอ่อนแบบนี้ไปได้เนี่ย!
ทางฝั่ง ถังสิง ที่ถือสายรออยู่ก็ได้แต่คิดในใจ
เหอะ ใครปัญญาอ่อนกันแน่ เดี๋ยวได้รู้พ่อไม่รับจบเรื่องนี้หรอกนะ
แต่ในฐานะลูกจ้างผู้ซื่อสัตย์ เจ้านายสั่งอะไรมาก็ต้องทำ
คุณป้าหลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วฝืนใจถามออกไป
“เสี่ยวลู่จ๊ะ ป้าขอถามอะไรหน่อยสิ คือป้าแค่สงสัยน่ะนะ... หนูกับราชาจอเงินลู่...?”
ไป๋ลู่ตอบสวนทันควันแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด
“ก็แฟนคลับกับไอดอลไงคะ! พ่อลูกกันชัดๆ!”
สีหน้าของคุณป้าหลี่แข็งทื่อไปชั่วขณะ “ระ... ราชาจอเงินลู่... เหมือนพ่อหนูเหรอจ๊ะ?”
“ใช่ค่ะ! เขามีกลิ่นอายของความเป็นพ่อแผ่ออกมารุนแรงมาก” พูดไปไป๋ลู่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มหน้าบานด้วยความภูมิใจ
“จริงสิคะ คุณป้าหลี่เคยบอกว่าราชาจอเงินลู่เป็นโรคกระเพาะไม่ใช่เหรอคะ งั้นหนูรีบเอาข้าวไปส่งให้เขาดีกว่า ขืนปล่อยให้เขาหิวจนแสบท้องขึ้นมา เดี๋ยวจะองค์ลงอาละวาดบ้านแตกอีก หนูไม่อยากต้องกลายร่างเป็นสาวใช้คอยนวดท้องให้เขาตลอดบ่ายหรอกนะคะ! ไปล่ะค่ะ!”
พูดจบ เด็กสาวก็วิ่งต๊อกแต๊กหายไปอย่างรวดเร็ว
คุณป้าหลี่ค่อยๆ หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนด้วยมือที่สั่นเทา
“คุณถังคะ ดิฉัน...”
ทว่าปลายสายกดวางไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ณ ออฟฟิศสุดหรูบนตึกระฟ้า
ถังสิงกำลังนวดขมับที่เต้นตุบๆ ของตัวเอง
เขากลัวที่สุดคือการที่บอสฮั่วชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ
แต่โบราณว่าไว้... ยิ่งกลัวสิ่งใด ก็ยิ่งเจอสิ่งนั้น
ฮั่วเหยียนฟาง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ถังสิง นายเคยบอกว่าเด็กกำพร้าอย่างไป๋ลู่ มักจะมีปมโหยหาความรักจากพ่อ”
ถังสิง “..................”
กูตบปากตัวเองจนฉีกตอนนี้ทันไหมวะ?
ฮั่วเหยียนฟาง “เธอบอกว่าลู่อี้ถิงมีกลิ่นอายของพ่อ”
ถังสิง “..................”
ฟ้าดินเป็นพยาน ให้กูตายเถอะ
ฮั่วเหยียนฟาง “ไป๋ลู่...”
“บอสฮั่ว! นายท่านฮั่ว!” ถังสิงรวบรวมความกล้าบ้าบิ่นครั้งสุดท้าย ตบโต๊ะทำงานดัง ปัง! เพื่อตัดบท
“ท่านอย่าลืมสิครับ ว่าไป๋ลู่เห็นหน้าท่านแล้วก็ยิ้มหน้าบานเป็นคนบ้าขนาดไหน! สู้ให้ผมเสนอไอเดียเด็ดๆ ให้ท่านดีกว่า... ในเมื่อไป๋ลู่กำลังจะไปถ่ายรายการวาไรตี้ท่องเที่ยว ท่านก็ใช้อำนาจเงิน... เอ้ย ใช้อำนาจประธานตามไปร่วมรายการด้วยเลยสิครับ! ให้เธอได้เห็นหน้าหล่อๆ ของท่านบ่อยๆ ไม่แน่ว่าเธออาจจะลืมลู่อี้ถิงไปเลยก็ได้!”
ฮั่วเหยียนฟางหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจางๆ ร่างสูงค่อยๆ เอนพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองถังสิงด้วยสายตาประเมินค่า
ถังสิงเข่าอ่อนแทบจะทรุดลงไปกราบกราน
“บอสฮั่ว ผมผิดไปแล้วครับ! ปากผมมันพล่อยเอง ผมขออาสาสมัครเนรเทศตัวเองไปแอฟริกาเดี๋ยวนี้แหละ——”
“อนุมัติ”
ถังสิงสะดุ้ง “ผะ... ผม... บอสฮั่ว ผม... ผมล้อเล่นครับ! ผมอยากอยู่รับใช้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทท่าน คอยเป็นเบ๊ให้ท่านโขกสับ ผมไม่อยากไปแอฟริกา...”
ฮั่วเหยียนฟางปรายตามอง
“เรื่องที่ฉันจะไปรายการวาไรตี้... อนุมัติ นายไปจัดการซะ”
ถังสิง “..................”
เอาเถอะ... ดูท่าทางเจ้านายคงจะอาการหนัก หวั่นไหวเข้าจริงๆ แล้วสินะ
.
ตัดภาพมาที่ห้องพักโรงแรม
อาหารมื้อแรกระหว่างสองพ่อลูกผ่านไปอย่างทุลักทุเลและกระอักกระอ่วนเล็กน้อย พอกินเสร็จ ไป๋ลู่ก็รู้งานรีบกุลีกุจอไปล้างจานทันที
พอกลับมาที่ห้องนั่งเล่น ก็เห็นจานผลไม้วางอยู่ตรงหน้าพ่อบังเกิดเกล้า
ผลไม้ที่... ยังไม่ปอกเปลือก ยังไม่หั่น มาแบบลูกๆ เน้นๆ
โถ... คุณพ่อขา ช่างเป็นคุณหนูผู้บอบบางที่ดูแลตัวเองไม่ได้เสียจริง
ไป๋ลู่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะนั่งลงปอกผลไม้ให้พ่อ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วบรรจงจิ้มไม้จิ้มฟันส่งให้พ่อทีละชิ้นอย่างเอาใจ
ส่วนพ่อของเธอน่ะเหรอ... นั่งพาดขายาวๆ สองข้างไว้บนโต๊ะรับแขก สายตาจับจ้องไปที่ทีวีซึ่งกำลังฉายละครที่เธอเล่นตอนเด็กๆ
ตอนนี้ดูมาราธอนมาถึงเรื่องที่เธอเล่นตอนสิบขวบแล้ว
ไป๋ลู่ “..................”
นี่มันสถานการณ์ 'ตายทั้งเป็น' ชัดๆ!
เหมือนถูกจับมานั่งประหารชีวิตต่อหน้าธารกำนัล พอพ่อเธออ้าปาก เธอก็ต้องคอยป้อนผลไม้ให้เหมือนนางทาสตัวน้อยๆ แถมพ่อยังคอยวิจารณ์การแสดงของเธอเป็นระยะๆ ด้วยฝีปากระดับกรรไกรตะไบเพชร
ไป๋ลู่ “..................”
ถ้าฉันทำผิดจริง ก็ให้กฎหมายลงโทษฉันเถอะค่ะ ไม่ใช่ให้ขุดประวัติศาสตร์อันมืดดำมาเปิดดูต่อหน้าพ่อแบบ Full HD ขนาดนี้!
“การแสดงห่วยแตกชะมัด...” ลู่อี้ถิง เคี้ยวผลไม้ตุ้ยๆ ก่อนจะเสริมขึ้นมาลอยๆ
“แต่หน้าตาน่ารัก... ก็นะ น่ารักก็จบแล้วป่ะวะ สมกับเป็นลูกสาวพ่อ”
ผ่านไปทั้งบ่าย... ในที่สุดพ่อของเธอก็พูดภาษาคนออกมาสักประโยค!
ไป๋ลู่แทบจะซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก
เวลาล่วงเลยมาจนถึงมื้อเย็น
ไป๋ลู่วิ่งไปเคาะประตูห้อง 888 อีกครั้ง คราวนี้คุณป้าหลี่เปิดประตูออกมาแต่เอาตัวขวางไว้ไม่ยอมให้เธอเข้าไปง่ายๆ ไป๋ลู่จึงงัดไม้ตาย ควักรูปพร้อมลายเซ็นของ ‘ราชาจอเงินลู่’ ออกมาโชว์หรา
คุณป้าหลี่ฉีกยิ้มกว้างจนหน้าบานเป็นจานเชิง รีบยกอาหารเย็นชุดใหญ่ไฟกะพริบสำหรับสามที่มาประเคนให้เธอทันที แถมยังกำชับเสียงหวานว่า “ราชาจอเงินลู่ผอมเกินไปแล้วนะคะ ให้เขาทานเยอะๆ นะลูก”
ไป๋ลู่ “..................”
เหอะ ผู้หญิง!
ระหว่างมื้ออาหาร พ่อของเธอจู่ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า “ต้องหาวิธีเอาตัวป้าหลี่มาอยู่บ้านเราให้ได้”
ไป๋ลู่ชะงักตะเกียบ “เขาเป็นคนของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งนะคะพ่อ”
พ่อของเธอเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี
“เหอะ แล้วไง? พ่อจะแย่งคนของไอ้มหาเศรษฐีนั่นแหละ ใครจะทำไม”
“...” ไป๋ลู่เริ่มจับทางได้แล้วว่าต้องตะล่อมพ่อยังไง
“คุณพ่อขา... คุณป้าหลี่เป็นแฟนคลับตัวยงของคุณพ่ออยู่แล้ว พ่อลองคิดดูสิคะ พวกเราไม่ต้องเสียเงินสักบาท คุณป้าหลี่ก็เต็มใจทำกับข้าวให้เรากิน ค่าวัตถุดิบเราก็ไม่ต้องออก นี่มันก็เท่ากับว่า... มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งคนนั้นควักกระเป๋าจ้างเชฟส่วนตัวมาทำกับข้าวให้เรากินฟรีๆ ไงคะ! แบบนี้มันไม่ สะใจ กว่าไปแย่งตัวป้าหลี่มาเหรอคะ?”
พ่อของเธอชะงักไปนิด ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก “เออว่ะ... สะใจ”
ไป๋ลู่ “..................”
พ่อของเธอช่าง... ปัญญาอ่อนจริงๆ เล้ย!
พอกินคาวเสร็จก็ต้องกินหวาน ไป๋ลู่รู้หน้าที่รีบไปล้างจาน ปอกผลไม้ และหยิบขนมพุดดิ้งสูตรไร้น้ำตาลที่จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่าง กู้เพียนหราน อุตส่าห์ลงมือทำเองส่งมาบรรณาการให้สองพ่อลูก
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของไป๋ลู่ดังขึ้น
“ไป๋ลู่เหรอ? อาบน้ำอยู่น่ะ”
เสียงทุ้มห้าวของชายหนุ่มดังขึ้นแทนเสียงเจ้าของเครื่อง
ไป๋ลู่ “!!!!?”
พ่อของเธอถือโทรศัพท์ของเธออยู่ นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางยียวนกวนประสาทหาเรื่องคนปลายสายแบบสุดๆ
“ได้ ให้เธออาบน้ำเสร็จแล้วฉันจะบอกให้เธอโทรกลับหาแก... แต่คงต้องเป็นหลังเที่ยงคืนไปแล้วนะ ถ้ารอได้ก็รอ ถ้ารอไม่ได้ก็ไสหัวไปนอนซะ!”
กดวางสายปุ๊บ ไป๋ลู่ก็แว้ดขึ้นมาทันที “คุณพ่อ!”
ลู่อี้ถิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาฉายแววอำมหิต
“กู้เพียนหรานบอกว่าแกมันหัวรั้น ให้ฉันไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของแก... ก็ได้! เรื่องที่แกเซ็นสัญญากับอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฉันจะไม่ยุ่ง แต่แกเลิกทำตัวไม่ชัดเจนกับไอ้สวะ อวี่ฟู่ชิง นั่นสักที! มันเป็นตัวอะไร? ขยะเปียกอย่างมันคู่ควรกับแกเหรอ? ฮึ?”
ไป๋ลู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าจะโดนด่าเรื่องอะไร... เธอหยิบเชอร์รี่ลูกโตยัดใส่ปากพ่อไปหนึ่งลูกเพื่อดับร้อน แล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา
“คุณพ่อขา... มา มะ มาถ่ายรูปกัน! ยิ้มหน่อยเร็วววว~~”
พอเจอกล้อง สัญชาตญาณซุปตาร์ก็ทำงานทันที พ่อของเธอฉีกยิ้มสุภาพอ่อนโยน ออร่าแด๊ดดี้ผู้ใจดีพุ่งกระจายจนแสบตา
แชะ!
ถ่ายรูปเสร็จ ไป๋ลู่ก้มดูผลงานด้วยความพอใจสุดขีด
พ่อของเธอหน้าตาดีระดับพระเจ้าสร้าง เธอเองก็ได้ DNA หน้าตาดีมาเต็มๆ ถ่ายมุมไหนเธอกับพ่อก็ดูดีทะลุเลนส์ แถมตอนนี้สองพ่อลูกยังใส่ชุดนอนลายการ์ตูนคู่กัน ที่คุณอากู้เพียนหรานเพิ่งส่งคนเอามาให้ด้วยนะ! น่ารักจนใจเจ็บ!
ไป๋ลู่ยัดโทรศัพท์ใส่มือพ่อ “ส่งเลยค่ะ”
ลู่อี้ถิงเลิกคิ้ว “?”
ไป๋ลู่เร่งยิกๆ “ส่งให้ไอ้สวะอวี่ฟู่ชิงไงคะ รหัสผ่านมือถือหนูเป็นวันเกิดพ่อ”
ลู่อี้ถิงชะงักไปนิด มุมปากกระตุกยิ้มพึงพอใจ “...สมกับเป็นลูกสาวพ่อ”
ไป๋ลู่รีบเตือนความจำพ่อ “หนูเป็นคนงกเงินมากนะคะ ชอบแต่คนรวยๆ... พ่อคะ พ่อช่วยเปย์ห้อง 888 ให้หนูหน่อยได้ไหมคะ? น้าาา~”
“ไปขออากู้เพียนหรานของแกไป ฉันมีหน้าที่แค่รูดการ์ดจ่ายตังค์”
ปากบอกปัด แต่พ่อของเธอกลับผงกหัวตกลงอย่างง่ายดาย นิ้วเรียวยาวไม่เพียงแต่กดส่งรูปคู่พ่อลูกสุดน่ารัก(และน่าหมั่นไส้)ให้อวี่ฟู่ชิง แต่ยังกดอัดเสียงด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกมีเสน่ห์บาดจิต ส่งไปตอกย้ำความช้ำใจให้อวี่ฟู่ชิงอีกหนึ่งดอก
“ไป๋ลู่บอกว่าไม่อยากอยู่ห้อง 444 แล้ว อยากย้ายไปอยู่ห้อง 888... ฉันกำลังจะซื้อให้เธอ”
ไป๋ลู่ยกนิ้วโป้งให้พ่อรัวๆ “หนูรักพ่อที่สุดในสามโลกเลยค่า!”
ลู่อี้ถิงเลิกคิ้วสูง มองลูกสาวด้วยสายตาจริงจัง
“ลู่เสี่ยวลู่ ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกกำลังวางแผนบ้าบออะไรอยู่... หนึ่งปี ให้เวลาแค่หนึ่งปีเท่านั้น พอครบกำหนด แกก็รีบไสหัว...”
“ไม่ต้องถึงปีหรอกค่ะ ครึ่งปีก็เหลือเฟือแล้ว” ไป๋ลู่แสร้งทำเป็นพูดไปแคะหูไปอย่างไม่ใส่ใจ
“คุณพ่อขา... เมื่อกี้พ่อเล่นปั่นประสาทไอ้อวี่ฟู่ชิงซะขนาดนั้น หนูว่าไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ เกมคงจบก่อน”
ปากพูดดีไปงั้น แต่ในใจเธอกลับเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ
กลัวพ่อจะคาดคั้นถามจริงๆ ว่าสรุปแล้วฉันกำลังวางแผนจะเชือดใครบ้างกันแน่!