“เซ็นรับมรดกด้วยครับ” เสียงทนายวัยกลางคนดังขึ้นพร้อมกับเอกสารที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า วิคเตอร์มองมันนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบปากกาขึ้นเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษ
“เรียบร้อยครับคุณวิคเตอร์ ต่อจากนี้ที่นี่จะเป็ของคุณ” ทนายกล่าวพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนจะเก็บเอกสารลงกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน “ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”
“ครับ” วิคเตอร์ตอบสั้น ๆ พลางฝืนยิ้มส่ง ก่อนจะเดินออกมาส่งทนายจนรถยนต์แล่นหายลับตาไป
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง เขาแหงนหน้ามองอาคารสูงตระหง่านตรงหน้า ตึกสูงราวสิบห้าชั้นที่เคยรุ่งเรืองในอดีต มีห้องพักมากพอจะรองรับผู้คนกว่าสามร้อยชีวิต ครั้งหนึ่งมันเคยเต็มไปด้วยแสงไฟ เสียงดนตรี และผู้คนที่หัวเราะกันในล็อบบี้หรูหรา ทว่าบัดนี้มีเพียงเงาของอดีตเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่
“หรือฉันควรจะขายที่นี่ดี?”
เอี๊ยดดด~~
ทันทีที่ประตูบานใหญ่ถูกผลักเข้าไป กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและไม้เก่าก็ลอยตีขึ้นมาแตะจมูกทันที อากาศข้างในเย็นชืดอย่างประหลาดทั้งที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศเปิดอยู่ เศษผ้าม่านซีดจางไหวเบา ๆ ตามแรงลมที่เหมือนพัดมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืด
“อับอะไรขนาดนี้?” วิคเตอร์พึมพำกับตัวเองพลางยืนนิ่งอยู่ตรงประตู ความเย็นชืดแ่ผ่านต้นคอราวกับมีใครเป่าลมหายใจใส่ เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปช้า ๆ
ภายในโถงใหญ่ เงาแสงจากด้านนอกสาดส่องให้เห็นฝาผนังที่เรียงรายไปด้วยภาพถ่ายขาวดำเก่าแก่ภาพทวดของเขาในชุดสูทเข้มยืนหน้าตรง ปู่ที่ยิ้มจาง ๆ เคียงข้างหญิงสาวผู้มีดวงตาคมกริบ และภาพหมู่ครอบครัวที่ดูเหมือนทุกคนกำลังมองกลับมาที่เขาอย่างเยือกเย็น
กรอบรูปบางบานเอียงคล้ายถูกสะกิด บางรูปมีคราบน้ำตาลคล้ายรอยนิ้วมือเลอะอยู่บนกระจก และที่น่าประหลาด ใต้ภาพของทวดมีรอยขีดยาวสามรอยลากผ่านผนังลึกพอจะเห็นรอยปูนแตก เหมือนมีใครใช้เล็บขูดไว้ด้วยแรงโกรธหรือกลัวสุดขีด
“รอยบ้าอะไร?” หัวใจของวิคเตอร์เต้นแรงขึ้นทุกขณะ เขาก้าวต่อไปอย่างระมัดระวังจนมาหยุดอยู่หน้าเค้าท์เตอร์รับแขกที่ปกคลุมด้วยฝุ่นหนา เขาเห็นสมุดลงทะเบียนเล่มเก่าวางเปิดค้างไว้ราวกับมีคนเพิ่งเซ็นชื่อเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งที่ที่นี่ไม่มีใครอยู่มาหลายสิบปีแล้ว
ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนแหลมใสดังขึ้นในโสตประสาทของวิคเตอร์จนเขาสะดุ้ง เงียบงันทั้งโถงมีเพียงเสียงนั้นที่ดังชัดเจนราวกับดังมาจากข้างในหัวของเขาเอง
[กำลังดาวน์โหลดข้อมูล…]
[ความคืบหน้า 98%...]
[ความคืบหน้า 99%...]
[ดาวน์โหลดเสร็จสิ้น!]
[ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบผู้จัดการโรงแรมผีสิง!]
แสงสีฟ้าโปร่งแสงพุ่งขึ้นตรงหน้า เป็ภาพโฮโลแกรมที่ลอยกลางอากาศเหนือเคาน์เตอร์รับแขก ตัวอักษรเรืองแสงกระพริบเป็จังหวะราวกับมีชีวิต วิคเตอร์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงราวจะทะลุอกก่อนจะค่อย ๆ กลืนลมหายใจลงและพยายามตั้งสติ
“ระบบเหมือนในนิยายงั้นเหรอ?” เขาถามเสียงเบาอย่างระแวง
[ถูกต้อง!] เสียงใสแต่แฝงความคึกคะนองตอบกลับมาอย่างฉับไว
[ระบบนี้จะช่วยให้โฮสต์และโรงแรมแห่งนี้ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง! พวกเราจะรวยและรวยยิ่งกว่าเดิม!]
“…” วิคเตอร์นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง มองดูอักษรสีแดงที่ค่อย ๆ ไหลออกจากโฮโลแกรมเหมือนสายน้ำเืเรืองแสง เสียงอิเล็กทรอนิกส์คล้ายการสั่นะเืดังแ่เบาอยู่รอบตัวราวกับทั้งอาคารเริ่มตื่นขึ้นมาพร้อมกับระบบที่เพิ่งถือกำเนิด
“แล้วแกทำอะไรได้บ้างล่ะ?” วิคเตอร์ถามขึ้นพลางขมวดคิ้วมองเ้าโฮโลแกรมสีฟ้าที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจนัก
[ทำได้หลายอย่าง!]
[ภารกิจหลักของระบบ คือการพาโฮสต์ยกระดับโรงแรมแห่งนี้ให้กลายเป็โรงแรมผีสิงระดับโลก!]
“โรงแรมผีสิง!?” เขาขมวดคิ้วแน่น “ระบบแกบ้าหรือเปล่า?”
[ระบบไม่ได้บ้า!]
[โรงแรมของโฮสต์จะกลายเป็สถานที่กักเก็บดวงิญญาที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันออกไปทำร้ายมนุษย์ทั่วไป!]
[และนอกจากนั้น เรายังเปิดให้บริการเป็โรงแรมผีสิงสำหรับคนเป็ได้ด้วยนะ โฮสต์ไม่อยากรวยเหรอ? ><]
วิคเตอร์นิ่งไปอึดใจก่อนถอนหายใจยาว “เฮ้อ ตามใจแกเถอะไอ้ระบบ”
[เยี่ยมมาก โฮสต์ตอบได้ดี!]
ติ๊ง!
[ภารกิจหลัก : ทำความสะอาดห้องโถงชั้นแรก]
[ระยะเวลา : 2 ชั่วโมง]
[รางวัล : ปลดล็อกห้อง 201]
[หมายเหตุ : ก่อนจะเป็โรงแรมที่ดี ความสะอาดต้องมาเป็อันดับหนึ่ง!]
“…” วิคเตอร์นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา “เ้าระบบ แกไม่ได้ตั้งใจกวนประสาทฉันใช่ไหม?”
[เปล่านะ ระบบเป็คนแบบนั้นเหรอ?]
“เฮ้อ…” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางมองไม้กวาด ถังน้ำ และผ้าถูพื้นที่จู่ ๆ ก็ลอยขึ้นจากอากาศตรงหน้าอย่างกับมีใครเสกขึ้นมา เครื่องมือทุกชิ้นวางเรียงรายอยู่รอบตัวอย่างพร้อมเพรียงราวกับรู้หน้าที่
บนอากาศเหนือศีรษะ ปรากฏตัวเลขนับเวลาถอยหลังเป็สีแดงสด - 02:00:00
“นี่แกให้ฉันเป็เ้าของโรงแรมหรือพนักงานทำความสะอาดกันแน่?”
ติ๊ง!
[ก่อนจะเป็เ้าของโรงแรมที่ดี โฮสต์ต้องเข้าใจการทำงานของทุกตำแหน่งอย่างถ่องแท้!]
“ยอดเยี่ยมไปเลย…” วิคเตอร์พึมพำ พลางหยิบไม้กวาดขึ้นมา “โรงแรมผีสิง แต่เ้าของต้องเริ่มจากกวาดพื้นเอง สุดยอดจริง ๆ”
ครืด... ครืด...
วิคเตอร์เริ่มกวาดพื้นอย่างช้า ๆ เสียงไม้กวาดเสียดสีกับพื้นหินอ่อนดังชวนหลอน ฝุ่นเก่าที่เกาะหนามาหลายสิบปีกระจายฟุ้งลอยขึ้นมาทันทีจนเขาไอแทบขาดใจ รีบยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดจมูกแน่น
“แค่เริ่มก็จะตายเพราะฝุ่นแล้วมั้ง” เขาพึมพำพลางขยับกวาดต่ออย่างทุลักทุเล
ติ๊ง!
[ทำความสะอาดสำเร็จ 1%]
“โห มีระบบบันทึกเปอร์เซ็นต์ด้วย” วิคเตอร์พูดอย่างทึ่งปนเหนื่อย “แกนี่นะ กวนจริงแต่ก็ละเอียดดีแฮะ”
[ระบบมีฟังก์ชันมากกว่าที่โฮสต์คิดนะ]
[ข้อมูลย้อนหลัง : โรงแรมเดอะเกรซ – กรุงเทพฯ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2487]
ทันทีที่ข้อความปรากฏขึ้น ภาพในหัวของวิคเตอร์ก็พลันสั่นไหว ราวกับมีใครเปิดฟิล์มหนังเก่าให้เขาดู
โรงแรมเดอะเกรซในยุครุ่งเรืองเคยเป็สัญลักษณ์แห่งความหรูหราใจกลางกรุงเทพ แเื่ชั้นสูงสวมสูทตัดเนี้ยบและชุดราตรีเดินผ่านประตูหมุนเข้าออกไม่ขาดสาย เสียงเปียโนคลอในล็อบบี้ และกลิ่นไวน์แดงผสมบุหรี่ราคาแพงลอยคลุ้งอยู่ทั่วทั้งอาคาร
แต่แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปโดยไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร
มีบันทึกเล่าต่อกันมาว่า ในค่ำคืนหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อน โรงแรมแห่งนี้เกิดเหตุการณ์บางอย่าง บางคนบอกว่ามีเสียงกรีดร้องดังลั่นทั่วอาคาร บางคนบอกว่าเห็นเงาคนยืนอยู่ในกระจก แม้จะไม่มีใครอยู่ตรงนั้นจริง ๆ หลังจากคืนนั้น แขกเริ่มทยอยหนีออกไป พนักงานบางส่วนหายตัวโดยไร้ร่องรอย และชื่อเสียงของโรงแรมก็ทรุดลงอย่างรวดเร็ว
จนในที่สุด เดอะเกรซก็ถูกปิดตัวลง ทิ้งไว้เพียงอาคารสูงสิบห้าชั้นที่ถูกขนานนามว่า โรงแรมต้องสาป ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ทุกคนต่างเห็นพ้องกันอย่างหนึ่ง... ที่แห่งนี้ยังไม่เคยเงียบจริง ๆ เลยสักคืน
ติ๊ง!
[ข้อมูลสิ้นสุด]
[คำแนะนำเพิ่มเติม : โปรดใช้ความระมัดระวังขณะทำภารกิจในพื้นที่นี้]
วิคเตอร์ชะงัก มองไม้กวาดในมือที่สั่นเล็กน้อย “เื่จริงหรือหลอกกันแน่”
[ระบบไม่เคยโกหกโฮสต์]
“งั้นก็หมายความว่า โรงแรมนี้ไม่ได้เจ๊งเพราะวิกฤตเศรษฐกิจตอนนั้น แต่เพราะมีเื่ลี้ลับแบบที่แกพูดใช่ไหม?”
[โฮสต์ต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง]
“…” วิคเตอร์ไม่ตอบ เขาเพียงถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะวางไม้กวาดลง แล้วเริ่มลากเศษเก้าอี้ที่กองพะเนินเหมือนูเาออกไปทิ้งข้างนอกทีละตัว กลิ่นสนิมและฝุ่นไม้ผสมกันจนแสบจมูก เสียงขาเหล็กครูดไปกับพื้นหินดังสะท้อนก้องไปทั่วโถง
แสงแดดจากหน้าต่างค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีทองเป็แดงส้ม ทาบเงาอาคารให้เหมือนถูกย้อมด้วยเื สายลมยามเย็นพัดแ่เข้ามาจากช่องประตู ทำให้ม่านฝุ่นลอยขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเหมือนมีเงาบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น
ติ๊ง!
[ภารกิจสำเร็จ!]
[รางวัล : ปลดล็อกห้อง 201]
[หมายเหตุ : ห้อง 201 - อาถรรพ์ของคุณนายใบบัว]
[คำใบ้ : ในทุกคืนจะได้ยินเสียงขูดเบา ๆ ดังออกมาจากตู้เสื้อผ้าในห้องนั้น... โปรดสำรวจด้วยตนเองภายในคืนนี้]
เสียงแจ้งเตือนสุดท้ายดังก้องในโสตประสาท วิคเตอร์ชะงักค้างกลางโถง ดวงตาเขาเหลือบมองไปทางบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นสอง บรรยากาศโดยรอบเย็นะเืลงอย่างฉับพลัน ราวกับทั้งโรงแรมกำลังรอฟังว่าเขาจะกล้าขึ้นไปหรือไม่