ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่3 ซื้อคู่มือเสริม

    การแสดงครอบคลุมหลายสาขาวิชา แน่นอนว่าการร้องเพลงก็คือหนึ่งในสาขาวิชานั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อคุณร้องเพลงอยู่บนเวที ไม่ใช่แค่เสียงเท่านั้นที่ต้องไพเราะ แต่ยังต้องเอนเตอร์เทนคนดูร่วมด้วยลองนึกถึงคอนเสิร์ตใหญ่สิ ถ้าไม่สามารถเอนเตอร์เทนคนดูให้มีความรู้สึกร่วมกับการแสดงได้เนี่ย จะเรียกตัวเองว่านักร้องได้อย่างไร(คู่มือเสริมการร้องเพลงระดับต่ำ หนึ่งหมื่นบาท) (คู่มือเสริมการร้องเพลงระดับกลาง สองหมื่นบาท)(คู่มือเสริมการร้องเพลงระดับสูง สามหมื่นบาท)
    ดวงตาของดิวเปล่งประกาย “นี่เป็นเพียงแค่คู่มือร้องเพลงเท่านั้น มันไม่ใช่เทคนิคร้องเพลง ซึ่งมันมีราคาแพงกว่านี้มาก”
    เป็นอย่างที่ดิวพูด ศาตร์แห่งการร้องเพลงไม่ใช่มีไมค์แล้วจะร้องอะไรก็ได้ จำเป็นต้องมีเทคนิคมากกว่านั้น มีโรงเรียนสอนการร้องเพลงมากมาย ซึ่งแต่ละที่เองก็ราคาไม่ใช่น้อย ดิวไม่เคยเข้าโรงเรียนเหล่านั้น จึงไม่รู้ว่าราคาอยู่ในเกณฑ์เท่าไหร่
    ในหมวดหมู่ของการแสดง ยังมีอะไรอีกเยอะเลย ซึ่งแต่ละอย่างก็ราคาแพงทั้งนั้น ถ้าหากดิวเรียนหมดนี้ เขาเป็นคงนักแสดงแห่งยุคอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยการแอคติ้งระดับเทพ ไม่มีใครสามารถเทียบได้เพราะได้รับการเสริมคู่มือจากระบบ แต่...สาขาการแสดงไม่ใช่แนวของดิวเท่าไหร่
    การแสดงละครต่อเรื่องใช้เวลานานเกินไป หากเทียบกับการเป็นนักดนตรีด้วยแล้ว ไม่สามารถเทียบกันได้เลย
    “เราไม่สามารถซื้อคู่มือการร้องเพลงอย่างเดียวได้ แต่มันต้องควบคู่ไปกับความรู้พื้นฐานด้านดนตรี!”
    (คู่มือเสริมพื้นฐานดนตรีระดับต่ำ ราคาหนึ่งหมื่นบาท) (คู่มือเสริมพื้นฐานดนตรีระดับกลาง ราคาสองหมื่นบาท) (คู่มือเสริมพื้นฐานดนตรีระดับสูง ราคาสามหมื่นบาท)
    สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็น มันเป็นพื้นฐานที่นักร้องต้องรู้
    ดิวไม่ลังเลเลยที่จะซื้อ คู่มือเสริมพื้นฐานดนตรีระดับต่ำ กับคู่มือเสริมการร้องเพลงระดับต่ำ ซึ่งเขาใช้จ่ายไปกับคู่มือเสริมสองอย่างนี้ในราคาสองหมื่นบาท!
    “หวังว่ามันจะคุ้มนะ” ดิวเป็นคนที่ประหยัดเงินค่อนข้างขี้เหนียวเลยก็ว่าได้ เขาจึงรู้สึกแย่ที่เห็นเงินในบัญชีหายไปกับอากาศในเวลาเพียงเสี้ยววิ แต่พอคิดว่าด้วยเงินจำนวนนี้มันจะทำให้เขาเป็นนักร้องที่โด่งดัง ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย
    “ติ้ง คุณได้ซื้อคู่มือเสริม เราสามารถทำการติดตั้งให้กับคุณได้ทุกเมื่อ เพียงแต่ว่ามันอาจจะทำให้สมองของคุณปวดไปสักหน่อย อาการที่ว่าจะอยู่ไปประมาณสิบนาที จะติดตั้งเลยหรือไม่?”
    “สิบนาที?” ดิวอ่านข้อมูลเหล่านั้นแล้วต้องขมวดคิ้วมุ่น ตอนนี้เขายังอยู่ที่ปั้มน้ำมัน หากนั่งปวดหัวแบบนี้ไปเป็นสิบนาทีคงไม่ดีนัก ใครอาจจะคิดว่าเขาเมายาได้
    มองดูนาฬิกาเป็นเวลาสี่โมงเช้า ดิวได้ขับรถออกจากปั้มน้ำมันกลับไปยังห้องพัก ซึ่งตอนนี้ฝ้ายได้ไปทำงานแล้ว แถมข้างในห้องยังรกมากเมื่อเขากลับเข้ามา ดูเหมือนว่าเธอจะโกรธมากถึงขนาดที่ว่าทำลายข้าวของ
    “ลาก่อนนะ ฝ้าย” ดิวไม่มีความรู้สึกอะไรกับฝ้ายอีก ความรักที่มีให้เธอมันหมดไปตั้งแต่นอนเป็นผักแล้วถูกทิ้งไปตั้งแต่อยู่บนเตียงแล้ว
    ดิวฉีกกระดาษ ก่อนจะเขียนว่าเราเข้ากันไม่ได้ เธอดีเกินไป ซึ่งเป็นประโยคคลาสสิคมากในการบอกเลิกอีกฝ่าย จากนั้นดิวก็เก็บเสื้อผ้า ของใช้ที่จำเป็น ส่วนโทรทัศน์หรืออะไรใหญ่ๆ เขาไม่ได้เอาไป ยกเว้นแล็ปท็อปสมัยเรียนเครื่องหนึ่ง ดิวมองห้องเช่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขับรถออกไป หลังจากนี้ฝ้ายจะเป็นอย่างไรเขาไม่รู้ แต่ที่รู้คือเธอต้องโกรธเกลียดเขาเป็นแน่
    นิคมอุตสาหกรรมที่ดิวพักอยู่ห่างจางเมืองแค่ 10 กิโลเมตรเท่านั้น เขารับรถวนหาห้องเช่ารายเดือนถูกๆ เป็นชั่วโมง ก่อนจะพบกับห้องเช่าราคา 2400 บาทต่อเดือนของคุณคณิณ
    มันเป็นห้องเช่าโล่งๆ กับพัดลมติดเพดานตัวเก่า โชคดีที่มีห้องน้ำส่วนตัว ไม่งั้นคงไม่สะดวกนักที่ต้องใช้ห้องน้ำรวม เมื่อจัดของในห้องเสร็จเรียบร้อย ดิวก็นั่งอยู่ที่พื้นเย็นๆ ก่อนจะตัดสินใจติดตั้งข้อมูลเสริมทันที วินาทีนั้น ข้อมูลเสริมของทั้งสองอย่างก็เหมือนกับระเบิดหนักๆ ที่ถูกปาใส่หัวของเขา ดิวรู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก เขาถึงกับส่งเสียงครางเบาๆ กับความเจ็บปวดที่ได้รับ
    คิดไม่ผิดจริงๆ ที่มาติดตั้งในห้อง ถ้าหากติดตั้งที่ปั้ม คงถูกตำรวจจับและตรวจเยี่ยวอย่างไม่ต้องสงสัย
    “แฮ่กๆ ยี่สิบนาที?” ดิวตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่ไม่น่าดูนัก เขามองนาฬิกาก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปมากการกว่าสิบนาทีตามคำอธิบายระบบ
    “หรือว่า เป็นเพราะเราติดตั้งพร้อมกัน จึงใช้เวลายี่สิบนาที?” ดิวเข้าใจโดยง่าย คู่มือที่ซื้อมาสองคู่มือ เขาติดตั้งในครั้งเดียว เพราะงั้นคู่มือที่ใช้เวลาสิบนาทีสองอย่างอยู่แล้วจึงถูกบวกเพิ่มไปเป็นยี่สิบ
    “นี่มัน...” หลังจากนวดหว่างคิ้วเล็กน้อย ดิวก็ถึงกับหายใจหนักๆด้วยความตื่นเต้น ในตอนนี้ข้อมูลของเครื่องดนตรีหลายชนิดได้สลักลึกลงไป ไม่ใช่ในสมองแล้ว แต่เป็นระดับวิญญาณ!
    มันเป็นข้อมูลพื้นฐาน แต่ดิวกลับคิดว่ามันวิเศษมาก แค่ข้อมูลเหล่านี้ก็มากพอแล้วที่จะทำให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ และหากเป็นคู่มือระดับสูงกว่านี้ล่ะ? ดิวจะไม่กลายเป็นเทพแห่งการร้องเพลงเลยเหรอ
    หลังจากนั้นดิวจึงทดลองเสียงของตัวเอง โดยปกติเสียงของดิวจะค่อนข้างเเหบ แต่เมื่อเขาซื้อคู่มือเสริมการร้องเพลงระดับต่ำ เทคนิคที่เปล่งเสียงร้องออกมา จึงต่างจากก่อนหน้านั้นเป็นอย่างมาก
    “นี่เป็นเสียงของเราจริงๆ แน่เหรอ?” ดิวได้อัดเสียงไว้ในขณะที่ร้องเพลง เขารู้สึกประหลาดใจจริงๆ กับสิ่งที่ได้ฟัง มันเหมือนกับว่าเป็นเสียงของคนอื่น
    ดิวลองร้องเพลงอื่นๆ ตามความทรงจำ ผลที่ได้นั้นดียิ่งเสียงของเขามีพื้นฐานที่ดี ซึ่งหากมองจากมุมนี้แล้วยังด้อยกว่านักร้องอาชีพอีกมาก แต่สำหรับนักร้องกลางคืนหน้าใหม่ถือว่าเพียงพอเลยล่ะ
    “มีที่ไหนบ้าง ที่จะทำให้คืนนี้เราเปล่งประกาย...” ดิวยังไม่รีบร้อนลงเพลงในยูทูป อีกอย่างหนึ่งเขายังไม่ได้ซื้อคู่มือเสริมเกี่ยวกับการแต่งเพลง ตอนนี้เขาแค่อยากหาประสบการณ์ชีวิตของนักร้องกลางคืนเท่านั้น
    “มอส หมอนี่ชอบเที่ยวกลางคืน สุดท้ายเห็นว่าโดนเมียตอน ทำใจไม่ได้ที่เสียน้องชายจึงผูกคอตาย...” ดิวไม่ได้ขับรถทั่วเมืองเพื่อหาร้านเหล้า เขาโทรหาเพื่อนที่ชื่อว่ามอส ซึ่งเป็นคนที่ชอบเที่ยวกลางคืนเป็นอย่างมาก ในความคิดของดิว มอสน่าจะรู้จักหลายร้าน และมันจะสะดวกกว่าหากเทียบกับไปหาเอง
    “ว่าไงวะดิว วันนี้ทำไมมึงถึงไม่มาทำงานวะ?” เสียงปลายสายถาม ตอนนี้มอสกำลังนั่งเล่นเกม สำหรับช่างแล้วเมื่อไม่มีเครื่องมืออะไรเสีย วันๆก็เอาแต่อยู่ในห้อง นั่งเล่นเกมซึ่งสบายกว่าพนักงานฝ่ายผลิตเป็นอย่างมาก
    “กูลาออกว่ะ ฝากบอกหัวหน้าด้วยเว้ย”
    “อะไรนะ! มึงลาออก” ปลายสายที่กำลังเล่นเกมอยู่ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที มอสตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน “เกิดอะไรขึ้นกับมึงวะเพื่อน เฮ้ย ถ้ามีปัญหากับใครบอกกูได้นะ”
    “เปล่าหรอกว่ะ กูก็แค่อยากเปลี่ยนงานเท่านั้นเอง”
    “จริงเหรอ? ทำไมวะ เงินเดือนสองหมื่นไม่พอไง?” มอสถามดิว ในความคิดของเขาโรงงานที่ทำอยู่เนี่ยให้ค่าแรงมากที่สุดแล้ว แถมยังมีวันหยุดอีกตั้งสองวันต่อสัปดาห์ แล้วโรงงานอื่นๆ ล่ะมีแบบนี้มั้ย จึงค่อนข้างงุนงงว่าดิวจะออกจากงานไปทำไม
    “ไม่พอว่ะ ตอนนี้กูมีเป้าหมายใหม่แล้ว นั่นคือการเป็นนักร้อง”
    “นักร้อง? มึงไปเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ เสียงของมึงไม่ได้เรื่องเลยนะเว้ย” มอสถึงกับหลุดขำ เสียงของดิวแย่มาก แต่อยากเป็นนักร้องเนี่ยนะ? กินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่าเนี่ย
    “มึงไม่ต้องรู้ แค่บอกกูมาก็พอ ว่ากูจะหางานช่วงกลางคืนได้ที่ร้านไหน”
    “เฮ้อ ก็ได้ แต่เดี๋ยวขอคิดก่อนนะ...อืมม์ มันก็มีหลายร้านอยู่นะที่ต้องการนักร้องตอนนี้ แต่มีที่หนึ่งที่กูอยากแนะนำมึงว่ะ รับรองว่ามึงต้องชอบ แต่เขาจะรับมึงหรือเปล่าก็แล้วแต่เสียงของมึงนะเว้ย”
    “ที่ไหนวะ”
    “ร้านบุษบา ร้านเหล้าพี่สาวกูเอง มึงลองไปดู เดี๋ยวกูโทรบอกพี่ให้”
    “เออ ขอบใจเว้ย” ดิววางวางสายหลังจากคุยรายละเอียดเล็กน้อยๆ กับมอสเสร็จ จากนั้นเขาก็อาบน้ำแต่งตัว หาซื้อข้าวกล่องราคาสามสิบห้าบาทมากินก่อนจะไปยังร้านที่มอสบอก
    ร้านบุษบาอยู่ในซอยลึก ทางที่ขับเข้าไปค่อนข้างซับซ้อบ หากดิวไม่มีโลเคชั่นที่มอสแชร์มาอาจจะหลงไปหลายซอยแล้วด้วยซ้ำ
    “เนี่ยเหรอ ร้านบุษบา?” ดิวจอดรถของตัวเองไว้หน้าร้าน ร้านบุษบาเป็นร้านแนววินเทจ สำหรับร้านแบบนี้ดิวไม่ค่อยได้เข้านัก อีกอย่างหนึ่งเขาก็เพิ่งเคยมาที่ร้านนี้ด้วย รู้สึกว่าการตกแต่งร้านดูไม่เลวเลย
    “ผมมาหาพี่อีฟครับ” ดิวเดินเข้าไปหาพนักงานสาวคนหนึ่ง ก่อนเธอจะบอกว่าพี่อีฟที่ว่าอยู่ข้างใน ดิวกล่าวขอบคุณแล้วเข้าไปในห้องตามที่เธอบอก ถึงแม้ว่าดิวจะเป็นเพื่อนกับมอส แต่ไม่เคยรู้ว่ามันมีพี่สาวมาก่อน เขาแค่รู้ว่ามอสถูกตอนเพราะเจ้าชู้เกินไปเท่านั้น
    “สวัสดีครับพี่อีฟ ผมดิวนะ”
    พี่อีฟยืนหันหลังอยู่ เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวโชว์แผ่นหลังขาวๆ แถมยังสักยันต์ห้าแถว แค่มองจากมุมนี้ก็เซ็กซี่มากพอแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าข้างหน้าจะเซ็กซี่ขนาดไหน
    “ดิวเหรอ...” เธอหันมาอย่างช้าๆ ก่อนจะยักคิ้วสำรวจดิวตั้งแต่หัวจรดเท้า