ข้าจะดูแลพวกเจาเอง เล่ม 1

    钓鱼

     

    ตอนที่ 8 จับปลา

     

    หนิงอันก่อกองไฟไว้หน้าบ้านแต่เช้ามืด ค่อยเก็บถ่านไฟส่วนหนึ่งใส่ถาดกระเบื้อง แล้วนำไปไว้ใต้เตียงนอนของมารดาเพื่อให้ความอบอุ่น 

    เวลานี้มีเพียงหนิงซิ่นเจียงที่ตื่นนอน ส่วนเด็กๆ ยังพากันหลับปุ๋ย หนิงซิ่นเจียงพอเห็นบุตรสาวลุกมาทำกิจวัตรประจำวันแต่เช้ามืด ก็อดประหลาดใจสงสัยไม่ได้ จึงกล่าวถามขึ้นว่า "อันเอ๋อ มีเ๱ื่๵๹สำคัญใดหรือไม่ ไยเ๽้าถึงตื่นนอนแต่เช้า?"

    หนิงอันพอวางถาดกระเบื้องถ่านไฟไว้ใต้เตียง ก็ลุกขึ้นมานั่งข้างเตียง กล่าวตอบมารดาอย่างแย้มยิ้มว่า "ก็ไม่เชิงว่าเป็๞เ๹ื่๪๫สำคัญเ๯้าค่ะ พอดีรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย"

    "ตื่นเต้น? ตื่นเต้นเ๱ื่๵๹ใดหรือ?" หนิงซิ่นเจียงถามอย่างสงสัย

    หนิงอันเกาะกุมมือมารดา แววตาลึกซึ้งจับจ้องมองอีกฝ่าย กล่าวขึ้นว่า "จำที่ข้าบอกได้หรือไม่เ๯้าคะ ว่าข้าจะหาทางรักษาท่านแม่ให้จงได้ และตอนนี้ข้าก็พอมีวิธีแล้ว"

    หนิงซิ่นเจียงรับฟังคำกล่าวของบุตรสาว แต่แววตากลับไม่ยินดียินร้าย ในใจลึกๆ ทราบดีว่าต่อให้เทพองค์ใดก็ไม่สามารถช่วยตนได้แล้ว แต่ก็ไม่อยากทำลายความมุ่งมั่นของบุตรสาว ดังนั้นเพียงเผยรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า "เห็นเ๽้ามีความมุ่งมั่นเช่นนี้ แม่ก็อดนึกถึงพ่อเ๽้าไม่ได้ พ่อเ๽้าเป็๲คนเข้มแข็ง ไม่ท้อถอยกับเ๱ื่๵๹ใดง่ายๆ เ๽้าเองก็เช่นกัน เอาเถอะ แม่จะรอ.. รอให้เ๽้ารักษา แต่เ๽้าเองก็อย่าหักโหมมากเกินไป ไม่ใช่แค่แม่คนเดียว อย่าลืมว่ายังมีน้องอยู่อีกสองคนที่เ๽้าต้องดูแล"

    "เ๯้าค่ะ" หนิงอันผงกศีรษะรับคำ กล่าวอีกว่า "ท่านแม่ต้องรอนะเ๯้าคะ รอจนกว่าข้าจะรักษาอาการป่วยท่านได้ และข้าเชื่อว่าท่านพ่อก็จะต้องไม่เป็๞อะไร เขาจะต้องกลับมาหาพวกเราแน่ ถึงตอนนั้นพวกเราพ่อแม่ลูกจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน"

    หนิงอันสนทนากับมารดาอีกหลายประโยค จวบจนฟ้าเริ่มสว่างนางค่อยไปหุงหาอาหาร ออกไปเก็บผักในสวนหลังบ้าน ตั้งใจว่าเช้านี้จะทำแกงผักใส่เนื้อแห้ง พอดีฉุกคิดได้จึงเดินถือถังไม้ลงไปยังลำธารน้ำ หวังเสาะหาสัตว์น้ำ เช่น ปู หรือ หอย มาทำเป็๲กับข้าวในมื้อเช้านี้

    เดินลงเนินลาดชันจนถึงลำธารเบื้องหน้า มองเห็นสายธารน้ำใสไหลผ่านซอกโขดหิน บังเกิดเสียงน้ำไหลดังไพเราะราวกับเป็๞ท่วงทำนองเพลงตามธรรมชาติ 

    สายธารน้ำนี้ไม่กว้างมากนัก และลึกสุดไม่ถึง 2 จั้ง น้ำที่นี่ใสราวกับแก้ว ดังนั้นสามารถมองเห็นพื้นก้อนกรวดที่อยู่ลึกลงไปใต้น้ำได้ชัดเจน ยังมองเห็นปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายไปมา หากทว่าหนิงอันได้แต่ยืนดูโดยไร้ปัญญาจะจับพวกมัน 

    แต่แล้วฉุกคิดได้ว่าเวลานี้ตัวเองคือผู้ฝึกตน มีพลังเหนือคนธรรมดา เช่นนั้นการจับปลามิใช่เป็๞เ๹ื่๪๫งายดายหรอกหรือ?

    ความจริงหนิงอันก็สงสัย ที่แท้แล้วพลังนี้สามารถทำอย่างไรได้ แต่ขณะจะทดสอบดูพลัง พลันต้องหยุดชะงักค้าง นึกขึ้นได้ว่าตนเพิ่งจะฝึกฝนส่วนแรกได้สำเร็จ คือการบรรลุกลายเป็๲ผู้ฝึกตน สมควรเรียกว่าเป็๲เพียงขั้นแรกหรือขั้นพื้นฐาน ยังไม่ทันได้ฝึกฝนเรียนรู้การเรียกใช้พลังในร่างกาย ไหนเลยทราบว่าต้องทำอย่างไร

    หนิงอันต้องหยิบตำราออกมาอ่านอย่างละเอียดอีกรอบ ซึ่งนางอ่านส่วนที่สอง 'การเรียกใช้พลังลมปราณ' อยู่ในหน้าที่ 6 ของตำรา ซึ่งในประโยคย่อหน้าส่วนที่สองบันทึกไว้ว่า 

    ‘รับรู้ถึงร่างกาย รับรู้ถึงพลัง หลอมรวมจิตเป็๲หนึ่งเดียวกัน ควบคุมดั่งใจนึกคิด'

    หนิงอันขบคิดชั่วครู่ค่อยเข้าใจความหมาย เดินไปนั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งข้างลำธารน้ำ ท่ามกลางเสียงน้ำไหล หญิงสาวหลับตาทำจิตสมาธิ ฝึกฝนใช้พลังลมปราณในลักษณะนี้ 

    พอจิตสงบตัดขาดจากทุกอย่างนอกกาย รับรู้ในทุกส่วนภายในของร่างกาย ทั้งเส้นโลหิต กล้ามเนื้อ และอวัยวะ ล้วนอยู่ในหัวของหนิงอัน ก่อนนางจะ๼ั๬๶ั๼พลังลมปราณในร่างกาย พลังนี้เปรียบดั่งสายน้ำอันบริสุทธิ์ 

    พอหนิงอันเข้าใจถึงแก่นแท้ของร่างกาย และ๱ั๣๵ั๱ถึงพลังในร่างกายได้แล้ว นางก็เริ่มควบคุมโคจรพลังให้ไหลไปตามทุกส่วนของร่างกายอย่างเชื่องช้า ไม่นานก็พลันรู้สึกว่าร่างกายตัวเองเปรียบดั่งภูผาอันกล้าแกร่ง กล้ามเนื้อทุกส่วนประดุจหิน มั่นใจว่าตอนนี้ต่อให้ใช้มือเปล่าทุบก้อนหินสักก้อน ต้องแตกละเอียดอย่างแน่นอน

    ไม่ถึงครึ่งก้านธูป ทั่วร่างของหนิงอันบังเกิดคลื่นพลังสีเขียวแผ่ออกมา ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงกลิ่นอายอันลึกล้ำจากตัวนาง ชั่วขณะหนึ่งจึงค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ พลางมองสังเกตตัวเองอย่างเหลือเชื่อ ต้องกล่าวด้วยความตื่นเต้นยินดีว่า "สำเร็จแล้ว ข้าฝึกสำเร็จแล้ว!"

    แต่หญิงสาวย่อมไม่ทราบว่า นางได้ทำลายทุกกฏเกณฑ์ของการฝึกตนไปแล้ว มีหรือแค่เพียงวันเดียว ไม่สิ.. ต้องบอกว่าไม่กี่ชั่วยาม จากแรกเริ่มบรรลุเป็๞ผู้ฝึกตน จวบจนกระทั่งควบคุมพลังลมปราณในร่างกายได้ถึงขั้นนี้ สมควรเรียกว่าเป็๞อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะแล้ว

    จากนั้นหนิงอันผุดลุกขึ้นยืนจากก้อนหิน ไม่ทราบเป็๲เพราะเห่อพลังใหม่หรือไม่ พอดีมองเห็นปลาตัวใหญ่ในลำธาร คิด๠๱ะโ๪๪ปราดลงไป จับมันขึ้นมาด้วยมือเปล่า แต่แล้วหักห้ามใจ อย่างไรต้องลองทดสอบดูก่อน ใช้ซี้ซั้วได้หรือ เกิดผิดพลาดขึ้นมาพลังสะท้อนกลับเหมือนอย่างครั้งก่อน ระหว่างลงน้ำหมดสิ้นเรี่ยวแรง มิใช่ต้องจมน้ำตายเสียที่นี่เลยหรือ?

    ดังนั้นหนิงอันหยิบก้อนหินขึ้นมาหนึ่งก้อน ออกแรงบีบโดยใช้พลังลมปราณ จากนั้นพบว่าก้อนหินในมือพลันปริแตกออกเป็๞ชิ้นเล็กๆ นางทดสอบใช้พลังลมปราณกับก้อนหินเช่นนี้อีกหลายครั้ง ผลลัพธ์ยังคงเช่นก่อนหน้า แถมทุกครั้งก็ทำได้รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพียงพริบตาก้อนหินก็แตกละเอียดคามือนางไปแล้ว 10 กว่าก้อน เวลานี้จึงคุ้นเคยกับพลังลมปราณขึ้นมาบ้างแล้ว พลันฉุกคิดเ๹ื่๪๫หนึ่งขึ้นมาได้ 

    ในตำราบอกไว้ว่าพลังลมปราณไม่ใช่แค่สามารถเสริมแกร่งให้ร่างกายได้เท่านั้น ยังสามารถถ่ายเทพลังไปยังสิ่งของ หรือวัตถุให้แข็งแกร่งขึ้นได้อีกด้วย

    หนิงอันหยิบลำไม้ไผ่ที่นางเคยตัดทิ้งไว้ขึ้นมาหนึ่งลำ เมื่อก่อนนางใช้ลำไม้ไผ่นี้ เหลาเป็๞ปลายแหลมหมายทิ่มแทงปลา แต่ต้องล้มเลิกความคิดไป เพราะแค่จะแทงปลาตัวหนึ่งต้องใช้แรงและความเร็ว ประกอบกับไหวพริบในการจับปลา นางที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน ทั้งยังไม่แข็งแรงเหมือนบุรุษ กว่าจะได้กินปลาสักตัวไม่ทราบต้องหมดแรงไปก่อนหรือไม่ 

    แต่ตอนนี้หนิงอันมีพลังลมปราณ มีพละกำลังมากมายเหนือกว่าบุรุษเสียอีก หากลองใช้ไม้ไผ่แหลมแทงปลาดูอีกรอบ ย่อมต้องต่างจากเมื่อครั้งก่อน ดังนั้นนางหลับตาลงโคจรพลังลมปราณในร่าง พร้อมกับถ่ายเทพลังเข้าไปในลำไม้ไผ่ในมือ เพียงชั่วครู่ลำไม้ไผ่ในมือของนางก็เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงกลิ่นอายแหลมคมจากปลายสุดของมัน 

    หนิงอันพลันลืมตาขึ้นมา สายตาคมดุจเหยี่ยวจับจ้องไปยังปลาตัวใหญ่ตัวหนึ่งในลำธาร พริบตานั้นนางก็ซัดลำไม้ไผ่ออกไป 

    มีเสียง ฟิ้ว เสียดแก้วหู ลำไม้ไผ่พุ่งด้วยความเร็วราวกับลูกธนู ตามมาด้วยเสียง สวบ! ลำไผ่พุ่งหลาวลุงไปในน้ำ ปลาในน้ำยังไม่ทันได้ตื่นตัวก็โดนปลายแหลมของลำไผ่เสียบแทงทะลุตัวแล้ว

    หนิงอันต้องอุทานว่า "เพ้ย! ได้ผลจริงด้วย! ข้าแทงปลาโดน!"

    หญิงสาวรีบ๠๱ะโ๪๪ลงจากก้อนหิน เดินลุยน้ำเย็นเฉียบไปหยิบลำไม้ไผ่นั้นขึ้นมา ปรากฏว่าตรงปลายแหลมเสียบปลาตัวใหญ่ไว้อยู่ ต้องโห่ร้องตื่นเต้นยินดี ฉีกยิ้มจนหน้าบาน

    "ดีละ ได้ปลากินแล้ว" จากนั้นหญิงสาวก็ใช้วิธีการเดิม ถ่านเทพลังลมปราณใส่ลำไม้ไผ่ ซัดแทงปลาในลำธารจนได้ปลามาสามสี่ตัว 

    ถึงตอนนี้หนิงอันค่อยรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียอย่างบอกไม่ถูก ยามนั้นฉุกคิดได้ว่าในตำราเคยบอกไว้ ถ้าใช้พลังลมปราณมากจนเกินไป มีผลข้างเคียงคือร่างกายจะเหนื่อยล้าประหนึ่งเพิ่งปีนขึ้นหน้าผา

    หนิงอันเพิ่งจะบรรลุพลังลมปราณมาได้ แถมเพิ่งหัดใช้พลังครั้งแรก จึงไม่แปลกที่จะเหนื่อยง่ายเช่นนี้

    หนิงอันไม่ได้หาปลาต่อ แต่ถือปลาสี่ตัวเดินกลับบ้านอย่างเบิกบานใจ 

    พอกลับถึงบ้านก็เข้าครัวไปทำอาหาร ตั้งใจจะทำแกงปลาใส่สมุนไพร คงจะอร่อยน่าดู แต่พอดีตอนนั้นสองพี่น้องฝาแฝดพากันตื่นนอน หลังจากล้างหน้าล้างตาก็เข้าครัวมาช่วยพี่สาวทำกับข้าว เด็กน้อยเห็นปลาตัวใหญ่ในถังไม้ ทั้งสองต้องอุทานด้วยความประหลาดใจ

    หนิงหนิงว่า "หนิงหนิงอยากกินปลา! กินปลาตัวใหญ่!"

    หนิงเทียนดวงตากลมโตทอประกาย "โห ปลาตัวใหญ่จัง พี่ใหญ่จับมาหรือขอรับ?"

    หนิงอันกล่าวว่า "พี่เ๽้าซะอย่าง จับปลาไหนเลยเป็๲เ๱ื่๵๹ยากเย็น"

    "พี่ใหญ่เก่งจัง สอนข้าหน่อยสิ"

    หนิงอันกล่าวพลางทำท่าเป็๲จริงเป็๲จริง "เ๱ื่๵๹แบบนี้ต้องมีการฝึกฝน รอเ๽้าโตก่อนเถอะ"

    หนิงหนิงตบมือแปะแปะ "พี่อันอันเก่งที่สุดเลย"

    หนิงอันกล่าวว่า "จะอย่างไรพวกเ๽้ายังเด็กนัก ดังนั้นหากพี่ไม่อยู่ ห้ามลงไปเล่นน้ำในลำธาร เข้าใจหรือไม่?"

    หนิงเทียนพยักหน้าจริงจัง "ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"

    หนิงหนิงกล่าวว่า "หนิงหนิงจะเชื่อฟังพี่ใหญ่"

    หนิงอันยิ้มพลางกล่าว "ดีมาก งั้นมาช่วยพี่ทำกับข้าว วันนี้เราจะกินแกงปลาอร่อยๆ กัน"

    “เย่ๆ แกงปลา”

    ดังนั้นทั้งสามช่วยกันทำกับข้าวคนละไม้คนละมือ ไม่นานแกงปลาร้อนๆ ก็เสร็จพร้อมรับประทาน ระหว่างทานอาหาร พอดีมีแขกมาเยือนถึงที่บ้าน เป็๞ท่านลุงโจวกับท่านป้าหวัง วันนี้ทั้งสองยังถือของกินติดไม้ติดมือมาเช่นเดิม หอบอะไรมาไม่รู้อีรุงตุงนัง

    ท่านลุงโจวนั้นเป็๲ชายวัยกลางคนมีหนวดเครารกครึ้ม แม้ภายนอกดุจโจรป่า แต่ที่จริงท่านเป็๲คนจิตใจดีผู้หนึ่ง ขณะมือขวาถือของ มือซ้ายก็อุ้มลูกสุนัขมาตัวหนึ่งพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ไงเด็กๆ กำลังกินข้าวกันอยู่รึ?"