ตอน ใจผมมันหวั่นไหว
ผมชื่อ ตี๋ อายุ 38 ปี เป็ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองโชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับ คุณพราว เศรษฐีเ้าของร้านนวดแผนไทยและสปาชื่อดังวัย 42 ปี แม้เธอจะอายุมากกว่าผมเล็กน้อยและเป็แม่ม่ายลูกติด แต่เธอก็ยังสวยสะพรั่ง ดูแลตัวเองดีสมกับทำธุรกิจความงาม
เราเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันได้สองปี ชีวิตคู่ของเราดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะและรู้สึกปั่นป่วนอยู่ทุกวัน ไม่ใช่ภรรยาคนสวยของผมเพียงคนเดียว แต่กลับเป็ "ลูกชาย" ของเธอน้อง"แสนดี" หรือที่ใครๆ ก็เรียกว่า "แซนดี้"
แซนดี้เป็ลูกชายติดภรรยาวัย 22 ปี ผิวขาวจัดเหมือนหยวกกล้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องขยายความให้ชัดเจนคือ แซนดี้ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา เธอมีจิตใจเป็หญิงมาั้แ่เด็ก และด้วยการสนับสนุนของคุณพราว แซนดี้จึงเทคฮอร์โมนและดูแลตัวเองจนสวยเช้ง สวยชนิดที่ว่าวัวตายควายล้ม สวยกว่าลูกสาวบ้านข้างๆ ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเสียอีก
เธอไว้ผมยาวสลวยดัดลอนใหญ่ถึงกลางหลัง ดวงตากลมโต ขนตายาวงอน แก้มป่องน่าหยิก จมูกโด่งรั้น รับกับริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ
แต่สิ่งที่อันตรายต่อหัวใจของผมที่สุดคือรูปร่างของเธอ แซนดี้ไปทำหน้าอกมาจนอวบอิ่มขนาดใหญ่ เอวคอดกิ่วเล็กนิดเดียว แต่สะโพกผายออกกว้าง ก้นงอนเด้งใหญ่ และต้นขาที่ขาวอวบแน่นเปรี๊ยะแบบสาวฟิตเนสที่ออกกำลังกายปั้นหุ่นมาอย่างหนักหน่วง
สัดส่วนผู้หญิงที่ว่า 34 24 35 คืออวบแล้ว แต่แซนดี้สัดส่วน 38 25 40 เต้าใหญ่เท่าหน้าลูกบ้านตรงข้าม เอวเล็กคอด สะโพกผายใหญ่ ตูดกลมงอน แก้มก้นแต่ละข้างใหญ่เท่าหน้าผมเลยสามบานได้
ทุกครั้งที่แซนดี้นุ่งกางเกงรัดรูป มันจะเน้นสัดส่วนโค้งเว้าจนน่าใจหาย
เย็นวันศุกร์ พราวโทรมาบอกว่าต้องเคลียร์บัญชีที่ร้านและอาจจะกลับดึก ปล่อยให้ผมอยู่บ้านกับแซนดี้สองต่อสอง
ผมกลับมาจากทำงาน นั่งจิบเบียร์ดูทีวีอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น พยายามทำตัวเป็หัวหน้าครอบครัวที่ดี แต่สายตาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางบันได
"แด๊ดดี้คะ..."
เสียงหวานใสเรียกผม ทำให้ผมหันขวับไปมอง แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้เบียร์ในปากแทบพุ่งออกมา
แซนดี้เดินลงมาจากบันไดในชุด คอสเพลย์ ตัวละครเกมสักอย่างที่เธอกำลังฮิต มันเป็ชุดบอดี้สูทหนังแก้วสีดำมันวับ รัดรูปแนบเนื้อไปทุกตารางนิ้ว ั้แ่ลำคอลงมาถึงต้นขา
"ช่วยดูชุดให้แซนดี้หน่อยได้ไหมคะ พรุ่งนี้แซนดี้จะไปงานเกม แซนดี้ว่ามันรัดไปหน่อย"
เธอยิ้มหวาน เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก ชุดหนังแก้วสีดำขับผิวขาวโอโม่ของเธอให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เนินอกขาวผ่องวับๆ แวมๆ ที่ดันตัวขึ้นมาเหนือขอบชุด ล่อสายตาผมให้จ้องมองอย่างเสียมารยาท
"คะ... ครับ แซนดี้" ผมตอบเสียงตะกุกตะกาก "ชุด... ชุดสวยดีนะครับ"
"แด๊ดดี้ว่าซิปข้างหลังมันตึงไปไหมคะ แซนดี้รู้สึกหายใจไม่ออก"
เธอหันหลังให้ผม เผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียนที่เว้าลึก และก้นงอนงามที่กลมกลึงราวกับลูกพีชั์ ชุดบอดี้สูทมันรัดรึงเข้าไปในร่องก้น จนเห็นรูปทรงของบั้นท้ายแตงโมอย่างชัดเจน
ผมกลืนน้ำลายเอือก มือไม้สั่นเทาขณะยื่นไปแตะที่แผ่นหลังของเธอเพื่อแกล้งทำเป็ดูซิป ปลายนิ้วของผมััโดนผิวเนื้อนุ่มลื่นของเธอโดยบังเอิญ ความรู้สึกเหมือนไฟช็อตมัน แล่นแปล๊บ ไปทั่วร่าง
"ซิปก็ดูปกตินะครับ... สงสัยแซนดี้หุ่นดีขึ้น ก้นใหญ่ขึ้นหรือเปล่า ชุดเลยแน่น" ผมพูดแก้เก้อ
แซนดี้หัวเราะคิกคัก แล้วหมุนตัวกลับมาหาผม
"แด๊ดดี้ชมแซนดี้เหรอคะ... แซนดี้ตั้งใจปั้นก้นเลยนะเนี่ย"
จังหวะที่เธอหมุนตัวกลับมา สายตาของผมก็ปะทะเข้ากับจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณเป้ากางเกง
เนื่องจากชุดบอดี้สูทมันรัดรูปมาก และเว้าสูงบริเวณโคนขา ทำให้เห็นต้นขาขาวอวบที่แน่นตึง แต่ที่เด็ดสุดคือ...
ตรงเป้าสามเหลี่ยมนั้น มันมีรอยนูนอูมๆ ของ "ความเป็ชาย" ที่ซ่อนอยู่ ดันเนื้อผ้าหนังแก้วออกมาเป็ลำเขื่องอย่างน่าหวาดเสียว แม้เธอจะพยายามแต๊บไว้แล้ว แต่มันก็ยังนูนเด่นออกมาท้าทายสายตา ยิ่งชุดรัดแน่นเท่าไหร่ ความนูนนั้นก็ยิ่งชัดเจน
"แด๊ดดี้มองอะไรคะ..." แซนดี้ถามเสียงกระเส่า แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่เป้ากางเกงของผมเหมือนกัน
"ปะ... เปล่าครับ" ผมรีบปฏิเสธ ทั้งที่เป้ากางเกงสแล็คของผมมันเริ่มคับแน่นขึ้นมาทันที ความรู้สึกวาบหวามมัน แล่นแปล๊บ จากท้องน้อยลงไปรวมศูนย์ที่จุดนั้นจนปวดหนึบ กางเกงผมเริ่ม ตึงเปรี๊ยะ จนน่าอาย
แซนดี้ไม่ถอยหนี กลับกันเธอก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด แล้วยกขาข้างหนึ่งขึ้นวางบนโซฟาข้างตัวผม ท่าทางนั้นทำให้เป้าตุงๆ ของเธอลอยเด่นอยู่ระดับสายตาผมพอดี
"แด๊ดดี้หน้าแดงจัง... ร้อนเหรอคะ" เธอถามพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปาก
"ครับ... ร้อนนิดหน่อย" ผมตอบเสียงแหบพร่า พยายามเบือนหน้าหนีจากเนินเนื้ออูมๆ ตรงหน้า แต่หางตาก็ยังอดชำเลืองมองไม่ได้ จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลว่าภายใต้ชุดหนังแก้วรัดรูปนั้น มันจะซ่อนอะไรไว้บ้าง
"งั้นแซนดี้ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ... เดี๋ยวลงมาเอาน้ำเย็นให้ทาน"
เธอยิ้มยั่วยวนทิ้งท้าย ก่อนจะเดินบิดสะโพกนวยนาดกลับขึ้นห้องไป ทิ้งให้ผมต้องรีบคว้าหมอนอิงมาปิดบังเป้ากางเกงที่ตั้งชันจน ตึงเปรี๊ยะ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
ผมรู้ตัวเลยว่า... คืนนี้ผมคงข่มตานอนไม่หลับ ถ้าไม่ได้ระบายความอัดอั้นที่ลูกเลี้ยงคนสวยฝากไว้