ขณะที่ร่างสูงเริ่มหมดความอดทน เขาโค้งตัวลงมาใกล้ตะวันวาด พร้อมกับยื่นใบหน้าให้เธอ ร่างเล็กผงะเล็กน้อย เข้าใจถึงสิ่งที่เขาต้องการให้เธอช่วย
นัยน์ตาของทั้งคู่ประสานกัน ร่างบางรู้สึกได้ถึงแรงเต้นของหัวใจที่สูบฉีดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที ขณะเดียวกันอันธกานต์กลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นตัวของหญิงสาวตรงหน้าเมื่อเขาเข้าใกล้เธอมากขึ้น
ตะวันวาดเอื้อมมือไปใกล้ใบหน้าคมที่ตอนนี้ห่างจากเธอเพียงไม่ถึงหนึ่งช่วงศอก ในตอนแรกเธอตั้งใจจะใช้นิ้วมือของตัวเองช่วยเขี่ยเนื้อยาบนใบหน้าอีกฝ่าย แต่เปลี่ยนใจ เธอเอื้อมมือไปจับมือของอันธกานต์แทน
สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือเล็กทำให้อันธกานต์มองข้อมือของตัวเอง เขายอมให้เธอดึงข้อมืออย่างง่ายดาย ตะวันวาดใช้มือของเธอบังคับนิ้วมือของอันธกานต์ และใช้นิ้วของเขาเองเกลี่ยเนื้อยาสีเขียวอ่อนบนใบหน้านั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลกลับมาจับจ้องใบหน้าหวานของอีกฝ่าย ตะวันวาดปล่อยมือเขาเมื่อเธอเห็นว่าเนื้อยาถูกเกลี่ยอย่างทั่วถึง ร่างเล็กขยับออกห่างจากร่างสูง
อันธกานต์เอนตัวกลับขึ้นไปยืนตรงปกติ กลิ่นกายของคนตัวเล็กทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ในคืนวันก่อนแต่งงาน.. ริมฝีปากเรียวบางที่เขาสัมผัสนั้นช่างให้ความรู้สึกโหยหา.. ร่างสูงกลืนน้ำลายอึกใหญ่
ตะวันวาดลังเลอยู่แวบหนึ่ง.. ก่อนจะเงยหน้ามองเขา
“ฉันขอถามอะไรได้ไหมคะ”
ชายหนุ่มจ้องมองเธอ.. เขายกมือขึ้นกอดอก พยักหน้าครั้งหนึ่ง
“ทำไม.. คุณถึงมั่นใจว่าเด็กในท้องพี่บุหลันไม่ใช่ลูกคุณ..” ตะวันวาดหลุบตามองพื้น
คำถามนั้น.. ไม่ได้เกิดความคาดหมายของอันธกานต์.. เขาชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะยอมเปิดปาก
“Contraception (การคุมกำเนิด) ” เสียงทุ้มเอ่ย.. ทว่าคำศัพท์ภาษาอังกฤษค่อนข้างเฉพาะเจาะจงนี้ทำให้ตะวันวาดไม่เข้าใจความหมายของมัน.. คิ้วเรียวขมวดน้อย ๆ
“I think you should know an invention called ‘condom’ (ฉันคิดว่าเธอน่าจะรู้สึกสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า ‘ถุงยางอนามัย’) ” เขาอธิบายต่อน้ำเสียงกึ่งขำกึ่งประชด ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้อง..
ความอึดอัดก่อตัวขึ้นในอากาศ.. ตะวันวาดกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง พยักหน้าหงึกหงัก เธอพึมพำรับรู้ ก่อนจะเอ่ยขอตัวกลับออกไปทำงาน
อันธกานต์มองเธอหายลับไปจากประตูห้องทำงานของตัวเอง..
ความจริงแล้วเขายังคุมกำเนิดโดยการฉีดยาอีกด้วย.. นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้บอกเธอ.. แม้ว่าการคุมกำเนิดวิธีนี้จะยังไม่ได้ผล 100% และผู้ชายบางคนมีอาการข้างเคียง.. โชคดีที่เขาไม่ได้รับผลกระทบนั้นบวกกับการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งทำให้อันธกานต์มั่นใจว่าเขาไม่ใช่พ่อของเด็กแน่นอน..
ร่างบางเดินกลับออกมานั่งตรงโต๊ะทำงานตัวเอง..
ความคิดหลายอย่างโลดแล่นเข้ามาในห้วงความคิดของตะวันวาด.. เรื่องพี่สาว.. เรื่องภูธเรศ.. เรื่องอันธกานต์.. และเรื่องงานของเธอ.. แวบหนึ่งตะวันวาดคิดจะบอกเขาเรื่องลาออก และอยากถามเขาถึงเหตุผลที่ดึงเธอมาทำงานที่นี่ แต่อีกใจก็ไม่อยากถาม ไม่อยากพูด ไม่อยากคุย ไม่อยากปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับอีกฝ่ายทั้งสิ้น
สุดท้ายเธอจึงนั่งกินข้าวกลางวันไปเหม่อลอยไปกับความคิดของตัวเองจนกระทั่งเพตราเดินกลับเข้ามาในออฟฟิคช่วงบ่าย
เพตราเอ่ยทักทายคนตัวเล็ก เธอซื้อชานมไข่มุกมาฝากตะวันวาดพร้อมบอกว่าอยากให้เธอสดชื่นขึ้นระหว่างวัน ตะวันวาดยิ้มรับกล่าวขอบคุณ มองหญิงสาวผมแดงเดินตรงกลับเข้าไปคุยงานต่อกับอันธกานต์ภายในห้องทำงาน
เวลาช่วงบ่ายผ่านไปอย่างอ้อยอิ่ง ตรงข้ามกับความคิดมากมายในสมองของตะวันวาดที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนยุ่งอยู่ตลอดเวลา เมื่อใกล้เลิกงานเล็กน้อย โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นดังขึ้น
“ตะวัน..”
ปลายสายคือน้ำเสียงของมารดาที่สั่นเครือ ร่างบางใจไม่ดีเท่าใดนัก.. ลางสังหรณ์ของตะวันวาดเป็นจริงดั่งคาด ทันทีที่มารดาเอ่ยจบประโยค มือถือในมือบางก็ร่วงหล่นทันที
ตะวันวาดยืนตัวแข็ง อึ้งงันกับสิ่งที่ได้รับฟัง นัยน์ตากลมโตกะพริบปริบ ๆ ริมฝีปากเผยออ้าค้าง เรี่ยวแรงที่จะยืนหายวับไปในเสี้ยววินาที ร่างบางทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน สายตาค่อยเคลื่อนไปมองยังโทรศัพท์ของตัวเองที่หล่นลงไปบนพื้น
มือเล็กเอื้อมไปหยิบมัน เสียงมารดายังคงดังขึ้นจากปลายสาย
“ตะวัน” มารดายังคงเรียกชื่อเธอ
“แม่คะ.. เดี๋ยว” เสียงเล็กตอบติด ๆ ขัด ๆ
“เดี๋ยวตะวันจะรีบไปนะ” เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ กดตัดสาย นั่งอึ้งอยู่หลายวินาทีอย่างที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
พอดีกันกับที่เพตราเดินกลับออกมาจากห้องทำงานอันธกานต์
นัยน์ตากลมสบตามองเธอ มองผ่านไปยังห้องทำงานของชายหนุ่มที่นั่งเคร่งเครียดอยู่ภายในห้อง
ท่าทางไร้สติของตะวันวาดทำให้เพตรามองคนตัวเล็กด้วยความตกใจ
“ตะวัน.. เป็นอะไร โอเคหรือเปล่า” หญิงสาวถามอย่างเป็นห่วง
ตะวันวาดสบตากับหญิงสาวผมแดง เธอค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้น รวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีเดินผ่านเพตราตรงไปยังห้องทำงานของอันธกานต์
ประตูห้องทำงานที่เปิดขึ้นทำให้ชายหนุ่มภายในห้องเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเผยความประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นตะวันวาด ทว่าเขาจ้องเธอเคร่งขรึมทันทีเมื่อสังเกตเห็นถึงท่าทางของอีกฝ่าย
“มีอะไรรึเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ
ตะวันวาดยืนตัวสั่นน้อย ๆ เธอหันไปมองเพตราที่ห่างออกไปไม่ไกล ร่างเล็กพาตัวเองเข้าไปในห้องทำงานของอันธกานต์พร้อมกับปิดประตูลงให้แน่ใจว่าเพตราจะไม่ได้ยินสิ่งที่เธอกำลังจะเอ่ย
อันธกานต์ขมวดคิ้วมองท่าทางของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าตะวันวาดทำท่าจะเป็นลม ร่างสูงจึงผละจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่วิ่งตรงไปยังร่างบางทันที
ตะวันวาดยังคงประคองร่างของตัวเองเอาไว้ได้ เธอส่ายหน้าให้อันธกานต์ราวกับจะบอกว่าเธอไม่เป็นไร นัยน์ตากลมสบมองนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ทันทีที่ปะทะสายตากับเขา น้ำตาก็เอ่อล้มขอบดวงตาทันที ใบหน้าหวานแดงขึ้นเล็กด้วย
“แม่บอกว่าพี่บุหลัน.. ฮึก.. พี่บุหลัน” ตะวันวาดพยายามเค้นประโยคออกมาจากลำคอ เธอดูเหมือนพร้อมจะเป็นลมลงไปในทุกวินาที
ทันทีที่อันธกานต์ได้ยินชื่อบุคคลที่สาม คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วก็ขมวดแน่นเข้าไปอีก เขาพอจะเดาสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะเอ่ยได้ เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาพูดคุยกับหมอที่ดูแลทั้งบุหลันรังสรรค์ และวาเลนไทน์ เขารู้สถานการณ์ไม่น้อย
“ใจเย็น ๆ ตะวัน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มปลอบประโลมกว่าปกติ นั่นยิ่งทำให้ตะวันวาดน้ำตาไหลพราก
“พี่บุหลัน.. ฮึก..” เสียงหวานเบาหวิว
มือใหญ่ยกไปประคองร่างบางที่ดูจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ลงไปกับพื้น
“ฮึก.. พี่บุหลัน.. ฮึก.. เสียแล้ว”
ในที่สุดประโยคที่เธอพยายามจะพูดก็ได้เอ่ยจนครบ แม้จะพอเดาสิ่งที่เธอจะพูดอยู่ได้บ้าง แต่เมื่อได้รับฟังมันจริง ๆ อันธกานต์เองก็อึ้งไปไม่น้อย.. ร่างสูงยืนตัวแข็ง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เขาคาดคิดนัก ทั้งที่เมื่อเช้าเขาทั้งคู่ยังเห็นบุหลันรังสรรค์บนเตียงผู้ป่วยอยู่แท้ ๆ
แม้เขาจะไร้เยื่อใยกับบุหลันรังสรรค์มากเพียงใด.. ชายหนุ่มก็อดยอมรับไม่ได้ว่าความรู้สึกเขาก็จมดิ่งลงไปไม่มากก็น้อย
อันธกานต์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ มองผ่านประตูออกไป เห็นเพตราที่กำลังจ้องมองพวกเขาทั้งคู่ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดกลับลงมองหญิงสาวที่ตอนนี้ร่างสั่นเทิ้ม น้ำตานองหน้า..
ตะวันวาดอยู่ในสภาวะช็อก..
เพตราเดินเข้ามาในห้องทำงาน
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” เจ้าหล่อนถาม มองตะวันวาดที่มองมาที่เธอ แต่สาวน้อยดูเหม่อลอยไร้สติ
“พี่สาวเธอเสียน่ะครับ” เสียงทุ้มบอกสั้น ๆ
เพตราอึ้งไปเล็กน้อย ยกมือทาบหน้าอกอย่างอัตโนมัติ เธอรู้สึกเสียใจกับตะวันวาด แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงสาวจึงต้องเดินเข้าไปบอกอันธกานต์
“เดี๋ยวผมพาเธอไปที่โรงพยาบาลก่อนนะครับ งานที่เหลือเดี๋ยวจะกลับมาจัดการทีหลัง” ร่างสูงเอ่ยกับเพตรา
หญิงสาวผมแดงได้แต่พยักหน้ารับหงึกหงัก ขณะที่อันธกานต์กึ่งเดินกึ่งพยุงตะวันวาดในอ้อมแขนหายออกไปจากออฟฟิค
“ไปโรงพยาบาล.. แล้วคุณธันรู้ได้ยังไงว่าพี่สาวตะวันอยู่โรงพยาบาลไหน”
“เอ๊ะ.. หรือจะโรงพยาบาลเดียวกัน.. แต่ทำไม.. เอ๊ะ”
เพตราหรี่สายตาลงขณะที่ใช้ความคิด นิ้วเรียวยกขึ้นเกาศีรษะด้านข้าง เธอได้แต่สงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ผู้ช่วยคนสวยก็ตัดสินใจกลับไปทำงานของตัวเองต่อ เพราะถึงคิดไป เธอก็คงไม่ได้รับคำตอบวันนี้แน่นอน..