"แล้วเช่นนี้ข้าควรทำเช่นไรต่อดี มัวแต่ช่วยซิงหนี่ว์จนตัวเองพันไปด้วยสายบัวเช่นนี้ " นางพึมพำขึ้นมาเสียงเบา
“มี่เอ๋อร์..ไฉนเ้าไม่ว่ายกลับมา” จิ้นฝานะโถามด้วยความร้อนใจ เพราะยามนี้ใบหน้างามแลดูเหนื่อยล้าอยู่มากจนเห็นได้ชัดเจน
ไป๋มี่อิงวาดสายตามองไปทางเสี่ยวฝานยิ้มให้เขาอย่างอ่อนใจ ยามนี้ความเย็นของน้ำเสียดแทงลึกเข้ามาจนปวดกระดูก
เมื่อครู่ก่อนหน้านี้ได้ใช้แรงเกือบทั้งหมดในการว่ายน้ำทรงตัว และออกแรงฉีกอาภรณ์ของไป๋ซิงหนี่ว์ให้เร็วขึ้น ดำผุดดำว่ายอยู่หลายครา
“ช่วย ข้า ด้วย” ไป๋มี่อิงขยับปากกล่าวช้าๆ ให้จิ้นฝานที่มองมาอ่านปากนาง เพราะยามนี้แทบไม่มีแรงจะะโตอบกลับ แถมแขนขาก็เริ่มชาขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ใช่แค่จิ้นฝานที่เห็นไป๋มี่อิงที่พยายามลอยคอเหนือน้ำ ยังมีซิ่นสือ และเยี่ยเปาที่กำลังกราดตามองสำรวจ อาจจะมีผู้คนยังตกหล่นเหลืออยู่
พลันสายตาของเยี่ยเปาก็สบเข้ากับดวงหน้างามก่อนหน้านี้ที่ตรึงตาตรึงใจเขาไว้ชั่วขณะหนึ่ง
พวกเขาทั้งสามที่เห็นไป๋มี่อิงกำลังหมดแรงหลุบต่ำลงใต้น้ำเรื่อยๆ ก็รีบะโลงน้ำแหวกว่ายไปช่วยนางอย่างรีบร้อน
สู่ฝันของไป๋มี่อิง
จมดิ่ง..
สู่สายน้ำ…
แห่งห้วงนิทรา….
‘ย้อนฝันรำลึกในวันวาน สิบสี่ปีที่ผ่านมา เร็วราวกับสายลม’
“แม่รอง!!! ท่านต้องอดทนไว้ อีกไม่นานจะมีคนมาช่วยพวกเราแล้ว” ข้ากล่าวขึ้นเสียงหลง ยามนี้สตรีวัยสามสิบใบหน้าอ่อนโยนกำลังกระอักเืล้นทะลักออกมาจากปาก
แต่ดวงหน้าของนางยังคงระบายไปด้วยรอยยิ้มละมุน มองมาด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยม
“คุณหนูเ้าค่ะ…ข้าฝากซิงหนี่ว์ด้วย” นางกล่าวเสียงแหบพร่า ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ สุดท้ายนางก็สิ้นลมในอ้อมอกข้าไป
ข้าอดกลั้นเสียงสะอื้นที่อัดแน่น วางตัวนางลงตามเดิม กลับมาหาน้องสาวต่างมารดาอายุเพียงสองปีเท่านั้นที่นั่งคุดคู้กอดตุ๊กตาผ้าในมืออย่างไม่รู้ความ
ในยามนี้บ้านพักตากอากาศของท่านพ่อนอกแคว้นซิ่นโดนพวกโจรเถื่อนเข้ามาบุกปล้น ตอนที่ท่านออกไปทำธุระด้านนอก
แม่รองคืออนุภรรยาของท่านพ่อ ที่เลี้ยงดูข้ามาั้แ่เล็กให้ทั้งความรัก ทั้งความอบอุ่นแทนมารดาที่เสียไปแล้ว นางวิ่งเข้ามาเป็โล่กำบังให้กับข้าที่กำลังโดนปลายดาบพุ่งตรงเข้ามา
ข้ากอดน้องสาวตัวน้อยมองพวกมันที่ล้อมวงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“เ้าเป็บุตรคนแรกของตระกูลไป๋ใช่หรือไม่” บุรุษดวงตาสีฟ้าเข้มอมเขียวเข้มนิลดุจเหยี่ยวกล่าวขึ้นเสียงเรียบนิ่ง
“ข...ข้า” ข้าในวัยอายุห้าปีกล่าวตอบมันเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว
“รู้หรือไม่…ว่าบุตรคนแรกสามารถทำข้อแลกเปลี่ยนกับบุรุษเก็บิญญาได้” บุรุษดวงตานิลสีฟ้าผสมเขียวแปลกตานี้กล่าวจบ แทงดาบลงกลางอกของข้าทันที
ความเจ็บเสียดลึกเข้าหัวใจจนิญญาข้าหลุดออกมาจากร่าง ยืนมองร่างกายที่แน่นิ่งของตนเองที่มีน้องสาวตัวน้อยกอดร่างไว้
“บุตรคนแรกของตระกูลไป๋….ครานี้พวกเ้าจะเอาอะไรมาเป็ขอแลกเปลี่ยนให้ิญญาของเ้า” เสียงติดยียวนหางเสียงของบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังกล่าวขึ้น
ข้าจึงหันกายกลับไปมองบุรุษเ้าของเสียงช้าๆ พินิจมองเขาอย่างถี่ถ้วน อาภรณ์สีดำสนิท ปล่อยผมสยายหางตาตวัดเฉียงเรียวดุจตาหงส์ หางตาแต่งแต้มด้วยสีม่วงเข้มเป็ทางยาว
“เ้าเด็กน้อย….ได้ยินหรือไม่เ้าจะเอาอันใดมาแลกเปลี่ยน สิ่งที่ข้าโปรดปรานชอบกินที่สุดคือความทรงจำแสนล้ำค่าของคนผู้นั้น” เขาทอดสายตามองเด็กน้อยที่ยืนร่างกายโปร่งแสง ดวงตากลมโตมองมาอย่างไม่กะพริบ
อืม….สมแล้วที่เป็ทายาทรุ่นที่สิบของหอหลิวลี้ อยู่ในเหตุการณ์เช่นนี้สำหรับเด็กอายุเพียงห้าปี เ้าเด็กนี่ยังคงสงบนิ่งเยือกเย็นอยู่ อีกทั้งแววตาไม่สั่นไหว หรือหวาดกลัวให้เห็น
ไฉนเลยไป๋มี่อิงจะไม่กลัวยามนี้นางกลัวแทบสติหลุด แต่ต้องอดกลั้นให้ลึกสุดของหัวใจ เพราะท่านพ่อกล่าวอยู่เสมอ
'หากเ้ากลัวสิ่งใด ก็ต้องเสแสร้งต่อหน้ามันว่าไม่กลัว แล้วเ้าจะก้าวผ่านมันไปได้เอง'
“เ้าจะไม่สนทนากับข้าสักคำหน่อยหรือ” เขากล่าวขึ้นอีก
“ความทรงจำที่แสนล้ำค่า…” ข้ากล่าวขึ้นอย่างเหม่อลอย ห้วนนึกถึงความทรงจำแสนล้ำค่าของตนเอง
ใบหน้าแสนเลือนรางของท่านแม่เป็สิ่งเดียวที่ข้าหวงแหน…เป็ความทรงจำเดียวที่ข้าระลึกถึงท่านแม่ได้
“นึกออกแล้วหรือ…” บุรุษผู้นั้นกล่าวขึ้น มองดวงหน้าเล็กๆ ที่กำลังเหม่อมองอากาศ ั์ตาสีดำคู่นั่นของนางปกคลุมด้วยม่านหมอกสีจางๆ
“ข้าจะได้อะไรบ้างในการแลกเปลี่ยนกับท่าน” ข้ากล่าวถามเขา
“คุณสมบัติที่เหนือผู้คน และกับการได้คืนเข้าสู่ร่างอีกครา” เขากล่าว พลางกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม
ปริปากออกช้าๆ เลียลิ้มฝีปากล่าง หรี่ตามองเด็กน้อยตรงหน้าราวกับว่ามองเห็นของอร่อยอันโอชะ
“แลกเปลี่ยนกับความทรงจำมารดาของข้า” ข้ากล่าวขึ้นเสียงหนักแน่น เมื่อคนตายไปแล้วก็ไม่สามารถย้อนกลับ คนเป็สิที่ต้องปกป้อง ในเมื่อแม่รองสละชีวิตตนเองเพื่อข้า
ข้าเองก็ต้องสละสิ่งสำคัญที่จะมีชีวิตอยู่ดูแลซิงหนี่ว์ที่เป็คำขอสุดท้ายของนาง
“การแลกเปลี่ยนถือว่าสำเร็จ” เขากล่าวจบ ยกปลายนิ้วเรียวที่มีเล็บยาวสีม่วงชี้ทะลุลงไปในศีรษะเล็กๆ ของเด็กน้อยตรงหน้า ดึงเส้นแสงสีขาวแห่งความทรงจำออกมา ยกมันขึ้นสูงแหงนหน้าขึ้นอ้าปากตวัดลิ้นกินมันเข้าไปช้าๆ ละเมียดความหอมหวานความอร่อยของมันในปาก และค่อยๆ กลืนลงคอ
ตึกตึก…เสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามา พร้อมกับเสียงะโดังก้องสนั่นหูของข้า แค่เพียงชั่วพริบตาเดียว ตัวข้าก็คืนกลับสู่ร่างอีกคราตามคำกล่าวบุรุษอาภรณ์สีดำกล่าวไว้ไม่มีผิด
“ทหารมาขอรับนายท่าน รีบหนีกันก่อน” เสียงแห้ง กล่าวขึ้นอย่างละล่ำละลัก
“ดูท่าเด็กน้อยผู้นี้จะทำข้อแลกเปลี่ยนเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปกันเถิด” บุรุษดวงตาสีแปลกกล่าวขึ้น เมื่อสังเกตเห็นขนตาของเด็กน้อยที่นอนอยู่ตรงพื้นสั่นระริกไปมา
ตึกตึก….เสียงฝีเท้าก้าวอย่างสม่ำเสมอค่อยๆ เดินจากไปอย่างไม่รีบร้อน