ในระหว่างนั้นรุ่นเยาว์ทุกคนในตระกูลคล้ายได้รับบรรยากาศแรงกระตุ้นที่เกิดจากตัวของเล้งปวยที่แม้จะประลองประสพผลสำเร็จ แต่กลับฝึกหนักไม่หยุด ดังนั้นพวกมันต่างก็ได้ใช้เวลานี้ฝึกอย่างเต็มที่เช่นกัน
กระทั่งยี่สิบวันผ่านไป จวงยี่หลานได้มาพบเขาแต่เช้าอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่นางแวะเวียนมาเป็ระยะ
“เ้าดูดีขึ้นกว่าเดิมมากเลย คงหายดีแล้วใช่ไหม เอ้ะเ้าเลื่อนระดับแล้ว…เป็ขั้นแก่นแท้ระดับ 3 เออ !!ไม่ใช่ต้องระดับ 6 สินะ
“ใช้แล้ว ขอบใจเ้าที่คอยห่วงใยข้า ข้าหายดี ยังได้เลื่อนถึง 6 ระดับด้วย”
“ท่านพ่อบอกว่าอยากพบเ้าก่อนที่จะได้มีการประชุมหารือกับผู้าุโของตระกูล”
“ได้ บอกท่านว่าเดียวข้าชำระร่างกายเสร็จสิ้น ข้าจะตามไป”
ไม่นานเขาไปถึงยังห้องโถงของจวนท่านผู้นำ ซึ่งมีพ่อบ้านจวงหยุน จวงจั่น จวงยี่หลานอยู่ด้วย
ท่านผู้นำได้เรียกเขาเข้าไปนั่งดื่มน้ำชาด้วย
“ขอคารวะท่านผู้นำ และท่านพ่อบ้านจวง ขอรับ” แล้วเดินไปนั่งลง
“ไฮ้ พลังของเ้าก้าวขึ้นแก่นแท้ลมปราณระดับ 3 แล้วนิ เป็ไปได้ยังไงกัน พึ่งผ่านมายังไม่ ครบเดือนด้วยซำ้ อา!!!”
“ช่างมหัศจรรย์จริงๆ เล้งปวย เ้าทำได้ยังไง…” พ่อบ้านจวงหยุนพูดด้วยนำ้เสียงแตกตื่นยินดี
“เพียงผู้น้อยโชคดีในคราเคราะห์ การาเ็จากการประลองทำไห้ร่างกายมีการปรับตัวไปหลายอย่าง จนทำให้สามารถใช้โอสถระดับสูงได้ แต่ก็เสี่ยงต่ออันตรายไม่น้อย โชคดีที่ผ่าน่คับขันมาได้”
เขาไม่ได้บอกรายละเอียดออกมาทั้งหมด
“ไม่ทราบท่านผู้นำ เรียกหาผู้น้อยด้วยอันใดขอรับ”
“อ้อ ก็ไม่มีอะไรมากเพียงอยากขอบคุณเ้าในทุกๆเื่ที่เ้าได้ทำให้ตระกูลจวงไม่เพียงผ่านพ้นวิกฤติไปได้เท่านั้น แต่ยังทำให้สภาพแวดล้อมในการมองตระกูลจวงเปลี่ยนไป” ดูสดชื่นเมื่อพูดต่อว่า
“ในห้าตระกูลใหญ่ไม่มีใครกล้ายื่นเงื่อนไขกดดันตระกูลจวงอีก มีหลายหลายตระกูลย่อยเสนอที่จะทำการค้าขายกับเรา ซึ่งไม่เพียงเท่านี้ยังมีอีกหลายๆเื่ ที่ล้วนแต่เป็ผลดีกับเรา
ไม่รู้จักขอบคุณเ้าอย่างไรดี
“นั่นเป็สิ่งที่น่ายินดี และเป็เพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่ผู้น้อยพอจะทำได้ แต่ยังไม่เท่ากับ ความเป็คนดีมีน้ำใจของคนในตระกูลท่าน ที่มีต่อคนจรจัดเยี่ยงผู้น้อย ขอรับ”
“นี่คือรางวัลของเ้าที่ได้รับจากการประลอง” พลางหยิบศิลาเพิ่มพลังปราณระดับกลางและตำราทักษะกระบี่ชั้นระดับสูง ออกมา และยื่นให้เขา ทว่าเขารับมาถือไว้พร้อมกล่าว
“แม้สองสิ่งนี้จะเป็ยอดปารถนาของผู้คนอย่างยิ่ง แต่สองสิ่งนี้สำหรับตัวผู้น้อยเอง มันไม่ค่อยจะทำให้เกิดประโยชน์ได้เท่าใดนัก จึงมิสู้มอบให้ยี่หลานและพี่จั่นแทนจะดีกว่า”
แล้วเขาก็ยื่นศิลาเพิ่มพลังปราณระดับกลางให้จวงยี่หลาน อีกมือหนึ่งยื่นคัมภีร์กระบี่ระดับกลางเช่นกันให้กับจวงจั่น แต่เห็นทั้งคู่ลังเลไม่กล้ารับ
“รับไปเถอะ เพราะข้าไม่จำเป็ต้องใช้มันจริงๆ แต่สำหรับพวกเ้ามันมีประโยชน์แน่ๆ”
พอเห็นทั้งสองยังลังเลอยู่ เขาจึงผลักส่งเข้าไปให้
“ขอบคุณเ้าแล้ว”
ทั้งสองจึงได้ยิ้มออกมาอย่างขอบคุณอีกครั้ง
หลังจากนั้นผู้นำตระกูลได้หันมาทางเล้งปวย
“อีกอย่างเราขอถามเ้า จากนี้ไปเ้ามีแผนก้าวเดินต่อไปเช่นไรหรือไม่”
“เรียนท่านผู้นำ ผู้น้อยคิดจะหาทางสมัครเข้าเป็ศิษย์สำนักมาตรฐานสักแห่ง ไม่ทราบว่าท่านพอจะแนะนำให้ได้หรือไม่”
“ที่เราเห็นเหมาะสมก็คงมีอยู่เพียงแค่ 3 สำนัก ที่ไม่ไกลเกินไปเดินทางไม่เกินยี่สิบวันก็ถึง”
พลางอธิบายว่า มีสำนักหมื่นบรรพต สำนักเงาจันทรา และสำนักกระบี่เจ็ดดาว แต่ที่เห็นว่ามีชื่อเสียงที่สุดก็คือสำนักหมื่นบรรพตที่แต่ละปีมีผู้แห่ไปสมัครเป็หลายหมื่นคน แต่ก็มีผู้สอบผ่านการคัดเลือกเพียงห้าหกพันคนเท่านั้น ส่วนสำนักเงาจันทรานั้นแม้ชื่อเสียงเป็รองนิดหน่อยแต่โอกาสสอบผ่านได้มีมากกว่า เพราะผู้สมัครน้อยกว่า และทั้งสองสำนักก็กำลังเปิดรับศิษย์พร้อมกัน
“เ้าเห็นเป็อย่างไร”
“ตัวผู้น้อยจะลองเสี่ยงสมัครที่สำนักหมื่นบรรพตดู ขอรับ”
“ข้าจะลองให้ยี่หลานไปสมัครกับเ้าดู เพราะที่เหลือคงให้สมัครที่สำนักเงาจันทรา”
แล้วท่านผู้นำตระกูลจวง ได้นำความคิดนี้ไปแจ้งที่ประชุมต่อไป
ดังนั้นในระหว่างนี้เขาจึงเตรียมการหลายอย่างด้วยกัน เริ่มจากการปรุงโอสถประเภทรักษาาแระดับ3 และโอสถปราณม่วงระดับ 3 มอบให้สิบผู้เยาว์ของตระกูลจวง อย่างละเม็ด
ที่เยี่ยมยอดที่สุดคือในวันนี้ เขาได้ปรุงโอสถพลังแห่งัระดับ 7 ขึ้นมาได้สำเร็จอีก 5 เม็ด ซึ่งแน่นอนว่าโดยปกติ ย่อมเป็ระดับปรมาจารย์ด้านโอสถเพียงบางท่านเท่านั้นที่ปรุงได้ แน่นอนสำหรับเล้งปวย นั้นอาศัยความก้าวหน้าของพลังยุทธที่เพิ่มถึง6 ระดับและเปลี่ยนพลังเป็แก่นแท้แห่งลมปราณแล้ว จึงส่งผลให้เขานอกจากสามารถควบคุมใช้เปลวเพลิงแห่งัได้ละเอีดออ่นมากกว่าเดิม ยังมี จิตแห่งญาณ ของเขาที่แข็งแกร่งขึ้นความละเอียดแห่งจิตที่มากขึ้น จึงส่งผลให้เขาปรุงได้โอสถระดับ์ ระดับ 7 เช่นนี้ขึ้นมาได้ นับว่าเป็เื่ที่พิศดารจริง
่บ่ายเขาแวะไปบอกลาท่านตู้ซิงและอาจารย์หยางเซ่อที่สมาคมนักปรุงยา ซึ่งบังเอิญทั้งสองท่านอยู่กันพร้อมหน้าพอดี
“คารวะท่านผู้าุโตู้ …ท่านอาจารย์หยาง ข้ามาเพื่อแจ้งว่าอาจจะไม่ค่อยได้พบหน้านานหน่อย และถือโอกาสมาลาขอรับ เพราะว่าจะได้เดินทางไปสมัครเข้าเป็ศิษย์ของสำนักหมื่นบรรพต”
“เ้าเป็อัจฉริยะอันสูงส่ง ย่อมเข้าได้อย่างไม่เป็ปัญหาอยู่แล้ว” ท่านตู้ชิงกล่าว
“ท่านผู้าุโ ข้าอยากมอบนี่ให้ท่านเป็การขอบคุณที่ส่งเสริมผู้น้อยมาตลอด” และได้หยิบโอสถสีทองอันส่องประกายสดใสออกมาจางๆ มันคือเม็ดโอสถพลังแห่งัระดับ7 ออกมาแล้วยื่นให้อีกฝ่าย ส่งผลให้อีกฝ่ายสะดุ้งแทบตกจากเก้าอี้ทีเดียว
“์ของเ้า!!!! นั่น นั่น ๆ มันโอสถระดับ 7 โอนี่เ้า …ในรอบร้อยปียากจะได้พบจริงๆ
นี่…ข้ารับไม่ได้หรอก” พลางผลักมือเขาไว้
“ท่านผู้าุโโปรดรับไว้อย่างสบายใจเถอะที่ผู้น้อยยังมีอีกอยู่” ฟังเช่นนั้นจึงรับไว้อย่างมือไม้สั่น เขาย่อมทราบถึงมูลค่าของมันดี
“ต้องขอบใจเ้าแล้วเ้าหนูเล้งปวย อีกอย่างหากให้มีคนทราบเื่นี้ย่อมเป็อันตรายต่อเ้าอย่างยิ่งต้องระวังไว้ให้ดี”
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่ตักเตือน ข้าจะระวังให้มากก็แล้วกัน”
จากนั้นก็ลาออกมาแล้วตรงไปที่โรงประมูล ไปขอพบเจ้เซียนเซียน
เพียงรออึดใจเดียวนางก็ละลิ่วพริ้วร่างเข้ามาหา พลางตระโกนดังก้องมาแต่ไกล
“น้องปวย ลมอันใดหอบเ้ามาถึงข้าเนี่ย”
“เ้าหายดีแล้วนี่ ตอนไปหาเ้าที่ตระกูลจวง ฟังว่าเ้ายังไม่ฟื้นเลยจากมา”
“มีคนเล่าให้ข้าฟังเช่นกันว่าเจ้คนสวยไปเยี่ยม ต้องขอบคุณ พี่สาวคนสวยอีกครั้ง”
“เ้ามามีอันใดให้พี่สาวคนนี้ช่วยรึอย่างไร อย่าบอกนะว่าอาจารย์เ้าฝากของมาให้”
“เป็เช่นนั้นจริงๆ” อีกฝ่ายได้ยินพลันะโเข้าหอมแก้มเขาอย่างลิงโลด พลางจ้องสิ่งที่วางอยู่บนฝ่ามืออีกฝ่ายจนลืมหายใจไปชั่วขณะ
“์ โอสถระดับ 7 ระดับ์ ใช่จริง โอ …อาจารย์ของเ้า เขาเป็เซียนแล้วจริงๆ”
“พี่สาวคนสวยขอรับ อาจารย์ท่านมีอยู่เพียงเม็ดเดียวฝากมาให้ท่านดำเนินการนำเข้าประมูลลองดูท่านคิดว่ามูลค่าตามใจท่าน แต่อาจารย์บอกว่าจะขอรับเพียง100 ล้านเหรียญเท่านั้น
และข้าจะไม่ค่อยได้อยู่ที่นี่นัก จึงได้มาบอกพี่สาวไว้ เพราะจะเดินทางไปสมัครสอบเข้าเป็ศิษย์สำนักหมื่นบรรพต” อีกฝ่ายทำตาโตทีเดียว
“ออกจะไม่ยุติธรรมต่ออาจารย์ของเ้านะน้องปวย ราคาประมูลอาจจะถึงขั้นสามหรือสี่ร้อยล้านก็ได้” นางพูดตามจริง
“ถึงเช่นนั้นอาจารย์ก็ยังบอกว่ายกให้เป็นำ้ใจของพี่สาวไปเลย”
“นี่…เช่นนั้นพี่สาวก็ได้แต่รับนำ้ใจจากอาจารย์ของเ้าแล้ว ได้แต่ค่อยหาโอกาสตอบแทนท่านทีหลัง”
นางได้รับโอสถไว้อย่างตื่นเต้น และจัดการชั่วครูก็นำห่อกระดาษกระดาษมูลค่าหนึ่งร้อยเหรียญทองมายื่นให้เขา
จากนั้นเขาได้กลับมายังตระกูลจวง แล้วเข้านั่งบ่มเพาะพลังจนกระทั่งเข้าสู่ภวังค์