บทที่ 20 ประตูชีวิต
เซี่ยจื่ออวี้ขับรถออกจากบ้านไปยังบ้านของหลี่หยวนที่อยู่ค่อนข้างไกล จิตใจเด็กหนุ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ปกติสมองเขามักจะเฉียบแหลม แต่คราวนี้กลับไม่เห็นสิ่งผิดปกติที่ตามอยู่ข้างหลังเขา
ณ บ้านหลี่หยวน
ซิงซิงรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วอย่างมีความสุข รอบนี้อิ่มท้องพอดี ไม่ได้อิ่มจนเกินไป เด็กหญิงลูบท้องโต ๆ ของตนเอง ดวงตากลมโตจ้องมองตรงไปที่ประตู
พี่บอกว่าจะมารับเธอวันนี้ ทำไมยังไม่มาอีกล่ะ
คงใกล้จะมาถึงแล้วแน่ ๆ!
ซิงซิงไม่ได้ส่งเสียงสร้างความวุ่นวายใด ๆ เพียงแค่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาและจ้องมองไปที่ประตู
มือเล็กกระจิริดวางไว้บนขา ผมถูกสืออี๋มัดเป็เปียเล็กสองข้างพร้อมประดับดอกไม้สีชมพูเล็ก ๆ เธอสวมกระโปรงผ้าชีฟองสีขาวน้ำนม ท่อนแขนนวลเปลือยเปล่าเหมือนน้ำนมเข้ากันกับกระโปรง
ถ้าไม่ใช่เพราะดวงตากลมโตกะพริบอยู่ เธอก็งดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่สร้างขึ้นอย่างประณีต
สืออี๋นั่งลงข้างซิงซิง สอบถามเกี่ยวกับเื่ทั่วไป
“ซิงซิง หนูโตมาจากที่ไหนเหรอ”
ซิงซิงยังคงมองออกไปข้างนอกประตู ก่อนเอ่ยเสียงใสกังวาน
“สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลานเทียนค่ะ”
เด็กน้อยไม่มีความคิดคดเคี้ยวอะไร เธอก็เพิ่งมารู้ตอนที่ตัวเองได้มาอยู่กับพี่แล้ว เด็กน้อยจึงบอกไปตามตรงเพราะมันไม่ได้สลักสำคัญอะไร กลับไม่รู้เลยว่าคำพูดนี้จะทำให้คนเป็ผู้ใหญ่ใทันที!
สืออี๋ไม่สามารถซ่อนความในี้ได้ “สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซิงซิงเป็เด็กกำพร้าจริง ๆ เหรอ”
ดวงตาของซิงซิงเบิกกว้าง ส่ายหัวอย่างจริงจัง
“ซิงซิงไม่ใช่เด็กกำพร้าอีกต่อไป! ตอนนี้ซิงซิงมีพี่ชายแล้วค่ะ!”
ขอเพียงได้พูดถึงพี่ชาย ดวงตาของเด็กน้อยก็เป็ประกายแวววาว
ดวงตาวาววับทำให้ใจของผู้พบเห็นใจอ่อนยวบ แต่สืออี๋เป็ผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มามาก ดังนั้นเธอจึงพิจารณาจากความเป็จริง ยิ่งไปกว่านั้น เธอเคยทำงานเป็อาสาสมัครที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลานเทียนมาก่อน และเธอก็มักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามีอะไรแปลก ๆ
ครั้งสุดท้ายที่เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่มีบุคลิกเหมือนซิงซิงก็มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลานเทียน ตอนนี้เด็กน้อยคนนั้นคงโตจนแต่งงานกับชายชราที่ร่ำรวยไปแล้ว
สถานที่นั้นทำให้เธอประหลาดใจมาก สืออี๋ไม่คาดคิดว่าซิงซิงจะอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั้นด้วย
สืออี๋ขมวดคิ้ว “ซิงซิงหมายความว่า... หนูถูกพี่ชายรับมาเลี้ยงเหรอ แต่ว่าเขาก็ยังเป็ผู้เยาว์อยู่เลย...”
“ไม่ใช่ค่ะ!” ซิงซิงไม่ได้ส่งเสียงดังมาก “ไม่ใช่การรับมาเลี้ยงค่ะ เขาเป็พี่ชายของหนู~”
สืออี๋พลันตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง
ซิงซิงตอนนี้...ดูเหมือนจะยังไม่ได้ถูกรับเลี้ยงอย่างเป็ทางการ!
ครอบครัวของพวกเขามีโอกาสที่จะทำให้ซิงซิงมาเป็ลูกสาวตัวน้อยของพวกเขา?
สืออี๋ขยับเข้ามาใกล้อย่างตื่นเต้นแล้วกอดซิงซิง
“ซิงซิง หนูชอบที่นี่ไหม”
“ชอบค่ะ…” ซิงซิงตัวน้อยเหม่อลอยอีกครั้ง
เธอไม่้าเล่นของเล่นราคาแพงที่วางอยู่รอบตัว จึงมองไปทางประตูอยู่บ่อยครั้ง ก้นเล็ก ๆ รู้สึกนั่งไม่ติด เธอนั่งบนโซฟาด้วยท่าทีอยู่ไม่สุข
สืออี๋พยายามต่อ
“ถ้าซิงซิงชอบละก็ หนูอยากอยู่ที่บ้านของพวกเราตลอดไปเลยไหม ซิงซิงอยู่ที่นี่จะได้กินอาหารที่ดีที่สุด ได้เล่นอย่างสนุก และ...”
ยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค เด็กน้อยก็ะโลงจากโซฟา ราวกับสัตว์ตัวเล็กที่ได้กลิ่นคนที่มันชอบมาแต่ไกล และรีบวิ่งพุ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว!
ในขณะเดียวกัน ประตูก็เปิดออก
ลูกะุอันอ่อนนุ่มพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นและแข็งแกร่ง
เมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคยที่สุด ซิงซิงก็รู้สึกมีความสุขมาก
“พี่ชาย ๆ พี่ชายย!”
เ้าตัวเล็กกรีดร้องเบา ๆ
เซี่ยจื่ออวี้ถูกเสียงคร่ำครวญโจมตี ความเ็ปอย่างรุนแรงจากกระดูกน่องทำให้แผ่นหลังของเขามีเหงื่อผุดซึม ถ้าหลี่หยวนไม่ดันหลังไว้ เขาอาจจะล้มหงายหลังไปแล้ว
“ซิงซิงคิดถึงพี่มาก... กอดหนูหน่อยค่ะ!”
สาวน้อยผิวขาวละเอียดอ้าแขนกอดเด็กหนุ่มร่างสูงที่ปากขาวซีดเซียว
นี่เป็ครั้งแรกที่ซิงซิงออดอ้อนจึงยังรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย
ั้แ่ไหนแต่ไรเธอเป็เด็กว่านอนสอนง่าย ประพฤติตัวดี ไม่ร้องขอสิ่งใด และเธอก็ปฏิบัติตัวเช่นนั้นมาตลอด ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่ร้องขอ ไม่รู้ว่าพี่ชายจะรำคาญไหม จะโกรธกันหรือเปล่า
แต่ก่อนที่สมองเล็ก ๆ จะทันได้คิดอะไร เธอก็ถูกแขนที่แข็งแรงคู่นั้นอุ้มขึ้นมา อ้อมกอดที่คุ้นเคยร้อนผ่าว หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นแรง
“พี่ก็คิดถึงซิงซิง” เซี่ยจื่ออวี้กระซิบ
ร่างกายของเขาเ็ปไปทุกที่
หลี่หยวนที่เห็นอาการาเ็ของเซี่ยจื่ออวี้ลังเลที่จะพูด
แต่น้ำเสียงของเซี่ยจื่ออวี้ยังคงสงบมากจนซิงซิงต้องเงยหน้าเล็ก ๆ มองเขาอย่างเบิกบานใจ
มือเล็กของเธอกอดคอของเซี่ยจื่ออวี้และเอาใบหน้าถูที่คางของเขา
“พี่ชายดีที่สุด~”
สืออี๋เข้ามาแล้วพูดกับเซี่ยจื่ออวี้ “น้าได้ยินเื่เธอมาจากหลี่หยวน อยากจะพักผ่อนหน่อยไหม”
ซิงซิงตื่นเต้นอยู่ตลอดและไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรผิดปกติกับเซี่ยจื่ออวี้ แต่สืออี๋สังเกตเห็น
ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเซียวผิดปกติ แม้ว่ารอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขาจะถูกปกปิดไว้แล้ว แต่ก็ยังมองเห็นได้หากมองดูอย่างละเอียด
เด็กหนุ่มคนนี้จะสามารถดูแลเด็กอายุสามขวบครึ่งได้จริงเหรอ
เมื่อเซี่ยจื่ออวี้เผชิญหน้ากับคนอื่น ใบหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็เ็า แต่เดิมเขาก็ไม่ใช่คนมีมารยาท เวลานี้จึงเหลือบมองสืออี๋อย่างเ็าและถอยกลับไปก้าวหนึ่ง “ไม่ละครับ”
เซี่ยจื่ออวี้เป็คนชั่วร้ายแต่เฉลียวฉลาด เขาเห็นความปรารถนาในดวงตาของสืออี๋และมีความเป็ไปได้ว่ามันจะเป็ซิงซิง แม้ว่าเขาจะบอกว่าให้ซิงซิงเลือก แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่อยากปล่อยมือน้อยนี้ไป
เซี่ยจื่ออวี้กระชับอ้อมแขน กอดซิงซิงแน่นและพยักหน้าไปทางหลี่หยวน
“ไปก่อนนะครับ”
พูดจบก็หันหลังกลับออกไป
ในทางกลับกันซิงซิงโผล่หัวของเธอออกจากแขนของเซี่ยจื่ออวี้ กำลังโบกมือมาทางสืออี๋ คิ้วรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวและดวงตาที่เหมือนพระจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า
“ลาก่อนนะคะคุณป้า ลาก่อนนะคะคุณย่า ลาก่อนค่ะพี่หลี่หยวน~”
“ที่รัก พาฉันไปด้วยเถอะ...” เ้าสามหลี่เติงเติงวัยห้าขวบวิ่งออกมาทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
หลี่หยวนโกรธมากและเตะน้องชายกลับเข้าไปในบ้าน มันน่ากลัวมาก น้องชายเขาคงจะไม่ถูกเซี่ยจื่ออวี้ฆ่าปิดปากหรอกนะ
จนกระทั่งแผ่นหลังของเซี่ยจื่ออวี้ลับไปจากสายตา หลี่หยวนก็มองไปที่น้องชายผู้โชคร้ายของเขาด้วยใบหน้าดุดัน และหันไปพูดกับย่าหลี่
“ย่าครับ หยุดดูละครน้ำเน่าตอนแปดโมงพวกนั้นเถอะนะ! และอย่าพาเติงเติงไปดูด้วย!”
…
ซิงซิงถูกอุ้มไปนั่งบนรถ ดวงตากลมโตมองเซี่ยจื่ออวี้ที่ช่วยรัดเข็มขัดนิรภัยให้ตนเองอย่างระมัดระวัง
มีความสุขมาก พี่ชายทำตามคำพูดจริง ๆ! พี่ชายดีที่สุดเลย!
เด็กน้อยะโโลดเต้นอย่างตื่นเต้น ใบหน้าเล็กเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง
เซี่ยจื่ออวี้เหยียบคันเร่งแล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่า เขาเรียกบ้านหลังนั้นว่าบ้าน
เป็เพราะซิงซิงเหรอ
เขาหันไปมองซิงซิง เด็กน้อยตื่นเต้นมากจนขาอวบดีดไปมา
เมื่อมองเธอ อาการาเ็บนร่างกายของเขาก็ดูเหมือนจะไม่เจ็บมากนัก
“ซิงซิงได้กลับบ้านกับพี่ดีใจหรือเปล่า” เขายกยิ้มแล้วถามเสียงแ่เบา
ซิงซิง “แฮปปี้!!” (เสียงดังสุด ๆ)
ซิงซิงมีความสุขมากจนไม่ได้สังเกตเห็นภาพลักษณ์ที่น่ากลัวพวกนั้น
จนกระทั่งรถขับมานานกว่าสิบนาที เด็กน้อยที่อยู่ในอาการตื่นเต้นก็สงบลงในที่สุด เธอหันไปมองพี่ชาย ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง! ั์ตาของเด็กหญิงเอ่ยคลอไปด้วยน้ำตาเพราะความหวาดกลัว!
สายเกินไปแล้ว...มันสายเกินไปแล้ว!
อันตรายใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นหลังจากนี้อีกไม่กี่นาที!
เด็กน้อยร้อนใจมากจนพูดอะไรไม่ออก
ปากไม่สามารถตามทันสมองที่เคลื่อนไหวรวดเร็วได้
ซิวเซิงซางตู้จิ่ง*[1]... ใช่แล้ว ประตูชีวิตอยู่ตรงนั้น!
ซิงซิงกังวลมากจนต้องลุกขึ้นจากที่นั่ง
เซี่ยจื่ออวี้กลัวว่าซิงซิงจะกลัว เขาจึงลดความเร็ว สุดท้ายเขาเห็นเด็กน้อยดิ้นอย่างบ้าคลั่งอยู่บนที่นั่ง
“ซิงซิงเป็อะไรไป นั่งดี ๆ สิ มันอันตรายนะ”
เป็ผลให้ซิงซิงไม่เพียงไม่เชื่อฟังเท่านั้น อีกทั้งยังแย่ลงด้วย เธอออกมาจากเข็มขัดนิรภัยและยืนอยู่บนเบาะนั่ง
“ซิงซิง!” เซี่ยจื่ออวี้ขมวดคิ้ว เสียงของเขาดังขึ้นเล็กน้อย
ซิงซิงผิดปกติมาก แต่มีทางแยกข้างหน้า เขากำลังจะไปที่นั่นเพื่อหยุดถามซิงซิงว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขาเหยียบคันเร่งและกำลังจะผ่านไฟเขียวไปในไม่กี่วินาที
ดวงตาของซิงซิงก็เต็มไปด้วยน้ำตา ไม่นานเธอก็กรีดร้อง “พี่คะ อันตราย!”
จู่ ๆ ร่างเล็กก็รีบวิ่งเข้ามาหาเขา!
มือเล็ก ๆ จับพวงมาลัยแน่น และเมื่อเซี่ยจื่ออวี้ไม่ทันได้เตรียมตัว จึงบังคับให้รถเลี้ยวไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว!
ตู้ม!!!
เกิดการกระแทกอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงเบรกที่ดังชัดขึ้นในหูของเซี่ยจื่ออวี้ราวกับะเิ
ภายในชั่วพริบตา ราวกับทุกอย่างเคลื่อนไหวช้าลง เขาถูกเข็มขัดนิรภัยคาดไว้อย่างแ่า แต่สายตาเขากลับมองไปยังร่างเล็กอย่างซิงซิงที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“ซิงซิง!”
[1] ซิวเซิงซางตู้จิ่ง คือ ฉีเหมินตุ้นเจี่ย หนึ่งในศาสตร์จีนโบราณ ที่เป็ตัวกลางในการอธิบายลักษณะพลังงานของจักรวาลที่ส่งผลต่อทุกสรรพสิ่ง ณ ขณะเวลานั้น ๆ