ตอนที่ 18: ลานล่าสัตว์สีเืกับหยาดน้ำตาของมัจจุราช
ลมเหมันต์พัดกระโชกผ่านเทือกเขาชิงหลวน หอบเอาไอเย็นะเืเสียดกระดูกมาปกคลุมลานกว้างหน้าผืนป่าล่าสัตว์หลวง
ธงทิวสีทองอร่ามปักดิ้นลายัเหินโบกสะบัดอย่างหยิ่งทระนง ท่ามกลางทัพทหารเกราะเหล็กนับพันนายที่หยัดยืนอารักขาแ่าดุจกำแพงมนุษย์
งานประเพณีล่าสัตว์หลวงประจำปีแห่งต้าฉู่ ไม่ใช่เพียงการขี่ม้าพักผ่อนหย่อนใจของเหล่าเชื้อพระวงศ์ หากแต่มันคือเวทีประลองอำนาจมืดและลานแสดงแสนยานุภาพที่สำคัญที่สุดในราชสำนัก
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเสิ่นเยว่เต้นกระหน่ำรัวเร็ว ดวงตาหงส์หรี่แคบ ทอดมองลึกลงไปยังผืนป่าทึบเบื้องหน้าด้วยแววตาระแวดระวังภัยสูงสุด
‘ตามเส้นเื่เดิม งานล่าสัตว์ครั้งนี้คือฉากนองเืครั้งใหญ่ ที่นางมารร้ายอย่างเสิ่นเยว่พยายามงัดแผนลอบสังหารไป๋ลั่วอิง แต่กลับพลาดท่าถูกตลบหลังจนตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพปางตาย!’
สองมือเรียวภายใต้ถุงมือหนังชั้นดีออกแรงกระชับบังเหียนม้าสีขาวบริสุทธิ์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
วันนี้นางละทิ้งอาภรณ์กรุยกรายรุ่มร่าม เลือกสวมใส่ชุดขี่ม้ารัดกุมสีแดงเพลิง ปักร้อยลวดลายเมฆามงคลด้วยดิ้นเงินวาววับ อาภรณ์สีสดตัดกับผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะแรก ขับเน้นรูปร่างระหงและกลิ่นอายความองอาจให้ดูโดดเด่นสะดุดตาเหนือสตรีใด
“พระชายาติ้งอ๋อง ช่างดูงดงามและอาจหาญยิ่งนัก”
สุรเสียงทุ้มคุ้นหูที่แฝงความนัยบางอย่าง ดังแทรกสายลมขึ้นมาจากด้านหลัง
เสิ่นเยว่เบือนหน้าหันไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็องค์รัชทายาทเซียวจิ่นที่ประทับอยู่บนหลังม้าสายพันธุ์ดี เขาสวมชุดเกราะเบาสีทองอร่ามสลักลายั
ั์ตาของบุรุษผู้สูงศักดิ์ทอดมองนาง ด้วยประกายความพิศวงและโหยหาอาวรณ์อย่างประหลาด ชนิดที่เ้าตัวไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้มิด
เคียงข้างกายเขามีร่างบอบบางของไป๋ลั่วอิงประทับอยู่บนหลังม้าตัวเล็ก นางเอกสาวสวมชุดขี่ม้าสีชมพูอ่อนละมุน ดูบอบบางและอ่อนช้อยราวกับดอกไม้ป่าที่เฝ้ารอคอยให้บุรุษมากางปีกคุ้มครอง
“ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ”
เสิ่นเยว่ทำเพียงค้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาท ท่าทีเ็าและห่างเหินราวกับคนแปลกหน้าของนาง ทำเอาสันกรามของเซียวจิ่นขบเข้าหากันแน่น เขารู้สึกปวดร้าวราวกับมีหนามแหลมคมนับร้อยทิ่มแทงลงกลางใจ
ยังไม่ทันที่องค์รัชทายาทจะได้อ้าปากเอื้อนเอ่ยวาจาใดต่อ ไอสังหารอันหนักหน่วงและเยือกเย็นดุจพายุหิมะ ก็แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมกดทับบรรยากาศบริเวณนั้นจนหายใจติดขัด
เสียงเกือกของอาชาศึกสีดำทะมึนย่างเหยียบลงบนพื้นดินอย่างหนักแน่นดุดัน เซียวเหยียนบังคับม้าตัวเขื่องเข้ามาแทรกกลางขวางกั้นระหว่างเสิ่นเยว่และเซียวจิ่นในทันทีอย่างไร้ความเกรงใจ
มัจจุราชหนุ่มสวมชุดเกราะหนังสีนิลสนิท แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงตระหง่านดุจทวนเหล็กกล้า ั์ตาสีนิลอันตรายตวัดจ้องมองไปที่รัชทายาทผู้เป็หลานชาย ราวกับพญาเสือที่กำลังกางกรงเล็บข่มขู่ เพื่อประกาศกร้าวให้รู้ว่าสตรีที่อยู่ด้านหลังนี้คือคนของเขา
“ผืนป่าแห่งนี้อุดมไปด้วยสัตว์ร้ายและอันตรายที่มองไม่เห็น รัชทายาทควรจดจ่ออยู่กับการดูแลคนของพระองค์ให้ดีเถิด ส่วนพระชายาของข้า…ข้ามีปัญญาปกป้องและดูแลนางด้วยตัวของข้าเอง”
น้ำเสียงของเซียวเหยียนราบเรียบไร้ระลอกคลื่น หากแต่ท่วงทำนองที่เปล่งออกมา กลับอัดแน่นไปด้วยการข่มขวัญและคุกคามจนผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย
เซียวจิ่นขบกรามแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน เขาทำได้เพียงยกยิ้มแห้งแล้งฝืนธรรมชาติ “เสด็จอาตรัสสั่งสอนได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อถึงฤกษ์งามยามดี เสียงเป่าแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทะเืไปทั่วหุบเขา เป็สัญญาณเปิดม่านงานล่าสัตว์อย่างเป็ทางการ
เหล่าบุรุษกล้าต่างควบม้าพุ่งทะยานฝุ่นตลบ เข้าสู่ดงป่าลึกอย่างรวดเร็วเพื่อ่ชิงผลงาน ถึงกระนั้น เซียวเหยียนกลับจงใจชะลอฝีเท้าอาชาของตนลง เพื่อรักษาระยะห่างให้อยู่เคียงข้างกายเสิ่นเยว่ ไม่ยอมห่างไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว
“ท่านอ๋องมิต้องทรงเร่งฝีม้า ไปล่ากวางทองเพื่อชิงรางวัลหรอกหรือเพคะ”
เสิ่นเยว่เอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ ขณะม้าขาวของนางก้าวเดินย่ำใบไม้แห้งไปตามทางลาดชันอย่างเนิบนาบ
“กวางทองพรรค์นั้น มีค่าอันใดให้ข้าต้องใส่ใจ มันไม่ได้สลักสำคัญเทียบเท่ากับลมหายใจของเ้าเลยสักนิด”
เซียวเหยียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โดยไม่แม้แต่จะหันใบหน้ามามอง
สายตาของเขากวาดระแวดระวังไปรอบทิศทาง สองมือที่กุมบังเหียนเกร็งแน่น พร้อมที่จะชักกระบี่พุ่งเข้าปกป้องนางได้ในทุกเสี้ยววินาที
“เ้าจงฟังสั่งข้า ห้ามบังคับม้าออกห่างจากตัวข้าเกินสิบก้าวเป็อันขาด หากเ้าคลาดสายตาหายตัวไป… ข้าจะสั่งจุดไฟเผาป่าบัดซบแห่งนี้ให้ราบเป็หน้ากลองเสีย”
เสิ่นเยว่ลอบถอนหายใจยาว ‘ผู้ชายคนนี้ เขาคลั่งรักจนหน้ามืดบอด หรือประสาทเสียไปแล้วกันแน่’
ถึงปากจะค่อนขอดอยู่ในใจ หากแต่ลึกลงไปก้นบึ้ง กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งกลับไหลซึม ค่อยๆ หลอมละลายแผ่ซ่านเข้าสู่อาณาเขตหัวใจที่เคยปิดตายของนางอย่างเงียบเชียบ
ฉับพลันนั้นเอง!
กรวบ! โฮก!
เสียงหักโค่นของกิ่งไม้ขนาดใหญ่ และเสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทที่ดังะเืเลื่อนลั่น ปะทุขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบทางด้านซ้ายมือ
ทหารองครักษ์ที่ควบม้าตามหลังมาในระยะห่างต่างกระตุกบังเหียนชะงักงันด้วยความตื่นตระหนก เมื่อร่างของ ‘หมีควายสีดำ’ ขนาดมหึมา ที่มีดวงตาแดงก่ำวาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกป้อนยาปลุกคลุ้มคลั่ง พุ่งทะยานทะลุพุ่มไม้ออกมาด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติ!
เป้าหมายของมันไม่ได้พุ่งเข้าใส่เซียวเหยียน แต่มันกลับอ้าปากโชว์เขี้ยวแหลมคม พุ่งกระโจนตรงดิ่งมาที่ม้าขาวของเสิ่นเยว่อย่างบ้าคลั่ง!
“เยว่เอ๋อร์!”
เซียวเหยียนแผดเสียงตวาดก้องป่า ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขยายด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ซึ่งเป็ปฏิกิริยาหวาดผวาที่หาดูได้ยากยิ่งจากอ๋องทมิฬผู้ไร้หัวใจ
ม้าขาวของเสิ่นเยว่ใกลัวสัตว์ร้ายจนเสียสติ มันส่งเสียงร้องแหลม ชูสองขาหน้าขึ้นสูงตระหง่านและสะบัดร่างอย่างรุนแรง
เสิ่นเยว่เสียหลักเกือบจะหงายหลังร่วงหล่นจากอานม้า แต่นางกัดฟันแน่นจนเจ็บกราม รีดเร้นพละกำลังทั้งหมดที่มีในกาย กระชากบังเหียนสุดแรงเกิด บังคับให้ม้าเบี่ยงลำตัวหลบกรงเล็บอันคมกริบของหมีร้ายที่ตวัดจู่โจมเข้ามาได้อย่างหวุดหวิด
ทว่า แรงสะบัดก็ทำให้นางต้านทานไม่ไหว ร่างระหงเสียการทรงตัวไถลร่วงลงจากหลังม้า
แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่ปลายเท้าัักระแทกพื้นดิน หมีดำที่กำลังคลุ้มคลั่งก็ตวัดตัวหันกลับมา แยกเขี้ยวพ่นน้ำลายเหนียวหนืด โถมน้ำหนักตัวนับพันชั่งเข้าใส่นางอีกระลอก!
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ลูกศรเหล็กสามดอกพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน มันพุ่งทะลวงปักเข้าที่ดวงตาและลำคอหนาเตอะของหมีร้ายอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
ร่างั์ของมันส่งเสียงร้องโหยหวนและชะงักกึกกลางอากาศ ถึงอย่างนั้น แรงเหวี่ยงและน้ำหนักมหาศาลของสัตว์ร้ายที่พุ่งเข้ามา ก็ยังคงปะทะกระแทกเข้าที่ไหล่ของเสิ่นเยว่ จนร่างบอบบางปลิวละลิ่ว กระเด็นกลิ้งตกหล่นลงไปทางเนินเขาลาดชันเบื้องล่าง
“เยว่เอ๋อร์!!!”
เสียงคำรามเรียกชื่อนางดังลั่นป่า เซียวเหยียนไม่เสียเวลาชักม้า เขาละทิ้งสายบังเหียน ะโพุ่งตัวลงจากหลังอาชาศึกที่กำลังควบตะบึงโดยไม่สนความสูงและความอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น
ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานลงเนินลาดชันราวกับลูกธนู สองแขนแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางของเสิ่นเยว่เอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่ร่างของนางจะกลิ้งตกลงไปกระแทกโขดหินในลำธารเชี่ยวกรากเบื้องล่าง
ร่างของคนทั้งสองกอดรัดกันแน่น กลิ้งหลุนๆ ตกลงไปตามทางลาดชันที่เต็มไปด้วยเศษหินและกิ่งไม้หนาม
เซียวเหยียนกอดรัดศีรษะของนางซุกเข้ากับแผงอก บิดพลิกเรือนร่างของตนเองให้เป็ฝ่ายรับแรงกระแทกทั้งหมดแทนสตรีในอ้อมกอด
ปึก!
เสียงเนื้อกระทบของแข็งดังสนั่น เมื่อแผ่นหลังกว้างของเซียวเหยียนพุ่งกระแทกเข้ากับโคนต้นไม้ใหญ่อย่างจังเพื่อหยุดยั้งแรงเหวี่ยงจากการร่วงหล่น โดยมีเรือนร่างบอบบางของเสิ่นเยว่ ซุกซ่อนอยู่อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนภายในอ้อมแขนที่โอบล้อมเป็เกราะกำบัง
เสิ่นเยว่นอนหอบหายใจรัวเร็วราวกับคนขาดอากาศ ใบหน้างดงามซุกซบอยู่กับแผงอกกำยำที่อวลไปด้วยกลิ่นไอแดด ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเืจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก
นางรีบยันกายเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่โอบกอดนางเอาไว้ พลันพบว่าั์ตาสีนิลของเซียวเหยียน กำลังเบิกกว้างจ้องมองนางด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง เป็ความตื่นตระหนกแทบเสียสติ กลัวว่าสตรีตรงหน้าจะแตกสลายหรือเป็อันใดไป
“เ้าาเ็ตรงที่ใดหรือไม่!”
มือหนาที่มักจะกุมกระบี่อย่างมั่นคง บัดนี้กลับสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด เขาลูบไล้สำรวจไปตามใบหน้า ลำคอ และเรือนร่างของนางอย่างลนลาน ควานหาาแราวกับคนเสียสติ “ปริปากบอกข้ามา! เ้าาเ็ตรงไหน!”
“หม่อมฉัน…หม่อมฉันปลอดภัยดี ไม่เป็ไรเพคะ ท่านอ๋องเล่าเพคะ าเ็หรือไม่”
เสิ่นเยว่เค้นเสียงสั่นเครือเอ่ยถาม เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นว่าบริเวณลาดไหล่ซ้ายของเขามีรอยฉีกขาดกว้าง และมีโลหิตสีแดงฉานไหลซึมย้อมชุดเกราะจนชุ่ม
เซียวเหยียนไม่ปริปากตอบคำถามเื่าแของตนเอง เขาทำเพียงดึงรั้งร่างของนางเข้ามากระชากกอดเอาไว้แนบชิดอีกครั้ง
เขากอดแ่าราวกับจะหลอมรวมกระดูกของนางให้ผสานเข้ากับร่างกายของเขา ใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับลาดไหล่บอบบางของนาง ลมหายใจที่ร้อนรุ่มและสั่นสะท้าน บ่งบอกให้รู้ว่าก้อนเนื้อในอกของอ๋องทมิฬผู้นี้ แทบจะหยุดเต้นและแตกสลายไปพร้อมกับการจู่โจมของสัตว์ร้ายเมื่อครู่
“หากข้าพุ่งมาคว้าเ้าไว้ช้ากว่านี้เพียงเสี้ยวอึดใจ หากเ้าเป็อันใดไป”
เสียงของเขาทุ้มพร่า สั่นเครือ และแฝงไปด้วยจิตสังหารเคียดแค้นที่พร้อมจะล้างผลาญทุกชีวิต “ผู้ใดก็ตามที่มันบังอาจชักใย วางแผนการสกปรกเื่นี้อยู่เื้ั ข้าจะลากคอพวกมันมาสับเป็หมื่นชิ้น และทำให้พวกมันต้องกรีดร้องขอความตายอย่างทรมานที่สุด!”
เสิ่นเยว่นิ่งอึ้งเป็ศิลา นางััได้ถึงความเปียกชื้นและหยาดน้ำอุ่นๆ ที่หยดซึมผ่านเนื้อผ้าลงมาบนลาดไหล่
‘เขา บุรุษผู้โเี้ที่สุดในแผ่นดิน กำลังหลั่งน้ำตาเพราะความหวาดกลัวที่จะสูญเสียข้าไปอย่างนั้นหรือ’
ท่ามกลางความเงียบสงัดของก้นหุบเขา ที่มีเพียงเสียงลมเหมันต์พัดผ่าน และเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นระหน่ำประสานกัน
เสิ่นเยว่รับรู้และกระจ่างแจ้งแก่ใจได้ในวินาทีนั้นเองว่า ความสนใจที่เซียวเหยียนมีต่อนาง มันไม่ใช่เพียงแค่ความโหยหา หรือความปรารถนาที่จะเอาไว้ในกรงขังอีกต่อไป
แต่มันได้หยั่งรากลึก แปรเปลี่ยนเป็ ‘ความรัก’ ที่รุนแรง ดุดัน และบ้าคลั่ง รักจนพร้อมจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่งขวางหน้า เพื่อปกป้องนางเอาไว้!
ถึงกระนั้น… ภัยร้ายยังไม่ได้จบสิ้นลงเพียงเท่านี้
เื้ัพุ่มไม้รกทึบที่อยู่ห่างออกไป สายตาอำมหิตและเ็าคู่หนึ่ง ยังคงจ้องมองภาพการกอดรัดของคนทั้งสองอยู่อย่างเงียบเชียบ
สองมือที่กำคันธนูเกร็งแน่นจนสั่นเทาไปด้วยไฟริษยาที่ลุกโชนสุมอก
‘ทำไมเ้าถึงดวงแข็ง ยังไม่ยอมตายไปเสียที…เสิ่นเยว่!’
เกมกระดานนองเืในป่าล่าสัตว์หลวงแห่งนี้ เพิ่งจะลั่นระฆังเปิดฉากขึ้นเท่านั้น
และลูกศรอาบยาพิษสั่งตายลูกถัดไป ก็กำลังถูกง้างสาย เตรียมปลิดชีพเป้าหมายอยู่อีกไม่ไกล!