เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 6 บทที่ 157 ฉันก็เป็นแบบนี้

            ที่เธอบอกว่ามีเจียงเส้าข่ายอยู่เธอคงไม่เป็นไร? นี่เธอเชื่อใจเจียงเส้าข่ายขนาดนั้นเลย?

            ซูเจี่ยนอันไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าของคนบางคนในตอนนี้น่ากลัวเข้าไปทุกที

            “นายโกรธเหรอ?” ซูเจี่ยนอันเงยหน้ามองลู่เป๋าเหยียนอย่างเบลอๆ“แต่ฉันไม่ได้ขัดคำสั่งนายนะ ฉันไม่ได้ดื่มคนเดียวสักหน่อย ฉัน...ฉันดื่มกับตั้งหลายคน!””

            เธอพูดพลางทำไม้ทำมือวาดเป็นวงใหญ่ๆเพื่อสื่อว่ามีคนดื่มกับเธอเยอะแค่ไหน

            สีหน้าของลู่เป๋าเหยียนคงไม่สามารถน่ากลัวไปมากกว่านี้ได้อีกแล้วเขายกซูเจี่ยนอันพาดบ่าเพื่อพากลับเข้าห้อง

            “นี่ ลู่เป๋าเหยียน!”ซูเจี่ยนอันดิ้นขลุกขลักจนรองเท้าหลุดลงบนพื้นหญ้า “นายปล่อยฉันนะ!”

            คนที่อยู่ในบ้านอย่างลุงสวีกับป้าหลิวได้ยินเสียงของซูเจี่ยนอันแต่ไกลเมื่อเห็นลู่เป๋าเหยียนแบกซูเจี่ยนอันเข้ามาพวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรและทำเป็นมองไม่เห็นกันอย่างรู้ใจ

            ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าต่อให้เธอขอความช่วยเหลือจากลุงสวีก็คงไร้ประโยชน์เธอทุบหลังลู่เป๋าเหยียนไม่ยั้ง

            “ปล่อยฉันเดี๋ยวนะ!อย่ามาแตะต้องฉัน!”

            ไม่รู้ว่าคำพูดไหนของเธอที่ไปสะกดต่อมโมโหของเขาเข้าให้ลู่เป๋าเหยียนสาวเท้ายาวๆ ตรงไปที่ห้องเธอก่อนจะปิดประตูดังปัง จากนั้นจึงวางเธอลงบนเตียงอย่างแรง

            เตียงขนาดคิงไซด์ที่อ่อนนุ่มราวกับสายไหมซูเจี่ยนอันไม่รู้สึกเจ็บอะไร กลับรู้สึกสบายตัวเสียด้วยซ้ำโดยเฉพาะตอนนี้ที่เธอกำลังมึนหัวได้ที่ว่าแล้วจึงหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเตรียมเข้าสู่นิทรา

            แต่ทันใดนั้นลู่เป๋าเหยียนกลับดึงผ้าห่มของเธอออก

            เขาขึ้นมาบนเตียงก่อนวางแขนสองข้างคร่อมเธอเอาไว้เขาจ้องเธอด้วยแววตาที่ไม่น่าไว้ใจ

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกได้ว่าท่านี้มันดูจะติดเรทไปหน่อยจึงอดห่อไหล่ไม่ได้ตอนนั้นเองเนกไทของลู่เป๋าเหยียนก็ร่วงลงมาสัมผัสริมฝีปากของเธอจนจั๊กจี้ไปหมด

            ไม่รู้ว่าเธอไปเอาความกล้ามาจากไหนจึงแย้มยิ้มก่อนจะจับเนกไทของเขาพันรอบนิ้วเบาๆ

            “นายคิดจะทำอะไรเหรอ”

            นัยน์ตาหวานฉ่ำเพราะความมึนเมาเสียงอ่อนหวานที่ดังขึ้น ทำให้เธอเหมือนลูกแมวน้อย

            ลู่เป๋าเหยียนโน้มตัวลงมาลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดลงที่ข้างแก้มของเธอ

            “ไม่ให้ฉันแตะต้องเธอแล้วใครทำได้? หืม?”

            “...” เอ่อที่เขาโมโหคงไม่ใช่เพราะประโยคนี้หรอกนะ?

            เห็นซูเจี่ยนอันทำหน้าคิดหนักลู่เป๋าเหยียนจึงกัดริมฝีปากของเธอเบาๆ

            “อย่าบอกนะว่าเจียงเส้าข่าย”

            “แล้วทำไมจะเป็นเขาไม่ได้?” ซูเจี่ยนอันถามย้อนอย่างไม่คิดอะไร

            จะบอกว่าเจียงเส้าข่ายแตะต้องเธอได้อย่างนั้นเหรอ?!แววตาของลู่เป๋าเหยียนเริ่มคุกรุ่นแปรปรวนราวกับพายุกำลังก่อตัว

            ส่วนซูเจี่ยนอันที่นอนอยู่บนเตียงยังคงทำหน้าใสซื่อเหมือนไม่คิดอะไรมือของเธอจับเนกไทเขาเอาไว้ ราวกับกำลังเชื้อเชิญ

            ลู่เป๋าเหยียนจับแก้มของเธอเอาไว้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไป

            เขาจูบเธออย่างเร่าร้อนไร้ซึ่งความอ่อนโยนราวกับต้องการชิมความหอมหวานของเธอไปทุกอณูร่างกาย

            ซูเจี่ยนอันอยากจะดิ้นแต่มือของเธอกลับไม่ยอมขยับดังที่ใจหวังสุดท้ายเธอจึงได้แต่จับชายเสื้อของลู่เป๋าเหยียนเอาไว้

            อาจเพราะเธอกำลังเมาเธอจึงรู้สึกว่าลู่เป๋าเหยียนคนเดิมได้กลับมาแล้วลู่เป๋าเหยียนที่แสนเย็นชาและเหินห่างกำลังค่อยๆ หายไป

            เมื่อสัมผัสได้ว่าซูเจี่ยนอันกำลังจูบตอบเขาลู่เป๋าเหยียนก็อดตกใจไม่ได้

            เธออาจทำไปเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แต่เขาล่ะ?

            ทั้งๆ ที่ตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้ทุกอย่างกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเขาจะปล่อยเธอไป แล้วตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่?

            ทันใดนั้นลู่เป๋าเหยียนก็ผละตัวออกมาก่อนจะดึงมือเธอออกซูเจี่ยนอันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ทว่าลู่เป๋าเหยียนกลับลุกขึ้นอย่างเย็นชา

            ราวกับว่าคนที่จูบเธออย่างดูดดื่มเมื่อครู่นั้นไม่ใช่เขา...

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง

            “ลู่เป๋าเหยียนทำไมนายถึงกลายเป็นแบบนี้”

            “ฉันเป็นแบบนี้มาโดยตลอด”พูดจบลู่เป๋าเหยียนก็เดินออกจากห้องไปทันที

            ซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งอยู่นานก่อนจะตะโกนไล่หลัง“คนเลว คนหลอกลวง!”

            เขาไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อยเวลาเธอตกอยู่ในอันตรายเขาจะมาช่วยเสมอ เวลาเธอเจ็บป่วยเขาก็พาเธอไปหาหมอเวลาเธอบ่นว่าเขาไม่รักษาสัญญา เขาก็พาเธอไปสวนสนุก

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ใช่คนที่ทำตัวห่างเหินแบบนี้แล้วทำไมเขาต้องบอกว่าเขาเป็นแบบนี้มาตลอดด้วย?

            ซูเจี่ยนอันยังไม่ทันได้คำตอบความง่วงงุนก็เข้ามาครอบงำเธอเสียก่อน เธอนอนกอดผ้าห่มก่อนจะหลับไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่รู้ตัวเลยว่าลู่เป๋าเหยียนยืนอยู่หน้าห้องของตนตลอดเวลา

            เธอด่าเขาว่าเป็นคนหลอกลวง

            ใช่ ตั้งแต่เล็กจนโตเขาหลอกเธอมาโดยตลอด

            ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงระเบียงทางเดินนานมาแค่ไหนก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของซูเจี่ยนอันอีกครั้ง เธอหลับไปแล้วตามคาดผ้าห่มที่คลุมอยู่ดูไม่เป็นทิศเป็นทาง เส้นผมปรกอยู่บนข้างแก้มดูยุ่งเหยิง

            ลู่เป๋าเหยียนเดินเข้าไปช่วยห่มผ้าและจัดผมของเธอให้เรียบร้อยจากนั้นจึงยืนมองเธออยู่ข้างเตียง

            ไม่นานหลังจากนั้นซูเจี่ยนอันก็ขมวดคิ้วก่อนจะละเมอออกมา

            “ลู่เป๋าเหยียนนายมันบ้าที่สุด...”

            ขนาดตอนหลับเธอก็ยังคงโกรธเขา?

            ลู่เป๋าเหยียนนั่งลงตรงข้างเตียงนิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสพวงแก้มใส...

            ขอโทษนะเจี่ยนอัน

            เขาลุกขึ้นเพื่อเดินกลับห้องตัวเองโดยไม่หันหลังกลับมาเป็นครั้งที่สอง

            ที่รอคอยเขาอยู่เป็นสงครามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเวลาที่เขาจะได้อยู่ข้างกายเธอเหลืออีกไม่มากแล้ว

            วันรุ่งขึ้น

            ซูเจี่ยนอันตื่นขึ้นมาพร้อมกับศีรษะที่รู้สึกเหมือนหนักเป็นตันอาการแบบนี้เธอเพิ่งได้สัมผัสมาเมื่อไม่นานมานี้มันเกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทั้งนั้น

            ครั้งก่อนเธอตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียนทว่าครั้งนี้...เตียงของเธอกลับดูว่างเปล่า

            เมื่อนึกไปถึงเรื่องเมื่อวานหลังจากกลับมาที่ห้องลู่เป๋าเหยียนก็จูบเธออย่างอ่อนหวานแต่หลังจากนั้นเขากลับทำตัวเย็นชา มันเป็นความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่นะ?

            เธอเปิดผ้าม่านสีเบจแสงอาทิตย์จึงสาดส่องเข้ามา เธอรู้สึกตื่นเต็มตากว่าเมื่อครู่ นี่ก็สายแล้วเธอจึงเลิกคิดมากและเดินเข้าไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำ

            เมื่อเดินลงมาที่ชั้นล่างลู่เป๋าเหยียนก็นั่งอยู่ที่ห้องอาหารเรียบร้อย อาหารเช้าสไตล์จีนร้อนๆ วางอยู่ตรงหน้าเขาขณะที่เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์

            ซูเจี่ยนอันเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารจึงพบว่าที่ข้างชามโจ๊กมีซุปวางอยู่อีกถ้วยเมื่อก่อนเวลาลู่เป๋าเหยียนต้องไปกินเลี้ยงสังสรรค์เธอมักให้พ่อครัวต้มซุปแบบนี้เอาไว้

            เธอลองชิมดูว่าซุปยังร้อนอยู่หรือไม่แต่มันอุ่นกำลังดีเหมาะที่ดื่มทันที เธอจึงเอ่ยกับลู่เป๋าเหยียนว่า

            “ขอบคุณนะ”

            “เธอควรขอบคุณลุงสวีมากกว่า”เขาพูดพลางพลิกหน้าหนังสือพิมพ์อย่างไร้อารมณ์ “เขาเป็นคนบอกให้ทางครัวเตรียมไว้”

            ที่แท้ไม่ใช่เขาหรอกเหรอซูเจี่ยนอันรู้สึกผิดหวัง

            “เหรอ เรื่องเมื่อคืนฉัน...”

            “ไปกินเหล้ากับคนเยอะแยะแบบนั้นเธอคงสนุกใช่ไหม?”ลู่เป๋าเหยียนวางหนังสือพิมพ์ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ“เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าตัวเองเป็นใคร”

            ซูเจี่ยนอันไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆเธอจึงเถียงเขากลับไป

            “ฉันก็แค่ดื่มเยอะไปหน่อยไม่ได้ทำอะไรให้นายขายหน้าเลยนะ”

            “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี”ลู่เป๋าเหยียนกินโจ๊กอีกสองคำก็วางช้อนลงก่อนจะลุกขึ้นยืน

            “หยุดนะ!”ซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปขวางหน้าเขา

            “ลู่เป๋าเหยียนตกลงนายกำลังโกรธใครกันแน่? ทำไมถึงเปลี่ยนไปแบบนี้?”

            ลู่เป๋าเหยียนจ้องหน้าซูเจี่ยนอันก่อนจะยิ้มมุมปาก

            “เจี่ยนอันแต่ก่อนพวกเราก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”

            เขาเดินจากไปในขณะที่ซูเจี่ยนอันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเธอรู้สึกเหมือนมีคนสาดน้ำเย็นเข้าหน้าอย่างไรอย่างนั้น

            เธอเคยนึกว่าที่เขาเปลี่ยนไปเพราะมีสาเหตุอื่นเธอกลับลืมไปซะได้ว่าแต่เดิมลู่เป๋าเหยียนก็เป็นคนเย็นชาแบบนี้เธอเป็นเพียงแค่ภรรยาในนามของเขา

            บางทีเขาอาจจะเบื่อแล้วจริงๆเขาคงเบื่อที่จะต้องแสดงละครว่าพวกเรารักกันเลยอยากทำตัวเหมือนเมื่อก่อน

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกเศร้าขึ้นมาหัวใจของเธอเหมือนถูกบีบรัดจนเจ็บไปหมด เธอกุมหน้าอกไว้พลางสำรวจว่ารอยแผลมันอยู่ตรงไหนถึงได้เจ็บขนาดนี้จนเธอรู้สึกตัวชาไปหมด

            ความรู้สึกที่ได้รับทำให้เธออยากจะหาที่ซ่อนตัวและร้องไห้ออกมาให้สุดเสียง

            แต่สุดท้ายเธอก็คว้ากุญแจรถก่อนจะเดินออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจ

            เธอต้องไปทำงานการทำงานทำให้จิตใจสงบลงได้ เธอจะสติแตกไม่ได้เธอจะต้องไม่ให้ลู่เป๋าเหยียนเห็นว่าเธอกำลังเสียใจมากแค่ไหน

            ในเมื่อเธอทำเรื่องขายหน้าลงไปเธอก็ไม่คิดอยากจะเสียศักดิ์ศรีไปมากกว่านี้

            ทว่าการทำงานในวันนี้ของซูเจี่ยนอันไม่ได้ราบรื่นนักเธอลืมนู้นลืมนี่อยู่ตลอด คนที่แทบไม่เคยทำอะไรพลาดอย่างเธอมาวันนี้เหมือนจะทำผิดไปหมดทุกเรื่อง

            สารวัตรเหยียนเห็นดังนั้นจึงเอ่ยปาก“เจี่ยนอัน กลับไปพักสักครึ่งวันไหม”

            ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เป็นไรค่ะสารวัตร ต้องขอโทษด้วยนะคะ ต่อไปนี้ฉันจะระวังไม่ให้เรื่องส่วนตัวมากระทบกับงานค่ะ”

            เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะรวบรวมสมาธิทุ่มเทให้กับงานถึงจะเหม่อลอยบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดอีกแล้ว

            ก่อนได้เวลาเลิกงานสารวัตรก็เรียกทุกคนให้มาประชุมใหญ่

            “ที่ตำบลเล็กๆ ในเมือง Z เกิดคดีใหญ่ทีมงานท้องถิ่นที่นั่นยังหาทางปิดคดีไม่ได้เลยขอให้พวกเราส่งคนไปช่วยผู้กำกับถังสั่งให้ฉันเป็นคนนำทีม ตอนนี้ยังขาดแพทย์นิติเวชอยู่อีกคน เจี่ยนอันเส้าข่าย พวกเธอลองคุยกันดูว่าใครจะไป”

            “ฉันไปเองค่ะ”ซูเจี่ยนอันพูดอย่างไม่ลังเล “สารวัตรคะ ฉันขอร่วมทีมด้วยค่ะ”

            เจียงเส้าข่ายคว้าตัวซูเจี่ยนอันก่อนเอ่ย“เธอจะบ้าหรือไง? ไม่ได้ยินที่สารวัตรบอกเหรอว่าที่นั่นเป็นแค่ตำบลเล็กๆขนาดแอร์ยังเป็นของฟุ่มเฟือยเลยนะ เธอจะไหวเหรอ เดี๋ยวฉันไปเอง!”

            สารวัตรเหยียนพยักหน้า“อีกอย่างนะเจี่ยนอัน ดูจากตอนนี้แล้วอารมณ์ของเธอ...”

            “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”ซูเจี่ยนอันให้คำสัญญา “ฉันเคยเรียนจิตวิทยามาฉันรู้ดีว่าจะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยังไง อีกอย่างต่อให้ที่นั่นจะกันดารแค่ไหนฉันก็รับได้”

            เจียงเส้าข่ายรีบปิดปากซูเจี่ยนอันเอาไว้“สารวัตร พวกเราจะออกเดินทางเมื่อไรครับ”

            “พรุ่งนี้เช้า”สารวัตรเหยียนตอบ

            เจียงเส้าข่ายทำมือว่าโอเคก่อนเอ่ย“งั้นขอผมคุยกับเจี่ยนอันก่อน แล้วคืนนี้จะให้คำตอบได้ไหมครับ”

            “ไม่มีปัญหา”

            เจียงเส้าข่ายพยักหน้าและลากซูเจี่ยนอันกลับเข้าไปในห้องทำงานเมื่อปิดประตูเรียบร้อยเขาจึงพูดอย่างไม่พอใจ

            “เธอเล่นอะไรอยู่!”

            ซูเจี่ยนอันก้มหน้าพลางตอบ“นายให้ฉันไปเถอะ ช่วงนี้ฉันไม่อยากเจอหน้าลู่เป๋าเหยียน”

            “ตอนนี้สิ่งที่เธอควรทำคือการสงบสติอารมณ์”เจียงเส้าข่ายจับไหล่ซูเจี่ยนอัน “เชื่อฉัน ตอนนี้อย่าเพิ่งตัดสินใจทำอะไรทั้งนั้นกลับบ้านไปแล้วนอนคิดดูดีๆ บางทีเธอกับลู่เป๋าเหยียนอาจจะแค่เข้าใจผิดกันถ้าเธอไปตอนนี้มันจะยิ่งทำให้เรื่องแย่ลงนะ เธอกลับไปจัดการเรื่องของตัวเองซะแล้ววันนี้เราค่อยโทรคุยกัน โอเค?”

            ซูเจี่ยนอันเม้มปากเธอเงียบอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะพยักหน้าในที่สุด “อืม”

            เจียงเส้าข่ายถอนหายใจอย่างโล่งอก“ดีมากเด็กน้อย”

            ในตอนนั้นทั้งสองคนคงไม่รู้เลยว่าเมื่อซูเจี่ยนอันกลับบ้านไปแล้วเธอต้องพบกับอะไร...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604