ที่เธอบอกว่ามีเจียงเส้าข่ายอยู่เธอคงไม่เป็นไร? นี่เธอเชื่อใจเจียงเส้าข่ายขนาดนั้นเลย?
ซูเจี่ยนอันไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าของคนบางคนในตอนนี้น่ากลัวเข้าไปทุกที
“นายโกรธเหรอ?” ซูเจี่ยนอันเงยหน้ามองลู่เป๋าเหยียนอย่างเบลอๆ“แต่ฉันไม่ได้ขัดคำสั่งนายนะ ฉันไม่ได้ดื่มคนเดียวสักหน่อย ฉัน...ฉันดื่มกับตั้งหลายคน!””
เธอพูดพลางทำไม้ทำมือวาดเป็นวงใหญ่ๆเพื่อสื่อว่ามีคนดื่มกับเธอเยอะแค่ไหน
สีหน้าของลู่เป๋าเหยียนคงไม่สามารถน่ากลัวไปมากกว่านี้ได้อีกแล้วเขายกซูเจี่ยนอันพาดบ่าเพื่อพากลับเข้าห้อง
“นี่ ลู่เป๋าเหยียน!”ซูเจี่ยนอันดิ้นขลุกขลักจนรองเท้าหลุดลงบนพื้นหญ้า “นายปล่อยฉันนะ!”
คนที่อยู่ในบ้านอย่างลุงสวีกับป้าหลิวได้ยินเสียงของซูเจี่ยนอันแต่ไกลเมื่อเห็นลู่เป๋าเหยียนแบกซูเจี่ยนอันเข้ามาพวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรและทำเป็นมองไม่เห็นกันอย่างรู้ใจ
ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าต่อให้เธอขอความช่วยเหลือจากลุงสวีก็คงไร้ประโยชน์เธอทุบหลังลู่เป๋าเหยียนไม่ยั้ง
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนะ!อย่ามาแตะต้องฉัน!”
ไม่รู้ว่าคำพูดไหนของเธอที่ไปสะกดต่อมโมโหของเขาเข้าให้ลู่เป๋าเหยียนสาวเท้ายาวๆ ตรงไปที่ห้องเธอก่อนจะปิดประตูดังปัง จากนั้นจึงวางเธอลงบนเตียงอย่างแรง
เตียงขนาดคิงไซด์ที่อ่อนนุ่มราวกับสายไหมซูเจี่ยนอันไม่รู้สึกเจ็บอะไร กลับรู้สึกสบายตัวเสียด้วยซ้ำโดยเฉพาะตอนนี้ที่เธอกำลังมึนหัวได้ที่ว่าแล้วจึงหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเตรียมเข้าสู่นิทรา
แต่ทันใดนั้นลู่เป๋าเหยียนกลับดึงผ้าห่มของเธอออก
เขาขึ้นมาบนเตียงก่อนวางแขนสองข้างคร่อมเธอเอาไว้เขาจ้องเธอด้วยแววตาที่ไม่น่าไว้ใจ
ซูเจี่ยนอันรู้สึกได้ว่าท่านี้มันดูจะติดเรทไปหน่อยจึงอดห่อไหล่ไม่ได้ตอนนั้นเองเนกไทของลู่เป๋าเหยียนก็ร่วงลงมาสัมผัสริมฝีปากของเธอจนจั๊กจี้ไปหมด
ไม่รู้ว่าเธอไปเอาความกล้ามาจากไหนจึงแย้มยิ้มก่อนจะจับเนกไทของเขาพันรอบนิ้วเบาๆ
“นายคิดจะทำอะไรเหรอ”
นัยน์ตาหวานฉ่ำเพราะความมึนเมาเสียงอ่อนหวานที่ดังขึ้น ทำให้เธอเหมือนลูกแมวน้อย
ลู่เป๋าเหยียนโน้มตัวลงมาลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดลงที่ข้างแก้มของเธอ
“ไม่ให้ฉันแตะต้องเธอแล้วใครทำได้? หืม?”
“...” เอ่อที่เขาโมโหคงไม่ใช่เพราะประโยคนี้หรอกนะ?
เห็นซูเจี่ยนอันทำหน้าคิดหนักลู่เป๋าเหยียนจึงกัดริมฝีปากของเธอเบาๆ
“อย่าบอกนะว่าเจียงเส้าข่าย”
“แล้วทำไมจะเป็นเขาไม่ได้?” ซูเจี่ยนอันถามย้อนอย่างไม่คิดอะไร
จะบอกว่าเจียงเส้าข่ายแตะต้องเธอได้อย่างนั้นเหรอ?!แววตาของลู่เป๋าเหยียนเริ่มคุกรุ่นแปรปรวนราวกับพายุกำลังก่อตัว
ส่วนซูเจี่ยนอันที่นอนอยู่บนเตียงยังคงทำหน้าใสซื่อเหมือนไม่คิดอะไรมือของเธอจับเนกไทเขาเอาไว้ ราวกับกำลังเชื้อเชิญ
ลู่เป๋าเหยียนจับแก้มของเธอเอาไว้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไป
เขาจูบเธออย่างเร่าร้อนไร้ซึ่งความอ่อนโยนราวกับต้องการชิมความหอมหวานของเธอไปทุกอณูร่างกาย
ซูเจี่ยนอันอยากจะดิ้นแต่มือของเธอกลับไม่ยอมขยับดังที่ใจหวังสุดท้ายเธอจึงได้แต่จับชายเสื้อของลู่เป๋าเหยียนเอาไว้
อาจเพราะเธอกำลังเมาเธอจึงรู้สึกว่าลู่เป๋าเหยียนคนเดิมได้กลับมาแล้วลู่เป๋าเหยียนที่แสนเย็นชาและเหินห่างกำลังค่อยๆ หายไป
เมื่อสัมผัสได้ว่าซูเจี่ยนอันกำลังจูบตอบเขาลู่เป๋าเหยียนก็อดตกใจไม่ได้
เธออาจทำไปเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แต่เขาล่ะ?
ทั้งๆ ที่ตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้ทุกอย่างกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเขาจะปล่อยเธอไป แล้วตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่?
ทันใดนั้นลู่เป๋าเหยียนก็ผละตัวออกมาก่อนจะดึงมือเธอออกซูเจี่ยนอันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ทว่าลู่เป๋าเหยียนกลับลุกขึ้นอย่างเย็นชา
ราวกับว่าคนที่จูบเธออย่างดูดดื่มเมื่อครู่นั้นไม่ใช่เขา...
ซูเจี่ยนอันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง
“ลู่เป๋าเหยียนทำไมนายถึงกลายเป็นแบบนี้”
“ฉันเป็นแบบนี้มาโดยตลอด”พูดจบลู่เป๋าเหยียนก็เดินออกจากห้องไปทันที
ซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งอยู่นานก่อนจะตะโกนไล่หลัง“คนเลว คนหลอกลวง!”
เขาไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อยเวลาเธอตกอยู่ในอันตรายเขาจะมาช่วยเสมอ เวลาเธอเจ็บป่วยเขาก็พาเธอไปหาหมอเวลาเธอบ่นว่าเขาไม่รักษาสัญญา เขาก็พาเธอไปสวนสนุก
ลู่เป๋าเหยียนไม่ใช่คนที่ทำตัวห่างเหินแบบนี้แล้วทำไมเขาต้องบอกว่าเขาเป็นแบบนี้มาตลอดด้วย?
ซูเจี่ยนอันยังไม่ทันได้คำตอบความง่วงงุนก็เข้ามาครอบงำเธอเสียก่อน เธอนอนกอดผ้าห่มก่อนจะหลับไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่รู้ตัวเลยว่าลู่เป๋าเหยียนยืนอยู่หน้าห้องของตนตลอดเวลา
เธอด่าเขาว่าเป็นคนหลอกลวง
ใช่ ตั้งแต่เล็กจนโตเขาหลอกเธอมาโดยตลอด
ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงระเบียงทางเดินนานมาแค่ไหนก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของซูเจี่ยนอันอีกครั้ง เธอหลับไปแล้วตามคาดผ้าห่มที่คลุมอยู่ดูไม่เป็นทิศเป็นทาง เส้นผมปรกอยู่บนข้างแก้มดูยุ่งเหยิง
ลู่เป๋าเหยียนเดินเข้าไปช่วยห่มผ้าและจัดผมของเธอให้เรียบร้อยจากนั้นจึงยืนมองเธออยู่ข้างเตียง
ไม่นานหลังจากนั้นซูเจี่ยนอันก็ขมวดคิ้วก่อนจะละเมอออกมา
“ลู่เป๋าเหยียนนายมันบ้าที่สุด...”
ขนาดตอนหลับเธอก็ยังคงโกรธเขา?
ลู่เป๋าเหยียนนั่งลงตรงข้างเตียงนิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสพวงแก้มใส...
ขอโทษนะเจี่ยนอัน
เขาลุกขึ้นเพื่อเดินกลับห้องตัวเองโดยไม่หันหลังกลับมาเป็นครั้งที่สอง
ที่รอคอยเขาอยู่เป็นสงครามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเวลาที่เขาจะได้อยู่ข้างกายเธอเหลืออีกไม่มากแล้ว
วันรุ่งขึ้น
ซูเจี่ยนอันตื่นขึ้นมาพร้อมกับศีรษะที่รู้สึกเหมือนหนักเป็นตันอาการแบบนี้เธอเพิ่งได้สัมผัสมาเมื่อไม่นานมานี้มันเกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทั้งนั้น
ครั้งก่อนเธอตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียนทว่าครั้งนี้...เตียงของเธอกลับดูว่างเปล่า
เมื่อนึกไปถึงเรื่องเมื่อวานหลังจากกลับมาที่ห้องลู่เป๋าเหยียนก็จูบเธออย่างอ่อนหวานแต่หลังจากนั้นเขากลับทำตัวเย็นชา มันเป็นความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่นะ?
เธอเปิดผ้าม่านสีเบจแสงอาทิตย์จึงสาดส่องเข้ามา เธอรู้สึกตื่นเต็มตากว่าเมื่อครู่ นี่ก็สายแล้วเธอจึงเลิกคิดมากและเดินเข้าไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำ
เมื่อเดินลงมาที่ชั้นล่างลู่เป๋าเหยียนก็นั่งอยู่ที่ห้องอาหารเรียบร้อย อาหารเช้าสไตล์จีนร้อนๆ วางอยู่ตรงหน้าเขาขณะที่เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์
ซูเจี่ยนอันเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารจึงพบว่าที่ข้างชามโจ๊กมีซุปวางอยู่อีกถ้วยเมื่อก่อนเวลาลู่เป๋าเหยียนต้องไปกินเลี้ยงสังสรรค์เธอมักให้พ่อครัวต้มซุปแบบนี้เอาไว้
เธอลองชิมดูว่าซุปยังร้อนอยู่หรือไม่แต่มันอุ่นกำลังดีเหมาะที่ดื่มทันที เธอจึงเอ่ยกับลู่เป๋าเหยียนว่า
“ขอบคุณนะ”
“เธอควรขอบคุณลุงสวีมากกว่า”เขาพูดพลางพลิกหน้าหนังสือพิมพ์อย่างไร้อารมณ์ “เขาเป็นคนบอกให้ทางครัวเตรียมไว้”
ที่แท้ไม่ใช่เขาหรอกเหรอซูเจี่ยนอันรู้สึกผิดหวัง
“เหรอ เรื่องเมื่อคืนฉัน...”
“ไปกินเหล้ากับคนเยอะแยะแบบนั้นเธอคงสนุกใช่ไหม?”ลู่เป๋าเหยียนวางหนังสือพิมพ์ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ“เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าตัวเองเป็นใคร”
ซูเจี่ยนอันไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆเธอจึงเถียงเขากลับไป
“ฉันก็แค่ดื่มเยอะไปหน่อยไม่ได้ทำอะไรให้นายขายหน้าเลยนะ”
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี”ลู่เป๋าเหยียนกินโจ๊กอีกสองคำก็วางช้อนลงก่อนจะลุกขึ้นยืน
“หยุดนะ!”ซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปขวางหน้าเขา
“ลู่เป๋าเหยียนตกลงนายกำลังโกรธใครกันแน่? ทำไมถึงเปลี่ยนไปแบบนี้?”
ลู่เป๋าเหยียนจ้องหน้าซูเจี่ยนอันก่อนจะยิ้มมุมปาก
“เจี่ยนอันแต่ก่อนพวกเราก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”
เขาเดินจากไปในขณะที่ซูเจี่ยนอันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเธอรู้สึกเหมือนมีคนสาดน้ำเย็นเข้าหน้าอย่างไรอย่างนั้น
เธอเคยนึกว่าที่เขาเปลี่ยนไปเพราะมีสาเหตุอื่นเธอกลับลืมไปซะได้ว่าแต่เดิมลู่เป๋าเหยียนก็เป็นคนเย็นชาแบบนี้เธอเป็นเพียงแค่ภรรยาในนามของเขา
บางทีเขาอาจจะเบื่อแล้วจริงๆเขาคงเบื่อที่จะต้องแสดงละครว่าพวกเรารักกันเลยอยากทำตัวเหมือนเมื่อก่อน
ซูเจี่ยนอันรู้สึกเศร้าขึ้นมาหัวใจของเธอเหมือนถูกบีบรัดจนเจ็บไปหมด เธอกุมหน้าอกไว้พลางสำรวจว่ารอยแผลมันอยู่ตรงไหนถึงได้เจ็บขนาดนี้จนเธอรู้สึกตัวชาไปหมด
ความรู้สึกที่ได้รับทำให้เธออยากจะหาที่ซ่อนตัวและร้องไห้ออกมาให้สุดเสียง
แต่สุดท้ายเธอก็คว้ากุญแจรถก่อนจะเดินออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจ
เธอต้องไปทำงานการทำงานทำให้จิตใจสงบลงได้ เธอจะสติแตกไม่ได้เธอจะต้องไม่ให้ลู่เป๋าเหยียนเห็นว่าเธอกำลังเสียใจมากแค่ไหน
ในเมื่อเธอทำเรื่องขายหน้าลงไปเธอก็ไม่คิดอยากจะเสียศักดิ์ศรีไปมากกว่านี้
ทว่าการทำงานในวันนี้ของซูเจี่ยนอันไม่ได้ราบรื่นนักเธอลืมนู้นลืมนี่อยู่ตลอด คนที่แทบไม่เคยทำอะไรพลาดอย่างเธอมาวันนี้เหมือนจะทำผิดไปหมดทุกเรื่อง
สารวัตรเหยียนเห็นดังนั้นจึงเอ่ยปาก“เจี่ยนอัน กลับไปพักสักครึ่งวันไหม”
ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เป็นไรค่ะสารวัตร ต้องขอโทษด้วยนะคะ ต่อไปนี้ฉันจะระวังไม่ให้เรื่องส่วนตัวมากระทบกับงานค่ะ”
เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะรวบรวมสมาธิทุ่มเทให้กับงานถึงจะเหม่อลอยบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดอีกแล้ว
ก่อนได้เวลาเลิกงานสารวัตรก็เรียกทุกคนให้มาประชุมใหญ่
“ที่ตำบลเล็กๆ ในเมือง Z เกิดคดีใหญ่ทีมงานท้องถิ่นที่นั่นยังหาทางปิดคดีไม่ได้เลยขอให้พวกเราส่งคนไปช่วยผู้กำกับถังสั่งให้ฉันเป็นคนนำทีม ตอนนี้ยังขาดแพทย์นิติเวชอยู่อีกคน เจี่ยนอันเส้าข่าย พวกเธอลองคุยกันดูว่าใครจะไป”
“ฉันไปเองค่ะ”ซูเจี่ยนอันพูดอย่างไม่ลังเล “สารวัตรคะ ฉันขอร่วมทีมด้วยค่ะ”
เจียงเส้าข่ายคว้าตัวซูเจี่ยนอันก่อนเอ่ย“เธอจะบ้าหรือไง? ไม่ได้ยินที่สารวัตรบอกเหรอว่าที่นั่นเป็นแค่ตำบลเล็กๆขนาดแอร์ยังเป็นของฟุ่มเฟือยเลยนะ เธอจะไหวเหรอ เดี๋ยวฉันไปเอง!”
สารวัตรเหยียนพยักหน้า“อีกอย่างนะเจี่ยนอัน ดูจากตอนนี้แล้วอารมณ์ของเธอ...”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”ซูเจี่ยนอันให้คำสัญญา “ฉันเคยเรียนจิตวิทยามาฉันรู้ดีว่าจะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยังไง อีกอย่างต่อให้ที่นั่นจะกันดารแค่ไหนฉันก็รับได้”
เจียงเส้าข่ายรีบปิดปากซูเจี่ยนอันเอาไว้“สารวัตร พวกเราจะออกเดินทางเมื่อไรครับ”
“พรุ่งนี้เช้า”สารวัตรเหยียนตอบ
เจียงเส้าข่ายทำมือว่าโอเคก่อนเอ่ย“งั้นขอผมคุยกับเจี่ยนอันก่อน แล้วคืนนี้จะให้คำตอบได้ไหมครับ”
“ไม่มีปัญหา”
เจียงเส้าข่ายพยักหน้าและลากซูเจี่ยนอันกลับเข้าไปในห้องทำงานเมื่อปิดประตูเรียบร้อยเขาจึงพูดอย่างไม่พอใจ
“เธอเล่นอะไรอยู่!”
ซูเจี่ยนอันก้มหน้าพลางตอบ“นายให้ฉันไปเถอะ ช่วงนี้ฉันไม่อยากเจอหน้าลู่เป๋าเหยียน”
“ตอนนี้สิ่งที่เธอควรทำคือการสงบสติอารมณ์”เจียงเส้าข่ายจับไหล่ซูเจี่ยนอัน “เชื่อฉัน ตอนนี้อย่าเพิ่งตัดสินใจทำอะไรทั้งนั้นกลับบ้านไปแล้วนอนคิดดูดีๆ บางทีเธอกับลู่เป๋าเหยียนอาจจะแค่เข้าใจผิดกันถ้าเธอไปตอนนี้มันจะยิ่งทำให้เรื่องแย่ลงนะ เธอกลับไปจัดการเรื่องของตัวเองซะแล้ววันนี้เราค่อยโทรคุยกัน โอเค?”
ซูเจี่ยนอันเม้มปากเธอเงียบอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะพยักหน้าในที่สุด “อืม”
เจียงเส้าข่ายถอนหายใจอย่างโล่งอก“ดีมากเด็กน้อย”
ในตอนนั้นทั้งสองคนคงไม่รู้เลยว่าเมื่อซูเจี่ยนอันกลับบ้านไปแล้วเธอต้องพบกับอะไร...