ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 126 ป้าใหญ่มาส่งลูกชาย

            หูหลันเยวี่ยนึกว่าคุณย่ามาเพราะแค่อยากมาหาข้าวกินฟรีเสียอีก ที่แท้ก็มาเพื่อโน้มน้าวใจ

            "พวกแกสองคนคิดกันยังไงบ้าง?" แม่เฒ่าหูเคี้ยวขนมปังอบคำโต พลางรอฟังคำตอบจากสามีภรรยาหูฉางหมิน

            หูฉางหมินมองหน้าภรรยา ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก "แม่ครับ เรื่องนี้พวกเรายังไม่ได้คิดเลย"

            "พ่อคะ คุณย่าให้พ่อกับแม่คิดเรื่องอะไรเหรอ?" หูหลันเยวี่ยถามด้วยความสงสัย

            จ้าวหงเหมยรีบตอบ "เมื่อตอนบ่ายป้าใหญ่ของลูกมาที่บ้าน เธอบอกว่าที่หมู่บ้านทางนั้น มีบ้านหลังหนึ่งคลอดลูกชาย แต่ก่อนหน้านี้มีลูกชายอยู่แล้วสองคน ลูกคนนี้จะต้องเสียค่าปรับเป็นเงินก้อนใหญ่ ที่สำคัญคือเลี้ยงลูกชายสามคนไม่ไหวจริงๆ พวกเขาเลยคิดจะขายลูกชายคนเล็ก ป้าใหญ่ก็เลยหวังว่าบ้านเราจะซื้อเด็กคนนั้นมาเลี้ยง เพราะบ้านเรายังไม่มีลูกชายไงล่ะ"

            แม่เฒ่าหูรับช่วงต่อจากจ้าวหงเหมย "เยวี่ยเยวี่ย ถึงแกจะเก่งกาจแค่ไหน แต่สุดท้ายก็เป็นแค่เด็กผู้หญิง ถ้าพ่อแม่ของแกไม่มีลูกชาย ตอนแก่ตัวไปจะทำยังไง?"

            "ตอนที่พ่อแม่หนูแก่ตัวไป พวกหนูสามคนพี่น้องก็ต้องคอยดูแลสิคะ ถึงถิงถิงกับยายาจะแต่งงานไปอยู่ห่างไกล แต่หนูกับหลินซือหย่วนก็จะช่วยกันดูแลพ่อแม่เองค่ะ ที่หนูหาแฟนอยู่ใกล้ๆ ก็เพื่อที่จะดูแลพ่อแม่ได้สะดวกยังไงล่ะคะ" หูหลันเยวี่ยตอบอย่างไม่ลังเล

            แม่เฒ่าหูแค่นเสียง "พวกแกจะคอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำพาเข้านอนน่ะทำได้ แต่พูดกันตรงๆ นะ ถ้าพวกเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ พวกแกที่เป็นผู้หญิงจะทำอะไรได้? เคยเห็นลูกสาวที่ไหนไปยกหม้อดินหรือแบกป้ายนำหน้าศพเชิญวิญญาณให้พ่อแม่บ้าง? ลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้วจะกลับมาเซ่นไหว้พ่อแม่ ก็ต้องพึ่งพี่ชายไม่ก็น้องชาย ถ้าพวกแกไม่มีน้องชาย แล้วจะไปพึ่งใครได้อีกล่ะ?"

            จากนั้นแม่เฒ่าก็พูดกับสองสามีภรรยาหูฉางหมินด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ลูกชายคนโต สะใภ้ใหญ่ ยัยหนูเยวี่ยยังเด็ก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร พวกแกสองคนอย่าได้หลงผิดไปนะ ฉันก็หวังว่าหงเหมยจะคลอดลูกชายออกมาได้ แต่ถ้าเกิดคลอดออกมาเป็นลูกสาวอีกล่ะ? สู้เอาลูกชายที่มีอยู่แล้วมาเลี้ยงไม่ดีกว่าเหรอ แบบนี้หงเหมยก็จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวด้วย"

            ในชนบท การที่ไม่มีลูกชาย แต่พยายามหาวิธีเอาลูกชายคนอื่นมาเลี้ยงเป็นลูกแท้ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

            บางครอบครัวถึงกับยกลูกสาวแท้ๆ ของตนเองให้คนอื่นไป แล้วเอาลูกชายที่ไม่มีสายเลือดเดียวกันกลับมาเลี้ยงด้วยซ้ำ

            ช่วงนี้การวางแผนครอบครัวเข้มงวดมาก ถ้าบ้านไหนไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรนัก ลูกชายที่เกิดมาเกินกำหนดก็จะถูกขายทิ้ง หรือไม่ก็เอาลูกชายไปแลกกับลูกสาว

            ถึงแม้ว่าลูกสาวในชนบทจะถูกมองว่าเป็นตัวถ่วง แต่ครอบครัวที่มีลูกชายเยอะๆ ก็ยังหวังจะมีลูกสาวอยู่

            เพราะลูกสาวเป็นคนเอาใจใส่ ช่วยทำงานบ้านได้ และยังสามารถเอาค่าสินสอดไปช่วยพี่ชายในบ้านแต่งงานได้อีกด้วย

            หลังจากฟังสิ่งที่แม่เฒ่าพร่ำพรรณนา หูหลันเยวี่ยก็หัวเราะเยาะ "คุณย่า สิ่งที่ย่าพูดว่าลูกสาวทำไม่ได้ ที่จริงแล้วลูกสาวทำได้หมดค่ะ พวกหนูสามคนพี่น้องไม่ใช่แค่ดูแลพ่อแม่ได้เป็นอย่างดี แต่พวกหนูยังเลี้ยงดูให้พวกท่านสบายได้จนวาระสุดท้าย เมื่อถึงเวลา หนูจะคลอดลูกสองคน แล้วให้คนหนึ่งใช้นามสกุลหู แบบนี้วงศ์ตระกูลบ้านใหญ่ของเราจะไม่ขาดช่วงแน่นอนค่ะ"

            จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็หันไปทางพ่อแม่ที่กำลังครุ่นคิด "พ่อ แม่ เด็กที่ไม่มีสายเลือดเดียวกัน ต่อให้เลี้ยงดูดีแค่ไหนก็ไม่สนิทใจกันหรอกค่ะ ถ้าเจอคนดีก็ดีไป แต่ถ้าเจอคนอกตัญญู วันหน้าจะมานึกเสียใจก็สายไปแล้ว หมู่บ้านที่คุณป้าอยู่ก็ไม่ไกลจากบ้านเรามากเท่าไหร่ ถ้าวันหน้าพวกเราเลี้ยงเด็กคนนั้นจนโตแล้ว พ่อแม่แท้ๆ ของเขาเกิดเปลี่ยนใจ อยากจะกลับมาขอรับลูกคืน พวกเราก็เสียแรงเปล่าสิคะ"

            หูหลันเยวี่ยดูออกว่าจริงๆ แล้วพ่อของเธอ หูฉางหมิน ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับการซื้อเด็กคนนั้นมาเลี้ยง

            การเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง จ้าวหงเหมยไม่ค่อยเต็มใจจะทำเท่าไหร่ แต่พอนึกถึงว่าตัวเองไม่สามารถมีลูกชายให้สามีได้ ทำให้สามีต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าญาติพี่น้อง ถ้าหูฉางหมินอยากจะเอาเด็กคนนั้นมาเลี้ยงจริงๆ จ้าวหงเหมยก็คงไม่ขัด

            หูหลันเยวี่ยอ่านใจพ่อแม่ออกหมดแล้ว

            เธอไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ว่าห้ามเอาเด็กคนนั้นมาเลี้ยง แต่เธอพยายามวิเคราะห์เหตุผลให้พ่อแม่เห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเลี้ยงลูกคนอื่นแทน

            หูหลันเยวี่ยรู้สึกว่าพูดแค่นั้นยังไม่พอ

            หลังจากพักหายใจ หูหลันเยวี่ยก็พูดต่อ "ทางบ้านพ่อแม่อุปถัมภ์ของหนู มีญาติอยู่ในชนบท พวกเขาไม่มีลูกชายเหมือนกัน ก็เลยไปเอาเด็กผู้ชายมาจากบ้านญาติคนหนึ่ง เด็กชายที่รับมาอายุไล่เลี่ยกับลูกสาวคนเล็กของบ้าน พอโตขึ้นมา เด็กชายคนนั้นก็รู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อแม่ แถมยังไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับพี่น้องในบ้านด้วย เขาก็เลยเกิดความใคร่กับลูกสาวคนเล็กบ้านนั้น หรือก็คือพี่สาวของเขานั่นแหละ แล้วเขาก็เลย..."

            คำพูดที่เหลือ หูหลันเยวี่ยไม่ได้พูดต่อ เธอเชื่อว่าพ่อแม่จะเข้าใจ

            เรื่องราวที่หูหลันเยวี่ยพูดเมื่อกี้ เธอแต่งขึ้นเอง

            เพื่อที่จะทำให้พ่อแม่ล้มเลิกความคิดที่จะเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง หูหลันเยวี่ยยอมทำทุกอย่าง

            ความคิดของหูหลันเยวี่ย แม่เฒ่าหูจะไม่รู้ได้อย่างไร

            แม่เฒ่าหูพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ "พวกแกสองคนอย่าไปฟังที่ยัยหนูมันพูดเหลวไหล หมู่บ้านเรากับหมู่บ้านอื่นก็ใช่ว่าจะไม่มีคนที่เอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง พวกเขาก็อยู่กันมาดีนี่"

            หูหลันเยวี่ยรีบขัดขึ้น "คุณย่า สุภาษิตว่าไว้ว่าอย่าประมาท ถึงจะเกิดแค่ครั้งเดียวก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละค่ะ ลูกชายแท้ๆ ของตัวเองโตขึ้นมาก็ยังเป็นคนอกตัญญูได้ นับประสาอะไรกับคนที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันล่ะคะ หนูรู้ว่าคุณย่าอยากมีหลานชาย แต่บ้านของอารองกับอาสามก็มีหลานชายให้คุณย่าเลี้ยงแล้วนี่คะ บ้านพวกเราจะมีลูกชายหรือไม่มี คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ"

            คำพูดของหูหลันเยวี่ยทำให้แม่เฒ่าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

            พอโกรธแล้วแม่เฒ่าก็ไม่ได้ทำอะไรหูหลันเยวี่ย แต่กลับหันไปร้องไห้กับหูฉางหมินแทน "ลูกชาย แม่เป็นแม่แกนะ แม่จะทำร้ายแกได้ยังไง? น้องชายสองคนกับพี่สาวแกก็มีลูกชายกันหมดแล้ว มีแค่แกที่ไม่มี พอเห็นญาติๆ ดูถูกแก ในฐานะแม่ฉันก็รู้สึกไม่ดีไปด้วย" 

            แม่เฒ่าคิดว่าตราบใดที่หูฉางหมินตัดสินใจที่จะเอาลูกชายคนนั้นมาเลี้ยง จ้าวหงเหมยก็คงได้แต่ตามใจ ส่วนหูหลันเยวี่ยจะเก่งกาจแค่ไหนก็ต้องยอม

            ก็เพราะคิดได้แบบนี้ แม่เฒ่าก็เลยพยายามพูดให้หูฉางหมินคล้อยตาม

            เดิมทีหูฉางหมินก็รู้สึกอยากจะเอาลูกชายมาเลี้ยงอยู่บ้างแล้ว แต่ตอนนี้พอเจอเข้ากับน้ำตาของแม่ และคำพูดที่บาดลึกถึงหัวใจ เขาก็เริ่มคิดถึงเรื่องนี้มากขึ้นไปอีก

            แต่หูฉางหมินก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา เขารู้ดีว่าลูกสาวคนโตไม่ต้องการให้เอาเด็กคนนั้นมา

            จ้าวหงเหมยพูดอย่างระมัดระวัง "นี่พ่อ ถ้าคุณอยากได้ลูกชายจริงๆ อีกสองสามวันก็พาฉันไปเอาห่วงคุมกำเนิดออกสิคะ น่าจะยังท้องได้อยู่นะ ฉันเลี้ยงลูกคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกตัวเองมาครั้งหนึ่งก็พอ ไม่อยากเลี้ยงครั้งที่สองอีกแล้ว เยวี่ยเยวี่ยพูดถูก ลูกคนอื่นต่อให้เลี้ยงดีแค่ไหนก็สู้ลูกแท้ๆ ที่ฉันคลอดออกมาเองไม่ได้หรอก"

            เดิมทีจ้าวหงเหมยคิดจะทำตามความต้องการของสามี แต่สิ่งที่หูหลันเยวี่ยพูดเมื่อกี้ ทำให้เธอได้คิด

            เธอขอยอมเสี่ยงที่จะมีลูกเองอีกครั้ง ดีกว่าจะต้องเลี้ยงเด็กที่ไม่ใช่สายเลือดของตัวเอง


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน