ปฐมบท
“อ้ากก!!!” เด็กหนุ่มคนหนึ่งร้องเสียงดังบ่งบอกถึงความเ็ปทรมานอย่างแสนสาหัสสินกำลังถูกเชือกมัดมือและข้อเท้าทั้งสองข้างเอาไว้อย่างแ่าภาพและเสียงที่ปรากฏเบื้องหน้าของเขาคือ เปลวไฟขนาดใหญ่ที่กำลังเผาและพรากทุกสิ่งไปจากเขานี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นกับเขาแค่ครั้งเดียวหัวใจของสินก็จะแทบสลายอยู่แล้ว พอเกิดเหตุแบบเดียวกันอีกไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร
“ช่างเป็ภาพที่สวยงามอะไรเช่นนี้” นอกเหนือจากภาพของไฟที่กำลังไหม้อาคารบ้านเรือนของคนที่สินรักมากที่สุดอีกสิ่งที่เขาเห็นคือชายหนุ่มวัยเดียวกับเขากำลังยืนหันหลังแถมพูดจาที่ฟังดูเหมือนมีความสุขกับเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่
“ไอ้สารเลว กูจะฆ่ามึง” สินสบถด่าออกมาด้วยความโกรธแค้นถ้าเขารู้ตัวเร็วกว่านี้ คงไม่มีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นที่นี่เป็แน่พอคิดได้แบบนี้เขาจึงตัดสินใจใช้ฟันกัดเชือก เผื่อเชือกจะหลุดขาดออกมาเท่านี้เขาก็จะได้แก้แค้นให้กับทุกคนที่ต้องมาสังเวยชีวิตให้กับคนบ้าอย่างมัน
“จุ๊ๆ” ชายที่ยืนหันหลังให้สิน หันหน้ากลับมาพลางทำท่าจุ๊ปากหมายจะให้สินเงียบๆ แต่พอมันเห็นว่าเขากำลังพยายามเอาชีวิตรอดมันจึงเดินแสยะยิ้มมาทางเขา พอมันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของสินมันไม่ได้พูดอะไรสักคำ จากนั้นก็กระหน่ำเตะไปยังใบหน้าอันหล่อเหลาของสินไม่ยั้ง
“อั้ก!!!” ด้วยความที่มันผู้นั้นใช้แรงที่มีเตะเต็มอย่างเต็มที่ฟันที่เปื้อนเืของสินจึงค่อยๆ ร่วงจนเกือบจะหมดปาก สภาพใบหน้าของสินยามนี้
ดูปูดบวมไปเสียหมด จะพูดหรือด่าก็ทำไม่ได้อีก สติของเขาค่อยๆเลือนหายไปจนสลบในที่สุด
“นึกว่าจะแน่” ชายผู้ก่อเหตุ ยิ้มสะใจเขามีความสุขมากที่ได้เตะระบายอารมณ์กับสิน
“ไหนๆ ก็สลบแล้ว ขอกูจับมึงทำเมียหน่อยเถอะวะไอ้สินอยากรู้นักว่ามึงมีดีอะไร ผัวของมึงถึงติดใจมึงนักหนา ฮ่าๆ”ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดัง เขาค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมดจากนั้นก็ฉีกเสื้อของสินออกจนขาด ส่วนกางเกงก็ดึงลงมากองกับพื้น
“เรือนร่างของมึงนี่ใช้ได้จริงๆ” พอมันพูดจบมันก็เริ่มบรรเลงเพลงรักกับสินอย่างเมามันความเ็ปที่มีอยู่ก่อนหน้ายังไม่ทันหายดีเด็กหนุ่มก็ได้รับความเ็ปครั้งใหม่จากด้านล่าง สติที่เหมือนจะดับไปแล้ว ค่อยๆฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง
“โอ๊ย!!” สินร้องออกมา ตอนนี้เขารู้สึกระบมไปหมดทั้งใบหน้าและ.....พอเขารู้สึกตัวว่ากำลังถูกรุกล้ำก็รีบใช้แรงที่มีพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากการกระทำของคนเลว
“อ่า...อย่าดิ้นสิ” ผู้ก่อเหตุส่งเสียงครางออกมา สินได้แต่ก่นด่าในใจ
พอมันบรรลุความ้าของมันชายหนุ่มก็ทิ้งให้สินนอนกองอยู่กับพื้น แถมเตะสินเข้าไปใกล้กับที่เกิดเหตุอย่างไร้เยื่อใยเปลวไฟที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ค่อยๆ กลืนกินทุกสิ่งจนไหม้เป็ตอตะโกไม่เว้นแม่แต่สินที่ต้องมาตายในกองไฟ ก่อนตายความแค้น ความอาฆาตของเขาไม่ได้ถูกเผาไปด้วย เขาสาปแช่งต่อผู้ก่อเหตุเอาไว้ว่า
“กูขอสาปแช่งมึงให้ตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดตลอดกาล”เมื่อชีวิตของเขาจบลงเขาก็ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดที่แม้แต่มือของตัวเองก็มองไม่เห็น
“อ้าก!!! กูจะฆ่ามึง...” สินร้องะโด้วยน้ำเสียงที่คั่งแค้นอย่างบ้าคลั่ง เขาร้องะโทุกวี่ทุกวันในความมืด สุดท้ายความแค้น ความอาฆาตพยาบาทล้วนเป็อาหารชั้นเลิศของความมืดรวมไปถึงตัวของสินเองที่ถูกความมืดกลืนกินไปตลอดกาล
..............................................................................................................
ความมืดมิดแห่งอนันตกาลได้ปกคลุมอสุรกายภูมิมาช้านานนับโกฏิล้านปีสิ่งมีชีวิตที่นี่ล้วนเป็โอปปาติกะ ซึ่งถือกำเนิดมาโดยปราศจากพ่อและแม่กล่าวคือพวกมันผุดขึ้นมาจากความมืด และเติบโตในฉับพลันพวกมันล้วนมีฤทธิ์และความชั่วร้ายฉะนั้นพวกมันจึงถูกกักขังให้อยู่ในกรงแห่งความมืดมิดนี้ชั่วนิจนิรันด์
ณ ที่รกร้างแห่งหนึ่งในอสุรกายภูมิท่ามกลางความมืดมิดที่แม้แต่แสงสว่างยังเล็ดลอดผ่านเข้ามาไม่ได้มีอสุรกายตนหนึ่งรูปร่างดูคล้ายมนุษย์ ผิวของมันค่อนข้างดำและสูงถึงเก้าหมื่นโยชน์ ดวงตาสีแดงฉานราวสัตว์ร้ายตัวหนึ่งทุกย่างก้าวที่มันเหยียบย่ำ แผ่นดินจะต้องสั่นะเือย่างรุนแรง
“โฮก!! ....กรรร!!” มันส่งเสียงคำรามดังก้องไปทั่วอสุรกายภูมิพออสุรกายตนอื่นๆ ได้ยินก็กลัวจนหัวหดหลบซ่อนอยู่ในความมืดเสียงคำรามนี้บ่งบอกถึงความคั่งแค้นและเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีเพียงแค่เสียงคำรามอย่างเดียวอสุรกายทั้งหลายยังกลัวหัวหดถึงเพียงนี้ หากเ้าอสุรกายตนนี้อาละวาดขึ้นมาล่ะจะเป็อย่างไร? พูดไม่ทันขาดคำเ้าอสุรกายตนนี้เริ่มปล่อยคลื่นพลังสีดำทมิฬ ลักษณะดูกลมคล้ายกับลูกบอลขนาดเล็กคลื่นพลังที่ปล่อยออกมานั้นมันอาศัยการรวบรวมกระแสพลังแห่งความมืดที่ไม่มีวันสิ้นสุดออกมาจากฝ่ามือที่ใหญ่โต มโหฬารของมัน เ้าอสุรกายโยนลูกบอลสีดำทมิฬไปตามพื้นที่ต่างๆในการโยนแต่ละครั้งจะบังเกิดเสียงดังกัมปนาทและทุกครั้งจะมีอสุรกายที่อ่อนแอสังเวยชีวิตไป เพื่อเป็การระบายความโกรธและความแค้น ณเวลานี้พื้นที่ทั้งหมดในมิติแห่งนี้กำลังสั่นะเืและถูกทำลายลงทีละส่วนหากเทียบการะเิจากพลังของมันกับการะเิของะเิปรมาณูแล้วล่ะก็พลังของเ้าอสุรกายตนนี้มีมากกว่าหลายล้านเท่าแค่ลูกบอลพลังทมิฬหนึ่งลูกมีพลังทำลายล้างเทียบเท่ากับะเิปรมาณูเก้าล้านลูก
“กี๊ซ......” เสียงร้องโหยหวนของอสุรกายตนอื่นๆบ่งบอกถึงความเ็ปแสนสาหัสที่ได้รับจากพลังของเ้าอสุรกายตนดังกล่าวทุกวินาทีที่มีอสุรกายาเ็ล้มตาย พวกมันจะถูกคืนชีพขึ้นมาใหม่อีกครั้งจนเกิดเป็วังวนแห่งการเกิดและตายไม่สิ้นสุด วนอยู่อย่างนี้มาหลายแสนล้านปี
ในขณะที่เ้าอสุรกายกำลังและวาดอย่างบ้าคลั่งและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจู่ๆ มีเงาๆ หนึ่งพาดผ่านลงมาจากฟากฟ้า เงาๆนั้นพุ่งเข้ามาจู่โจมเ้าอสุรกายจนมันล้มลงนอนกับพื้นเกิดเสียงดัง ครื่นนนนบ่งบอกถึงวัตถุที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากตกกระทบลงกับพื้นจนเกิดเสียงอสุรกายที่ล้มลงไม่สามารถพยุงตัวขึ้นมาได้ในทันที มันพยายามตะเกียกตะกายให้ตัวของมันกลับมาลุกขึ้นให้ได้ทันใดนั้นเองเงาของคนคนหนึ่งที่เพิ่งจัดการกับเ้าอสุรกายตัวนั้นก็พุ่งลงมาจาก้าพลางปล่อยรัศมีสีขาวสว่างออกมากดทับร่างกายที่ใหญ่โตของมันจนไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกแสงสว่างจ้าราวกับกลางวันนี้กำลังแผ่รัศมีออกมาไม่มีที่สิ้นสุด ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเหล่าอสุรกายทั้งหลายที่สุดท้ายก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ แถมไม่สามารถคืนชีพขึ้นมาได้ในทันที
“ฮี่ๆๆ ความแค้น ความอาฆาตของเ้ามันช่างรบกวนจิตใจของข้าทุกวันเลยรู้ไหม?พ่อสิน” เ้าของแสงสว่างกล่าวกับอสุรกายั์น้ำเสียงฟังดูปีติตื่นเต้น
“กรรรร!!!” อสุรกายั์ที่ถูกเรียกชื่อว่าสินพยายามคำรามใส่บุคคลที่ไม่สมควรมาอยู่ในที่แห่งนี้
“เปรี้ยง!!!” เ้าของแสงสว่างใช้ลำแสงที่อยู่รอบๆตัวมาแปลงสภาพให้กลายเป็ดาบนับล้านๆ เล่ม จากนั้นเธอก็ปล่อยดาบเ่าั้พุ่งลงมาแทงร่างกายของอสุรกายั์จนบังเกิดเสียงดังสนั่น
“โฮก!!!!” ดาบนับล้านเล่ม เสียบแทงไปทั่วร่างของสินจนดูเหมือนกับขนเม่นเืสีดำไหลทะลักออกมา ช่างสยดสยองยิ่งนัก
“ขอโทษที...ข้าลืมยั้งมือน่ะ แต่แค่นั้นไม่ทำให้เ้าตายง่ายๆ หรอก...ฮี่ๆ”เธอพูดไปพลางหัวเราะไป จากนั้นเธอก็พูดต่อว่า
“ข้าคือเนเมซิส เทพแห่งการล้างแค้น เพราะเ้าปรารถนาในการแก้แค้นฉะนั้นข้าจึงต้องใช้เวลาในการมาหาเ้าเสียนาน...เฮ้อกว่าจะเข้ามาที่นี่ได้เล่นเอาพลังเกือบหมดแน่ะ”เธอพูดตัดพ้อ
“กรรรรรร!!!” อสุรกายคำรามอีกคำรบ ทั้งๆที่ร่างกายของมันาเ็สาหัสแต่มันก็พยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายคำรามออกมา
“ก่อนอื่นข้าจะรักษาเ้าก่อน แล้วจะเสกให้เ้ามีสติสัมปชัญญะเหมือนตอนที่เ้าเป็มนุษย์จะได้เข้าใจที่ข้ากำลังจะพูดต่อจากนี้”เนเมซิสดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ดาบที่เสียบตามร่างกายพลันมลายหายไปราวกับควันรวมทั้งาแฉกรรจ์ก็พลอยหายไปด้วย เมื่อสติฟื้นคืน สินค่อยๆ สำรวจร่างกายของตนเขาพบว่าตัวเองกลับมามีร่างกายแบบมนุษย์ปกติ ไม่ได้เป็อสุรกายอีกต่อไป
“ให้เ้ากลายเป็คนแบบนี้ คุยกันง่ายกว่าเนอะ”เนเมซิสคลายรัศมีที่ส่องแสงสว่างจ้าลง เหลือเพียงแค่รัศมีแสงสีขาวสว่างบางๆเท่านั้น สินจ้องมองไปยังคนคนหนึ่งซึ่งกำลังลอยอยู่บนหัวของเขาไป
“ท่าน....คือ....”คำพูดแรกในรอบหลายล้านปีคือการที่เขาพูดกับหญิงหน้าตาสะสวย สง่างามราวกับนางอัปสร
“เนเมซิส เทพแห่งการล้างแค้น จงจำใส่สมองของเ้าไว้ด้วย”สินได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังสนั่น เพราะความแค้นที่สะสมมานานจะได้รับการปลดปล่อยเสียที
“ได้โปรดช่วยลูกช้างแก้แค้นไอ้สารเลวนั่นด้วยเถิดขอรับท่านเทพแห่งการล้างแค้น” สินคุกเข่าลงกับพื้นพลางพูดในเชิงอ้อนวอนต่อเทพเ้า
“ฮี่ๆ ใครบอกว่าข้าจะจัดการมันเล่าข้าจะให้เ้าไปจัดการคนคนนั้นด้วยตัวของเ้าเอง ข้าว่ามันสะใจกว่าอีก”เนเมซิสยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เช่นนั้นลูกช้างจะแก้แค้นอย่างไรดีขอรับ?” สินถาม
“ง่ายๆ เ้าจะต้องไปเกิดใหม่ แต่เ้าจะยังคงมีพลังจากภพนี้ติดตัว รวมไปถึงข้าจะมอบคาถาของข้าให้เ้าเอาไปใช้ด้วย”เนเมซิสกล่าวอย่างภูมิใจจากนั้นนางเริ่มชูมือขึ้นเหนือฟ้าก่อนจะบังเกิดแสงสว่างวาบขึ้นเหนือท้องฟ้าที่เดิมเคยมืดมิด
“โอม..นิกซ์และเอเรบัสผู้ให้กำเนิดข้า ข้าขอพลังแห่งความแค้นจากทุกสรรพสิ่งจงมาเป็พลังให้แก่ข้าเนเมซิสผู้ยิ่งใหญ่ด้วยเทอญ....” เมื่อนางร่ายคาถาจบแสงสว่างที่กลายเป็วงเวทย์สีขาวสว่างจ้าก็พุ่งเข้ามาผ่านร่างกายของสิน ณวินาทีที่แสงทะลุผ่านเข้าไป ภาพเบื้องหน้าของสินค่อยๆ เลือนรางลงจนสติของเขาไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย
.................................................................................................................................