ในห้องพักเล็กๆ ชั้นสามของหอพักย่านชานเมืองแห่งหนึ่งเสียงลมหายใจเล็กๆ สม่ำเสมอของเด็กน้อยที่หลับอยู่ในเบาะข้างๆ กลับขับเน้นความเงียบในห้องให้ดังชัดเจนยิ่งขึ้น
‘นัท’ ชายหนุ่มพ่อลูกอ่อนในวัยสามสิบสองเพิ่งพาตัวเองออกจากวังวนของความสัมพันธ์ที่จบลงได้ไม่นานนัก
ตอนนี้ชีวิตเขาวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงเ้าตัวเล็กวัยสองขวบแต่เพียงผู้เดียว
ในขณะเอนหลังพิงหัวเตียงเพื่อดูโทรศัพท์ ดวงตาของเขาก็เหลือบมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังหลับอยู่เป็ระยะๆ
สลับกับจ้องมองหน้าจอในมือที่สว่างวูบวาบ ตามนิ้วที่คอยเลื่อนผ่านภาพของผู้คนมากมายที่ดูมีความสุขกับสิ่งที่พวกเขากำลังทำ
นัทยังคงเลื่อนนิ้วแตะหน้าจอฆ่าเวลาไปเรื่อยๆจนกระทั่งรอยยิ้มบางๆ ของเขาได้หุบลงเมื่อเห็นภาพของคู่รักที่ทำคอนเทนท์ร่วมกัน
รอยยิ้มของคนพวกนั้นเป็เหมือนมีดกรีดลงบนความรู้สึกอ้างว้างในใจของเขาจนความสุขที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ได้มลายหายไปจนหมด
ทว่า ทันใดนั้น เสียงอ้อแอ้ที่คุ้นเคยจากด้านข้างก็ดังขึ้น
“ปะป๊า... ปะป๊า...”
ดวงตาคู่เล็กของเด็กน้อยลืมโพลงมองซ้ายมองขวาอย่างงัวเงีย มือป้อมๆ ยกขึ้นปัดป่ายกลางอากาศราวกับกำลังควานหาสิ่งที่คุ้นเคย
“หิว…นม...”
เสียงเรียกหาเล็กๆ ยังไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก แต่เขาก็พอจะจับใจความได้ว่า้าอะไร
ทำให้นัทรีบวางโทรศัพท์ลงเอื้อมมือไปหยิบขวดนมที่วางเตรียมไว้ข้างเตียงอย่างรวดเร็ว
เขายื่นขวดนมให้กับลูกชายพร้อมกับลูบหลังเล็กๆ เบาๆ อย่างปลอบประโลม เด็กน้อยรีบคว้าขวดนมเข้ามาประคองอย่างทุลักทุเลก่อนจะดูดนมจากขวดอย่างกระหายเพื่อคลายหิว
นัทเฝ้ามองลูกชายด้วยความรักก่อนจะลูบผมเส้นเล็กๆ ที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อเบาๆ แล้วส่งเสียงกล่อมให้ลูกน้อยกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง…
หลายเดือนมาแล้วที่ชีวิตเขากลายเป็วงกลมซ้ำๆ
ตื่นเช้ามาก็เตรียมอาหารให้ลูก อาบน้ำแต่งตัว เล่นกับลูกแล้วก็วนกลับไปทำงานในคอมพิวเตอร์ยามว่าง เวลาส่วนตัวแทบไม่มีจนบางครั้งเขาก็ลืมไปแล้วว่าเคยมีชีวิตเป็ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวในอดีต ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในใจเขามากกว่าที่คิดมันทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจในตัวเอง เริ่มตั้งคำถามถึงอนาคตที่เคยวาดฝันไว้
บางทีในความเงียบของบ้าน…
เขาก็เผลอจ้องมองไปยังกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเป็รูปถ่ายครอบครัวเมื่อครั้งยังสุขสันต์
รอยยิ้มของภรรยาเก่าในรูปยังคงสดใสแต่ในความทรงจำของเขามันกลับเลือนรางเหมือนภาพฝันที่จางหายไปเมื่อตื่น
เมื่อเห็นเ้าตัวน้อยผล็อยหลับไปอีกครั้ง นัทก็ถอนหายใจออกมาแ่เบาความเงียบในห้องพักเล็กๆชั้นสามของหอพักย่านชานเมืองกลับยิ่งตอกย้ำความรู้สึกอ้างว้างในใจ
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวังย่องผ่านเตียงที่มีเ้าตัวน้อยนอนหลับอยู่บนเบาะราวกับกลัวว่าแม้แต่เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็อาจปลุกเ้าตัวเล็กให้ตื่นขึ้นมาได้ ก่อนจะเดินอ้อมไปยังระเบียงด้านหลัง
แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อยเขาหยิบบุหรี่มวนหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อ จุดไฟ และสูดควันเข้าปอดช้าๆ
พ่นควันสีขาวลอยคว้างไปในความมืดมิดเพื่อไม่ให้กลิ่นบุหรี่รบกวนลูกชายที่กำลังหลับสบายอยู่ภายใน
นัททอดสายตามองออกไปยังความมืดมิดแสงไฟจากบ้านเรือนที่อยู่ห่างออกไปส่องสว่างเป็หย่อมๆ ดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยชีวิต
แต่ในความรู้สึกของเขากลับเหมือนถูกทิ้งให้อยู่กลางความมืดอันกว้างใหญ่ไพศาลแม้จะรู้ดีว่าเขาต้องก้าวผ่าน่เวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ เพื่อลูกชายและเพื่อตัวของเขาเอง
แต่ในค่ำคืนที่เงียบสงัดและโดดเดี่ยวเช่นนี้ความเหงาก็ยังคงกัดกินหัวใจของเขาอย่างแสนสาหัส
…
หลายวันผ่านไป
เย็นวันหนึ่งแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าเด็กน้อยที่กำลังเคลิ้มหลับ
นัทลูบผมลูกของเขาเบาๆ ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงเลื่อนดูแอปพลิเคชันในมือถืออย่างไร้จุดหมายเช่นเคย
ความเหงาเหมือนเงาที่ตามติดคอยกัดกินความรู้สึกของเขาอยู่ตลอดเวลา
นิ้วโป้งไถหน้าจอไปเรื่อยเปื่อยราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างที่จะมาเติมเต็มความว่างเปล่านี้จนกระทั่งสายตาของเขาหยุดอยู่ที่โพสต์หนึ่งที่สะดุดตาเป็อย่างมาก
“ไบรุกรับเปิดซิงชายแท้!”
ใต้ข้อความนั้นมีคลิปวิดีโอสั้นๆ แนบมาด้วยหัวข้อที่เขียนเอาไว้มันดุงดูดใจเสียจนนัทเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะกดเข้าไปดูอย่างไม่ได้คิดอะไรมากนัก
ในคลิปปรากฏภาพชายหนุ่มสองคนคนหนึ่งกำลังพูดคุยกับกล้องด้วยท่าทีเป็กันเองเหมือนเพื่อนคุยกัน
ส่วนอีกคนถึงแม้ใบหน้าจะถูกเบลอไว้แต่แววตาที่แสดงออกมานั้นก็ดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
รอยยิ้มและน้ำเสียงที่ทั้งสองแลกเปลี่ยนบทสนทนากันในคลิปนั้นกลับให้ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกใหม่และกระตุ้นความสนใจของนัทอย่างประหลาด
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันไปสักพักเพื่อลดความเก้อเขินเหตุการณ์ในคลิปก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ จนเกินกว่าที่นัทคาดคิดไว้มาก
ทั้งภาพและเสียงที่ดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์เครื่องบางทำให้นัทรู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่
‘นี่… นี่มันอะไรกันวะเนี้ย?’
มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มสั่นเล็กน้อยและรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาหัวใจของเขาเต้นแรงจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ
“นี่มันบ้าชัดๆ…”
เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆแต่ภาพและเสียงที่เพิ่งได้ยินได้ดูกลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่ยอมจางหายไปง่ายๆ
หลายเดือนมาแล้วที่เื่แบบนั้นกลายเป็สิ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกสุดใจเพราะความวุ่นวายกับการเลี้ยงลูกชายตัวน้อยและการทำงานออนไลน์ควบคู่กันไป
ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาหรือแม้แต่ความคิดที่จะหันไปสนใจเื่เ่าั้เลย
อารมณ์ที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างกะทันหันในครั้งนี้จึงถาโถมเข้ามาในความรู้สึกของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเร้าใจบนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องเล็ก
จู่ๆ ความคิดแปลกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนความปรารถนาที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไปก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นในหัวของเขาอย่างช้าๆโดยที่เขาเองก็ยังไม่ทันได้ตระหนักถึงมันอย่างชัดเจนด้วยซ้ำ
ในขณะที่นิ้วของเขากำลังจะแตะลงไปที่รูปโปรไฟล์ของชายหนุ่มคนนั้นที่ปรากฏอยู่ใต้คลิปเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
แต่แล้วเสียงร้องไห้เบาๆของลูกชายก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดที่กำลังสับสนนั้น ทำให้นัทต้องรีบละสายตาแล้วหันไปดูลูกชายที่ขยับตัวเล็กน้อยบนเตียง
เสียงสะอื้นแ่ๆ ดังขึ้นอีกครั้งนัทรีบวางโทรศัพท์ลงข้างเตียงอย่างรวดเร็วแล้วโน้มตัวลงไปหาลูกชายด้วยความเป็ห่วง
ความคิดแปลกประหลาดเมื่อครู่ถูกเสียงร้องไห้ของลูกชายพัดพาให้จางหายไปจากความสนใจในทันที
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาคือการปลอบประโลมเ้าตัวน้อยที่กำลังร้องไห้ให้กลับไปหลับฝันดีอีกครั้ง