แววตาธรณีดูสงสัยใครรู้“ท่านรู้จักเขาเหรอ”
“ยิ่งกว่ารู้จักซะอีก ผมรู้ว่าเขามีนิสัยแปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่งคือไม่ชอบอาบน้ำก่อนเข้านอนอาบตอนเช้าแค่ครั้งเดียว แล้วก็เป็คนที่ไม่กินน้ำหวานเลย”
พอผมพูดจบ ดวงตาธรณีก็เบิกโพลงคล้ายประหลาดใจผมจำเป็ต้องเล่าเื่ราวบางส่วนของชายผู้ไม่กินหวานนี้ให้เขาฟัง
ยังจำ่วัยเด็กของพวกเราได้ดี ปฐียังเป็เพื่อนที่ดีที่สุดสมัยเรียนอยู่มัธยมแม้จะเรียนคนละห้องผมเจอเขาครั้งแรกในฐานะคู่แข่งตอบปัญหาประวัติศาสตร์วิชาสังคมก่อนพ่ายตำแหน่งตัวแทนโรงเรียนให้กับเขาหลังจากที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะมุมมองทางการเมือง เราสองคนก็เริ่มสนิทกันแม้ว่าฐานะทางบ้านจะต่างกันมาก ผมกับปฐีก็มีเป้าหมายเดียวกันอยากเห็นสังคมพัฒนาสู่ทิศทางที่ดีขึ้น เขาชวนผมไปพูดบนเวทีทางการเมืองหลายครั้งเริ่มจากระดับโรงเรียนไปสู่เวทีปราศรัยในการชุมนุมจริงทำไปทำมากลายเป็ผมขึ้นพูดบ่อยกว่าเขา พอได้ฝึกฝนบ่อย ๆอาการประหม่าที่ต้องยืนท่ามกลางสายตานับร้อยก็หายไปปฐีชอบอ้างว่าตัวเองอธิบายไม่เก่ง จะอาสาเขียนบทให้
มีครั้งเดียวที่ปฐีไม่ได้ไปร่วมชุมนุมกับเพราะไม่สบายตกเย็นผมจึงไปเยี่ยมเขาที่บ้านแม้จะนอนซมบนเตียงก็ยังมิวายติดตามการชุมนุมจากการถ่ายทอดสดนั่นเป็ครั้งแรกที่ผมได้ััคอมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของจริงที่โรงเรียนมีแต่แบบตั้งโต๊ะ ปฐีกำลังเปิดคลิปวิดีโอบนเว็บไซต์ยูทูบดูย้อนหลังอันที่พลาดไปเพราะนอนหลับพักผ่อนก่อนหน้านี้ผมจึงต้องดูเหตุการณ์ใน่เช้าซ้ำอีกรอบไปพร้อม ๆ กับเพื่อน ในวิดีโอผมยืนข้าง ๆรุ่นพี่ผู้หญิงนักศึกษามหาลัยปีที่สองคนหนึ่งที่ชื่อ นิตยาซึ่งจะพูดต่อจากผม ผมเป็คนอายุน้อยที่สุดบนเวที
“ทุกท่านลองคิดดูนะครับว่าถ้าวันหนึ่งเราทำมาหากินกันอยู่ดีๆมายี่สิบปี แล้วมีคนจากรัฐเดินมาเคาะประตูบ้านเพื่อบอกให้เตรียมตัวย้ายออกเพราะเขาจะเวนคืนที่ดินขยายรถไฟฟ้า ประเด็นก็คือ เขาอ้างประโยชน์สาธารณะก็จริงแต่เขากลับไม่เคยถามความเห็นของประชาชนอย่างพวกเราเลยสิ่งที่รัฐชดเชยให้เป็แค่เงินไม่กี่ตัง เมื่อเทียบกับสิ่งที่เราต้องเผชิญ...”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นจากด้านล่างเวทีซึ่งมีราวๆ 100 คนได้วันนี้ผมได้รับมอบหมายให้พูดเื่ “ความทุกข์จากความยากจนที่ไร้สวัสดิการ และความไม่ยุติธรรมจากการถูกรัฐเวนคืนที่ดิน”พอได้เห็นตัวเองออกทีวีแล้วรู้สึกเขินชอบกล เพื่อนยังคงตั้งใจฟังอย่างจดจ่อตาไม่กะพริบ
“รัฐไม่เคยถามพ่อแม่ของผมเลยว่าจะย้ายออกไปที่ไหน มีความเป็อยู่อย่างไร พ่อแม่ต้องมาตั้งต้นจากศูนย์ใหม่ไม่มีเงิน ไปกู้ธนาคารก็ไม่ผ่าน เลยต้องเป็หนี้นอกระบบสุดท้ายแม่ก็ต้องหยุดทำงานเพื่อมาดูแลยายที่ป่วยเป็อัมพาต พร้อม ๆ กับดูแลผมลองจินตนาการถึงสิ่งที่เราคาดหวังดูสิครับ ว่าถ้ารัฐมีสวัสดิการให้คนที่เจ็บป่วยหรือเกษียณจากอาชีพอื่นที่ทำงานให้สังคมเหมือนกันไม่ใช่แค่ให้ข้าราชการความเป็อยู่ของครอบครัวเราก็ดีขึ้นมาก ถ้ารัฐกระจายความเจริญมาให้ชนบทแม่ก็ไม่ต้องไปลำบากเสียเงินจ้างรถไปรักษาในเมือง ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกับรัฐบาล”
ผมน้ำตาซึมขณะที่ตั้งใจฟังข้อความของตนเองแล้วจินตนาการภาพตามครอบครัวของผมจำเป็ต้องระหกระเหินย้ายออกจากกรุงเทพฯก็เพราะมีการตัดทางรถไฟฟ้าผ่านบ้านของพ่อ
“พอเถอะอย่าให้ฉันนึกถึงมันมากไปกว่านี้เลย” ผมแย่งเมาส์มาจากเขาเพื่อกดหยุดคลิป
“แต่นาย เท่สุด ๆ ไปเลย โคตรซึ้ง”ปฐีใช้ทิชชูเช็ดน้ำตาที่ซึมออกมา
“นายเป็คนเดียวที่ชมฉันเื่นี้อย่าบอกพ่อแม่ฉันเด็ดขาด ถ้ารู้ท่านคงตีตาย”
“ไม่ได้ลงหนังสือพิมพ์อีกอย่างผ่านไปหลายวันแล้ว พ่อแม่นายไม่ได้ดูทีวี่นั้นพอดี ไม่มีทางเห็นหรอกน่าแต่ก็เสียดายที่รัฐปะา ทั้งที่หลายอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วเชียว”น้ำเสียงปฐีดูผิดหวัง
“การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลานะ”ผมปลอบใจด้วยคำคม สีหน้าปฐีดูฉงนเมื่อผมนำเสนอโพรเจกใหม่
“ฉันอยากทำเว็บไซต์ที่อธิบายประชาธิปไตยที่พวกเราเฝ้าฝันถึงอยากให้นายช่วยเื่เทคนิค ฉันเตรียมเนื้อหา”
“ได้เลย แต่เขียนบล็อก[1] น่าจะเข้าท่ากว่านะ”เพื่อนผมตอบตกลงแทบจะในทันที
ใครจะรู้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นนำมาสู่จุดเริ่มต้นของความคิดบ้า ๆของพวกเราสองคนในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมืองด้วยการให้ความรู้สู่สังคม แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปถึงฝั่งฝันเส้นทางของผมกับปฐีแยกจากกันั้แ่จบมัธยม นี่ก็ผ่านมาเกือบสิบปีเพิ่งรู้ในวันนี้ว่าดอกเตอร์ปฐี อดีตเพื่อนรักของผมเสียชีวิตแล้ว
ธรณีเล่าให้ฟังภายหลังว่าเสียเวลาไปหนึ่งวันเต็มกับการหาข้อมูลที่พิสูจน์คำพูดของผมค้นหาในอินเทอร์เน็ตหรือถามจากเอไอก็ไม่ทราบ จนกระทั่งเขาได้ไปสัมภาษณ์อดีตพนักงานองค์กรเมด้าคนหนึ่งที่ยังมีชีวิตซึ่งช่วยเป็พยานบุคคลให้ผม
“ตกลงคุณเชื่อผมแล้วเหรอ”
“ก็คงประมาณนั้นท่านรู้เื่ส่วนตัวของบุคคลที่ตายไปนานแล้ว แต่กลับไม่รู้จักประเทศนี้เลยสักนิดคงไม่มีคำอธิบายอื่นที่เข้าเค้ากว่านี้” ธรณีเฉลยเหตุผลราวกับว่าไม่เต็มใจนัก
การคุยกันในร้านพีเพิลชอยส์ครั้งนั้นจบลงด้วยข้อตกลงจ้างให้ผมอัดฉีดเลเวลตัวละครในเกมแลกกับอาหารและที่พักอาศัยชั่วคราว เขาบอกว่างานยุ่งมากจนไม่มีเวลาเล่นทุกวันที่กลับถึงคอนโดก็จะตรงปรี่เข้าห้องส่วนตัวทันที ไม่เว้นแม้แต่เสาร์อาทิตย์งงว่าเสียเงินซื้อเกมมาทำไม ผมยอมรับว่า่แรก ๆ ก็ทุลักทุเลอยู่เหมือนกันล้มลุกคลุกคลานตายในเกมเป็ร้อยร้อยรอบกว่าจะเรียนรู้วิธีการควบคุมในโลกเสมือนให้ชำนาญดีที่ไม่ถอดใจไปเสียก่อน เลเวลที่ตกต่ำค่อย ๆ กระเตื้องขึ้นมาแซงของเดิมไปไกลจนเกือบถึงจุดสูงสุด
--------------------
“แย่ละของหมด”ผมอุทานเมื่อเห็นอักษรแจ้งเตือนบนหน้าจอของเครื่องทำอาหารอัตโนมัติว่าไม่มีวัตถุดิบตามที่สั่งไว้
แน่นอนว่ามันเสกออกมาไม่ได้ท่อลมส่งของก็ไม่ได้ติดตั้งไว้ ผมกดหน้าจอััดูเมนูที่เป็ไปได้แล้วต้องย่นจมูกอย่างรังเกียจเมื่อเห็นเมนูที่เครื่องนำเสนอ
ข้าวเปล่าใส่วิปครีม
ผมชายตาไปมองห้องของเพื่อนซึ่งปราศจากเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา ขณะนี้เวลาเกือบหกโมงเย็นท้องร้องตีคู่กับน้ำย่อยที่ทยอยหลั่งออกมาจนเริ่มแสบร้อน ทั้งวันกินไปแค่มื้อเดียวการงีบหลับกลางวันเร่งกระบวนการเผาผลาญอาหารในกระเพาะไปจนหมด
“ออกไปกินข้าวข้างนอกไหม”ผมพูดเป็ประโยคแรกเมื่อธรณี เปิดประตูตามเสียงเคาะตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเพื่อนร่วมห้องไม่เคยชวนไปร้านอาหารข้างนอกเลยสักครั้งผมเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย นี่อาจเป็เื่ส่วนน้อยที่พวกเราเห็นตรงกันระบบจีพีเอสของกำไลอีเอ็มยังไม่เคยถูกใช้งานจริงจังทั้งที่เพื่อนทิ้งบัตรเงินสดให้ั้แ่วันแรกที่ค้างคืน เผื่ออยากออกไปเตร็ดเตร่ตามท้องถนนแต่มันไม่เคยถูกแตะต้องจนฝุ่นเริ่มจับผมอนาถใจเมื่อจินตนาการนึกสภาพตัวเองที่หลงทางในเมืองใหญ่เหมือนเป็ชายแก่สมองเสื่อม
“ไม่เป็ไร ท่านไปเถอะเรากินเสร็จก่อนกลับมาแล้ว” ธรณีตอบเรียบ ๆ ไปต่อไม่ถูกเลยไม่แน่ใจว่าชายคนนี้จงใจไม่สั่งวัตถุดิบมากักตุนไว้เพื่อเป็กุศโลบายล่อเสือออกจากถ้ำหรือแค่ชีวิตวุ่นวายจนไม่ได้ใส่ใจกันแน่ดูเหมือนว่าเพื่อนกำลังหลอกล่อให้ผมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขาถึงสั่งแบบออนไลน์จากร้านด้านล่างขึ้นมาก็ต้องพึ่งพาธรณีอยู่ดีไหนจะเสียค่าส่งอีก
“ไปเป็เพื่อนฉันหน่อยสิ”ผมกะพริบตาปริบๆ อ้อนวอน
ธรณียักไหล่พร้อมกับรอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก
[1]บล็อกหมายถึง แพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับเผยแพร่บทความ ข้อมูลหรือความคิดเห็นส่วนตัว มักจะเป็เนื้อหาที่เ้าของบล็อก (blogger) เขียนขึ้นเอง อาจเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์เทคโนโลยี การท่องเที่ยว อาหาร หรือเื่ราวอื่น ๆ