“เฮ่ย!เอ็งน่ะ ไอ้หัวทองชื่อไรวะ?”
“กูชื่อเนส”
“กูไม่ได้ถามมึง กูถามเด็กของพี่พลนู่น”
“อ้าว! ก็มึงว่าหัวทองแล้วหัวกูไม่ทองรึไง”
“กวนตีนไอ้ฝรั่งขี้นก”
ทั้งสองยังโต้เถียงกันไม่หยุดปากเพื่อนอีกคนจึงห้ามปรามและเรียกพอลที่ยืนนิ่งเฉย ๆ ให้ไปช่วยยกรถลง
“ไปเอามาจากไหนหรือ?”
“แถววิดลัย...น่ะ” พอลตอบคนไว้ทรงผมรากไทร แล้วก็เอ่ยถาม “แล้วนี่จะเอาไปทำยังไงต่อ”
“ก็ไปแยกชิ้นส่วนขาย ประกอบใหม่หรือไม่ก็ขายต่อเลย”
ได้ยินอย่างนั้นก็ชัดเจนแล้วว่าคุณพลของเขาเป็คนไม่ดีเป็โจรลักขโมยที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น เด็กหนุ่มผิดหวังกับภาพลักษณ์สุภาพบุรุษที่เคยนึกชื่นชมและที่เคยนิยมชมชอบมาก่อนหน้าเมื่อได้รู้ความจริงเช่นนี้ก็ให้นึกรังเกียจนัก แม่ของเขาและสาว ๆที่บาร์แม้จะทำงานอย่างว่าแต่ก็มีศักดิ์ศรีและน่าภูมิใจกว่าเสียอีก
“มีรถคันไหนให้พี่ใช้บ้าง” ศักดิ์พลที่เดินออกมาหลังทำธุระของตนเสร็จถามกับเด็กช่างเ่าั้
“เอาคันนู้นไปก่อนละกันพี่” คนที่ว่าชื่อเนสชี้มือบอกไปด้านหลัง
“คันไหน?”
“สีเหลืองนั่นน่ะ”
“รถป๊อบ”
“ช่าย”
“อยากให้กูโดนจับรึไง คันอื่นไม่มีให้ใช้รึ” ชายหนุ่มไม่ว่าเปล่าตบกะโหลกสั่งสอนด้วยหนึ่งที
“โอ๊ย! มันไม่ว่างพี่”
“งั้นก็เอารถมึงมา”
“ไม่ได้เดี๋ยวโดนดุ เอาไปเหอะน่า ไม่เป็ไรหรอกพี่ก็ขี่ลัดซอยไปเรื่อย ๆ แล้วกันรู้ทางดีไม่ใช่หรือ วันมะรืนค่อยเอามาเปลี่ยน เดี๋ยวผมให้CBR ไปลองขับเล่น”
เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ได้แต่ยืนเท้าสะเอวถอนหายใจ คนที่มักมีนิสัยกวนบาทาคนอื่นอยู่เป็นิจจึงไหวไหล่พร้อมพูดต่อ
“หรือว่าพี่จะเดินไปเรียกรถข้างนอกก็ได้ตามใจนะ แต่ผมไม่ว่างออกไปส่ง”
“เออ ไม่ต้องพูดมากแล้ว ตกลงคันไหนก็ได้เอามาเหอะ”
ศักดิ์พลทำใจ ยืดแข้งยืดขารอก่อนจะรับรถมาแล้วลองขึ้นนั่งคร่อมชายที่สูงเกือบร้อยแปดสิบกับรถป๊อปคันเล็กดูปุ๊กปิ๊กขัดตากันเป็อย่างมาก แถมมันยังนั่งไม่สบายอีกต่างหากขี่ไปคนเดียวพอไหวแต่เมื่อเหลียวมองพอลที่ตัวก็ไม่ได้เล็กสักเท่าไหร่เขาก็ต้องถอนหายใจอีกรอบ
“รถยนต์ก็ไม่ว่างสักคันหรือ ให้พี่ขับปิกอัพคันเดิมกลับไหม”
“ไม่ว่างพี่ พวกผมจะทำงาน คืนนี้ก็คงโต้รุ่งกันอีกแล้ว ไป ๆๆ” เนสสะบัดมือไล่หวือ ถือวิสาสะลากพอลมาแล้วดันให้ขึ้นซ้อนท้าย
“เกาะเอวแน่น ๆ นะน้องนะ ระวังร่วงหล่น”
คนที่ถูกผลักเข้าหากันท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ พอลไม่รู้จะเอามือและเท้าวางไว้ตรงไหนส่วนศักดิ์พลก็ขยับตัวไปไหนไม่ได้ คนที่ชอบแกล้งคนอื่นจึงจัดการจับขาของพอลมาพาดวางที่พักเท้าด้านหน้าแล้วจับมือให้โอบรอบเอวเกาะหลังแน่นก่อนจะะเิเสียงหัวเราะออกมาล้อเลียนทั้งสองว่าเหมือนลูกลิงกับแม่ลิงขี่กัน
“ฝากไว้ก่อนเหอะมึง” พี่ใหญ่ในกลุ่มกล่าวขู่ทิ้งท้ายก่อนจะสตาร์ทรถเร่งเครื่องออกไปอย่างอืดเอื่อยแต่ก็ไม่วายโดนล้อไล่หลังตามมาอีก
“เร็ว ๆ นะเฮีย ระวังไอ้โบ้จะวิ่งแซงหน้า ฮ่า ๆ ๆ”
รถคันเล็กขนาดความจุไม่เกิน50ซีซี วิ่งปุเลง ๆ แบกน้ำหนักชายสองคนอย่างน่าสงสาร ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่ศักดิ์พลรู้จักดีจนกระทั่งมาถึงที่พักของเขาซึ่งเป็ห้องเช่าขนาดเล็ก พอลจึงะโลงจากรถไปยืนทำหน้าบึ้งให้รู้ว่าโกรธและไม่พอใจกับเื่ที่เกิดในวันนี้
“มีอะไรไปคุยกันที่ห้อง” คว้าแขนไว้ แต่กลับโดนสะบัดออกอย่างแรงศักดิ์พลจึงมองด้วยดวงตาดุวาวโรจน์ ก่อนจะจับข้อมือแน่นแล้วลากไปตามที่้าพอลก็พยายามออกแรงขืนตัว รู้สึกกลัวชายหนุ่มขึ้นมาทันที ไม่น่าไปให้ความไว้วางใจแก่เขาเลยทั้งที่รู้จักกันเพียงผิวเผิน
แต่ทว่าเด็กหนุ่มที่ค่อนข้างผอมกลับต้านทานแรงไม่ไหว จึงโดนผลักเข้าไปข้างในได้สำเร็จศักดิ์พลปิดประตูล็อกกลอนแล้วนั่งลงบนเตียง ถอดผ้าใบสีขาวของตนโยนไว้มุมห้อง เหลือบมองแขกที่ไม่เต็มใจไล่สายตาลงมาที่เท้า พอลก็ก้มมองตาม แล้วเห็นคีบแตะรุ่นคลาสสิกที่มีสีดำออกจะสกปรกของตนจึงจำใจถอดไปวางไว้ใกล้ประตู
จากนั้นเขาก็ยอบตัวนั่งกอดเข่ามองเ้าของห้องเงียบ ๆโดยต่างฝ่ายต่างก็จ้องมองกันโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำเดียว ทั้งคู่เล่นาประสาทกันนานเกือบห้านาทีศักดิ์พลก็เป็ฝ่ายยอมแพ้เบือนหน้าหนีด้วยความเบื่อไปเสียก่อน
เขาควักเงินออกมานับแล้วแบ่งให้ผู้ช่วยคนใหม่ เป็ใบสีม่วงถึงสี่ใบพอลเห็นดังนั้นก็ถึงกับเผลอตาโตลุกวาว แต่แล้วไม่กี่วินาทีสำนึกชั่วดีก็เคาะสติเตือนว่ามันเป็เงินสกปรก
“ทำไมน้อยไปหรือ”
เพียงคำนั้นก็ทำให้ความอดทนที่เก็บมานานขาดผึง เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนตะคอกใส่ไม่ไว้หน้าว่าศักดิ์พลจะเป็ผู้ใหญ่กว่าหรือเป็คนที่เคยซื้อหนังสือดี ๆ มาให้เขาอ่านเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ
“น้อยไปหรือ? มันไม่มีค่าเสียด้วยซ้ำ ไอ้เงินชั่ว ๆที่มาจากการลักขโมยทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนไปทั่วอย่างนี้น่ะ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็คนแบบนี้ทุเรศมาก น่าภาคภูมิใจตรงไหนกัน แล้วยังจะมีหน้าชวนผมมาทำงานสกปรกแบบนี้อีกด้วยนะ”
เท่านั้นแหละ ใบหน้าคมคายของศักดิ์พลก็เปลี่ยนเป็สีเข้ม เขากัดฟันพูดเสียงต่ำซ่อนอารมณ์
“ฉันชวน เพราะว่านายอยากจะมีเงินไม่ใช่รึไงไม่ว่างานไหนที่ทำแล้วได้ตังค์นายก็ไม่ควรจะสนใจขนาดฉันที่เรียนสูงยังเป็แค่ไอ้ขี้คุกเลย แล้วไอ้เด็กจบต่ำอย่างนาย การศึกษาก็แค่นี้ใครเขาจะรับจะบอกให้นะว่าถ้าไม่รู้จักซิกแซกต่อให้นายรับจ้างเขาไปจนตายก็ไม่มีวันซื้อบ้านเป็ของตัวเองได้หรอก”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ อย่ามาดูถูกผมนะ ขอเพียงแค่เป็คนดีขยันซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบมันต้องได้ดีสักวันหนึ่งแน่”
ชายหนุ่มถึงกับแค่นหัวเราะออกมา หลังได้ยินประโยคอันอ่อนต่อโลกของเด็กหนุ่ม
“หึ ๆ เอาไอ้คำขวัญวันเด็กบ้า ๆ นี่โยนทิ้งขยะไปได้เลยจะบอกให้นะว่าไอ้หนังสือที่นายอ่านน่ะมันเอามาใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ โลกใบนี้มันมีอะไรมากกว่านั้นหัดโงหัวออกมาจากบาร์เล็ก ๆ นั่น ออกมาจากใต้กระโปรงแม่นายได้แล้ว”
เมื่อถูกกระทบกระเทียบถึงมารดา ความโกรธของพอลก็แล่นขึ้นมาเป็ริ้วเขารู้สึกร้อนเหมือนถูกไฟเผาใจและอยากจะเข้าไปเหวี่ยงหมัดใส่ศักดิ์พลทั้งที่ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะก้าวร้าวหาเื่ชกต่อยกับใคร
“ผมไม่เชื่อคุณหรอก ผมจะเป็คนดี ผมจะทำให้แม่ภูมิใจว่าต่อให้จะเป็แค่ลูกผู้หญิงขายตัวแต่ผมจะไม่ทำชั่วและจะไปได้ดีกว่านั้นแน่”
“แล้วฉันจะคอยดูว่านายจะมีโอกาสไปได้ไกลอย่างที่ใจคิดไหม”
ศักดิ์พลสาดน้ำมันลงในกองเพลิง กระพือเปลวไฟให้โหมแรงขึ้นไอ้การที่ว่าจะรักษาน้ำใจใครเป็ไม่มี เพราะเขาเองก็ไม่เคยมีพี่น้องและไม่เคยมีแฟนที่จะต้องคอยงอนง้อ คอยถนอมความรู้สึกกันและกันมาก่อนยิ่งเป็ผู้ชายที่ใกล้จะโตเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวก็ยิ่งแล้วใหญ่แต่น้ำตาที่รื้นขึ้นมาของพอลกลับทำให้เขาใจหายอย่างไรไม่รู้
เด็กหนุ่มกำหมัดและเม้มกัดปากแน่นจนกลัวว่ามันจะเกิดอาการห้อเืตามมาศักดิ์พละกำลังจะเอ่ยคำขอโทษออกไปแต่ก็ไม่ทัน เพราะโดนกำปั้นลุ่น ๆ สวนเข้าเต็มใบหน้าจนล้มลงหงายหลังบนเตียงพอลไม่ปล่อยจังหวะให้ได้ตั้งตัวก็ตามประชิดระรัวหมัดใส่ตามลำตัวไม่ยั้ง
“จำไว้นะ ถึงคุณจะเคยดีกับผมแค่ไหนถึงคุณจะมีเงินนอนกับผู้หญิงมากมายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพูดจาดูถูกยังไงก็ได้”
“โอ๊ย ๆ ฉันยอมแล้วฉันขอโทษ”
ศักดิ์พลยกแขนขาป้องกันตัวไม่คิดจะโต้ตอบปล่อยให้เด็กหนุ่มได้ระบายความเก็บกดที่มีอยู่ในใจออกมาจนหมด พอลร้องไห้ไปด้วยทั้งกระหน่ำชกต่อยจนหมดแรงก็ถอยไปยืนหอบอยู่ข้างเตียง
“ต่อไปนี้ไม่ต้องไปที่นั่นอีก แล้วก็ไม่ต้องซื้อหนังสือมาให้ผมเพราะผมไม่อยากจะได้สิ่งของที่มาจากเงินของคุณ” พูดจบก็เปิดประตูผลุนผลันออกไป ทิ้งความรู้สึกที่ดีที่เคยมีต่อกันใน่สั้นๆ เอาไว้ตรงนั้น
ศักดิ์พลนอนหลับตานิ่ง ยกมือขึ้นกุมขมับพลางนวดคลึง รู้สึกอ่อนล้าและหมดแรงที่โดนต่อยไปไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก เพราะตอนเข้าไปอยู่ในคุกใหม่ ๆเขาเคยโดนรุมกระทืบเจ็บหนักมากกว่านี้เสียอีก แค่สามปีที่ชีวิตพลิกผันเข้าไปสู่โลกมืดทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างตรงกันข้ามกับสิ่งที่แม่ทองเคยสอนไว้
รู้ว่าการเป็คนดีต้องใช้ชีวิตลำบากมากรู้ว่าขยันไปก็เท่านั้นหากไม่รู้จักพูดเป็รู้ว่าซื่อสัตย์สุดท้ายก็กลายเป็เพียงไอ้หน้าโง่คนหนึ่งและรู้ว่าเงินมีอำนาจมากที่สุดโลกใบนี้ไม่ว่ามันจะมาจากไหนก็ตามที
ประสบการณ์ชีวิตที่เจอรวมทั้งสิ่งแวดล้อมข้างในทำให้เขากลายเป็คนมองโลกในแง่ร้ายมีทัศนคติแย่ ๆ ยิ่งออกจากคุกแล้วมาช็อกกับข่าวการเสียชีวิตของผู้มีพระคุณเพียงคนเดียวทำให้ศักดิ์พลยิ่งดำดิ่งลงมากกว่าเดิม
ชายหนุ่มหันหลังกลับให้แสงสว่างประชดชีวิตโดยการทำอาชีพผิดกฎหมายท้าทายสังคมและเทิดทูนบูชาเงินเป็ชีวิตจิตใจเมื่อได้รู้จักกับพอล เขาก็คิดว่าเด็กคนนั้นคงจะเป็เหมือนกัน คือมีความโดดเดี่ยว เหว่ว้าและ้าจะทำอะไรบางอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้ไร้ค่า แต่ทว่าเขาคงจะคิดผิดและเข้าใจไปเอง
พอลเดินกลับมาที่บาร์ เข้าไปเอาไฟแช็กในห้องครัวแล้วตรงดิ่งขึ้นชั้นดาดฟ้า รื้อหนังสือที่ศักดิ์พลซื้อให้ทั้งหมดออกมากองสุมกันแล้วจัดการเผาไม่ให้เหลือซากด้วยความโกรธเคือง
“ทำอะไรอยู่น่ะ?”
เขาสะดุ้งทันทีที่เห็นพี่ยิหวา รีบใช้เท้าขยี้เหยียบทำลายหลักฐาน
“เปล่าครับไม่มีอะไร”
หญิงสาวจ้องมองใบหน้าสลับกับกองขี้เถ้าบนพื้นก่อนจะทำเป็ไม่ใส่ใจกับพิรุธนั่นเพราะมีสิ่งสำคัญที่ทำให้หล่อนต้องขึ้นมาบนนี้
“หายไปไหนมา คนอื่นเขาตามหากันให้ควัก ไม่รู้หรือว่าแม่ไม่สบาย”
“แม่ไม่สบายหรือครับ เป็อะไรมากหรือเปล่า”
“ฮื่อ ไปดูเองละกัน”
ไม่รอช้า พอลก็สาวท้าวแกมวิ่งลงไปยังชั้นสอง ห้องของแม่เขาตอนนี้ประตูเปิดอ้าอยู่และมีคนจำนวนหนึ่งออกันอยู่ในนั้น
“แม่! แม่เป็อะไร”