เสียงกลองใหญ่ดังก้องไปทั่วเมืองหลวงั้แ่เช้าตรู่ ประกาศให้ชาวเมืองทราบถึงงานอภิเษกสมรสครั้งยิ่งใหญ่ของจวนแม่ทัพหลี่ จวนที่มีอิทธิพลเป็อันดับต้นๆ ของราชอาณาจักร งานแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรวมใจของคู่บ่าวสาว แต่เป็การผนึกกำลังระหว่างตระกูลทหารผู้ทรงอิทธิพลกับตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่ง
ประตูใหญ่ของจวนแม่ทัพถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงสดและทองคำแท้ ดอกโบตั๋นแดงเข้มและดอกบัวทองถูกร้อยเป็พวงมาลัยยาวเหยียดตลอดแนวกำแพงจวน กลีบกุหลาบแดงสดถูกโรยไปตามทางเดินหินอ่อนที่ขัดเงาจนแวววาว สร้างเส้นทางสีแดงสดใสที่นำไปสู่ห้องโถงใหญ่
แเื่ผู้มีเกียรติจากทั่วราชอาณาจักรมาร่วมงานมากมาย ทั้งขุนนางชั้นสูง นายทหารใหญ่ พ่อค้าร่ำรวย และข้าราชการระดับสูง ผู้หญิงสวมชุดไหมหรูหราสีสันสดใส ผู้ชายในชุดทางการเต็มยศ ทุกคนต่างพูดคุยกันด้วยเสียงเบาและรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความเคารพต่อเ้าภาพ
ในห้องครัวใหญ่ของจวน พ่อครูวและคนใช้กว่าสิบคนกำลังเตรียมอาหารงานเลี้ยงอย่างเร่งรีบ เป็ดปักกิ่งย่างที่หนังกรอบเหลืองทอง ปลาคาร์ฟทั้งตัวนึ่งซีอิ๊ว กุ้งัตัวโตๆ ที่ต้มจนเปลือกแดงสด ข้าวโพดหวานต้มใส่ไก่ป่า และขนมหวานแปดอย่างที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวและน้ำตาลทรายแดง ทุกอย่างถูกจัดเรียงบนโต๊ะไม้แกะสลักลายัหงส์อย่างประณีต
เสียงดนตรีมงคลจากวงดนตรีแปดคนดังขึ้นเมื่อขบวนเ้าสาวเริ่มเคลื่อนตัวจากบ้านของตระกูลหลิว เสียงซอสองสาย ขลุ่ย กลอง และฉิ่งเล็กผสมผสานกันเป็ท่วงทำนองที่ไพเราะและเต็มไปด้วยความหวัง เสียงดนตรีนี้จะดังต่อเนื่องตลอดพิธี เป็การประกาศให้ทุกคนทราบว่าวันนี้เป็วันแห่งความสุข
เก้าอี้หามสีแดงสดที่ประดับด้วยผ้าไหมและดอกไม้สดถูกหามโดยคนหามแปดคน ทั้งหมดสวมเสื้อผ้าสีแดงเหมือนกัน เก้าอี้หามนี้ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง มีม่านสีแดงปักลายหงส์คู่และดอกโบตั๋นทองคำ ภายในเก้าอี้หามมีเบาะนุ่มสีแดงเข้มและหมอนเล็กๆ สำหรับให้เ้าสาวพิงหลัง
หลิวเม่ยนั่งอยู่ในเก้าอี้หามนั้นด้วยท่าทางที่สง่างามแต่เต็มไปด้วยความประหม่า เธอสวมชุดเ้าสาวแบบดั้งเดิมที่ทำจากผ้าไหมแท้สีแดงสด ชุดนี้ถูกปักด้วยด้ายทองคำแท้เป็ลายหงส์คู่ที่กำลังบินโฉบเฉี่ยวไปในท้องฟ้า ลายปักละเอียดมากจนสามารถเห็นทุกเส้นขนของหงส์ได้ชัดเจน แขนเสื้อกว้างและยาวตามแบบฉบับ ปลายแขนปักลายเมฆและดาวเป็สีทองระยิบระยับ
ชายชุดยาวลากพื้น ปักลายดอกโบตั๋นและใบไผ่เป็สีทองและเงิน ทำให้ดูหรูหราและสง่างาม เมื่อเธอเดิน ชายชุดจะปลิวไสวอย่างงดงาม เหมือนกับนางฟ้าที่ลงมาจาก์ รองเท้าเป็รองเท้าผ้าสีแดงปักลายดอกไม้ มีส้นเล็กน้อยเพื่อให้เดินได้สะดวก
เครื่องประดับของหลิวเม่ยล้วนเป็ของมีค่า สร้อยคอทำจากไข่มุกแท้เรียงร้อยด้วยด้ายทองคำ ต่างหูทองคำแท้รูปดอกโบตั๋น กำไลข้อมือหยกขาวใสคู่หนึ่ง และแหวนทองคำฝังด้วยทับทิมแดงสดที่นิ้วนาง เครื่องประดับเหล่านี้เป็สินสอดของตระกูลหลี่ที่ส่งมาให้ตามธรรมเนียม
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผ้าคลุมหน้าเ้าสาว ผ้าไหมแท้สีแดงสดที่บางเบาเหมือนปีกผีเสื้อ ปักลายมงคลด้วยด้ายทองคำ มีลายหงส์คู่ ดอกโบตั๋น และอักษรจีนที่หมายถึงความสุข ความรัก และความเจริญรุ่งเรือง ผ้าคลุมหน้านี้จะต้องถูกเปิดโดยเ้าบ่าวเท่านั้น เป็สัญลักษณ์ของการเปิดเผยความงามและความบริสุทธิ์ของเ้าสาวให้กับสามี
ขบวนเ้าสาวเดินทางผ่านถนนใหญ่ของเมืองหลวง ชาวบ้านต่างออกมายืนดูและให้พร เด็กๆ วิ่งตามขบวนด้วยความตื่นเต้น ผู้หญิงแก่ๆ ยิ้มและพูดคุยกันว่าเ้าสาวคงสวยมาก ผู้ชายต่างชื่นชมความหรูหราของขบวน
เมื่อขบวนมาถึงหน้าประตูจวนแม่ทัพ แม่ทัพใหญ่หลี่เหว่ยและฮูหยินหลี่ ภรรยาของเขา ออกมาต้อนรับตามธรรมเนียม หลี่เหว่ยสวมชุดทางการสีน้ำเงินเข้มปักลายัทอง ดูสง่างามและทรงอำนาจ ฮูหยินหลี่สวมชุดไหมสีม่วงอ่อนปักลายดอกไผ่ ดูสง่างามและเป็แม่บ้านใหญ่
พิธีรับเ้าสาวเป็ไปตามธรรมเนียมโบราณ หลิวเม่ยต้องลงจากเก้าอี้หามและเดินข้ามไฟที่จุดไว้หน้าประตู เป็การขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำโชคดีมาสู่ครอบครัว จากนั้นเธอต้องก้าวข้ามอานม้าที่วางไว้ เป็สัญลักษณ์ของการก้าวข้ามอุปสรรคในชีวิตสมรส
ในห้องโถงใหญ่ของจวน โต๊ะกลมใหญ่สิบโต๊ะถูกจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบ แต่ละโต๊ะมีที่นั่งแปดที่ ปูด้วยผ้าไหมสีแดงและทอง จานชามเป็เครื่องลายคราม ตะเกียบเงินแท้ และแก้วไวน์คริสตัล ดอกไม้สดประดับอยู่กลางโต๊ะทุกโต๊ะ
เมื่อเวลาผ่านไปสู่่เย็น บรรยากาศในจวนเริ่มเปลี่ยนไป เสียงหัวเราะและการสนทนาของแเื่ดังขึ้น ไวน์และเหล้าถูกเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง อาหารจานแล้วจานเล่าถูกนำออกมา ทุกคนต่างมีความสุขและเพลิดเพลิน
แต่ในห้องหอชั้นบน หลิวเม่ยนั่งรออยู่คนเดียว เธอได้ยินเสียงเฮฮาจากด้านล่าง แต่ไม่สามารถร่วมสนุกได้ เพราะธรรมเนียมกำหนดให้เ้าสาวต้องรออยู่ในห้องหอจนกว่าเ้าบ่าวจะมาหา เธอรู้สึกเหงาและกังวล หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความกลัวปนกัน
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงเทียนในห้องหอถูกจุดขึ้น สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติก กลิ่นหอมของดอกไม้และกำยานชั้นดีอบอวลไปทั่วห้อง ทุกอย่างพร้อมสำหรับคืนแรกของคู่บ่าวสาว
แต่แล้วเสียงกีดขวางจากด้านนอกก็ดังขึ้น เสียงม้าวิ่ง เสียงคนะโ และเสียงโลหะปะทะกัน หลิวเม่ยรู้สึกไม่สบายใจ เธอลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง แต่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ในห้องหอ เสียงเ่าั้ดูเหมือนจะมาจากด้านหน้าจวน
ความกังวลเริ่มคืบคลานเข้ามาในใจของหลิวเม่ย เธอนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง มือสั่นเล็กน้อยขณะจับชายชุดเ้าสาว เสียงข้างนอกดูเร่งด่วนและไม่ปกติ มันไม่ใช่เสียงของการเฉลิมฉลองหรือความสนุกสนาน แต่เป็เสียงของความวุ่นวายและความตื่นตระหนก
ประตูห้องหอเปิดขึ้นอย่างกะทันหัน ฮูหยินหลี่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล เธอสวมชุดที่เรียบร้อยแต่ดูรีบเร่ง ผมที่เดิมทีเรียงร้อยอย่างประณีตเริ่มหลุดลุ่ย
"เม่ยเอ๋อร์" ฮูหยินหลี่เรียกด้วยเสียงที่พยายามควบคุมให้ฟังดูสงบ "มีข่าวด่วนจากชายแดน กองทัพของข้าศึกกำลังรุกรานเข้ามา จงเอ๋อร์ต้องออกไปรบทันที"
หลิวเม่ยรู้สึกเหมือนฟ้าผ่า เธอลุกขึ้นยืนด้วยความใ "แต่... แต่วันนี้เป็วันแต่งงานของเรา..."
"ลูกสะใภ้" ฮูหยินหลี่เดินเข้ามาใกล้และจับมือของหลิวเม่ยไว้แน่น "ในครอบครัวทหาร หน้าที่ต่อชาติมาก่อนเสมอ เ้าต้องเข้าใจ"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางเดิน หลี่จงเดินเข้ามาในห้องหอด้วยท่าทางที่เร่งรีบ เขาสวมชุดเกราะเต็มยศแล้ว ดาบยาวห้อยอยู่ที่เอว ใบหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เมื่อสายตาของหลี่จงตกที่หลิวเม่ยที่ยืนอยู่ในชุดเ้าสาวสีแดงสด เขาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ใต้ผ้าคลุมหน้าที่บางเบา เขาสามารถมองเห็นเค้าโครงใบหน้าที่สวยงามของเธอได้ ผิวขาวเนียนที่ส่องแสงใต้แสงเทียน คอที่เรียวยาวและไหล่ที่อ่อนช้อย ชุดเ้าสาวที่พอดีตัวเผยให้เห็นรูปร่างที่สง่างามและเย้ายวนใจ ก่อนจะบอกลาแล้วเดินจากไป
ขณะเดียวกันหลี่เหว่ยที่เดินมาตามลูกชาย ก็เห็นภาพดังกล่าว ลูกสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่ช่างดูบริสุทธิ์น่าทะนุถนอม เขามองเพียงครู่เดียวก่อนหันไปสั่งการลูกชายถึงแผนการรบที่เหมาะสมอย่างเฉียบขาด พร้อมบอกให้เขารีบไป
อย่างไรก็ดี เขาหันกลับมามองหลิวเม่ยอีกครั้ง สายตาของเขาเลื่อนไปตามรูปร่างของเธออย่างช้าๆ จากศีรษะจรดเท้า ความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมาทำให้เขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว
"เม่ยเอ๋อร์" หลี่เหว่ยเดินเข้าไปใกล้ เสียงของเขาแหบแห้งและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน "ข้าจะดูแลเ้าให้ดีในขณะที่จงเอ๋อร์ไม่อยู่"
หลิวเม่ยพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ไม่รู้ถึงความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของพ่อสามี "ขอบคุณท่านพ่อค่ะ"
หลี่จงวิ่งกลับเข้ามาในห้องหอ เขาสวมชุดเกราะเต็มยศเช่นกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความเศร้าโศก เขาเดินตรงไปหาหลิวเม่ยและคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ
"เม่ยเอ๋อร์... ข้าขอโทษจริงๆ" หลี่จงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ข้าไม่อยากทิ้งเ้าไป แต่..."
"ข้าเข้าใจค่ะ" หลิวเม่ยตอบด้วยเสียงที่อ่อนโยนแต่เศร้าใจ "หน้าที่ของท่านสำคัญกว่า"
หลี่จงเอื้อมมือไปััผ้าคลุมหน้าของเธอเบาๆ "ข้าจะกลับมาเร็วที่สุด ข้าสัญญา"
"เวลาหมดแล้ว!" หลี่เหว่ยะโด้วยเสียงที่เร่งรีบ "เราต้องไปแล้ว!"
หลี่จงลุกขึ้นยืนอย่างไม่เต็มใจ เขามองหลิวเม่ยครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินตามบิดาออกไป ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ห่างออกไปและความเงียบที่หนักอึ้ง
ฮูหยินหลี่เดินเข้ามาใกล้หลิวเม่ยและเปิดผ้าคลุมหน้าของเธอออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยงามราวกับนางฟ้า ผิวขาวใสเหมือนหยก ดวงตาใสวาวเหมือนดาวในคืนใส จมูกโด่งสวยงาม และริมฝีปากที่อิ่มเอิบเหมือนกลีบกุหลาบ
"ลูกสะใภ้ของข้า..." ฮูหยินหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เศร้าใจ "เ้าสวยมาก แต่คืนนี้เ้าต้องนอนคนเดียว"
หลิวเม่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า "เ้าค่ะ ท่านแม่"
"จำไว้" ฮูหยินหลี่จับมือของหลิวเม่ยไว้แน่น "เ้าเป็ลูกสะใภ้ของจวนแม่ทัพแล้ว เ้าต้องรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของตระกูล"
เมื่อฮูหยินหลี่เดินออกไป หลิวเม่ยก็นั่งลงบนเตียงหอที่เย็นเฉียบ ชุดเ้าสาวที่ควรจะเป็สัญลักษณ์ของความสุข กลับกลายเป็เครื่องแสดงถึงความเหงาและความผิดหวัง เธอหลับตาลงและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ
ในขณะเดียวกัน หลี่เหว่ยที่กำลังเดินออกจากจวนก็หันกลับมามองทิศทางของห้องหอครั้งสุดท้าย ภาพของหลิวเม่ยในชุดเ้าสาวสีแดงสดยังคงติดอยู่ในใจของเขา ความงามและความบริสุทธิ์ของเธอทำให้เขารู้สึกปรารถนาอย่างรุนแรง
เขายิ้มเย็นๆ ในใจคิดว่า บุตรชายของข้า... สมบัติอันล้ำค่าที่เ้าทิ้งไว้ให้ข้าดูแล ข้าจะช่วยเ้าถนอมอย่างดี
คืนนั้น ห้องหอของหลิวเม่ยว่างเปล่าและเย็นเฉียบ แต่ในใจของแม่ทัพใหญ่หลี่เหว่ยกลับเต็มไปด้วยแผนการที่ชั่วร้ายและความปรารถนาที่ไม่ควรจะมี เขารู้ว่าโอกาสของเขาได้มาถึงแล้ว และเขาจะไม่ปล่อยให้มันผ่านไปเสียเปล่า
งานแต่งงานที่ควรจะเป็จุดเริ่มต้นของความสุข กลับกลายเป็จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น หลิวเม่ยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังจะต้องเผชิญกับอันตรายที่มาจากคนที่เธอควรจะเคารพและไว้วางใจมากที่สุด