ณัฐวลัญช์เดินยังห้องทำงานของอัศม์เดชเพียงลำพังคนเดียว ไม่ต้องให้ฮันย่าพามาเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะรู้ว่าห้องไหนเป็ของทำงานของอัศม์เดชแล้ว ซึ่งตอนแรกฮันย่าจะพามาเหมือนกัน แต่ณัฐวลัญช์ไม่อยากจะทำให้ตัวเองต้องเป็ภาระของใคร จึงได้ตอบปฏิเสธไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก......
ณัฐวลัญช์เดินมาถึงหน้าห้องทำงานของอัศม์เดช ก็ยกมือเรียวเล็กขึ้นเคาะเบาๆ และรออยู่ตรงนั้นสักพัก ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับออกมา จึงตัดสินใจเปิดประตูเดินเข้าไปภายในห้อง ซึ่งณัฐวลัญช์ก็เห็นว่าเขาอยู่ภายในห้องนั่นแหละ และกำลังมองดูการเคลื่อนไหวของเธออยู่ด้วยสายตาเข้มเ็า และแฝงด้วยความดุดันอยู่ในที โดยที่ไม่พูดอะไรออกมา
“เอ่อ! นายท่านจะให้ฉันทำอะไรคะ?”
ณัฐวลัญช์พูดด้วยน้ำเสียงเนืองๆ ตอนเขาอยากจะให้เธอก็ทำตามนั่นแหละ แต่จะทำได้ตามที่เขาบอกหรือเปล่าไม่รู้ เพราะร่างบางตอนนี้มันรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาว หนักอึ้งเ็ปร้าวไปหมดทั้งตัว ทั้งยังศีรษะก็ปวดตุบๆ ด้วย
‘ก็แค่ตายมันตรงนั้นแหละ จะยากอะไร ตายๆ ไปก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอยู่อย่างนี้’
ณัฐวลัญช์คิดน้อยเนื้อต่ำใจทั้งโชคชะตาที่ทำให้เป็แบบนี้ ทั้งน้อยอกน้อยใจคนตัวโตตรงหน้า ที่ช่างใจร้ายป่าเถื่อนและเืเย็นกับเธอซะเหลือเกิน คิดไปขอบตาก็ร้อนผะผ่าว จึงต้องแสร้งก้มหน้า กะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่น้ำตาที่จะพาลไหลร่วงออกมา
“วันนี้ฉันจะให้เธอไปทำงานในฟาร์ม”
อัศม์เดชพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความสงสารเอาซะเลย แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าหัวใจอันแข็งแกร่งเ็าและเืเย็นของเขา จะหวั่นไหวไปได้เหมือนกัน เมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียว และท่าทางไม่มีเรี่ยวมีแรงของคนตัวเล็กตรงหน้าที่เป็อยู่ในตอนนี้ แต่ด้วยความอาฆาตแค้นมันมีเยอะกว่า จึงทำให้เขาไม่คิดจะหยุดทรมานคนตัวเล็กตรงหน้า ซึ่งเขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะทนได้สักกี่น้ำกันเชียว
“ถ้างั้นฉันขอไปเอาเสื้อกันหนาวอีกตัวก่อนได้ไหมคะ?”
ณัฐวลัญช์รู้ว่าข้างนอก่อากาศหนาวเหมือนกัน ซึ่งก็น่าจะประมาณสิบสองถึงยี่สิบองศาได้ สำหรับคนที่นี่อาจจะมองว่าเย็นสบาย แต่สำหรับคนขี้หนาวอย่างณัฐวลัญช์ นั้นมันค่อนข้างหนาวมากอยู่เหมือนกัน และยิ่งร่างกายเป็สภาพนี้ด้วยยิ่งหนาวมากเข้าไปใหญ่
“เธอก็ใส่อยู่แล้วนี่ จะมามัวโอ้เอ้เสียเวลาไปเอาอีกทำไม นี้ก็เสียเวลามามากพอแล้ว ฉันจะไม่มัวมาเสียเวลากับเธอ ตามฉันมา”
อัศม์เดชลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เดินก้าวขายาวๆ นำคนตัวเล็กออกไปจากห้องทำงานในทันที โดยไม่คิดจะให้ตามที่คนตัวเล็กขอเลยสักนิด
ณัฐวลัญช์จึงจำต้องเดินตามร่างแกร่งบึกบึน ที่ดูก็รู้ว่าเขานั้นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นั้นไปแต่โดยดี ซึ่งณัฐวลัญช์ก็พอจะรู้ประวัติของอัศม์เดชคร่าวๆ แต่ก็ไม่มาก เขานั้นมีบิดาเป็ชาวดัตช์ มีมารดาเป็คนไทย จึงไม่แปลกที่เขาจะมีชื่อเป็ชื่อไทย และมาอยู่ที่ประเทศนี้
แต่ถ้าดูจากโครงหน้าจริงๆ หากไม่บอกว่าเขามีสายเืไทยอยู่ครึ่งหนึ่งในร่างกาย และชื่อไม่เป็ชื่อไทยแล้วล่ะก็ ทุกคนคงจะไม่รู้ว่าเขามีเชื้อไทยอยู่ในตัว เพราะหน้าตาและรูปร่างของเขาเป็ฝรั่งจ๋าเลยทีเดียวล่ะ
อัศม์เดชพาณัฐวลัญช์เดินออกจากภายในบ้าน ไปยังอาคารจอดรถซึ่งอยู่ข้างๆ กับบ้านไม่ได้ไกลกันมากนัก แต่เพียงแค่ร่างบางปะทะเข้ากับลมเย็นๆ ภายนอกบ้านก็ทำให้รู้สึกหนาวเย็นะเืแล้ว เพราะเสื้อกันหนาวที่เธอสวมอยู่นี้ ถึงแม้มันจะไม่ได้บางมาก แต่มันก็ไม่สามารถจะกันลมหนาวข้างนอกได้ขนาดนั้น เพราะมันเหมาะที่จะใส่อยู่ในบ้านมากกว่า แล้วถ้าเจอเข้ากับลมหนาวในฟาร์ม เธอจะไม่หนาวจนร่างกายแข็งไปหมดเลยหรืออย่างไร
ณัฐวลัญช์พยายามเดินไปให้ทันเขา ที่ตอนนี้ขึ้นไปนั่งอยู่ภายในรถกระบะสี่ประตูเรียบร้อยแล้วด้วย ณัฐวลัญช์จึงรีบเปิดประตูฝั่งตรงข้ามคนขับขึ้นไปนั่งบนเบาะ และรีบปิดประตูตามอย่างเร็วไว เพื่อกันลมหนาวเข้ามา แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกหนาวอยู่ไม่ใช่น้อย อัศม์เดชเห็นว่าคนตัวเล็กข้างขึ้นมานั่งเรียบร้อยแล้ว จึงขับออกไปทันที
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘