พี่กรขับรถช้า ๆ ตามทางที่คุ้นเคย เปิดแอร์เย็นฉ่ำเบา ๆ เพื่อให้แพรสบายตัวมากที่สุด เพลงอะคูสติกยังคงดังแ่ ๆ จากลำโพง ไม่ดังพอจะรบกวน แต่ก็พอทำให้บรรยากาศไม่เงียบเกินไป
ไม่กี่นาทีหลังจากออกจากร้าน แพรก็เริ่มเอนหัวพิงเบาะนั่ง ผมยาวตรงสยายลงมาปิดแก้มข้างหนึ่ง ตาเริ่มปรือลงช้า ๆ จากฤทธิ์ไวน์ที่ยังค้างในตัว แพรหลับตาพริ้ม หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ตัวเอนไปทางประตูรถนิด ๆ เดรสสายเดี่ยวสีขาวพลิ้วตามแรงสั่นะเืเบา ๆ ของรถ ลายดอกเล็ก ๆ สีแดงดูเด่นขึ้นบนผิวขาวเนียนที่ถูกแสงไฟถนนสาดเข้ามาเป็ระยะ
พี่กรเหลือบมองแพรเป็ระยะ ๆ มือจับพวงมาลัยแน่นขึ้น แต่ยังขับนุ่มนวลเหมือนเดิม
สายตาพี่ไล่ลงไปตามร่างกายแพรโดยไม่ตั้งใจ... หรือตั้งใจก็ไม่รู้
จากใบหน้าที่แดงระเรื่อเพราะเมา ลงมาที่คอระหง ไหล่ขาวเนียนที่โผล่พ้นสายเดี่ยวบาง ๆ หน้าอกที่ยกขึ้นลงตามลมหายใจช้า ๆ เดรสรัดรูปแนบเนื้อจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน เอวคอดกิ่ว แล้วลงไปที่ต้นขาที่โผล่พ้นชายกระโปรงเพราะแพรเอนตัวนั่งแบบผ่อนคลาย ขาเรียวยาวที่ไขว้กันหลวม ๆ รองเท้าส้นสูงยังหลุดออกข้างหนึ่งเพราะแพรหลับสบายเกินไป
พี่กรกลืนน้ำลายเบา ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นจนได้ยินเสียงตัวเองชัดเจน
ไม่ใช่แค่เพราะความสวยของแพรตอนนี้ที่ดูอ่อนโยนและไร้การป้องกัน แต่เพราะรู้ว่าแพรไว้ใจพี่พอที่จะหลับในรถพี่แบบนี้
พี่หันหน้ากลับไปมองถนนข้างหน้า พยายามควบคุมลมหายใจให้ปกติ แต่สายตาก็ยังแอบเหลือบมองแพรทุก ๆ สองสามวินาที
“แพร... นอนหลับสนิทเลยนะ”
พี่กระซิบเบา ๆ กับตัวเอง ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“พี่จะขับช้า ๆ นะ... ถึงบ้านแพรเมื่อไหร่ พี่จะปลุกเบา ๆ เอง”
รถเคลื่อนไปตามถนนยามค่ำคืน ไฟถนนสาดส่องเป็ระยะ ทำให้เงาของแพรทาบทับเบาะรถ พี่กรขับต่อไปเงียบ ๆ มือหนึ่งยังจับพวงมาลัยแน่น อีกมือวางบนเกียร์ แต่ใจลอยไปกับภาพแพรที่นอนหลับข้าง ๆ ตัว
พอใกล้ถึงบ้านแพร พี่กรชะลอรถลง จอดรถหน้าบ้านช้า ๆ แล้วดับเครื่องยนต์ แต่ยังไม่รีบปลุก
เขาหันมามองแพรอีกครั้ง นานกว่าปกติ
เขายกมือขึ้นช้า ๆ อยากจะลูบผมแพรเบา ๆ ให้เข้าที่ แต่สุดท้ายก็หยุดค้างกลางอากาศ แล้วค่อย ๆ วางลง
“แพร... ถึงบ้านแล้วครับ”
พี่พูดเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเอื้อมมือแตะไหล่แพรเบา ๆ ปลุกอย่างอ่อนโยน
“ตื่นได้แล้วนะ... หรือถ้าง่วงมาก พี่อุ้มเข้าบ้านให้ก็ได้ครับ
แพรสบายใจได้เลย พี่ไม่ทำอะไรเกินเลยแน่นอน”
เขารอให้แพรค่อย ๆ ลืมตา
มองหน้าแพรด้วยสายตาที่ทั้งห่วงใยและยังคงมีความปรารถนาที่ซ่อนไว้ลึก ๆ
แพรก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ตาแดงก่ำนิด ๆ จากไวน์และการนอนไม่สนิท ผมยุ่ง ๆ หน่อย ๆ เดรสสายเดี่ยวร่นลงมาที่ไหล่ข้างหนึ่งเล็กน้อย
แพรยิ้มง่วง ๆ แล้วพูดเสียงแ่เบา คล้ายคนเพิ่งตื่น
“ขอบคุณค่ะพี่กร... หนูไปละนะคะ”
พี่กรพยักหน้ายิ้มอ่อน ๆ ยังไม่ทันได้ตอบ แพรก็เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูรถ เปิดออกทันที ร่างกายที่ยังเมาค้างและง่วงหนัก ๆ ทำให้สมดุลไม่ดีพอ
ปุ๊บ!
ร่างของแพรร่วงลงกับพื้นหญ้าข้างทางหน้าบ้านทันที ขาเซไปข้างหนึ่ง ส้นสูงหลุดออกข้างหนึ่ง เดรสสีขาวพลิ้วขึ้นนิด ๆ เผยต้นขาขาวเนียน ผมยาวสยายลงมาปิดหน้าแพรครึ่งหนึ่ง
พี่กรใสุดขีด เปิดประตูรถฝั่งคนขับพรวดออกมาทันที วิ่งอ้อมหน้ามาเกือบสะดุดตัวเอง
“แพร! แพร!”
พี่กรคุกเข่าลงข้างแพรทันที มือข้างหนึ่งประคองหลังแพร อีกข้างยกตัวแพรขึ้นนั่งช้า ๆ ให้หลังพิงต้นขาพี่กรเอง (ไม่ให้แพรล้มลงไปอีก)
“โอ๊ย... แพรเป็ยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่า”
เสียงพี่กรสั่นนิด ๆ ด้วยความใจริง ๆ มือลูบหลังแพรเบา ๆ เพื่อปลอบ ตรวจดูว่ามีรอยฟกช้ำหรือเืไหลตรงไหนไหม (แต่ดูแล้วแค่ล้มเบา ๆ ไม่มีอะไรหนัก)
แพรยังงัวเงีย หน้าแดงก่ำเพราะทั้งเมาและเขินที่ล้มต่อหน้าพี่กร พี่กรเห็นแบบนั้นก็รีบถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกของตัวเองออก (เหลือเสื้อเชิ้ตล่างแขนสั้น) แล้วคลุมไหล่แพรไว้ให้อุ่นและปิดบังส่วนที่เดรสร่นลงมา
“ชู่่วว... ไม่เป็ไรนะครับ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว”
เขากระซิบเบา ๆ ข้างหูแพร หายใจร้อน ๆ พ่นใส่ผมแพรโดยไม่ตั้งใจ
เขาอุ้มแพรขึ้นแบบเ้าหญิงช้า ๆ (แขนแข็งแรงพอที่จะอุ้มแพรได้สบาย ๆ) แล้วเดินตรงไปที่ประตูบ้านแพร
“กุญแจบ้านแพรอยู่ไหนครับ เดี๋ยวพี่เปิดให้ แล้วพี่จะพาแพรขึ้นห้องนอนเองนะ อย่าฝืนเลยครับ”
พี่กรยืนรอตรงหน้าประตูบ้าน แขนยังอุ้มแพรแน่น ตัวแพรแนบอกพี่กรจนรู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผสมกลิ่นไวน์จาง ๆ จากตัวแพร พี่กรกลืนน้ำลายเบา ๆ แต่ยังควบคุมตัวเองได้ดีมาก ไม่มีท่าทีจะทำอะไรเกินเลย
แพรยกมือชี้ไปที่กิ่งไม้ใหญ่ข้างประตูบ้าน แล้วพูดเสียงแ่เบาแทบเป็กระซิบ
“กุญแจ... ซ่อนไว้ที่กิ่งไม้ข้างประตู... ค่ะ”
พูดจบ แพรก็หมดแรง หัวโขกเบา ๆ ลงกับอกพี่กร ร่างกายอ่อนยวบ น็อกหลับสนิทในอ้อมแขนพี่กรทันที ผมยาวสยายลงมาปิดหน้าแพรครึ่งหนึ่ง หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หน้าตาแดงระเรื่อจากไวน์ ริมฝีปากอ้าเล็กน้อยแบบคนหลับลึก
พี่กรชะงักไปวินาทีหนึ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง
เขามองหน้าแพรที่นอนหลับในอ้อมแขนแบบไร้การป้องกัน แล้วถอนหายใจยาวเบา ๆ
“แพร... ไว้ใจพี่ขนาดนี้เลยเหรอครับ”
เขากระซิบกับตัวเอง แล้วค่อย ๆ ยกแพรขึ้นอุ้มแบบเ้าหญิงอีกครั้ง แขนแข็งแรงประคองแน่น ไม่ให้แพรตกแม้แต่นิดเดียว
เขาเดินไปที่กิ่งไม้ที่แพรชี้ หยิบกุญแจสำรองที่ซ่อนไว้ในร่องไม้ (แบบที่คนรู้จักเท่านั้นถึงจะรู้) แล้วเดินกลับมาที่ประตู เปิดประตูบ้านแพรช้า ๆ เสียงบานพับดังกริ๊กเบา ๆ
พอเข้ามาข้างในห้องนอนของแพร... พี่กรถึงกับชะงัก
ห้องแพรสวยมาก บรรยากาศน่าสุด ๆ จริง ๆ
ผนังสีครีมอ่อน ไฟหัวเตียงส้มนวลส่องลงมาเบา ๆ ทำให้ทั้งห้องดูอบอุ่นเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว
เตียงนอนขนาดใหญ่ ผ้าปูสีขาวสะอาด หมอนอิงหลายใบวางเรียงแบบตั้งใจ มีตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ๆ วางมุมหนึ่ง
ชั้นวางหนังสือเต็มไปด้วยนิยายโรแมนติกและหนังสือพัฒนาตัวเอง ผสมกับต้นไม้เล็ก ๆ จัดวางสวยงาม
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเครื่องพ่นไอน้ำน้ำมันหอมระเหยลอยคลุ้งเบา ๆ (กลิ่นลาเวนเดอร์ผสมวานิลลา)
มุมโต๊ะเครื่องแป้งมีกระจกวงกลมใหญ่ ไฟ LED สีอุ่นล้อมรอบ ทำให้ห้องดูโรแมนติกและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน
ม่านโปร่งสีขาวปลิวเบา ๆ ตามลมจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้
พี่กรอุ้มแพรเดินตรงไปที่เตียง วางแพรลงเบา ๆ บนผ้าปูที่นอนนุ่ม ๆ ค่อย ๆ จัดผมแพรให้เข้าที่ แล้วดึงผ้าห่มคลุมตัวแพรขึ้นมาคลุมถึงอก (ไม่ให้สายเดรสหลุดลงไปมากกว่านี้)
พี่นั่งลงข้างเตียง มองหน้าแพรที่นอนหลับสนิท หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หน้าตาแดงระเรื่อ ริมฝีปากอ้าเล็กน้อยแบบคนเมาแล้วหลับลึก
พี่ถอนหายใจยาวอีกครั้ง มือยกขึ้นลูบแก้มแพรเบา ๆ แค่แตะปลายนิ้ว แล้วก็รีบถอนมือกลับทันที
“นอนหลับฝันดีนะครับ แพร”
เขากระซิบเบาที่สุด
“พี่จะไม่ทำอะไรเกินเลยแน่นอน... แต่พรุ่งนี้ถ้าแพรตื่นมาแล้วจำได้ว่าพี่พามาส่ง พี่หวังว่าแพรจะไม่กลัวพี่อีกนะ”
เขาลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินไปที่ประตูห้องนอน เปิดไฟหัวเตียงให้สลัวลง แล้วเดินออกไปปิดประตูเบา ๆ
เขาเดินไปที่โซฟาในห้องนั่งเล่น (ที่มองเห็นประตูห้องนอนได้) แล้วนั่งลงรอทั้งคืน
ไม่กลับบ้าน... เพราะไม่อยากทิ้งแพรไว้คนเดียวตอนเมาแบบนี้