ฉงไช่รวมถึงเหล่าทหารยามหน้าประตู ได้เปลี่ยนท่าทีที่แสดงออกต่อหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้าในทันที หลังจากที่ได้ยินหวังเหว่ยกล่าวถามถึงตำแหน่งอาจารย์ผู้ทรงเกียรติ
ฉงไช่ได้กล่าวถามเฟิงเค่อและเฟิงเป้าด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“แขกผู้มีเกียรติ พวกท่านทั้งสองสามารถหลอมสร้างอุปกรณ์ระดับพิเศษได้หรือขอรับ ?”
“เอ่อ... เรื่องนั้นไม่น่าจะเป็นปัญหาขอรับ พวกข้าทั้งสองคนเคยหลอมสร้างอุปกรณ์ระดับล้ำค่ามาบ้างเล็กน้อยแล้วขอรับ” เฟิงเค่อได้กล่าวตอบ ตามที่หวังเหว่ยได้บอกผ่านการสื่อสารทางจิต
“อุปกรณ์ระดับล้ำค่า !” เหล่าทหารยามหน้าประตูรวมถึงฉงไช่ อุทานเสียงดัง
"สองคนนี้คือคนที่ฟ้าประทานมาให้กับสถาบันอัคคีหมอกของเรา ข้าควรรีบพาพวกเขาทั้งสองไปพบกับท่านอาจารย์ใหญ่" ฉงไช่ที่กำลังตกตะลึงได้คิดในใจ
“ข้าเองก็สามารถหลอมอุปกรณ์ระดับพิเศษได้ขอรับ” หวังเหว่ยกล่าว
“หา! คุณชาย ท่านอายุไม่น่าจะเกิน16ปี ท่านสามารถหลอมสร้างอุปกรณ์ระดับพิเศษได้จริงหรือ !”
ฉงไช่เริ่มรู้สึกหน้ามืด เขาได้ก้าวถอยหลังไปสามก้าวและใช้มือข้างซ้ายทาบบานประตูเอาไว้เพื่อทรงตัวไม่ให้ล้ม หลังจากตั้งสติได้ ฉงไช่ได้กล่าวออกมาว่า “ขะ ข้าขอเชิญพวกท่านทั้งสามเข้าไปพบกับท่านอาจารย์ใหญ่เป็นการส่วนตัวได้หรือไม่ขอรับ ?”
“ไม่มีปัญหาขอรับท่านอาจารย์ฉงไช่ เชิญท่านนำทางพวกเราได้เลยขอรับ” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ฉงไช่ยิ้มอย่างเป็นมิตร จากนั้นได้นำทางทั้งสามคน เข้าไปพบกับอาจารย์ใหญ่ของสถาบันอัคคีหมอกเป็นการส่วนตัวในทันที
ณ ที่พักส่วนตัวของอาจารย์ใหญ่สถาบันอัคคีหมอก
“เฮ้อ... ถ้าสถาบันของเราพ่ายแพ้การแข่งขันหลอมสร้างในปีนี้ เท่ากับว่าสถาบันของเราพ่ายแพ้ติดต่อกันครบสิบครั้งแล้ว แบบนี้ข้าจะเอาหน้าไปพบกับท่านอาจารย์ ที่ฝากฝังให้ข้าดูแลสถาบันแห่งนี้ต่อจากท่านได้อย่างไร” เหวินหรงได้กล่าวพึมพำเบาๆ กับตนเองเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยของวัน
ในขณะที่เหวินหรงอาจารย์ใหญ่ของสถาบันอัคคีหมอกกำลังใช้พู่กันขนสัตว์อสูรบรรจงวาดรูปสิ่งประดิษฐ์ชนิดใหม่ที่เขากำลังคิดค้นอยู่ ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมารบกวนสมาธิของเขา
ก๊อกๆ
“หืม? นั่นใคร”
“ข้าฉงไช่เองขอรับท่านอาจารย์ใหญ่”
“เจ้าเองรึ เข้ามาได้”
ฉงไช่ได้เดินนำหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า เข้าไปภายในห้องพักส่วนตัวของอาจารย์ใหญ่
เหวินหรงได้มองทั้งสามคนด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย เนื่องจากเขาไม่เคยพบเห็นบุคคลทั้งสามมาก่อน
“เรียนท่านอาจารย์ใหญ่ ทั้งสามท่านนี้ต้องการสมัครเป็นอาจารย์หลอมสร้างขอรับ สองท่านนี้สามารถหลอมอุปกรณ์ระดับล้ำค่าได้ขอรับ ส่วนคุณชายอีกท่านสามารถหลอมอุปกรณ์ระดับพิเศษได้ขอรับ” ฉงไช่กล่าว
“อะไรนะ! เจ้าพูดจริงรึฉงไช่” พู่กันขนสัตว์อสูรในมือของเหวินหรงได้ร่วงหล่นตกลงไปกลางรูปวาดของเขาในทันที หลังจากที่เขาได้ยินฉงไช่กล่าว
“พวกข้ายินดีพิสูจน์ฝีมือขอรับ” เฟิงเค่อกล่าวออกมาด้วยท่าทางมั่นใจ ตามที่หวังเหว่ยได้บอกผ่านการสื่อสารทางจิต
“โอ้! เช่นนั้น ขอเชิญพวกท่านทั้งสาม ไปที่ห้องทดสอบพร้อมกับข้าในตอนนี้เลย”
เหวินหรงที่กำลังตื่นเต้นได้เลิกให้ความสนใจกับรูปของสิ่งประดิษฐ์ชนิดใหม่ที่เขาได้บรรจงวาดขึ้นอย่างสิ้นเชิง เขาได้รีบลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูทางออกของห้องอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนจะออกจากห้องเหวินหรงได้หันมากล่าวกับฉงไช่ “ฉงไช่เจ้ารีบรุดหน้าไปแจ้งกับทางห้องทดสอบ” เหวินหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“รับทราบขอรับท่านอาจารย์ใหญ่” ฉงไช่ที่กำลังมึนงงกับความรีบร้อนของอาจารย์ใหญ่ ได้รีบเดินไปห้องทดสอบอย่างรวดเร็ว
หลังจากเริ่มตั้งสติได้ เหวินหรงได้หันหน้ามากล่าวกับเฟิงเค่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ขอเชิญพวกท่านทั้งสามตามข้าไปยังห้องทดสอบ”
หลังจากกล่าวจบ เหวินหรงได้เดินนำทาง หวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า ไปยังห้องทดสอบ
เวลาผ่านไปไม่กี่นาที ทั้งสี่คนได้เดินมาถึงอาคารอีกหลังหนึ่ง ซึ่งภายในอาคารแห่งนี้มีห้องสำหรับใช้ทดสอบความสามารถในการหลอมสร้าง
หลังจากเข้าไปภายในห้อง หวังเหว่ยได้พบกับฉงไช่รวมถึงเหล่านักเรียนและอาจารย์อีกหลายคนที่กำลังรอพวกเขาอยู่ภายในห้อง
“เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องสำหรับทดสอบการหลอมสร้างของเหล่านักเรียนด้วยเช่นกัน เลยมีนักเรียนและอาจารย์อีกหลายท่านอยู่ภายในห้องนี้” เหวินหรงได้กล่าวกับทั้งสามคนอย่างเป็นกันเอง
“พวกข้าพร้อมเริ่มการทดสอบแล้วขอรับท่านอาจารย์ใหญ่” เฟิงเป้าได้กล่าว
“เช่นนั้นก็ดีเลย ฉงไช่ เจ้าเตรียมหัวข้อทดสอบพร้อมหรือยัง ?” เหวินเหรงกล่าว
“พร้อมแล้วขอรับแต่ก่อนอื่น ข้าขอทราบชื่อของพวกท่านทั้งสามก่อนได้หรือไม่ขอรับ ?” ฉงไช่กล่าวถามเฟิงเค่อ
“ข้าชื่อว่าเฟิงเค่อ ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างข้าชื่อเฟิงเป้า และน้องชายของข้าชื่อเฟิงเหว่ย” พวกเราทั้งสามคนเดินทางมาจากทะเลสาบอันไกลโพ้นทางด้านตะวันออกขอรับ
“โอ้! พวกท่านคงตั้งใจเดินทางออกจากบ้านเกิด เพื่อมาสร้างชื่อเสียงในต่างถิ่นใช่หรือไม่ ?” ฮั่นเป่า อาจารย์นักหลอมสร้างอันดับหนึ่งของสถาบันอัคคีหมอก กล่าวขณะเดินเข้ามาภายในห้องทดสอบด้วยท่าทางองอาจผึ่งผาย
“ถูกแล้วขอรับ หวังเหว่ยกล่าวตอบ”
“เช่นนั้นเรามาประลองกันดีหรือไม่? ข้าชอบที่จะได้ทดสอบฝีมือเพื่อหาประสบการณ์” ฮั่นเป่ากล่าวถามหวังเหว่ย
“เช่นนั้นเรามาวางเดิมพันกันสักเล็กน้อยเพื่อเพิ่มสีสันของการประลองดีหรือไม่ขอรับ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
“โอ้! ย่อมได้ คุณชายต้องการใช้สิ่งใดเป็นของเดิมพัน ?”
“ข้าอยากใช้สิ่งนี้ขอรับ” หวังเหว่ยได้นำแร่โลหะหินเหล็กขนาด1กิโลกรัม ออกมาจากแหวนมิติ
“นี่มัน! แร่โลหะหินเหล็ก !” เหล่าอาจารย์ภายในห้องทดสอบอุทาน
“ในชีวิตนี้ นี่เป็นครั้งแรก ที่ข้าได้พบเห็นแร่โลหะหินเหล็กก้อนใหญ่ขนาดนี้ บางทีในอาณาจักรมนุษย์ของเรา อาจจะมีแร่โลหะหินเหล็กก้อนใหญ่ขนาดนี้อยู่เพียงไม่กี่ก้อนเท่านั้น !” เหวินเหรงกล่าวออกมาเสียงดัง
“หากท่านฮั่นเป่าชนะการประลองกับพี่ชายทั้งสองของข้าได้ แร่โลหะหินเหล็กก้อนนี้จะเป็นของท่านขอรับ แต่หากท่านแพ้... ข้าขอรบกวนให้ท่านช่วยแนะนำคฤหาสน์ภายในเมืองนี้ให้ข้าเลือกซื้อสักหลังจะได้หรือไม่ขอรับ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามฮั่นเป่า
ฮั่นเป่ารู้สึกแปลกใจในคำขอของหวังเหว่ยเล็กน้อย แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาได้กล่าวออกมาว่า “อืม... ข้าพอจะรู้จักกับท่านเจ้าเมืองอยู่บ้าง หากพวกท่านเอาชนะข้าได้ในการประลอง ข้ายินดีช่วยพูดกับท่านเจ้าเมือง เพื่อขอให้ท่านเจ้าเมืองช่วยแนะนำคฤหาสน์ดีๆ สักหลังให้กับพวกท่าน”
“เช่นนั้นข้าจะเริ่มเตรียมหัวข้อทดสอบแข่งขันให้กับทั้งสองฝ่ายรวมถึงของคุณชายเฟิงเหว่ย” ฉงไช่กล่าวออกมาขณะเดินไปปรึกษากับอาจารย์ท่านอื่น
ในขณะเตรียมการประลอง ข่าวเรื่องการประลองของทั้งสองฝ่ายได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งสถาบันอัคคีหมอกอย่างรวดเร็ว ทำให้เหล่านักเรียนรวมถึงอาจารย์ผู้สอนได้หยุดกระทำสิ่งต่างๆ ที่กำลังทำอยู่และได้พากันเดินทางมาชมการประลองภายในห้องทดสอบ
เวลาผ่านไปสิบนาที ทั้งสองฝ่ายได้พร้อมแล้วสำหรับการแข่งขัน
“คุณชายเฟิงเหว่ย เงื่อนไขในการทดสอบของท่านคือหลอมอุปกรณ์ระดับธรรมดาให้สำเร็จภายในเวลาหกชั่วโมง แต่หากคุณชายทำไม่สำเร็จ คุณชายจะไม่สามารถสมัครเป็นอาจารย์ของสถาบันเราได้”
“รับทราบขอรับท่านอาจารย์ฉงไช่”
ฉงไชได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ย
“ส่วนทางด้านท่านอาจารย์ฮั่นเป่า ท่านอาจารย์เฟิงเค่อ ท่านอาจารย์เฟิงเป้า พวกท่านทั้งสามต้องหลอมอุปกรณ์ระดับธรรมดาขึ้นไป ให้สำเร็จภายในเวลาสามชั่วโมง อุปกรณ์ของท่านใด มีระดับที่สูง และประสิทธิภาพ รวมถึงความประณีตงดงามมากกว่ากัน ฝ่ายนั้นคือผู้ชนะ พวกท่านเข้าใจกติกาแล้วใช่หรือไม่ ?”
“พวกข้าเข้าใจแล้ว” ฮั่นเป่า เฟิงเค่อ เฟิงเป้า ได้กล่าวพร้อมกัน
“เช่นนั้นเริ่มการแข่งขันได้เลย” ฉงไช่กล่าวออกมาเสียงดัง
หวังเหว่ยได้เริ่มใช้ทักษะการหลอมสร้างกับแร่โลหะนิลดำ แร่ชนิดนี้สามารถหลอมสร้างอุปกรณ์ได้ถึงระดับล้ำค่า ซึ่งทางสถาบันอัคคีหมอกได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ใช้สำหรับการทดสอบเป็นกรณีพิเศษ
ในขณะที่หวังเหว่ยเริ่มใช้ทักษะการหลอมสร้าง แร่โลหะนิลดำได้ล่องลอยไปอยู่กลางอากาศทางด้านหน้าของเขา จากนั้นได้ปรากฎม่านพลังวงกลมสีแดงขนาด1เมตร ขึ้นมาทางด้านหน้าของเขา
จากนั้นพลังปราณอสูรของหวังเหว่ยได้หลั่งใหลเข้าไปภายในม่านพลังวงกลมสีแดงนั้น เพื่อเริ่มทำการหลอมละลายแร่โลหะนิลดำ
“พวกเจ้าดูนั่น คุณชายเฟิงเหว่ยไม่ได้ใช้ "อุปกรณ์หลอมละลายแร่" แต่เขาใช้ทักษะบางอย่างในการหลอมละลายแร่แทน !” รองอาจารย์ใหญ่กล่าวออกมาเสียงดัง
“นั่นมันทักษะแบบใดกัน ข้าพึ่งจะเคยเห็นทักษะเช่นนี้เป็นครั้งแรก” อาจารย์ท่านหนึ่งได้กล่าวออกมา
“ถูกของท่านหรือนี่จะเป็นทักษะลับของทะเลสาบอันไกลโพ้นทางตะวันออก” อาจารย์อีกท่านหนึ่งได้แสดงความเห็น
วูม วูม วูม
เวลาผ่านไปสิบนาที แร่โลหะนิลดำที่อยู่ภายในม่านพลังวงกลมสีแดง ได้ถูกพลังปราณอสูรของหวังเหว่ยหลอมละลายและค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างอย่างช้าๆ กลายมาเป็นกระบี่สีดำที่สวยงามเล่มหนึ่ง
จากนั้นม่านพลังวงกลมสีแดงได้สลายหายไป และกระบี่สีดำที่สวยงามได้ล่องลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหวังเหว่ย
“นี่มัน! ทักษะนี้เพียงทักษะเดียวก็สามารถทำได้ทั้งหลอมละลายและขึ้นรูปอุปกรณ์ อีกทั้งเวลาในการใช้หลอมละลายยังรวดเร็วกว่าตอนที่ข้าใช้ "อุปกรณ์หลอมละลายแร่" นับสิบเท่า! ข้าพึ่งเคยได้พบเห็นทักษะหลอมสร้างอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้เป็นครั้งแรก !” รองอาจารย์ใหญ่ได้กล่าวออกมา
“หรือว่า! นี่คือทักษะหลอมสร้างในตำนาน !” อาจารย์ใหญ่เหวินหรงกล่าวท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนโดยรอบ
เมื่อกระบี่เริ่มเย็นลงแล้ว หวังเหว่ยได้ยื่นมือออกไปหยิบกระบี่สีดำที่กำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศด้วยพลังปราณอสูรของเขา จากนั้นเขาได้หันหน้ามากล่าวกับทุกคนที่กำลังมองเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ถูกแล้วขอรับ นี่คือทักษะหลอมสร้างในตำนาน ที่ข้าและพี่ชายทั้งสองของข้าได้เรียนรู้มาจากทะเลสาบอันไกลโพ้นทางตะวันออก กระบี่เล่มนี้เป็นศาสตราวุธระดับพิเศษข้าสอบผ่านหรือไม่ขอรับท่านอาจารย์ฉงไช่ ?” หวังเหว่ยได้นำกระบี่สีดำที่สวยงามมอบให้กับฉงไช่ เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพของกระบี่
เวลาผ่านไปห้านาที
“ผะ ผ่าน ผ่านแน่นอน กระบี่เล่มนี้ประสิทธิภาพอาจไม่ด้อยไปกว่าอุปกรณ์ระดับล้ำค่าเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งในด้านของรูปร่างและลวดลายความประณีตก็งดงามไม่แพ้ผลงานชั้นยอดแต่อย่างใด นี่! หรือว่าข้ากำลังฝันไป” ฉงไช่กล่าว
“นี่ไม่ใช่ความฝันแน่นอนขอรับท่านอาจารย์ฉงไช่ ข้ามีคุณสมบัติพอที่จะสมัครเป็นอาจารย์สอนในตำแหน่งอาจารย์ทดลองงานหรือไม่ขอรับ”
“แน่นอน! คุณชายเฟิงเหว่ยท่านมีคุณสมบัติเพียงพอ หลังจากจบการประลองทางพี่ชายทั้งสองของท่าน พวกเราจะประกาศเรื่องที่ท่านได้เป็นอาจารย์คนใหม่ของสถาบันอย่างเป็นทางการ”
“ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์ฉงไช่” หวังเหว่ยกล่าว
เวลาผ่านไปอีกสิบนาที ทางด้านเฟิงเค่อและเฟิงเป้าก็แข่งขันจบแล้วเช่นกัน ซึ่งเฟิงเค่อและเฟิงเป้าใช้เวลาในการหลอมสร้างอุปกรณ์ระดับล้ำค่าประเภทดาบขึ้นมาคนละหนึ่งเล่มไม่ถึงสามสิบนาที
อาจารย์และนักเรียนของสถาบันที่มาเป็นสักชีพยานการประลองได้พากันแตกตื่นตกใจกับภาพที่ได้พบเห็น ตั่งแต่การใช้ทักษะการหลอมสร้างที่น่าอัศจรรย์ เวลาในการหลอมสร้างที่รวดเร็ว รวมถึงความสวยงามของศาสตราวุธประเภทดาบทั้งสองเล่มที่มีความประณีตงดงามเป็นอย่างมาก
ฮั่นเป่าที่กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการพยายามใช้พลังปราณอสูรที่มากกว่าปกติกับ "อุปกรณ์หลอมละลายแร่" เพื่อทำให้แร่โลหะนิลดำละลายอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เขาไม่มีเวลาสนใจสิ่งรอบตัว ในขณะที่การหลอมละลายกำลังเป็นไปได้ด้วยดีตามที่เขาต้องการ เสียงรอบด้านได้ดังรบกวนสมาธิของเขามากเกินไป เขาจึงได้หันไปมองทางด้านเฟิงเค่อและเฟิงเป้า
“นี่มัน! เป็นไปไม่ได้!! นี่พวกท่านสร้างอุปกรณ์สำเร็จแล้วงั้นรึ !?” ฮั่นเป่าที่กำลังทำการหลอมละลายแร่โลหะนิลดำได้ยังไม่ถึงครึ่ง กล่าวถามเฟิงเค่อและเฟิงเป้าด้วยความตื่นตระหนก
“พวกข้าสร้างสำเร็จได้สักพักแล้วขอรับ เป็นศาสตราวุธประเภทดาบระดับล้ำค่าคนละเล่มขอรับ” เฟิงเค่อกล่าวตอบฮั่นเป่า
“หา!!! ศาสตราวุธประเภทดาบระดับล้ำค่า !”
อ๊ากกก
ตู้ม!
อุปกรณ์หลอมละลายแร่ในมือของฮั่นเป่าได้เกิดการปั่นป่วนจนระเบิดขึ้น เนื่องจากเขาควบคุมพลังปราณอสูรได้ไม่ดีพอ ทำให้ฮั่นเป่าถูกพลังปราณอสูรย้อนกลับได้รับบาดเจ็บภายในเล็กน้อยจนหมดสติไป