หลังจากที่ทั้งสองเข้าใจเงื่อนไขแล้ว จางต้าเปียวก็ทำสัญญาขึ้นมาอีกฉบับ เขาเขียนขึ้นมาเอง และอ่านให้นางฟัง เพราะเขาเข้าใจว่านางเป็บ่าวรับใช้คงไม่รู้หนังสือมากนัก
ส่วนเขาเองก็มีประวัติของตัวเองที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่ไม่อาจจะปริปากบอกนางได้เช่นกัน
จากนั้นทั้งสองก็ถือสัญญาระหว่างเขากับนางที่เขียนขึ้นเหมือน ๆ กัน
ณาลินีรับสัญญานั้น ก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อจะเช็กแฮนด์อีกฝ่ายราวกับได้เป็หุ้นส่วนธุรกิจกันแล้ว
"ยินดีที่คุณ เอ๊ย ท่านพี่จางต้าเปียว กับข้า ฟางจวิ่นเหม่ย สัญญาเป็มิตรกัน...อ้อ ท่านจับมือข้าด้วยมือขวาแล้วบีบกระชับมือข้าเ้าค่ะ เป็การแสดงความจริงใจต่อกัน"
ร่างใหญ่มองอีกฝ่ายแล้วก็ทำตามที่นางบอก นางมาจากจงหยวนจริงหรือไม่นะ เขาไม่เคยเห็นคนเมืองหลวงทำสัญญาด้วยการจับมือแบบนี้มาก่อน
เมื่อเขาจับมือนางและค่อย ๆ บีบมือเล็กนั้น นางก็บีบกระชับมือเขาแน่น แล้วเขย่าเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มหวานสดใสราวกับเด็กสาวไร้เดียงสา
"ในเมื่อเราทำสัญญากันแล้ว เย็นนี้เ้าจะทำอาหารให้พวกเราทานได้หรือไม่ ข้ามีหมูป่ามาให้เ้าเชือด ๑ ตัว"
"..." ข้าเนี่ยนะ จะกล้าเชือดหมู
.
.
ณ ห้องครัวตระกูลจาง อย่าเรียกว่าเป็ห้องครัวเลยนะ มันเป็เพิงที่สร้างออกมาด้านนอกบ้าน คล้ายกระท่อมที่ค่อนข้างโกโรโกโส หากลมพายุพัดมาก็คงปลิวไปทั้งหลังเป็แน่
ในครัวมีน้ำที่ตักเอาไว้ในตุ่มเพื่อใช้ต้มดื่มและทำอาหาร มีเพียงเกลือเป็เครื่องปรุงรส มีมันป่าเหลือไม่มากนัก มีข้าวสารเล็กน้อย เครื่องครัวก็ไม่มีอะไรมาก มีแค่หม้อ กระทะ กระชอน ถ้วย ชาม และช้อน ซึ่งทุกอย่างก็ดูเก่าคร่ำครึไปหมด
บนเขียงมีหมูวางอยู่ และปังตอด้ามใหญ่ ...ในวงเล็บหมูเป็ ๆ ร้องอู๊ด ๆ ๆ
"บะ บ้าจริงเชียว นี่ข้าต้องเชือดหมูตัวเป็ ๆ จริง ๆ น่ะหรือ มันดูน่าสงสารขนาดนั้น จะทำได้ยังไงกัน"
หญิงสาวมองหมูที่นอนรอความตายอยู่บนเขียงอย่างน่ารัก
แม้จะมีขนสีดำปุกปุย ใบหน้าเหมือนหมู แต่สิ่งที่เธอทราบดีนั้น หมูป่าชอบทานอุจจาระที่มนุษย์ถ่ายทิ้งไว้ในป่าเป็อาหารเด็ด ๆ
อ่าาาา นี่ไม่เท่ากับต้องทานอุจจาระมนุษย์หรือเนี่ย
มิน่า ตัวของมันจึงมีกลิ่นบางอย่างเน่า ๆ
.
.
ประวัติการทำอาหารของเด็กสาวณาลินีไม่ได้มากมายนัก
แต่ร่างเดิมของฟางจวิ่นเหม่ยมีความรู้หลายอย่าง เพราะต้องรับบทบาทเป็ทั้งคุณหนูและเป็บ่าวรับใช้ในจวนในเวลาเดียวกัน
ณาลินีเป็เด็กสาวจากต่างจังหวัดที่เพิ่งจะเรียนจบราชภัฏ เอกภาษาอังกฤษ ในวัยราว ๆ เพียง ๒๒ ปี
เธอเดินทางเข้ากรุงครั้งแรกเพื่อไปสอบเข้าเรียนต่อ ปริญญาโท
แต่เพราะความหิวจึงมาดับชีวิตเพราะเป็ลมในรถไฟฟ้า (บีทีเอส) จากระยะทางเพียงสถานีอ่อนนุช ไปสถานี เอกมัย เท่านั้นเอง
ทำไมชีวิตมันสั้นนักนะ
แต่ก็ยังดีที่ฉันได้ขึ้นรถไฟฟ้าเป็ครั้งแรก
ถ้าคิดในแง่บวก นับว่าไม่เสียชาติเกิด
เดิมที ณาลินี เป็เด็กสาวที่ร่ำรวยไม่น้อย ที่บ้านมีที่ดินที่แบ่งออกหลายสัดส่วน
ไม่ว่าจะเป็ทุเรียนูเาไฟ กาแฟ นาข้าวไรซ์เบอร์รี พื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง พื้นที่ทำเรือนสวนผักแบบส่งออกต่างประเทศด้วยการควบคุมสิ่งแวดล้อมของผักต่าง ๆ แบบพิเศษ และยังทำสวนยางพารา ด้วยเนื้อที่ทั้งหมดราว ๆ ๔๐๐ ไร่
เธอไม่ได้สบายอะไรมากนักแม้จะเป็คุณหนูคนเล็กของบ้าน...ดังนั้นเธอจึงเรียนปริญญาตรีออนไลน์บ้าง
และเรียนราชภัฏเสาร์อาทิตย์บ้าง จนจบหลักสูตรเร่งรัด โดยที่ไม่มีเพื่อนมากนัก
เพราะวัน ๆ ต้องช่วยทางบ้านดูแลผลผลิตทางการเกษตร
ชีวิตของเธอจึงล้าหลังไปบ้าง แต่ก็ยังติดตามข่าวสารและเรียนรู้จากทางอินเทอร์เน็ต
ณาลินียังไม่ได้ทำความดีหรือความชั่ว ยังไม่ได้ทำอะไรเลยในชีวิตที่เป็ชิ้นเป็อัน แค่เป็ลมชีวิตก็ดับวูบเสียแล้ว
.
.
........TBC