ในขณะที่นายท่านหลันกำลังพยายามทำหน้าที่สามีผู้แสนดีศรีภรรยาเอกของเขาก็กำลังเสวยสุข อยู่กับฮูหยินรอง ฮูหยินสาม และฮูหยินสี่อย่างสบายใจ
เซี่ยอี้หนิง ฮูหยินรองเป็สตรีวัยยี่สิบปีเรือนร่างบอบบาง กิริยาอ่อนโยน ใบหน้านั้นแม้ไม่งามเป็หนึ่งทว่าก็มิได้ด้อยกว่าใครนางเป็บุตรสาวของพ่อค้าใหญ่แห่งลั่วหยาง ยามที่บิดาของนางประสบเหตุค้าขายขาดทุน ก็ได้หลันชิงช่วยไว้เซี่ยจิ้งถึงมอบบุตรสาวให้ติดตามอีกฝ่าย
ถัดมาคือฮูหยินสามหานเซียงหนงเป็หญิงสาวร่างระหง เพิ่งอายุครบสิบแปดปีเมื่อไม่นานมานี้ รูปลักษณ์งดงามเย้ายวนแต่ด้วยนิสัยที่มิได้อ่อนหวานเหมือนภายนอก ทำให้บิดาของนางที่เป็ขุนนางท้องถิ่นตัดสินใจส่งอีกฝ่ายแต่งเข้าสกุลหลันเป็ฮูหยินสามเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลและเพราะฮูหยินสามผู้นี้มีเรี่ยวแรงมากเกิน ทำให้หลันชิงไม่ค่อยไปค้างที่เรือนของนางนัก
อวิ๋นซือจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่นางเห็นสามีไปค้างกับหานเซียนหนงอีกฝ่ายถึงกับเดินโขยกเขยกไปเสียหลายวัน
คนสุดท้ายคือลู่ซิง เป็สตรีจากแดนเจียงหนานคนที่นั่นล้วนมีใบหน้าและรูปร่างงดงาม ลู่ซิงเองก็เช่นกัน อีกทั้งนิสัยของคนเจียงหนานล้วนเปิดเผยในเื่นี้เมื่อพบหน้าหลันชิง หญิงสาวจึงติดตามเขากลับบ้านเกิดทันที
เดิมทีหลันชิงละเลยพวกนางไม่น้อยมายามนี้กลับมีใจไปหาบ้างทำให้ทั้งสามนึกขอบคุณอวิ๋นซือที่อยู่เื้ัจนพากันมาเยี่ยมเยียน ยิ่งเห็นว่าแท้จริงแล้วฮูหยินใหญ่นั้นหาได้ป่วยไข้ร้ายแรงไม่ทุกคนก็พลันเข้าใจเื่ราวทันที ที่แท้แล้วฮูหยินใหญ่เป็สตรีน้ำใจงามแม้แต่ความโปรดปรานก็ยังเผื่อแผ่แก่ผู้น้อย ปล่อยโอกาสให้เมียอื่นไม่คิดจะยึดความรักของสามีไว้แต่เพียงผู้เดียวพวกนางพลันเกิดความคิดเหมือนกันขึ้นมาทันที นั่นก็คือ...
ฮูหยินใหญ่ช่างมีน้ำใจงามประหนึ่งเทพธิดา
ส่วนอวิ๋นซือนั้นหาได้รู้เื่อันใดกับใครไม่ว่าการี้เีทำหน้าที่ของตัวเองนั้นทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ขึ้นมา นางยังคงรับการปรนนิบัติจากคนงามข้างกายพลางนึกอย่างอารมณ์ดีว่านี่ก็เป็สิทธิพิเศษของตำแหน่งฮูหยินใหญ่สินะ
จริงๆ น้ำแกงของอนุเจียวก็ไม่เลวไม่รู้ว่าต่อไปหากหลันชิงไม่ค่อยไปค้างแล้ว อีกฝ่ายจะยอมมาปรนนิบัตินางอีกไหมคิดพลางถอนหายใจเพราะรู้ดีว่าคงไม่มีทางมาเป็แน่
เพราะหากมาจริงก็คงเป็น้ำแกงใส่ยาพิษเสียมากกว่า
สองสามวันต่อมา อาอิ้นคนสนิทของหลันชิงก็นำของมาส่งยังเรือนเสวี่ยเป็อาภรณ์บางเบาแนบเนื้อแบบที่นางสวมในคืนนั้น พอเสี่ยวอิงยกขึ้นมาให้ดูอวิ๋นซือก็พลันโบกมือให้เก็บลงในหีบแทบไม่ทัน
เื่โลดโผนเยี่ยงนี้ถือเป็ความแปลกใหม่พอให้ตื่นเต้นได้อยู่แต่ถ้าทำบ่อยๆ ไม่นานก็จะกลายเป็ความเคยชิน อีกทั้งนางเองก็หาได้มีความชอบด้านนี้เสียหน่อย
ที่สำคัญ... บางเสียขนาดนั้น นอกจากใช้ประโยชน์ในเื่อย่างว่าแล้วนางก็ยังไม่เห็นว่ามีประโยชน์อย่างอื่นอีก หากหลันชิงชมชอบก็ให้หาใครสักคนมาเล่นด้วยเถิด
วันเวลาในคฤหาสน์ผ่านไปอย่างเรียบง่ายความสงบดุจทะเลที่ไร้ระลอกคลื่น อวิ๋นซือและหลันชิงยังคงรักษาความสมดุลระหว่างกันได้ดี ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไป และนั่นก็คือสามีผู้แสนดีของนางเพราะไม่รู้ว่านายท่านหลันไปกินอะไรผิดสำแดง่นี้ถึงได้คอยวุ่นวายกับนางตลอดเวลาหากไม่มาค้างก็มานั่งขลุกอยู่ในเรือนไม่ยอมไปไหน อีกทั้งบางคราที่มาก็ยังไม่ได้ทำกิจกรรมบนเตียงกันเสียด้วยก็แค่นอนกอดและคุยกันจนหลับไป อวิ๋นซือชักเริ่มมั่นใจในข้อสงสัยที่ว่าแท่งหยกของเขาอาจมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ
จนนางถึงกับต้องแอบสั่งให้เสี่ยวหยวนตุ๋นตะพาบน้ำให้อีกฝ่ายเพื่อบำรุงทว่าหลังจากกินไปแล้ว กลับเป็นางที่มิอาจลุกขึ้นจากเตียงได้เสียเองวันรุ่งขึ้นจึงมีคำสั่งจากฮูหยินใหญ่ให้ปล่อยตะพาบเ่าั้ไปให้หมด
บ่าวรับใช้ต่างงุนงงกับคำสั่งที่แฝงความกราดเกรี้ยวของฮูหยินใหญ่มีเพียงนายท่านหลันที่เกิดรอยยิ้มตรงมุมปาก หลังจากอาเต๋อเข้ามารายงานเื่นี้
การไปหา การมอบสิ่งของหรือเครื่องประดับ อีกทั้งยังมีความอ่อนโยนที่มอบให้แม้แต่สาวใช้ทั้งสองยังมองว่านายท่านมีใจให้ฮูหยินใหญ่หากเป็บรรดาผู้หญิงคนอื่นในเรือนหลังคงเชื่อและตื้นตันใจมิน้อย ทว่าอวิ๋นซือมิใช่ผู้หญิงอื่นแม้แววตาที่ทอดมองจะอ่อนลงกว่าแต่ก่อน ทว่าบางอย่างก็รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณหญิงสาวเก็บอาการและแสดงออกอย่างนิ่งเฉยแทน รู้เท่าที่เขา้าให้รู้แม้ใจจะเฝ้าครุ่นคิดถามหาเหตุผลเสมอมา
‘หลันชิง ท่าน้าอะไรจากข้ากันแน่ หรือว่าปรารถนาให้ความสมดุลในยามนี้พังลงกัน’
ใจบุรุษนั้นยากลึกเกินหยั่งถึงขอให้เ้าเฝ้าคนึงอย่าได้เผลอไผล...