“พี่อวี้ พี่เยว่ซิน ลองซิมซอสของผมดูทีครับว่ารสชาติเป็นอย่างไร” โจวเฟยหยางเดินเข้ามาพร้อมถาดใส่ซอสพริกและซอสมะเขือเทศ พวกเขานำสูตรที่หลี่เยว่ซินสอนไปหัดทำต่อที่บ้าน
“พี่ว่ารสชาติใช้ได้แล้วนะ” จางเฉินอวี้ตอบหลังจากลองชิมซอสทั้งสองชนิดแล้ว
“พี่จะให้พวกเธอลองใช้ซอสทานกับอาหารบางอย่าง” หลี่เยว่ซินเดินเข้าไปในครัวแล้วนำไก่ชุบแป้งทอด กะหล่ำปลีหั่นฝอย หอมหัวใหญ่ซอย และแผ่นแป้งย่างเข้ามา
หลี่เยว่ซินคลี่แผ่นแป้งย่างในจาน เธอนำหล่ำปลีหั่นฝอย หอมหัวใหญ่ซอย และไก่ชุบแป้งทอดวางเป็นชั้นตามลำดับ แล้วราดซอสมะเขือเทศลงไป จากนั้นเธอนำแผ่นแป้งย่างจับประกบกันแล้วยื่นให้สองแฝดกิน
“พี่เยว่ซิน อร่อยมากเลยครับ!!!” สองแฝดพูดขึ้นพร้อมกัน
“ถึงแม้ร้านของพวกเธอจะเน้นอาหารทานเล่น แต่บางครั้งลูกค้าก็อาจจะต้องการอาหารที่อิ่มท้องด้วย อีกทั้งแผ่นแป้งย่างพวกเธอสองคนก็ทำเป็นอยู่แล้ว พี่จึงทำเมนูนี้ขึ้นมาให้พวกเธอลองกินดู เธอยังเปลี่ยนจากไก่ชุบแป้งทอดเป็นกุ้งชุบแป้งทอด และให้ลูกค้าเลือกซอสได้ตามความต้องการอีกด้วยนะ” หลี่เยว่ซินอธิบายยิ้มๆ เมื่อเห็นพวกเขาทำหน้าพอใจ
“พี่เยว่ซิน แล้วถ้าหากว่ามีคนที่ไม่ชอบแป้งย่างล่ะครับ” โจวเฟยเทียนถามอย่างนึกขึ้นได้
หลี่เยว่ซินพาสองแฝดเดินเข้าไปในครัวแล้วทำซอสเปรี้ยวหวานและซอสดำ โดยระหว่างนี้ให้สองแฝดทำหมูชุบแป้งทอดรอไปด้วย เมื่อเธอทำซอสเสร็จก็นำหมูชุบแป้งทอดมาหั่นเป็นชิ้นตามยาว จากนั้นตักข้าวใส่จาน นำหมูทอดที่หั่นไว้วางทับไว้บนข้าว จานหนึ่งตักซอสเปรี้ยวหวานใส่ไว้ด้านข้างจาน อีกจานหนึ่งตักซอสดำใส่ไว้ข้างจานเช่นกัน
“พวกเธอลองกินดูสิ” เธอบอกให้สองแฝดกิน แล้วถือจานข้าวหมูทอดราดซอสทั้งสองแบบเดินไปหาจางเฉินอวี้เพื่อให้ลองกินเช่นกัน
“อร่อยทั้งสองแบบเลยครับ ผมคิดว่าเด็กๆ คงชอบเมนูนี้” จางเฉินอวี้บอกหลังจากที่ได้ลองกินแล้ว
“พี่เยว่ซินซอสทั้งสองอย่างกินกับข้าวก็อร่อยครับ” โจวเฟยเทียนบอก
“ผมเข้าใจแล้วครับว่าทำไมพี่เยว่ซินถึงพยายามสอนพวกผมให้ทำซอสทั้งสองอย่างนี้ให้ชำนาญ” โจวเฟยหยางกล่าวอย่างปลื้มใจ
“เยว่ซินครับ รายการอาหารที่คุณจะให้พวกเขาทำขายมีหลายอย่างเหมือนกันนะครับ ผมคิดว่าพวกเขาควรทำป้ายรายการอาหารประจำวันเหมือนกับร้านของเราดีไหมครับ” จางเฉินอวี้เสนอความคิด
“พวกเธอคิดว่าอย่างไร” หลี่เยว่ซินไม่ตัดสินใจ แต่หันไปถามกับสองแฝด เพราะถึงอย่างไรร้านก็เป็นของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาต้องเริ่มคิดและตัดสินใจเอง
“ผมเห็นด้วยนะครับ มันจะง่ายสำหรับเราในการเตรียมวัตถุดิบ และยังง่ายต่อลูกค้าที่จะตัดสินใจซื้อ” โจวเฟยหยางพูดขึ้น
“ผมอยากให้เขียนรายการอาหารติดผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ปรุงอาหารเลยครับ เมื่อลูกค้ายืนสั่งอาหารหรือเดินเข้ามาจะได้มองเห็นทันที ส่วนผนังด้านข้างผมอยากจะให้วาดรูปรายการอาหารเป็นภาพลายเส้นแล้วระบายสี เน้นสีสันสดใสครับ” โจวเฟยเทียนเสนอความคิดของเขา
หลี่เยว่ซินคิดตาม และนึกในใจว่าเด็กคนนี้มีความสามารถทางด้านนี้จริงๆ เพราะจากที่เขาอธิบายออกมา มันคล้ายกับการทำป้ายของร้านฟาสต์ฟู้ดในอนาคตเลย
“ความคิดของนายใช้ได้เลยทีเดียว พวกนายอยากให้คุณลู่เสียนมาช่วยวาดรูปให้ไหม” จางเฉินอวี้ถามเขา
“ก็ดีครับพี่อวี้ พี่ลู่เสียนทำป้ายและวาดรูปให้ร้านพี่ได้สวยจริงๆ” โจวเฟยเทียนแสดงท่าทางเห็นด้วย
เด็กทั้งสองคนเรียนรู้อาหารทำอาหารจากหลี่เยว่ซินไปหลายเมนู และพวกเขาก็ทำออกมาได้ดี เธอจึงบอกกับพวกเขาให้พวกเขาฝึกฝนให้คล่องแคล่วและชำนาญ หากมีตรงไหนติดใจสงสัยก็ให้มาสอบถามจากเธอได้ตลอด
โจวเฟยหยางมีความสุขกับทางที่ตนเองตัดสินใจเลือก เขายังตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ในเทอมสุดท้ายของการเรียนระดับมัธยมปลายนี้ เขาไม่มีความกดดันเพราะเขารู้แผนการในอนาคตของเขาแล้ว
ส่วนโจวเฟยเทียนเนื่องจากเขามีเวลาเหลืออีกไม่มากก็จะถึงช่วงของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว และมหาวิทยาลัยที่เขาเลือกนั้นเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่ง เขาอ่านหนังสืออย่างจริงจังโดยไม่มีเวลาออกไปเที่ยวเล่นเหมือนอย่างที่เคยทำ โดยมีมู่ชงมาช่วยเขาทบทวนตำราในทุกวันหยุด
“เจ้าใหญ่ เจ้ารอง พักนี้พวกเธอไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกกันเลยหรือ” ปู่โจวพูดกับสองแฝด
“ช่วงนี้ใกล้สอบแล้วครับคุณปู่” โจวเฟยหยางบอกเหตุผลแบบสบายๆ
“พวกผมใกล้เรียนจบแล้วนะครับคุณปู่” โจวเฟยเทียนยิ้มบอกกับปู่ แล้วพูดต่อ “และผมก็กำลังทบทวนตำราเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยครับ”
“ปู่รู้สึกว่าพวกเธอกดดันตัวเองมากเกินไป ความร่าเริงสดใสในตัวพวกเธอก็ลดน้อยลง” คุณปู่โจวบอกอย่างกังวล
“คุณปู่ไม่ต้องเป็นกังวลกับเราหรอกครับ ถึงผมจะเรียนไม่เก่งเท่าเฟยเทียน แต่การสอบครั้งนี้ไม่มีปัญหาและไม่ได้กดดันอะไรครับ ผมเรียนจบแน่นอน และผมอยากออกมาเปิดร้านของตัวเองเร็วๆ” โจวเฟยหยางบอกปู่ของเขา
“ผมก็ไม่ได้กดดันตัวเองมากเกินไปหรอกครับคุณปู่ แต่ผมทำตามคำสอนของคุณปู่อย่างไรล่ะครับว่า หากตั้งใจทำสิ่งใดแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่จะได้ไม่ต้องมานึกเสียใจในภายหลัง คุณปู่รอดูความสำเร็จของพวกเรานะครับ” โจวเฟยเทียนบอกกับคุณปู่ของเขาด้วยท่าทางมั่นใจ
“ปู่ภูมิใจในตัวพวกเธอมาก ปู่โชคดีที่มีหลานอย่างพวกเธอ ความพยายามของพวกเธอในวันนี้จะเป็นหนทางสู่อนาคตอันสดใสของพวกเธอเอง” คุณปู่โจวกล่าวกับคู่แฝดด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ