“ข้าพบมันเมื่อนานมาแล้วั้แ่สมัยที่ข้ายังเป็4ศักดิ์สิทธิเช่นเ้าแต่ตอนนั้นข้าไม่ได้สนใจมันนักจนเมื่อเร็ว ๆนี้ข้าลองนำมันมาค้นคว้าดูอีกครั้งแต่ก็ยังไม่เข้าใจ”ปะเตชีชราพูดอย่างเชื่องช้าด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ข้าคิดว่ามันอาจจะเป็จารึกประวัติศาสตร์หรือเป็อย่างอื่นเช่นเวทย์มนต์โบราณบางอย่างก็เป็ไปได้”ปะเตชีบอกความคิดตนให้ลูเซียสฟัง
“ดูเหมือนว่าแผ่นจารึกนี้ยังไม่สมบูรณ์ดีเหมือนมันมีสองส่วน”ลูเซียสเอ่ยด้วยสมมุติฐานของเขา
“ใช่แล้วข้าก็คิดเช่นเดียวกับเ้าแต่ข้าแก่เกินไปที่จะออกตามหาอีกส่วนของมันจึงอยากให้เ้าช่วยตามหาอีกส่วนมาให้ข้าและหากเ้าสามารถแปลเนื้อหาที่จารึกออกมาได้จะดีมากข้าเชื่อว่าเ้าทำได้ในบรรดาพวกเ้า เ้าปราดเปรื่องที่สุด”ปะเตชีพูดพร้อมจ้องมองดวงตาลูเซียส“เป็ความลับนะเข้าใจไหม”ปะเตชีพูดเสียงแหบ
“ขอรับข้าจะทำสุดความสามารถ”ลูเซียส รับคำพร้อมทั้งคำนับปะเตชีและหันหลังเดินออกมาจากวิหาร
……….
กลิ่นข้าวต้มหอมโชยมาจากในครัวลูเซียสเดินเข้ามาในห้องครัวด้วยฝีเท้าแ่เบาพร้อมทั้งกอดร่างงดงามที่กำลังอยู่หน้าเตาจากทางข้างหลัง
“ท่านพี่อย่าเล่นสิเดี๋ยวลูกมาเห็นลูกโตแล้วอายลูก”หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดในอ้อมกอดของลูเซียส
“อลันไม่อยู่ข้าไม่รู้สึกถึงจิตของลูกในบริเวณนี้”ลูเซียสพูดพร้อมกับหอมแก้มนวลใสของภรรยาของเค้า
ในขณะที่ทั้งสองกำลังรื้อฟื้น่เวลาความหวานชื่นเหมือนเมื่อตอนวัยรุ่นกลิ่นข้าวก็เริ่มเหม็นไหม้
“ท่านพี่ข้าวไหม้แล้ว”สาวสวยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวค่อยทำใหม่ข้าจะช่วยเ้าเองแต่ตอนนี้มามีน้องให้อลันกันเถอะนะลูน่าที่รัก”ลูเซียสพูดและ……..
“กลับมาแล้วขอร้าบบหิวจังเลย ท่านแม่วันนี้มีอะไรให้กินบ้าง”อลันเดินเข้าบ้านพร้อมเสียงโวยวายตามวัยแต่แล้วเค้าก็ต้องชะงักงันเพราะได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากทางห้องครัว
“ท่านแม่เกิดอะไรขึ้น”อลันรีบวิ่งไปที่ครัวด้วยความใคิดว่ามารดาของเขาเกิดอุบัติเหตุ
แต่ภาพที่เค้าเห็น……คือ
“เอ้า..กลับมาแล้วหรือลูก”ลูเซียสยืนถอดเสื้อหันผักส่งเสียงเลิกลั่กถามไถ่ลูกชาย
“กลับมาแล้วหรือจ้ะลูกรัก”ลูน่ายืนเก้ ๆ กัง ๆอยู่หน้าเตา
“ท่านพ่อท่านแม่ เป็อะไรหรือเปล่าขอรับทำไมหน้าของพวกท่านแดงจัง”อลันถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอันใดนี่..แค่ในครัวมันอากาศร้อน”ลูเซียสตอบคำถามลูกอย่างเลิกลั่ก
“แล้วทำไมท่านแม่ใส่ชุดของท่านพ่อ”อลันถามด้วยความแปลกใจ
“แม่เ้าหนาวนะ”ลูเซียสตอบอย่างตื่นเต้นจัดระเบียบท่าทางไม่ถูกเดินออกมาจากโต๊ะหั่นผักจนอลันเห็นพ่อของเค้าแบบเต็มตัว
“แล้วทำไมท่านพ่อใส่กระโปรงท่านแม่ละขอรับ”อลันยังขยี้ถาม
“พ่อเ้าหนาวนะ”ลูน่าชิงตอบ
“แต่ท่านพ่อถอดเสื้อ”อลันถามต่อ
ลูน่าถลึงตามองลูกชายอลันจึงหุบปากฉับทันทีและค่อย ๆย่องถอยหลังประดุจเจอหมีร้ายกลางป่า
…………..
บนโต๊ะอาหารทั้งสามคนกินอาหารเย็นตามปกติและนั่งพักคุยเล่นกันในห้องนั่งเล่น
“นั่นคืออะไรหรือขอรับท่านพ่อ”อลันมองแผ่นหินผลึกในมือลูเซียส
“งานของพ่อนะเ้าอย่าสนมันเลยเป็อย่างไรบ้างวันนี้เ้าทำอะไรบ้าง”ลูเซียสพูดคุยกับลูกอย่างสนิทสนม
“ข้าพยามยามฝึกฝีมือดาบขอรับข้าคิดว่าข้าทำได้ค่อนข้างดี”อลันตอบพร้อมสายตาที่ถอนออกมาจากแผ่นหินผลึก
“พรุ่งนี้พ่อไม่ได้เข้าวิหารเ้าสนใจอยากให้พ่อช่วยเ้าััพลังธรรมชาติไหม”ลูเซียสถามลูกชายด้วยดวงตาที่เปี่ยมด้วยความคาดหวัง
“อืม…ขอรับข้าจะลองดูอีกครั้ง”อลันตอบรับความคาดหวังของพ่อของเขาด้วยเสียงแ่เบา
ในอดีตอลันได้ลองเริ่มััพลังแห่งธรรมชาติมาั้แ่เขาสิบขวบ แต่เขาสามารถััพลังได้เพียงผิวเผินเท่านั้นห้าปีเกือบหกปีผ่านมาไฟที่เขาเรียกได้ยังคงเป็แค่ดวงไฟที่เล็กเท่าหัวนิ้วก้อยเหมือนตอนแรกที่เริ่มฝึก
เค้าโดนเด็กๆวัยเดียวกันที่เรียนหนังสือด้วยกันที่สำนักศึกษาแห่งอาณาจักรล้อเลียนเสมอว่าเขาไม่สมกับที่เป็ลูกชายของลูเซียสแห่งไฟ
ตลอดห้าปีที่เรียนอยู่เขาโดนล้อเลียนบ่อยๆ จนเกิดปมในใจว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะเป็นักบวชดังเช่นพ่อของเขา
แต่เขากลับไม่เคยยอมแพ้โชคชะตาเขาหันมาฝึกทักษะดาบและธนูด้วยตัวเองยามที่ว่างจากการเรียนปกติั้แ่ตอนที่อยู่ปีที่ 2ของการศึกษาในสถาบันศึกษาแห่งอาณาจักร
จนถึงตอนนี้ก็เป็เวลาเกือบจะหกปีแล้วโดยที่เขาไม่เคยเข้าพิธีััพลังธรรมชาติอีกเลยั้แ่สิบขวบ
สิบขวบเป็ตอนที่เขาได้เข้าทำพิธีครั้งแรกและเด็ก ๆ หลายคนในอาณาจักรก็เช่นกัน
มันเป็กระบวนการเฟ้นหาผู้มีพร์ในพลังธรรมชาติถ้าเด็กคนไหนมีััพลังที่สูงจะถูกวางตัวให้เป็นักบวชในอนาคต
หลังจากจบการศึกษาพื้นฐานแล้วนั้นพวกเขาจะถูกพาเข้าไปเป็นักบวชฝึกหัดในซิกกูแรท
โดยมากพวกลูกหลานนักบวชจะมีััสูงส่งเหมือนดังพ่อแม่ หรือบรรพบุรุษของเขาแต่ก็มีโอกาสที่ลูกหลานของครอบครัวเสรีชนธรรมดาจะมีััแห่งพลังธรรมชาติที่สูงส่งได้เช่นกันซึ่งจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของครอบครัวพวกเขาไปเลย
ดังนั้นเคสของอลันจึงเป็ดังแกะดำกลางฝูงแกะขาวถึงแม้อลันจะปักธงในใจเลือกทางแห่งนักรบไปแล้วแต่ในใจลึกๆของเขา เขายังอยากใช้เวทย์มนต์ได้อยากตอบรับความคาดหวังของพ่อของเขา
…………………………………...
วันต่อมาบนเนินเขาแห่งเดิมอลันนั่งอยู่กลางวงอักขระที่เปล่งแสงสี่สีแดง ฟ้า ขาว เหลืองเขาหลับตาทำสมาธิอยู่ท่านี้มาครึ่งวันแล้ว
“เอาละลองเรียกไฟออกมาซิลูก”ลูเซียสพูดกับอลันและวงอักขระก็ดับแสงลง
“ขออัญเชิญเปลวเพลิง พเฟโลเทมีอา” พรึบประกายไฟเท่าหัวนิ้วก้อยปรากฏขึ้นและดับลงแทบจะทันทีที่ปรากฏขึ้นมา
“ที่นี้ลองธาตุลมบ้าง”ลูเซียสบอกอลัน
“ขออัญเชิญสายลมหมุน อีเฟวนโต” พรึบลมหอบน้อยหมุนอยู่สองรอบก่อนสลายหายไป
“ทีนี้ลองธาตุน้ำดูบ้าง”ลูเซียสบอกอลันต่อ
“ขออัญเชิญสายน้ำหลาก อคะวาอีเรม”ละอองไอน้ำ ฟุ้งเต็มตรงหน้าอลันแต่มันไม่รวมเป็สายน้ำเป็แค่ละอองน้ำและก็หายไป