ไป๋ชิงนั่งนิ่งคิดทบทวนอยู่พักหนึ่งถึงความทรงจำระหว่างไป๋ชิงคนเก่ากับท่านรองแม่ทัพผู้นี้แล้ว นอกจากวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันพอเริ่มโตก็แทบไม่ได้เจอกันมาเกือบ 5 ปีแล้ว จดหมายสักฉบับไม่มีส่งมา เหตุใดถึงบอกว่าพึงใจไป๋ชิงแต่เงียบหายไปเลยเช่นนี้จึงถามท่านรองแม่ทัพอย่างสงสัย
“ท่านกับข้าต่างห่างหายกันไปถึง 5 ปี ท่านไม่มีแม้จดหมายสักฉบับส่งมาหาข้าแล้วจะให้ข้าเชื่อได้อย่างไรว่าท่านจริงใจต่อข้า”
เมื่อจ้องตาของฮั่วอี่ก็เจอกับสายตาใและงุนงงของฮั่วอี่
“ข้าส่งจดหมายให้เ้าตลอด 5 ปี ทั้งส่งสิ่งของมากมายให้เ้า เหตุใดเ้าไม่เคยได้รับ”
ไป๋ชิงเริ่มปะติดปะต่อการจากไปของร่างเก่าได้เลือนลางแล้ว มีคนกีดกันการส่งจดหมายจากรองแม่ทัพมาหาไป๋ชิงและเนื้อหาในจดหมายทั้งหมดคนผู้นั้นต้องอ่านทุกฉบับและเหตุใดวันงานเลี้ยงจึงรีบลงมือวางยาพิษ ด้วยความสงสัยจึงถามท่านรองแม่ทัพออกไป
“ฉบับสุกท้ายที่ท่านส่งมาหาข้าก่อนกลับมาเมืองหลวงท่านเขียนว่าอย่างไรเ้าคะ”
ฮั่วอี่มองหน้าไป๋ชิงและหน้าแดงจนถึงใบหูก่อนจะอ้าปากช้าๆ พูดขึ้น
“ข้าแค่เขียนบอกเ้าว่าหากกลับมาหาเ้าครานี้ข้าจะให้ท่านพ่อท่านแม่ไปหมั้นหมายเ้าทันที”
ไป๋ชิงจึงเผลอรำพึงรำพันเบาๆ แต่หูท่านแม่ทัพดีนักจึงได้ยินชัดเจน
มิน่าถึงลอบวางยาพิษข้าเพราะกลัวว่าข้าจะหมั้นหมายกับท่านนี่เอง
พอท่านแม่ทัพได้ยินก็ใและถามทันทีว่าใครลอบวางยา ไป๋ชิงจึงเล่าเื่ที่คุณหนูลูกสาวเ้ากรมพิธีการนำน้ำผลไม้มาให้ดื่มทำให้เมื่อวานมีอาการอ่อนเพลียจึงรีบกลับไปนอนให้ฮั่วอี่ฟังและบอกว่าเป็แค่การสันนิษฐานไม่มีหลักฐาน ฮั่วอี่กำหมัดแน่นและบอกกับไป๋ชิงว่า
“ลูกสาวเ้ากรมพิธีการเคยมาตอแยข้าเมื่อนานมาแล้วตอนอยู่สำนักศึกษา ทั้งมาคอยส่งอาหารส่งขนมให้เรื่อยๆ แต่ข้าไม่รับ ทั้งบิดาของนางก่อนที่ข้าจะย้ายไปประจำชายแดนนั้นก็เคยเอ่ยปากกับท่านพ่อว่าอยากเกี่ยวดองกับทางครอบครัวซึ่งท่านพ่อได้กล่าวว่าอยากให้ข้ากับเ้าลงเอยกันจึงไม่อาจรับปาก บิดาของนางคงไปบอกนางจึงได้ลอบขโมยจดหมายข้าที่ส่งให้เ้าด้วยหรือไม่ทั้งยังเอาน้ำผลไม้ผสมอะไรให้เ้าดื่มหวังทำร้ายเ้าใช่หรือไม่ ดีนะที่เ้ามีความรู้แพทย์และมียารักษาสารพัดพิษ”
ไป๋ชิงเมื่อได้ฟังแล้วก็พอรู้สาเหตุและผู้ลงมือวางยาพิษเ้าของร่างเดิมแล้วแต่ก็คิดไม่ตกว่าจะจัดการนางอย่างไรจะฆ่าให้ตายตกตามกันก็ไม่สาแก่ใจ ในเมื่อนางหลงรักท่านพี่ฮั่วอี่หรือเราจะหมั้นกันเพื่อให้นางอกแตกตายดี ไป๋ชิงคิ้วขมวดพร้อมทั้งเม้มปากก่อนจะพูดกับฮั่วอี่ด้วยตาเป็ประกายอย่างผู้ชนะว่า
“หากนางหลงรักท่านมากจนทำร้ายข้าเช่นนี้ท่านต้องรับผิดชอบและดูแลให้ข้าปลอดภัยจากนางได้หรือไม่”
ฮั่วอี่เมื่อได้ยินคำถามพร้อมรอยยิ้มสดใสก็พยักหน้าอย่างเหม่อลอยพร้อมตอบว่า
"ข้าเต็มใจปกป้องดูแลเ้าอยู่แล้วยิ่งรู้ว่าจดหมายและสิ่งของที่ข้าส่งมาล้วนหายไปข้าก็ยิ่งเสียใจนักที่ตลอดมาเ้าและข้าห่างเหินกันหลายปี"
ไป๋ชิงยิ้มตาหยีพลางยื่นมือไปกุมมือของฮั่วอี่ทั้งสองข้าง
"เช่นนั้นเราหมั้นกันดีหรือไม่ ท่านก็ไปมาหาสู่ข้าในฐานะคู่หมั้นและทำความรู้จักกันให้มากขึ้นจนกว่าข้าจะถึงวัยปักปิ่นใน 2 ปีนี้หากท่านดูแลข้าไม่ดีเราก็ถอนหมั้นกันก็ได้ แต่หากไม่หมั้นกันไว้แล้วมีสตรีมาป้วนเปี้ยนกับท่านหรือมารังแกข้าเช่นนี้อีกเพราะแค่คิดว่าท่านพึงใจข้าเช่นนี้ข้าก็เสียเปรียบสิ อย่างน้อยมีสินสอดมาหมั้นหมายไว้ข้าจะได้มีสิทธิ์จัดการพวกนางได้ ดีหรือไม่ท่านพี่"
ตอนนี้ฮั่วอี่นั่งตาแข็งอ้าปากค้างกับคำเรียกว่าท่าน “ท่านพี่” ของไป๋ชิง หน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม ทั้งหน้าและใบหูล้วนแดงเถือกพลางกุมมือไป๋ชิงแน่นและกล่าวด้วยเสียงสั่น
"เข่นนั้นเรารีบไปบอกท่านพ่อข้ากันตอนนี้เลยได้หรือไม่ข้ากลัวเ้าเปลี่ยนใจ"
ไป๋ชิงหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับท่าทีของฮั่วอี่ บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต่างแอบอมยิ้มที่เห็นเ้านายทั้งสองต่างใจตรงกันและจะมีงานมงคลเกิดขึ้นเร็วๆ นี้