วิชาเดินลมปราณระดับกลางซับซ้อนยากเข้าใจ แม้จะเรียกระดับกลางก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครจะฝึกได้ ผู้ที่จะเป็จอมยุทธ์อย่างน้อยก็ต้องมีวิชาลมปราณระดับกลางขึ้นไปเป็พื้นฐาน การฝึกนั้นไม่ใช่จะเปิดอ่านตำราปกติแล้วจะเข้าใจได้
มันมักจะใช้วิธีผนึกจิตช่วยในการฝึกนอกเหนือจากการอ่านตำรา นั่นก็เพื่อช่วยเหลือผู้ฝึกวิชาให้เข้าใจเคล็ดวิชาให้รวดเร็วขึ้น เพราะจำนวนจุดชีพจร 522 จุดในร่างกาย วิชาระดับกลางจะมีการเดินลมปราณวนซ้ำบางจุด บางจุดไม่ซ้ำเปลี่ยนแปลงไปมา ยิ่งเดินซ้ำไปมามากมายเท่าไรความยากในการฝึกก็มากขึ้นเท่านั้น วิชาระดับกลางสามัญใช้จุดเดินชีพจรที่เดินทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 2500 จุด ขั้นสูงสุดของระดับกลางไม่เกิน 25000 จุด เกิน 25000 จุด เรียกเป็การเดินลมปราณระดับสูงทุกวิชา ส่วนความสามารถไม่ต้องพูดถึงแค่ขั้นกลางก็เรียกจอมยุทธ์ได้แล้ว
วิชาเดินลมปราณระดับสูงที่สับซ้อนเกิดมาเพื่ออัจฉริยะฝึกฝนเท่านั้น!!!
.
.
.
หมอหลวงหน้าซีดเซียวไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เพราะตอนนี้พบั์ในหมู่มวลมนุษย์เข้าให้แล้ว หากการรักษานี้เป็ไปได้ด้วยดีภายภาคหน้าทารกน้อยเติบใหญ่ แม้จะด้วยหน้าที่หมอหลวงที่จำต้องรักษาให้ดีอยู่แล้ว แต่ก็เพราะเป็คนรักษาองค์ชายตัวน้อยด้วยตัวเอง ภายภาคหน้าองค์ชายน้อยคนนี้เติบใหญ่ด้วยความสามารถแบบนี้ย่อมเป็ผู้ยิ่งใหญ่เหนือคน… หมอหลวงคิดได้เช่นนี้ ก็ยิ่งมุ่งมั่นรักษาด้วยใจเกินร้อยส่วน เพราะเห็นอนาคตสดใสของตัวเองอยู่รำไรแล้ว
.
.
.
-[ 3 ชั่วยามผ่านไป นอกตำหนักพระสนม ]-
“ฟิวๆ ๆ ๆ” เสียงของสายลมดังเป็จังหวะ การก้าวเท้าแถบไร้ซุ่มเสียงแสดงถึงความเป็ยอดฝีมือ ซึ่งผู้มาระดับฝึกฝนต่ำสุดน่าจะเป็ ‘จอมคนขั้นสูง’ การปฏิบัติการของคนกลุ่มนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
“ฉวบๆ ๆ” เสียงดาบรวดเร็วไร้เสียงกรีดร้องของผู้ถูกสังหาร แสดงถึงความเฉียบขาด ทหารในวังหลวงแท้จริงย่อมไม่ใช่ชนชั้นไร้ฝีมือ ต่อให้เป็ทหารเลวขั้นต่ำสุดที่จะเข้าเป็ทหารหลวงได้นั้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็ผู้มีเขตพลัง ‘นักรบขั้น 1’ แต่การลงมือสังหารผู้คนแบบนี้แสดงถึงผู้บุกรุกครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่แค่ยอดฝีมือเขตพลังจอมคนขั้นสูง แต่อย่างน้อยต้องเป็… !!!ผู้มีเขตพลังระดับ ‘จอมยุทธ์’
“ที่นี่แหละ” ชายชุดดำคนหนึ่งกล่าวเสียงแหบต่ำ
“ลงมือใช้กล่องิญญาผนึกเสียง สังหารทุกคนในตำหนัก อย่าให้มีใครรอด เรามีเวลาแค่ครึ่งก้านธูปเท่านั้น”
“ขอรับ” เหล่าชายชุดดำส่งเสียงปราณที่ได้ยินเฉพาะบริเวณขานรับผู้เป็หัวหน้า
“ฟิวๆๆๆๆๆๆ” ชายชุดดำคนหนึ่งเปิดกล่องิญญาทันใดนั้น ดวงิญญามากมายก็พุ่งออกมา มีเฉพาะผู้ฝึกวิชาเส้นทางิญญาเท่านั้นถึงจะมองเห็นภาพที่เกิดขึ้นได้
แต่ผู้ฝึกเส้นทางิญญานั้น เป็เส้นทางฝึกยุทธ์ที่หายากที่สุด น้อยคนนักที่ฝึกมัน ทำให้ในตำหนักของพระสนมนั้นจึงไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่เกิดเลย กล่องผนึกิญญาถูกเปิดออกแล้วในตอนนี้!!!
ชายชุดดำสี่คนตอนนี้ ทั้งสี่สามารถวางใจได้ ไม่ช้าทั้งสี่ก็เดินเข้าไปภายในและเริ่มลงมือฆ่าสังหารอย่างเปิดเผย
!!!ฉวบๆ เสียงดาบตัดร่างเหล่านายทหารร่างแล้วร่างเล่า
“มีคนบุกรุก เร็วเข้าคุ้มกันพระสนม” เสียงทหารนายหนึ่งร้องดัง หากแต่คนนอกตำนักกลับไม่มีใครได้ยินเสียงนี้เลย
.
.
.
— ในห้องพระสนมเอก —
“พระสนมเกิดเื่ใหญ่แล้วมีโจรชั่วบุกตำหนักเพคะ พระสนมโปรดเสด็จหนีก่อนเถอะเพคะ” นางกำนันคนสนิทเร่งรีบเดินมาบอกด้วยสีหน้าร้อนรน
“แล้วลูกข้าละ” พระสนมพูดด้วยสีหน้ากังวลนัก พร้อมสองมือเกาะกุมอย่างสั่นเทา
“ตำหนักซ้ายตอนนี้มีทหารหลวงคุ้มกันอยู่ เพียงแต่…”
“!!!แต่อะไร”
“ผู้มาคิดว่าเป็ระดับจอมยุทธ์ หม่อมฉันคิดว่าหากเกิดเหตุร้ายคงไม่อาจต้านทานเพคะ”
พระสนมแทบทรุดอีกครั้ง ระดับจอมยุทธ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่ทหารหลวงธรรมดาจะรับมือได้ นางร้อนรนรีบจับมือนางรับใช้คนสนิท “ส่งใครไปแจ้งฝ่าารึยัง…” พระสนมรีบพูดพร้อมมือสั่นระรัว
“ทหารยามส่วนหน้าตอนนี้ไม่มีคนรอดชีวิต… พระสนมตอนนี้ชีวิตของพระสนม…”
“!!!เ้าไม่ต้องพูด” พระสนมรีบเดินไปห้องลับ พร้อมรีบเดินไปเปิดกล่องสมบัติใบหนึ่ง ในนั้นมันคือก้อนดวงธาตุของวิหกอัคคี์ สมบัติประจำตระกูลของนาง นางถือกล่องสมบัติพร้อมมือสั่น
“คุ้มกันข้า” พระนางกล่าวเสียงแข็ง
“นี่คือ…” หวังจึ้งกล่าวถามปากแบบสั่นเครือเบา นางคือบ่าวข้างกายของพระสนม และนางก็เป็คนสนิทของพระสนมมาั้แ่เด็ก นางรู้ทุกเื่ของพระสนมมากยิ่งกว่าเื่ของตัวเสียอีก เมื่อเห็นสิ่งนี้มีหรือนางจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ตระกูลของพระสนมมีของวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่งที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้คน นั่นคือ ธาตุของวิหกอัคคี์ เมื่อถ่ายพลังเข้าไปยังธาตุของวิหกอัคคี์จะเกิดพลังเพลิงรุนแรงสังหารผู้คนได้ในรัศมีราวหนึ่งลี้ ยิ่งอยู่ใกล้ธาตุพลังของวิหกอัคคีความรุนแรงและความร้อนที่เกิดขึ้นก็ยิ่งรุนแรง จนแม้แต่ซากศพก็อาจจะไม่มีให้พบเห็นหากพระสนมใช้สิ่งนี้
“พระนาง…” หวังจึ้งรู้ดีตอนนี้พระสนมคิดอะไร นางจึงเป็ห่วงพระนางนัก
“รีบไป” พระสนมกล่าวตอนนี้หัวใจพระนางร้อนยิ่งกว่าไฟ ลูกน้อยไม่รู้เป็ตาย เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แม้พระนางจะรู้สึกกลัวอย่างมาก แต่หัวใจคนเป็แม่ก็พร้อมยอมตายเพียงเพื่อรักษาชีวิตลูกน้อย แต่ก่อนนางเป็คนรอบคอบสุขุมและใช้สมองก่อนอารมณ์เสมอ แต่เวลานี้หมดสิ้นแล้วซึ่งสติปัญญาในใจมีแต่ลูกรักของนาง
!!!ตุบ เสียงแน่นถึงจากการฟันด้วยหลังมือ ลงบนหลังคอของพระสนม หวังจึ้งตอนนี้นางมีสีหน้าเศร้า
“พระสนมข้าขอโทษ” หวังจึ้งรู้ดีว่าการทำสิ่งนี้จะทำให้พระสนมไม่พอพระทัยในตัวนางมาก แต่นี้ก็เป็วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้วที่นางคิดได้
ธาตุของวิหกอัคคี์รุนแรงสุดจะกล่าว ไม่ว่าใครใช้มันผลลัพธ์ก็ไม่ต้องพูดถึงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่ แม้การมีมันอาจจะเป็เครื่องต่อรองกับโจรร้าย เพราะหากมันรักชีวิตมันย่อมไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม แต่นั้นก็ไม่รับประกันผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
นอกจากนั้นด้วยความกตัญญูที่นางมีต่อพระสนม นางไม่มีวันยอมให้พระนางใช้สิ่งนี้ หวังจึ้งหยิบมันขึ้น นางเลือกที่จะเป็ผู้ใช้สิ่งนี้ต่อรองกับเหล่าโจรอีก เหล่านางในประคองร่างพระสนม
ไม่ช้าเหล่านักฆ่าก็มาถึง
และก็เป็ดังคาดด้วยวิธีนี้ชายชุดดำ 2 คนที่เห็นธาตุของวิหกอัคคี์ เมื่อต้องปะทะกับทหารอารักขาชุดสุดท้ายของพระสนม พวกมันก็ไม่กล้าบุกเข้าใกล้เพื่อลงมืออย่างเด็ดขาด
และด้วยวิธีการพูดของหวังจึ้งที่ทั้งรุนแรงและทรงปัญญา ชี้เหตุชี้ผลจุดดีจุดเสียต่อชายชุดดำทั้งสอง แสดงถึงความทรงปัญญาของนางที่มีไม่น้อยไปกว่าพระสนมเอกเลย หากแต่นางสุขุมเยือกเย็นมากยิ่งกว่าในเวลาเช่นนี้
“ตูมมมมม” เสียงะเิดังในห้องรักษาองค์ชายน้อย หลังจากลงมือสังหารทหารหลวงหน้าพระตำหนักพระสนมไปเกือบหมด ชายชุดดำสองคนที่เหลือก็ลงมืดรวดเร็ว รุดมาจนถึงที่รักษาอาการขององค์ชายน้อย เพียงแต่… ตอนนี้ที่นี้ไม่มีใครอยู่แล้ว นั่นเพราะตระกูลหูของหมอหลวงผู้นี้ เป็ตระกูลผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้างและค่ายกล และยังเป็คนสร้างวังหลวงแห่งนี้อีกด้วย
และเหตุผลที่หมอหลวงเลือกห้องนี้เป็ที่รักษาแทนสำนักหมอหลวงก็ด้วยกังวลใจเื่แบบนี้แต่แรก กลัวมีเหตุการณ์รอบสังหารอีกครั้ง แม้หมอหลวงจะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่ก็ไม่อาจคาดคิดว่าผู้มาเป็ถึงผู้มีเขตพลังขั้นจอมยุทธ์ถึง 4 คน อาณาจักรเก้าั แม้กว้างใหญ่แต่ผู้มีพลังขอบเขตจอมยุทธ์นั้นมีเพียงหลักร้อยเท่านั้น
และการบุกทะลวงมาถึงวังหลวงของผู้ฝึกปราณระดับจอมยุทธ์ถึงสี่คนพร้อมกัน แปลว่าผู้บงการหาใช่คนสามัญแล้ว หมอหลวงตอนนี้ได้แต่กังวลใจ ไม่กล้าคิดต่อว่าเป็ใครกันที่ลงมือ กลัวชีวิตตัวเองจะไม่อาจอยู่ถึงวันพรุ่งนี้ แต่ถึงอย่างนั้นหน้าที่ของตัวมันก็สำคัญ องค์ชายน้อยผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่นอน หากเื่ในวันนี้จบลงด้วยดี วันหน้าตระกูลหูของหมอหลวงผู้นี้คงได้เป็ใหญ่แล้ว หมอหลวงพยายามคิดในแง่ดีให้เหตุผลกับตัวเอง…