แตแว เพื่อนจากแดนไกล
แสงสุดท้ายของวันกำลังกระโจนลงที่ขอบฟ้า
"เย็นจังเลย ไม่สิ ทำไมหนาวแบบนี้”
ข้าพยายามออกแรงเบิกตาให้กว้างแต่ก็ไม่เป็ผล มองเห็นได้แต่พอลาง ๆ เท่านั้น ด้านหน้าของข้ามีเสียงโวกเวกอยู่ไม่ห่างนัก ความวุ่นวายนี้มันอื้ออึงราวกับว่ามันกำลังเกิดขึ้นในฝันอันพร่ามัว...
ไม่กี่อึดใจต่อมา
ขอสาบานต่อฟ้าดินว่าความเ็ปที่เกิดขึ้นทั่วร่างของข้าในตอนนี้นั้น มันปวดร้าวไปจนถึงกระดูกของข้าเลย เกิดอะไรขึ้นทำไมมันถึงเ็ปและทรมานเหลือเกิน ทั่วทั้งตัวเปียกแฉะมันให้รู้สึกเหมือนมีน้ำไหลนองเต็มแผ่นหลัง กระทั่งบนหัวของข้าจนมันไหลบ่าลงมาเต็มใบหน้า ภาพจาง ๆ เบื้องหน้าที่ดูโอนเอนไปมานั้น พอให้เห็นเป็เค้าว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามยื้อดึงใครสักคนอยู่ไม่ห่างนัก
“พอเถิดท่านหมื่นพอเถิด ประเดี๋ยวไอ้จ่อยก็ได้ตายคามือท่านเสียก่อนหรอก”
ภาพเบื้องหน้าค่อย ๆ ชัดขึ้น ผู้หญิงคนนั้นะโพร้อมกับรั้งแขนของชายกลางคนเอาไว้ มืออีกข้างของชายผู้นั้นแลดูเหมือนจะถือไม้ท่อนเขื่องมากกว่าจะเป็แส้กำลังกวัดแกว่งไปมา ถ้าเป็แส้ก็เป็แส้ที่ใหญ่มาก หากไม่ระวังหวดโดนใครเข้าต้องมีหัวร้างข้างแตกกันบ้างล่ะ ว่าแต่..นี่มันที่ไหนกัน?
“ให้มันตายคามือข้านี่ปะไร” ชายกลางคนพูดพรางมองมาที่ข้าพร้อมกับง้างแส้เหมือนจะหวดเข้าใส่ ก่อนจะหันไปตวาดผู้หญิงที่รั้งแขนเขาไว้
"แม่อ้อยอิ่งก็เห็นว่ามันปล่อยให้ไอ้ผินลูกข้าถูกยูงสูบเืยืนร้องให้อยู่ท้ายทุ่งจนพลบค่ำ ถ้าอีเอี่ยนไม่ไปเห็นเข้าเสียก่อนคงได้กลายเป็ผีเฝ้าทุ่งไปแล้วกระมัง”
ในตอนนี้ข้าได้ยินเสียงชัดเจนแต่ก็ยังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ดี ข้าพยายามนึกให้ออกว่า “นี่มันเื่บ้าอะไรกัน” ตัวข้าเป็ใครกันแน่ แล้วอยู่ ๆ ข้ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ จากที่ปวดแสบปวดร้อนบนแผ่นหลังของข้าพร้อมกันนั้นมันก็พลันปวดหัวตึ๊บขึ้นมา ข้าหน้ามืดลงอีกครั้ง คราวนี้ตัวข้าถึงได้รู้สึกตัวว่ากำลังทรุดอยู่กับพื้น ข้าเอามือทั้งสองที่สั่นเทายันอยู่กับพื้นไม้ที่ดูเหมือนจะเป็พื้นไม้กระดานบนชานเรือนของบ้าน ความรู้สึกแรกที่ว่าเหมือนน้ำไหลท่วมทั่วทั้งตัวของข้านั้น พอจมูกของข้ามันเริ่มที่จะได้กลิ่นบ้างแล้ว ทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นทำให้รู้ได้ทันทีว่ามันเป็เืต่างหากล่ะ เืสด ๆ ที่ไหลอาบไปทั่วร่างกายของข้า ถึงจะยังมึนงงกับเื่ราวอยู่แต่ข้าก็พอเดาได้ว่านั่นมันเป็เืของข้าเองไม่ผิดแน่ ข้าพยายามจะชะโงกหัวขึ้นไปดูที่มาของเสียงที่มีคนสองคนฉุดกระชากกันอยู่อีกครั้ง
“ข้าจะฆ่ามันเสียเดี๋ยวนี้ แม่อ้อยอิ่งปล่อย ปล่อยข้า!”
“ท่านหมื่นหยุดเถิด" แม่อ้อยอิ่งรั้งสุดแรง
"ไอ้ค่อม! เอ็งจะก้มหัวตัวสั่นงันงกไปถึงไหน” นางตวาดใครสักคนที่อยู่ด้านหลังของข้า
“ยังไม่รีบลากไอ้จ่อยพามันลงเรือนไปอีก เร็วเข้าสิ!” นางพูดพรางดึงรั้งแขนของชายกลางคนสุดชีวิต ข้าอดแปลกใจกับผู้คนที่นั่งรายล้อมอยู่ไม่น้อย เพราะไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาช่วยผู้หญิงคนนี้หรือช่วยข้าเลยแม้แต่คนเดียว ต่างขี้ขลาดหวาดกลัวท่านหมื่นผู้นั้นหรืออย่างไร
อึดใจต่อมาเหมือนมีมือใครบางคนคว้าโอบรอบเอวของข้า พรางช้อนเอามืออีกข้างของข้าซึ่งในตอนนี้มันไม่สามารถขยับเองได้แล้ว ที่แท้ก็เป็ชายหลังค่อมที่นั่งอยู่ด้านหลังของข้านั่นเอง ชายหลังค่อมจับมือข้าพาดลงบนคอของเขา ดูเหมือนกำลังจะพยายามแบกข้ามากกว่าเป็การพยุงเสียอีก ชายหลังค่อมกุลีกุจอพาข้าลงเรือนไปด้วยความรีบเร่ง
"ปล่อยมันลงบัดเดี๋ยวนี้นะไอ้ค่อม!" ท่านหมื่นอะไรนั่นะโตามหลังทั้งที่โดนแม่หญิงอ้อยอิ่งรั้งแขนอยู่
"รีบพามันลงเรือนไปเ้าค่อม" แม่หญิงอ้อยอิ่งร้องสำทับ
ถึงจะมองไม่ถนัดนักแต่ก็พอมองเห็นได้ว่าชายหลังค่อมผู้นี้อายุมากโขอยู่ แกตัวสั่นเทาและกำลังร้องไห้ฟูมฟาย คงเป็เพราะสงสารตัวข้าหรืออย่างไร ตอนนี้ความเ็ปที่กระจายไปทั่วทั้งตัวของข้ามันได้หายไปแล้ว ดวงตาของข้าเริ่มมืดลงอีกครั้ง คงเป็เพราะเืที่ไหลอาบลงมาปิดตาทั้งสองข้างของข้านั้นเริ่มแห้งกรังหรืออย่างไร หรือเป็เพราะสติของข้ากำลังจะขาดไป... เื่บ้าทั้งหมดนี้มันคงเป็ความฝันสินะ
พลันแสงสุดท้ายก็ดับวูบลง..