ตอนที่เก้าสิบ The Chosen One 10
ผมมองจินนี่ที่พูดไปเรื่อยเปื่อยว่าไปดูขั้วโลกเหนือตรงไหนมาบ้างักพักจนตะวันเริ่มขึ้นสูง
ผมส่ายศีรษะและกล่าวว่า
“เจ้าไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดีใช่หรือไม่ล่ะ?“
จินนี่หยุดชะงักกึก
การพล่ามเรื่องราวตั้งแต่เช้าจนตะวันโด่งหยุดลงทันที
“นี่ล่ะคืออิสระล่ะเมื่อหนทางข้างหน้าเปิดกว้าง ทางเลือกมีมากมายนับไม่ถ้วนเราจะไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไปดี”
ผมตบบ่าจินนี่ที่คอตกเศร้าสร้อย
“แต่มันก็ยังดีกว่าไม่เป็นอิสระและไม่มีทางเลือกเอาเสียเลยไม่ต้องคิดมาก แค่ทำเรื่องที่เจ้ามีความสุขก็พอทุกคนในโลกที่เป็นอิสระก็ต้องเลือกทางของตนเองกันทั้งนั้น”
ผมกล่าวปลอบใจจินนี่
เขาไปได้ทั้งโลก เป็นอิสระแต่ก็ยังกลับมาคุยกับผมก็เพราะหลังจากถูกขังมาหลายพันปี
คงยากที่จะหารู้จักคนคุยด้วยได้
สตล็อกโฮล์มซินโดรมทำให้นายทาสกับทาสนักโทษกับผู้คุม ผู้ลักพาตัวกับตัวประกัน มีมิตรภาพกันแบบแปลกๆได้จริงๆ
เพราะเราคือสัตว์สังคมที่จะมากจะน้อยต้องมีความรู้สึกกันบ้างนั่นเอง
“อีกอย่างโลกใบนี้มีการผจญภัยมากมายคอยให้เจ้าไปเจออีกเยอะแยะถ้าเหนื่อยเจ้าก็พัก ถ้าอยากสนุกต่อเจ้าก็ไปผจญภัยต่อ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นหรอกชีวิตมันมีจังหวะของมันมันคือมาราธอนไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ไม่ต้องสนใจเปาหมายเกินไป ชมดอกไม้ข้างทางบ้าง”
ผมเก็บดอกไม้จากขั้วโลกที่จินนี่ไปเก็บมาและสาหร่ายใต้ทะเลเข้ากระเป๋าช่องมิติ
“เพราะเจ้าไปได้ทั่วโลกเพียงแค่พริบตาเดียวขั้วโลกเหนือที่เจ้าไปน่ะหากให้คนธรรมดาไปคงเขียนหนังสือได้หลายเล่มทีเดียวกว่าจะไปถึงแต่นั่นก็เป้นการเดินทางของพวกเขา การเดนทางของเจ้าก็มีสีสันไม่แพ้กันแน่ๆ”
จินนี่ก้มหน้าเมื่อผมกล่าวปลอบใจเขา
เจ้าจะไปแล้วจริงๆหรือ?
จินนี่กล่าวถามผม
ถึงสิ่งที่เราทั้งคู่พยายามจะปฏิเสธไม่เอ่ยถึงก่อนหน้านั้น