ทั้งหมดเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า อาซันเห็นเด็กเหล่านี้ก็สงสัยถามครูสม ว่าพ่อแม่ของพวกเขาไปไหนกันหมด เด็กเกือบร้อยคน ทำไมถึงถูกทอดทิ้งมากมายนัก
“ ส่วนใหญ่เด็กเล็กพวกนี้ คราวแรกเกิดจากความไม่พร้อมของพ่อแม่ จากนั้นก็มีคนเอามาทิ้งไว้บ้าง บางที่ก็เป็แถวนี้ที่พ่อกับแม่ ปล่อยให้มาอยู่ แต่ระยะหลัง พ่อกับแม่พวกเด็กๆ สูญหายไปเป็จำนวนมาก ไม่รู้หายไปไหน จึงทำให้เด็กที่นี่มีจำนวนมากขึ้นผิดปกติ อาหารที่เคยกินกันอย่างพอเพียง เริ่มขาดแคลน” ครูสมเอ่ยอย่างหนักใจ ในขณะที่อาซันมองเห็นพี่โบว์กำลังไลฟ์สดออกเฟสบุค
อาซันโทรไปหาพี่โทนี่ ให้จัดส่งข้าวสาร อาหารแห้ง ให้มาส่งที่แห่งนี้ และให้รับ
สถานสงคราะห์แห่งนี้ ให้อยู่ในความอุปถัมภ์ของมูลนิธิ ซูเทียน อย่าให้มีปัญหาเื่กินอยู่อีกต่อไป และหากเด็กถึงเกณฑ์เรียนหนังสือ ก็ให้มูลนิธิส่งเสียงให้เรียนระดับที่สูงสุดทุกคน พี่โทนี่รับคำสั่ง ไม่เกินครึ่งชั่วโมง พี่โทนี่ก็นำของมาส่ง
2 คันรถสิบล้อ เป็อาหารแห้งสามารถกินไปได้ทั้งปี สร้างความยินดีให้กับสถานสงเคราะห์แห่งนี้เป็อย่างยิ่ง และยิ่งได้รู้ว่าต่อไปจะไม่ต้องห่วงเื่อาหารและความเป็อยู่ ยิ่งมีความสุขกันไปใหญ่ และยังมีทุนการศึกษาให้อีก ทำให้พี่โบว์และเพื่อนต่างดีใจ ที่งานวันนี้ประสบความสำเร็จ
“ ครูสมครับ ศาลเ้าข้างสถานสงเคราะห์แห่งนี้ เป็ศาลเ้าอะไรครับ” อาซันสงสัย
“ ศาลเ้าแม่ตะเคียน เดี๋ยวนี้กลายเป็ศาจเ้าจีนไปแล้ว แต่ว่าไม้ตะเคียนก็ยังคงอยู่ ถ้าคุณสนใจก็เข้าไปดูได้เลย เปิดตลอด” ครูสมแนะนำ อาซันเดินเข้าไปตรวสอบทันที ก็พบว่ามีขอนตะเคียนต้นหนึ่ง ตั้งอยู่ด้านข้าง ส่วนตรงกลางมีเทพเ้าจีน เป็จำนวนมากตั้งเอาไว้ให้คนมากราบไหว้ บูชากัน อาซันมายืนอยู่ที่หน้าไม้ตะเคียน พอััไปที่ไม้ตะเคียน ก็ถูกเสียงหนึ่งเรียก
“ เ้าเป็ใคร ทำไมััข้าได้” เสียงเหมือนผู้หญิงเอ่ยเบาๆ ออกมาจากขอนไม้
“ ข้าคือยมทูต ออกมาหรือจะให้ข้าจับเ้า” อาซันขู่กลับทันที
“ ท่านยมทูต ข้าคือิญญาที่สิงสถิตในขอนตะเคียนแห่งนี้” นางตะเคียนรีบบอกกับอาซันทันที
“ เ้าไม่ไปผุดไปเกิด มาเฝ้ารออะไรในไม้ตะเคียนอันนี้ “
“ ท่านยมทูตได้โปรดเถอะข้าไม่อยากไปเกิดใหม่ ข้าไม่อยากทุกข์ทรมาณอีก
ข้าอยากอยู่อย่างสงบ ได้โปรดอย่าจับข้าไปเลย” นางตะเคียนเอ่ยขอร้อง
“ หากเ้าอยู่ เ้าอาจจะทำร้ายผู้คนได้ แล้วข้าจะเชื่อใจเ้าได้อย่างไร” อาซันก็ไม่อยากทำลายแม่ตะเคียนตนนี้
“ ข้าได้แต่ให้สัญญาเท่านั้น แล้วแต่ท่านจะกรุณา” นางตะเคียนไม่รู้จะช่วยตนเองอย่างไร
“ ข้าให้โอกาสเ้า ไม่กี่เดือนมานี้ชาวบ้านสูญหายไปหลายคน เ้ารู้ไหมเกิดจากใคร พวกเขาหายไปไหน” อาซันเอ่ยถาม
“ เื่นี้ข้ารู้ พวกเขาถูกจับไปที่ตรอกโรงหมู มีโกดังร้างแห่งหนึ่ง มีห้องใต้ดิน พวกเขาถูกจับไปเป็คนทดลองยา ข้ารู้เท่านี้” นางตะเคียนรีบเอ่ย
“ จับคนไปทดลองยา มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ” อาซันต้องรีบไปดูหน่อยแล้ว
“ อาซันหายตัวเข้าไปที่นางตะเคียนบอก ก็พบว่า ในโกดังแห่งนี้ ได้สร้างห้องทดลองชั้นใต้ดินถึง 3 ชั้น และห้องกรงขัง มีคนที่ถูกจับมาเกือบ 200 คน มันจับผู้คนมาทดลองยาอะไรบางอย่าง อาซันมองดูพวกมันฉีดยาให้ผู้คนไปทั้ง 200 คนเสร็จแล้ว
ก็ให้ผู้คนเข้าไปดูหนังประเภทซอมบี้ จากนั้นก็ปล่อยให้ออกมาไว้อีกห้องหนึ่งแล้วให้กินแต่อาหารที่แต่เืดิบๆ ทั้งหมดก็กินอาหารพวกนี้อย่างเอร็ดอร่อย
อาซันสงสัยยิ่ง ว่ามันฉีดยาอะไรให้คนพวกนี้กันแน่ จึงจับหัวหน้าหมอมาจับที่หัวเพื่อตรวจสอบก็พบว่า คนพวกนี้ถูกจับมาฉีดยาพิษปักเป้าผสมกับยามอมเมาประสาทหรือยาอี แล้วก็ล้างสมองทุกวันว่าตัวเองเป็ซอมบี้ และให้กินแต่ของดิบสุดท้ายคนพวกนี้ ก็จะมีความคิดว่าตนเองเป็ ผีดิบอย่างแท้จริง หากไปกัดคน สามารถแพร่เชื้อนี้ได้เลย
เพราะว่าพิษที่อยู่ในกระแสเืผสมกับสมองที่ถูกมอมเมาจะหลั่งสารพิษจากสมองออกมาผสมกับเืในร่างกาย จะกลายเป็เชื้อผีดิบ หากไปฉีดที่ใครผู้นั้นจะติดเชื้อทันทีหรือหากปล่อยคนพวกนี้ไปกัดใครสารจากน้ำลายพวกผีดิบก็จะแพร่สู่มนุษย์ได้อย่างง่ายดาย พวกมันทำมาถึงขั้นตอนนี้แล้ว กำลังจะทำขั้นตอนหายาถอนพิษ
นี่มันบ้าไปแล้ว จับคนมาสร้างพิษ และ จะทำการหายาแก้พิษอีกโดยใช้มนุษย์เป็ตัวทดลอง อาซันโทรบอกับผบ.วิษณุทันที เพราะแบบนี้เขาไม่มีปัญญาจัดการแน่ จากนั้น อาซันก็ออกจากที่แห่งนั้นแล้วกลับออกมาพร้อมกับเพื่อนๆ ทันที
บ่ายวันนั้นก็มีข่าวใหญ่ โกดังร้างได้ถูกหน่วยรบพิเศษบุกเข้าจับ ทุกคนได้เห็นมนุษย์ปกติ ถูกให้ทำเป็ผีดิบ เื่นี้ไม่ใช่เื่ภายประเทศไทยประเทศเดียว มีคนคาดว่าอาจมีประเทศอื่น ได้ถูกนายทุนซื้อตัวไปค้นคว้าวิจัยเื่นี้อีกหลายประเทศถ้าหากพวกมันทำสำเร็จ โลกนี้อาจถึงกาลวิบัติแน่
อาซันกับภูติน้อยแฟรี่ มาที่เมืองคาเซียนา เพื่อมาช่วยชาวเมืองที่ถูกสาปให้กลายเป็ต้นไม้ไปทั้งเมือง
“ แฟรี่ ทำไมปีศาจอิมป์ มันถึงสาปเมืองนี้เป็ต้นไม้ มันจะได้ประโยชน์อะไร”อาซันถามแฟรี่
“ ปีศาจอิมป์ มัน้าให้จับชาวเมืองเพื่อสังเวย จอมเทพมารญินที่มันบูชา หากมันทำสำเร็จ จอมเทพมารญินจะตื่นจากการหลับไหล และมันจะ จับสิ่งมีชีวิต มาเซ่นสังเวยเพื่อความเป็ะชั่วนิรันดรของมัน” ภูติน้อยแฟรี่เอ่ยเสียงเครียด
“ แล้วมันจะสังเวยวิธีไหนกัน”
“ วันที่เกิดสุริยคราส ซึ่งก็อีกไม่กี่วันนี้ พวกมันจะเผาเมืองทั้งหมดเพื่อเซ่นสังเวยให้กับ จอมเทพมารญิน” ภูติน้อยแฟรี่เริ่มจะร้องไห้
อาซันก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน พี่ใหญ่ให้มาก็มา แล้วให้เริ่มต้นจากคนที่สาป อ้าใช่แล้วคงต้องไปหาปีศาจอิมป์ ก่อนดีกว่า
“ภูติน้อย พาข้าไปหา ปีศาจอิมป์ ข้าจะจัดการกับมันเอง บางที่ฆ่ามันแล้วพวกเ้าอาจถอนคำสาปขึ้นมาก็ได้” อาซันคิดแบบนี้ แต่ว่าแฟรี่ไม่เห็นด้วย จึงพาอาซันไปหาท่านปูซีซัส ก่อน อาซันมาถึงในเมือง ทั่วทั้งเมืองกลายเป็ต้นไม้ปกคลุมไปทั่ว และมีดวงตางอกออกมาที่ต้นไม้ทุกต้น แถมมีปากพูดได้อีกด้วย อาซันมายืนอยู่ที่ต้นไทรต้นใหญ่ต้นหนึ่ง
“ ท่านปู่ซีซัส ข้าพาคนมาช่วยแล้ว” แฟรี่ะโเรียกเสียงดัง ต้นไทรปรากฏดวงตากับปากขึ้น
“ เ้าเป็ใครเ้าไม่ใช่เ้าชายแห่งรัตติกาล เ้าช่วยไม่ได้หรอก” ปู่ซีซัสเอ่ยด้วยความผิดหวัง สร้างความเสียใจให้กับภูติน้อยแฟรี่อย่างมาก เพราะไม่รู้จะไปตามเ้าชายแห่งรัตติกาลจากที่ใด
“ ท่านซีซัส ท่านบอกข้าปีศาจอิมป์อาศัยอะไร สาปพวกท่านหากเรารู้เราอาจแก้พิษคำสาปนั้นได้” อาซันเสนอไป
“ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ความจริงพวกเราเป็เผ่าพันธุ์ต้นไม้ เมื่อหลายพันปีก่อนท่านผู้สร้างได้สร้างดวงจันทร์เพื่อให้เรากลายเป็สิ่งมีชีวิต อีกรูปแบบที่เราอยากเป็ แต่ถ้าวันหนึ่งพวกเราขาดแสงดวงจันทร์ พวกเราก็จะกลายร่างเป็ต้นไม้เช่นเดิม ปีศาจอิมป์ มันใช้ปีศาจร้าย 12 ตัวสังเวยเทพแห่งความมืด ทำให้เกิดเงาิญญาขึ้นไปกลืนดวงจันทร์จนมิด ท่านผู้สร้างเคยบอกว่าเมื่อใดเมืองของเราเกิดดวงจันทร์ไม่ส่องแสง เดือนดับ ให้ตามหา เ้าชายแห่งรัตติกาล จะสามารช่วยพวกเราได้ “ ท่านซีซัสเอ่ยขึ้น
“ แล้วทำไมแฟรี่ถึงไม่กลายเป็ต้นไม้ไปด้วย” อาซันสงสัย
“ แฟรี่เกิดจากต้นไม้ อาศัยแสงจากดวงดาวดำรงชีวิต แสงจันทร์ไม่มีผลกระทบกับเธอ” ท่านซีซัสอธิบาย
“ ถ้าเช่นนั้น เราแค่กำจัดปีศาจร้าย 12 ตัวนั้นพวกท่านก็จะกลับมาเป็เหมือนเดิมใช่ไหม” อาซันลองเอ่ยถามดู
“ ใช่แล้ว แต่ว่าท่านจะไปถึงดวงจันทร์ได้อย่างไร” ท่านซีซัสสงสัย
“ ก็ต้องลองดู” อาซันขี่เมฆสีดำลอยไปบนท้องฟ้า แล้วยกมือขึ้นปล่อยยันต์จักรวาล 8 ทิศมุ่งสู่ดวงจันทร์ที่ถูกปกคลุมด้วยปีศาจทั้ง12ตัว ไม่นานก็เกิดปฏิกิริยา สัตว์ทั้ง 12 ตัวถูกดูดเข้ามาในยันต์ 8 ทิศที่ละตัว จนครบทั้ง12 ตัว
แต่ว่าแสงจันทร์ก็ยังขมุกขมัว ไม่สว่างอีก คงเป็เพราะปีศาจอิมป์ใช้เวทย์บังจันทร์เอาไว้ อาซันเลยท่องมนต์จันทรา ปรากฏว่าแสงแห่งจันทร์ส่องลงมาทั่วทิศสว่างจ้าราวกับกลาววัน ชาวเมืองคาเซียนา ค่อยกลายร่างเป็มนุษย์ตามเดิม
“ ที่แท้ท่านคือ เ้าชายแห่งรัตติกาลนี่เอง “ ท่านซีซัสเอ่ยขึ้น แล้วแสงแห่งไข่มุกที่แฟรี่ห้อยไว้ที่คอก็สว่างจ้าทันที
“ พี่ซัน ที่แท้ท่านคือเ้าชายแห่งรัตติกาลนี่เอง” แฟรี่ดีใจลอยเข้ามาหาอาซันที่ไหล่
“ แล้วทำไมไข่มุกตอนนั้นถึงไม่ส่องแสงขึ้นมาล่ะ” อาซันสงสัย
“ เพราะว่าเวลานั้นเ้ายังไม่ได้เป็เ้าชายแห่งรัตติกาลนะซิ” เสียงเย็นระเยือกลอยมา
“ปีศาจอิมป์” ท่านซีซัสเวลานี้กลายเป็เอลฟ์ผมสีเงินถือไม้เท้าเตรียมสู้ทันที
“ ไม่เจอกันนานนะ ท่านซีซัส” ปีศาจอิมป์ปรากฏร่างตัวเท่ากับภูติน้อยแฟรี่ เอ่ยทักทายท่านซีซัส
“ เ้าคิดจะทำอะไรกันแน่” ท่านซีซัสถามทันที
“ ในเมื่อคนสำคัญมาแล้ว พวกเ้าก็ไร้ประโยชน์ ท่านจอมมารญินพร้อมที่จะเกิดในร่างมนุษย์แล้ว เ้าคือคนที่ถูกเลือก” ปีศาจอิมป์ตัวจิ๋ว มองมาที่อาซัน ด้วยสายตาที่เหมือนจ้องเหยื่อ
อาซันส่ายหัว ไม่คิดว่าปีศาจอิมป์จะมีปัญญาทำร้ายเขาได้ ทันใดนั้นปีศาจอิมป์ควงไม้เท้าร่ายเวทย์มนต์ส่งเชือกสายฟ้าเข้ามารัดที่ร่างของอาซัน ทำให้อาซันขยับไม่ได้ จากนั้นท่านซีซัสปล่อยแสงออกมาใส่ร่างของปีศาจอิมป์ แต่ไม่สามารถทำได้เหมือนกับว่า ปีศาจอิมป์มีม่านคอยป้องกันเอาไว้
จากนั้นปีศาจอิมป์ ก็สวดคาถาเรียกจอมมารญินออกมาเพราะพบร่างที่เหมาะสมแล้ว ปรากฏควันสีดำขึ้นมาก้อนใหญ่แล้วก็กลายร่างเป็เงาคนแล้วก็ลอยเข้ามาหาอาสั่นอย่างช้าๆ อาซันใช้ไมโครกันยิงเข้าใส่ร่างของปีศาจอิมป์ และ จอมมารญิน ที่คิดจะยึดร่างของอาซัน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ แต่เหมือนยิงอากาศ ทั้งสองเหมือนเป็เหมือนเงาทำอะไรไม่ได้ อาซันเริ่มร้อนใจ เพราะ ไม่คิดว่าเส้นเชือกเส้นเล็กแค่นี้ ทำไมถึงตัดไม่ขาด จอมมารญินกำลังจะยึดร่างอาซัน ก็มีชายคนหนึ่งปรากฏร่างขึ้นพร้อมกับคนแคระคนหนึ่ง
“ พี่ใหญ่” อาซันะโร้องอย่างดีใจ ที่เห็นเทียนมายืนอยู่ด้านข้างเขาแล้ว