ถังเจี้ยกั๋ว หยิบเอกสารมาดูไม่กี่ครั้ง เขาก็ขมวดคิ้วมองไปยังหลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “เสี่ยวหลิว ตามความเห็นของคุณ ต้องใช้งบเท่าไหร่จึงจะพอบรรเทาทุกข์ในตำบลกวนซาน”
หลิวชิงหยู่ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดขึ้นว่า “ท่านรองนายกถัง หากมันเป็แค่ชั่วระยะหนึ่ง การช่วยเหลือปากท้องคนนับหมื่นผมคิดว่า ห้าหรือหกล้านหยวนน่าจะพอ แต่ถ้า้าฟื้นฟูคุณภาพชีวิต สร้างบ้านให้ผู้คนใหม่ ร้อยล้านก็ยังไม่พอ ที่ผมมาเพราะหวังว่าทางเทศบาลเมืองจะช่วยให้เรารอดพ้นวิกฤตไปได้ เื่อาหารและน้ำตอนนี้เป็เื่หนักหนา เราจะต้องเร่งดำเนินโดยด่วน”
ถังเจี้ยนกั๋ว ขบคิดสักพักก็พูดขึ้นว่า “ได้ผมจะให้คุณห้าล้าน เป็เงินจากกองทุนรองนายกของผม คุณนำไปจัดการปัญหาเสียก่อน ผมจะรายงานเื่นี้สู่คณะกรรมการพรรค เพื่อให้ทางคณะกรรมการพรรคจัดการประชุมหารือปัญหา” หลังจากนั้นถังเจี้ยนกั๋วก็เขียนจดหมายแล้วยื่นให้หลิวชิงหยู่พร้อมกล่าวว่า “คุณไปที่สำนักงานการเงินประจำเทศบาลเมือง แล้วยื่นโน้ตนี่ให้ฝ่ายที่รับผิดชอบในสำนักงานการเงิน สหายหลิว ผมหวังว่าเงินที่ผมให้ไป หากคุณสามารถนำไปช่วยประชาชนได้ครึ่งหนึ่งผมก็พอใจมากแล้ว”
ได้ยินคำพูดของถังเจี้ยนกั๋ว หลิวชิงหยู่ก็ตบอกแล้วพูดขึ้นว่า “ท่านรองนายกถังโปรดวางใจ ผมหลิวชิงหยู่ย่อมทำความปรารถนาคุณให้สำเร็จ และใช้เงินห้าล้านนี้เพื่อพี่น้องประชาชน”
ถังเจี้ยนกั๋วได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกชื่นชม สิ่งที่เขาอยากเห็นคือข้าราชการที่ทุ่มเทและมีใจทำเพื่อประชาชน อย่างไรก็ตามเขาเพียงตอบกลับไปอย่างเฉยเมยว่า “เอาล่ะ สหายหลิว ผมจะคอยดูการกระทำของคุณนะ."
หลิวชิงหยู่ นำโน้ตของรองนายกถังตรงไปยังสถาบันการเงินของเทศบาลทันที การที่เขาเอาเงินห้าล้านมอบให้หลิวชิงหยู่ มันทำให้หลิวชิงหยู่รู้สึกดีใจอย่างมาก สิ่งนี้มีความหมายมาก มันหมายความว่าเขาได้ทำงานเพื่อประชาชนหลังจากดำรงตำแหน่งอย่างเป็ทางการแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเดินออกมา ถังจื่อหย่งก็ติดต่อเขามาทันที “ลูกพี่เกิดเื่แล้ว ที่ห้องสมุดที่คุณไปกับหานเซียงยี่ ผมเห็นเธอถูกคนลักพาตัวไป แล้วยังได้ยินว่าพวกเขาจะพาหานเซียงยี๋ไปปรนเปรอคนที่ต้าฟู่ห่าว"
ได้ยินแบบนั้น หลิวชิงหยู่ก็รู้สึกโกรธจับจิต ดวงตาของเขาทอประกายความพิโรธออกมาอย่างเด่นชัด เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “นี่เป็ฝีมือใคร”
ถังจื่อหย่งรีบพูดทันที “ลูกพี่ ผมเดาว่าเป็ฝีมือของต่งเทียนปา เพราะเขาเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของต้าฟู่ห่าวแห่งนั้น แต่ลูกพี่ ผมรู้มาว่าพวกต้าฟู่ห่าวมีบอดี้การ์ดมากมายด้วย นอกจากนี้คนรอบตัวต่งเทียนปาที่จ้างมาก็เป็ทหารปลดประจำการกันหมด บางคนอาจมาจากหน่วยพิเศษ ให้ผมช่วยโทรบอกพ่อให้ต่งเทียนปาปล่อยคนได้ดีหรือเปล่า”
ถังจื่อหย่งไม่ทันได้พูดจบ หลิวชิงหยู่ก็วางสายลงแล้วไปที่โรงจอดรถพร้อมบอกหงซานจินทันที “คุณไปนั่งข้างคนขับ ผมจะขับเอง”
หงซานจินเห็นสายตาที่โกรธแค้นของหลิวชิงหยู่ เขาก็ตัวสั่นทันที หลังจากหลิวชิงหยู่นั่งลง เขาก็เปิดGPSนำทางขึ้นมา แล้วเขาก็พบตำแหน่งว่ากำลังไปย่านห่าวเหมิน เมื่อได้พิกัดตำแหน่งเขาก็เหยียบคันเร่งพุ่งตัวออกไปทันที หงซานจินที่นั่งด้านข้างก็รีบดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดในทันที
หงซานจินไม่เคยคิดเลยว่า หลิวชิงหยู่จะขับรถเร็วขนาดนี้ ความเร็วที่รถวิ่งมันคือความเร็วสูงสุดั้แ่ต้น และไม่มีท่าทีจะแตะเบรก เขารีบตรงไปยังต้าฟู่ห่าวให้เร็วที่สุด โดยไม่สนใจสัญญาณไฟแม้แต่น้อย
ในเวลานี้ พวกนักลงทุนก็อยู่กับ ต่งเทียนปา ด้านข้างของพวกเขาก็มีลูกน้องที่เดินมาพร้อมหานเซียนยี๋ “ลูกพี่ผมจับเธอมาแล้ว”
หานเซียงยี๋มองไปยังต่งเทียนปา ก็สาปแช่งขึ้นมา “ต่งเทียนปา รีบปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ปล่อยแกจะได้รู้จักความน่ากลัวของพี่หลิวแน่”
สายตาที่เ็าของต่งเทียนปาทอประกายความเย้ยหยัน ก่อนจะหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า “ ฮ่าฮ่า หลิวชิงหยู่ก็แค่นายกตัวเล็กๆ ฉันไม่สนใจมันหรอก” ต่งเทียนปา มองไปยังเรือนร่างของหานเซียงยี๋แล้วแสยะยิ้มพูดว่า “นังโสเภณี ไม่ใช่ว่าแกกล้าลองดีกับฉันหรือ ฉันจะจับแกไว้รับแขกที่ต้าฟู่ห่าวทุกวัน ในตอนนี้นักลงทุนชาวญี่ปุ่นสองคนได้จ่ายค่าตัวมาสูง หวังจะได้เด็กสาวหน้าตาดี และฉันจะส่งแกไปให้พวกเขา รับรองว่าแกได้สนุกสนานแน่นอน มา เอาตัวนังนี่ไปให้นายทุน”
หานเซียงยี๋ะโออกมาพร้อมดิ้นรนขัดขืน แต่เธอก็ถูกพาตัวออกไปในท้ายที่สุด
ในตอนนี้ หนึ่งในลูกน้องต่งเทียนปา ก็พูดขึ้นว่า “ลูกพี่เด็กสาวนี่ คือของดีทำไมคุณไม่เก็บไว้เล่นเอง”
ต่งเทียนปายิ้มขึ้นแล้วพูดว่า “นังเด็กนี่ฤทธิ์เยอะไป ฉันกลัวว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น และฉันรู้สึกได้ว่านังเด็กนี่มีภูมิหลังไม่น้อย และมันจะเป็ปัญหากับฉันด้วย หากให้นักลงทุนสองคนนั้นลงมือแทน พวกเราก็จะขจัดความเสี่ยงไปได้ เป้าหมายของเราในวันนี้คือให้ไอ้หลิวชิงหยู่ มันจะได้รู้ว่า คนที่กล้าทำให้ฉันไม่พอใจ จะมีจุดจบอย่างไร บอกคนพวกนั้นว่าอย่ารีบส่งตัวหานเซียงยี๋เร็วเกินไป เมื่อหลิวชิงหยู่มาถึงประตู ฉันจะให้หลิวชิงหยู่มันเห็นน้องสาวของมันโดนข่มขืนด้วยตัวเอง” ต่งเทียนปา กล่าวขึ้นนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น
หลังจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วต่อสายหาหลิวชิงหยู่แล้วพูดขึ้นว่า “หลิวชิงหยู่ น้องสาวแกอยู่ในกำมือฉัน หาก้าช่วยก็มาที่ต้าฟู่ห่าว รีบมาล่ะ ไม่งั้นฉันกลัวว่าน้องแกจะเสร็จนักลงทุนชาวญี่ปุ่นไปก่อน” หลังจากพูดจบเขาก็วางสายลง
ในตอนนี้หลิวชิงหยู่ที่กำลังขับรถ เมื่อได้ยินคำยั่วยุของต่งเทียนปา เขาก็โกรธยิ่งขึ้น จากเดิมที่เขาใช้เวลาขับประมาณยี่สิบนาที เขาก็มาถึงได้ในห้านาที และเขาก็ตรงดิ่งไปยังตำแหน่งของ ต่งเทียนปาทันที
ในที่สุด หลิวชิงหยู่ก็มาถึงประตูของ ต้าฟู่ห่าว
ต้าฟู่ห่าว เป็คลับบันเทิงระดับไฮเอนด์ ของเทศบาลเมืองชางชาน มันมีพื้นที่นับหมื่นตารางเมตรและมีประติมากรรมการแกะสลักที่งดงาม
และตอนนี้ ด้านหน้าประตู ก็มียามถือกระบองจำนวนแปดคนยืนอยู่
หลังจากลงจากรถ หลิวชิงหยู่ก็ไม่ได้รอช้าเขารีบวิ่งไปที่ประตูทันที
ในตอนนี้เมื่อพวกยามเห็นหลิวชิงหยู่พวกเขาก็วิ่งเข้ามาพร้อมกระบองในมือ
แล้วฟาดมาที่เขาอย่างหนักหน่วงและดุดัน
โชคดีที่หลิวชิงหยู่มีฝีมือฉกาจ เขาเคลื่อนกายหลบเลี่ยงกระบองที่ฟาดหวดลงมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนัก จากนั้นก็พุ่งเข้าไปประชิดอีกฝ่ายแล้วจับกระบองของชายคนหนึ่งที่กำลังง้างมันขึ้น และเตะเข้าไปที่ยามสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ไม่ช้าเขาก็ชิงกระบองสองด้ามมาไว้ในมือ
เมื่อหลิวชิงหยู่วิ่งตรงมาในห้องโถง เขาก็พบชายภายใต้ชุดสูท ร่างกำยำสี่คนยืนอยู่ตรงกลาง ทั้งสี่ยืนนิ่งเฉย ด้วยลักษณะของพวกเขา หลิวชิงหยู่ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาเคยเป็ทหารมาก่อน และยังเป็ทหารสังกัดกองกำลังพิเศษด้วย
เมื่อเห็นทั้งสี่ หลิวชิงหยู่ก็พูดขึ้นว่า “ใครกล้าขวางฉันมันต้องตาย”
ชายทั้งสี่ยิ้มขึ้น ชายคนหนึ่งชิงพูดอย่างไม่พอใจว่า “ปากดี ปากดีเกินไปแล้ว ฉันจะซัดแกให้หมอบเดี๋ยวนี้!” เมื่อพูดจบเขาก็ดีดร่างเข้าหา ระหว่างยกแขนขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนสายตาของหลิวชิงหยู่ ก่อนจะเตะไปที่หว่างขาด้วยเท้าขวา หวังจะสยบคู่ต่อสู้ในม้วนเดียว
หลิวชิงหยู่ไม่พูดพล่ามอะไรมาก เขาดีดตัวถอยออกมาจากระยะมือของศัตรูแล้วหมุนตัวเตะขาขวาเข้าที่ศีรษะของอีกฝ่าจนหมดสติคาบาทา หลังจากนั้นหลิวชิงหยู่ก็เดินผ่านทั้งสามไปอย่างรวดเร็ว เวลาไล่เลี่ยกันทั้งสามคนที่เหลือก็กระอักเืออกมา ก่อนจะล้มกองกับพื้น เมื่อผ่านทั้งสามมาได้ เขาก็ตรงไปยังเคาท์เตอร์ แล้วกระชากคอพนักงานต้อนรับที่เคาท์เตอร์แล้วพูดขึ้นว่า “เด็กสาวที่ถูกจับมาอยู่ที่ไหน”
พนักงานต้อนรับก็ใในท่าทีของหลิวชิงหยู่เขาสั่นกลัว จนกล่าวออกมาว่า “อยู่ที่สำนักงานของผู้บริหารต่ง”
"สำนักงานของต่งเทียนปาอยู่ที่ไหน?” หลิวชิงหยู่ถามอีกครั้ง
“ห้อง 308 ที่ชั้นสาม”
หลิวชิงหยู่ปล่อยคนไป แล้ววิ่งขึ้นบันไดไปที่ชั้นสาม
อย่างไรก็ตามเมื่อเขามาถึงชั้นสอง เขาก็เห็นชายที่ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็ขวางเขาเอาไว้
คนผู้นี้มองมายังหลิวชิงหยู่ด้วยสายตาเ็าแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่เลวนี่ ถึงกับฝ่าสองด่านนั้นเข้ามาถึงที่นี่ได้” ในขณะที่เขาพูด เขาก็สะบัดมือพริบตานั้นแสงสีเงินก็พุ่งเข้าหา หลิวชิงหยู่ ในความคิดของเขา หลิวชิงหยู่จะต้องใช้กระบองป้องกันไว้แน่นอน และหากหลิวชิงหยู่ทำแบบนั้น เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถฉวยจังหวะจัดการกับ หลิวชิงหยู่
แต่สิ่งที่น่าใก็เกิดขึ้น หลิวชิงหยู่หลบออกข้างแล้วเขวี้ยงกระบองใส่หัวของชายคนนั้นจนหงายหลังไป
คิดจะอวดตัวว่ามีความสามารถงั้นหรอ ต่อหน้าหลิวชิงหยู่ การทำแบบนั้นไม่มีใครรอดสักราย
หลิวชิงหยู่ไม่ได้หยุดพัก เขาวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสามทันที
ตอนนี้ในห้อง 308 ต่งเทียนปา กำลังพูดคุยกับลูกน้องคนสนิท
ต่งเทียนปาพูดขึ้นว่า “มาทายกันว่าหลิวชิงหยู่จะไปได้ถึงไหน?”
หนึ่งในลูกน้องพูดขึ้นว่า “ผมคิดว่าอย่างมากก็ชั้นสอง ชั้นสองมีเถาจื่อเฉียงอยู่ เขาคือหนึ่งในทหารที่มีความสามารถระดับสูงของกองกำลังพิเศษ อาวุธที่เขาใช้คือลูกตุ้มโซ่สีเงิน ในชางชานแห่งนี้ ไม่มีใครสามารถต่อกรกับเขาได้ แม้ในจังหวัดไป๋หวินเองเขาก็เป็อันดับต้นๆ ส่วนชั้นสามไม่ต้องพูดถึง เพราะชั้นสามมีหูซานเฉวียนอยู่ เขาเป็ปรมาจารย์หมัดมวยแค่หนึ่งหมัดของเขาก็สะท้านไปทั่วไป๋หวินไม่มีใครในจังหวัดสามารถทนรับหมัดของเขาได้เกินสามหมัด แม้เป็เถาจื่อเฉียง ก็ยังต้องเคารพเขา”
ต่งเทียนปาพยักหน้ายอมรับความเห็นของลูกน้องคนนี้
อย่างไรก็ตามในตอนนี้พวกเขาไม่ได้สนใจกับกล้องวงจรปิดเลย ตอนนี้ปรมาจารย์ที่ชั้นสามกำลังสู้กับหลิวชิงหยู่
หลิวชิงหยู่ชกออกไปแค่หมัดเดียว ปรมาจารย์หมัดมวยก็กระเด็นกระแทกติดกำแพง ก่อนจะหมดสติไป
หมัดนั้นหนักมาก ในหมัดที่หนักแบบนั้น มันยังเปี่ยมไปด้วยพลังกายและความมุ่งมั่น โดยเฉพาะตอนที่ หลิวชิงหยู่ กำลังโกรธจัด ด้วยความเร่งรีบเขาจึงทุ่มกำลังทั้งหมดกระแทกใส่แขนของปรมาจารย์หมัดมวยคนนั้น ส่งผลให้แขนอีกฝ่ายหักผิดรูป
ในห้อง 308 ต่งเทียนปา กำลังพูดคุยกับลูกน้องคนสนิท หลิวชิงหยู่ก็เตะประตูเข้ามา ก่อนที่พวกต่งเทียนปาจะได้ตอบสนอง หลิวชิงหยู่ก็กระชากคอต่งเทียนปาขึ้นมา แล้วพูดด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารว่า “น้องสาวฉันอยู่ไหน!”