“พี่ครับเป็ยังไงบ้างครับ?”
ผมเดินตรงไปถามหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงอย่างรู้สึกผิด
“ก็ตามที่เห็นแหละไม่ได้เป็อะไรมากหรอก”
เธอตอบพร้อมกับยิ้มให้ผม
“ฮึ!!ไหนบอกว่าจะดูแลตัวเองอย่างดีไงครับเมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็เพิ่งจะ.....”
คุณหมอพูดขึ้น
“อุบัติเหตุน่ะอุบัติเหตุ!!”
พี่จูเลียพูดขัดก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค
“...................”
เหมือนพวกเขาจะรู้จักกันเลยเดี๋ยวนะ.....คน ๆ นี้ก็เป็เพื่อนของเธอในกลุ่มเมื่อตอนนั้นเช่นกันนี่แล้วเขาก็คงจะหมายถึงเหตุการณ์หน้าร้านสะดวกซื้อในตอนนั้น
“คุณต้องรักษาตัวดูอาการอีก2-3 วันนะครับ แล้วอีก 1 เดือนค่อยมาเอ็กซเรย์อีกครั้ง โดยในขณะเข้าเฝือกควรอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับเพื่อให้กระดูกกลับมาเชื่อมต่อกัน ถ้าดูแลดี ๆ อีก2 เดือนก็ถอดเฝือกได้”
คุณหมออธิบาย
“ไม่ฉันจะกลับวันนี้เลย”
พี่จูเลียพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ก็เข้าใจว่าไม่อยากอยู่ที่นี่แต่ตอนกลางคืนอาจจะมีไข้ขึ้นสูงได้ ่ระยะแรกต้องดูแลอย่างใกล้ชิด”
คุณหมอบอก
“ฉันดูแลตัวเองได้แล้วก็เื่นี้ห้ามไปรายงาน เข้าใจ?”
พี่จูเลียไม่ฟังคำของอีกฝ่ายเลย
“เอาจริงเหรอ? ทั้ง ๆที่อยู่คนเดียวอะนะ ถ้าขยับมากมันอาจจะอันตรายก็ได้ แล้วถ้าเป็แบบนั้นเวลาที่ต้องใช้ในการรักษาก็จะยิ่งนานขึ้นนะ”
คุณหมอเปลี่ยนจากที่พูดสุภาพมาพูดแบบเป็กันเอง
“จ้างคนดูแลเอาก็ได้น่าอย่าบ่น”
พี่จูเลียยังคงดื้อดึง
“เฮ้อ........ถ้างั้นก็จะนัดดูอาการทุก2สัปดาห์ละกัน ถ้าไม่ดีขึ้นจะให้นอนโรงพยาบาลยาว ๆ ไปเลย”
คุณหมอขู่
“รู้แล้ว ๆ”
เธอตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก
“........................”
ผมได้แต่ยืนนิ่งมองพวกเขาเถียงกัน
“ฝากคุณช่วยดูแลคนไข้ด้วยนะครับนี่ไปสั่งยาครับ”
คุณหมอส่งใบสั่งยามาให้ผมก่อนจะเดินส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจออกจากห้องไป
“ครับ”
ผมรับมาดูแต่ก็อ่านไม่ออกอยู่ดีแหะ คุณหมอนี่ลายมือเป็แบบนี้กันหมดเลยรึไง
“ผมขอโทษนะครับที่พี่ต้องมาเป็แบบนี้เพราะผมแท้ ๆ เลย”
รู้สึกผิดจังเลยแหะ
“งั้นก็มาดูแลพี่ซะสิ”
เธอพูดแบบยิ้มๆ
“ครับ?! อ่า........ครับ ผมจะดูแลจนกว่าพี่จะหายเองครับ”
อย่างน้อยก็ต้องรับผิดชอบหน่อย
“เอ่อ........เอาจริงเหรอ?พี่พูดเล่นเองนะ”
พี่จูเลียทำสีหน้าเหมือนไม่ได้ความหวังว่าคำตอบจะออกมาเป็แบบนี้
“ครับผมจะทำให้ดีที่สุดครับ งั้นผมไปเอายามาก่อนนะครับ แล้วจะรีบกลับมาครับ”
ผมออกมารับยาแต่พยาบาลบอกว่าไม่ต้องจ่ายค่ารักษา
แปลกจังปกติก็ต้องจ่ายค่ารักษาตอนรับยาไม่ใช่เหรอ? ถึงผมจะมีเงินติดตัวไม่มากแต่ก็น่าจะพอจ่ายอยู่นะ
“พี่ครับ!! เปลี่ยนเสื้อผ้าั้แ่เมื่อไหร่ครับ? คุณหมอเพิ่งบอกว่าให้อยู่นิ่ง ๆนี่ครับ”
เมื่อผมกับมาก็เห็นว่าพี่จูเลียเปลี่ยนมาใส่ชุดของเธอแล้ว
“ชุดพี่ใส่ง่ายจะตาย”
เธอแย้ง
“ครับๆ แต่ว่าเมื่อกี้ตอนที่ผมไปรับยา คุณพยาบาลบอกว่ายังไม่ต้องจ่ายค่ารักษาผมก็เลยคิดว่ามันแปลกมากเลยครับ”
ผมบอกเธอ
“ฉันจ่ายเป็รายเดือนน่ะ”
เธอตอบอย่างเรียบง่าย
“ครับ?มีแบบนั้นด้วยเหรอ”
หรือว่าพี่เขาจะเข้าโรงพยาบาลบ่อย
“เรากลับกันเถอะ”
เธอพูดพลางพยายามจะลงจากเตียงผมจึงเลื่อนรถเข็นไปใกล้ ๆ เตียง
“ขออนุญาตนะครับ”
ผมอุ้มเธอลงมานั่งที่รถเข็น พยายามให้เธอเคลื่อไหวน้อยที่สุด
“เพิ่งรู้ว่าการโดนอุ้มนี่มันก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ”
เธอมองหน้าผมแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่แววตาแบบนั้นของเธอบางทีก็ทำให้ผมรู้สึกขนลุกอยู่เหมือนกัน
“พี่อยู่ที่ไหนเหรอครับ?”
ผมถามหลังจากที่พวกเรานั่งอยู่ในรถ
“รู้จักคอนโด JLรึเปล่า?
“คอนโดหรูๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยน่ะเหรอครับ”
“ใช่ที่นั่นแหละ”
JL นี่มันเป็บริษัทของพี่เขานี่นาตอนแรกที่ให้นามบัตรมาก็ยังสงสัยอยู่ แต่พอมาเจอกันที่สัมมนาก็เลยมั่นใจว่าเป็คนเดียวกันแน่ๆ ใช้เวลาแค่ไม่กี่ปีก็เบียดบริษัทั์ใหญ่อย่าง...ยองจู.....ตกกระป๋อง
ไม่คิดว่าประธานบริษัทจะเป็ผู้หญิงตัวเล็กๆ และบอบบางขนาดนี้
ไม่ธรรมดาจริง ๆ
กริ๊งงง!!
เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น
“ช่วยรับโทรศัพท์ให้หน่อยได้ไหมครับ”
ผมขอให้เธอรับให้เพราะผมกำลังขับรถอยู่
“งั้นเดี๋ยวจะเปิดเสียงให้ละกัน”
เธอหยิบโทรศัพท์จากในกระเป๋าสะพายของผม
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ”
“เฮ้ยยุน!!คือว่าตอนนี้พวกเขาจะคุมสถานการณ์ได้แล้วแต่ว่า........ตึกที่พวกเราอยู่มันไม่มีอะไรเหลือเลย”
เสียงปลายสายฟังดูเศร้าๆ
“เอ่อ........แล้วมีใครเป็อะไรไหม”
ผมถาม
“ไม่มีใคราเ็แต่เราต้องแย่แน่ ๆ เลย ทั้งรายงาน หนังสือ เสื้อผ้า เงิน ทุกอย่างมันหายไปกับไฟหมดแล้วถึงเ้าของตึกจะจ่ายค่าชดใช้ให้ แต่ก็คงจะต้องใช้เวลา ฉันยังดีที่มีญาติอยู่ไม่ไกลพอที่จะไปหาที่ซุกหัวนอนได้ ถึงจะไม่ค่อยอยากจะพึงพาพวกเขาก็เถอะ แต่แกอะจะทำยังไง”
น้ำเสียงเขาดูกังวน
“อ่า........งั้นคงต้องไปดูก่อนเื่อื่นเดี๋ยวค่อยคิดอีกที”
ผมตอบปลายสายเพราะผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงดี
“เอางั้นเหรอ?แล้วแกอยู่ไหน? จะมาเมื่อไหร่?”
“อีกไม่เกิน30นาทีถึง”
“อืมๆ”
..........ตื้ดดด..........
สายตัดไปเมื่อผมขับมาถึงคอนโดของพี่จูเลียพอดี
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
พี่จูเลียถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่มีอะไรหรอกครับแค่ไฟไหม้หอพัก”
ผมอุ้มเธอขึ้นรถเข็นอีกครั้ง
“นั่นเรียกว่าไม่เป็ไรเหรอ?”
เธอหันหน้ามามองผม
“ครับหวังว่านะ..... แล้วพี่อยู่ชั้นไหนเหรอ?”
ผมถามระหว่างรอลิฟต์
“ชั้น13 ห้อง 1310”
“เดี๋ยวผมจะออกไปดูสถานการณ์ที่หอพักแล้วก็จะซื้ออะไรมาให้กินนะครับ”
ผมบอกเธอขณะเข้ามาในลิฟต์และกดชั้น
“ได้สิ”
เธอเหมือจะค้นหาอะไรสักอย่างในกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอ
“เวลาจ่ายก็ใช้นี่นะ”
เธอยื่นบัตรใบหนึ่งมาให้
“ไม่เป็ไรครับเดี๋ยวผมจัดการเอง”
ผมปฏิเสธ
“พี่กำลังเก็บสะสมแต้มในบัตรน่ะจะเก็บไว้แลกรางวัล ดังนั้นก็ใช้ ๆ มันซะ”
เธอพูดพร้อมกับยัดบัตรใส่มือผม
“ครับๆ ว่าแต่รางวัลคืออะไรเหรอครับ?”
มันใช้เก็บแต้มแลกรางวัลจริงดิ?เบล็คการ์ดเนี่ยนะ
“เป็ตุ๊กตาแมวน้อยที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกฉันอยากได้มากเลยล่ะ มันน่ารักสุด ๆ ไปเลย”
ใบหน้าเธอดูมีความสุขขึ้นทันตาเห็น
“ห้องนี้สินะครับ”
ผมเข็นรถเข็นมาอยู่ที่หน้าห้อง1310
“ใช่รหัส 22022025”
เธอพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“เอาจริงเหรอครับ?”
ผมถามด้วยความรู้สึกแปลกใจพร้อมกับกดรหัส
“รหัส22022025จริง ๆ สินะครับ”
ผมเปิดประตูเข้าไป
รู้สึกเหมือนห้องนี้จะใหญ่กว่าห้องอื่นๆ ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ มีห้องอยู่ด้านในอีก 2-3ห้อง
“ไปที่ห้องนอนเลยไหมครับ”
ผมถาม
“ก็ดีนะง่วงมากเลย”
ดูเหมือนว่าเธอจะเหนื่อยจริงๆ
ผมอุ้มเธอขึ้นเตียงถึงจะอุ้มเธอหลายครั้งแล้วแต่อุ้มขึ้นเตียงนี่มัน........
“ทำไมหน้าแดงจังไม่สบายเหรอ?”
เธอถามในขณะที่อยู่ในอ้อมแขนของผม
“เสียงหัวใจก็เต้นเร็วมากเลยนะ”
เธอมองหน้าผมพร้อมกับอมยิ้ม
“ก็พี่ตัวหนักนี่ครับ”
ผมพูดด้วยใบหน้าที่นิ่งที่สุด
“งั้นเหรอ?คงเหนื่อยสินะ งั้นมานอนด้วยกันไหม?”
เธอพูดขณะที่ผมวางเธอลงบนเตียงนุ่มๆ