จวนเ้าเมือง
"คุณหนูถึงจวนเ้าเมืองแล้วขอรับ"
ฮวาหลินลืมตาตื่นจากเสียงเรียกของเว่ยกู่ที่นางถามชื่อระหว่างทาง
"นี่น่ะหรือ จวนเ้าเมือง"
ฮวาหลินมองจวนที่ใหญ่โตกินพื้นที่มากกว่าจวนอื่น ก็สมกับฐานะเ้าเมืองล่ะนะ นางเดินมาหยุดที่หน้าจวนที่มีทหารกันไว้ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม นางเลิกคิ้วอย่างงงๆ
"มีเื่อันใดเด็กน้อย ที่นี่คือเขตหวงห้ามจะเข้าได้ต้องได้รับอนุญาตกับเ้าเมืองก่อน"
ทหารนายหนึ่งกล่าวขึ้นเพื่อให้รับรู้ว่าที่นี่เข้าออกไม่ได้ง่ายๆ พร้อมนางมองรอบๆมีทหารมากกว่าสิบนายด้วยซ้ำ จะคุมเข้มเกินไปมั้ง เป็ถึงเ้าเมืองอย่างกับพระาา ถ้าเป็าาจะขนาดไหนเนี่ย
"ข้ามีเื่ติดต่อซื้อที่ดิน"นายทหารคนหนึ่งได้ยินก็หันไปพูดอะไรสักอย่างกับนายทหารอีกคน นายทหารคนนั้นได้ฟังคำสั่งก็รีบเข้าไปด้านในจวนทันที
"เ้าโปรดรอสักครู่ ข้าให้คนของเราไปแจ้งท่านเ้าเมืองแล้ว"นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะนางก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร รอไปประมาณ1เค่อ นายทหารคนเดิมก็วิ่งกลับมาแจ้งกับนางที่ยืนด้านหน้าประตูจวนอยู่
"แม่หนู ท่านเ้าเมืองอนุญาตแล้ว โปรดตามข้ามาได้ "นายทหารคนนั้นกล่าวแล้วเดินนำไปทันที นางก็เร่งเดินตามอย่างว่องไวเพราะไอ้ทหารบ้านั้นเล่นพูดจบแล้วเดินนำโดยไม่บอกไม่กล่าว หึย!
ทั้งสองนายทหารและเด็กน้อยเดินมาหยุดที่เรือนกลางหลังหนึ่งห่างประตูจวนก็ไม่มาก เท่าไหร่ โดยรอบๆจวนมีเรือนรับรองล้อมรอบหลายเรือน นางคิดว่า ครอบครัวเ้าเมืองมีกี่คนกันแน่ ทำไมเรือนต่างๆมันเยอะขนาดนี้ นายทหารนั้นที่พามาหยุดด้านหน้าประตูหนึ่งก็เอ่ยขึ้นเพื่อกล่าวบอกแก่คนภายในให้รับรู้
"ท่านเ้าเมืองขอรับ ข้าน้อยพานางมาเข้าพบแล้วขอรับ"ไม่นานเสียงด้านในก็กล่าวตอบกลับมา
"เข้ามาได้"เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนเปร่งออกมาทำให้นางรู้ว่าชายผู้นี้ น่าจะโหดนะ ดูจากน้ำเสียงแล้ว พอดีเืสายลับมันแรง สำรวจวิเคราะห์ไปหมด หึหึ แม้กระทั่งแค่ได้ยินเสียงก็รับรู้ถึงนิสัยใจคอแล้ว
"แม่หนูเ้าเข้าไปได้"นางพยักหน้าพรางพาตนเองก้าวเข้าไปข้างในที่มีนายทหารคนนั้นเปิดประตูให้. นางเข้ามาก็เจอร่างชายวัยกลางคนนั้นนั่งที่โต๊ะทำงานพร้อมเอกสารมากของเมืองที่ตนดูแล ด้วยใบหน้าเงียบขรึม ไม่มองคนมาใหม่สักนิดเหมือนนางเป็อากาศธาตุ นางเดินมาหยุดห่างจากเ้าเมืองคนนั้นไกลนิดๆแล้วเงียบเพื่อรอเขาเปิดปากพูด นางรอไป1เค่อ จนอึดอัด นางกำลังจะเปิดปากเขาก็พูดขึ้นมาทันที ทำให้นางหงุดหงิดไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร
"เด็กน้อยเ้าจะไม่พูดอะไรหรือ ทั้งที่มาขอพบข้า"เขาเงยหน้ามามองเด็กน้อยก็ชะงักไปแปบหนึ่งก็ทำหน้าปกติเช่นเดิม ที่เขาเป็แบบนั้นเพราะเด็กน้อยที่เขาเจอไม่คิดว่าจะปกปิดระดับที่มีถึงจอมปราชญ์ขั้นกลางขนาดนี้ ด้วยอายุเท่านี้. อัจฉริยะเกินไปแล้ว เมืองเขาไม่มีผู้ใดมีระดับเท่านางด้วยซ้ำ นอกจากอายุ35ปีขึ้นไปเท่านั้น น่าสนใจจริงๆ
"ข้า ฮวาหลิน มาขอติดต่อซื้อที่ดินในเมืองนี้เ้าค่ะ"ฮวาหลิน เริ่มจะอยากซัดมีดทำครัวใส่ชายผู้นี้จริงๆ ที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาเพราะรอให้นางเอ่ยนี่เอง
"ข้ารู้แล้ว"รู้ก็ยังจะถามอีก นางกล่าวโทษในใจทำไมวันนี้นางอารมณ์เสียบ่อยจัง เป็ประจำเดือนป่าวว่ะ
"เชิญมาดื่มน้ำชาคุยกันดีกว่าเด็กน้อย"เขาลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินไปที่นั่งดื่มชากลางโถง นางก็เดินไปอย่างว่าง่าย
"ดื่มน้ำชาก่อนเถิด"เขารินชาในแก้วให้นางแล้วก็ยกของตนเองดื่ม นางก็ดื่มตาม ชาที่หอมกรุ่นนั้นช่างถูกปากนางนัก อากาศเย็นๆแบบนี้กินของอุ่นๆช่างเข้ากันดี พลอยให้นางใจเย็นลงบ้าง
"ข้านามว่า ผิงเฟิง "เขากล่าวแนะนำตนด้วยใบหน้านิ่ง ตาที่จ้องนางบ้างก็แค่แปบเดียวเพราะนางสบขึ้นมาก่อน
"ยินดีที่ได้พบท่าน "เขาพยักหน้าตอบเช่นกัน ทั้งคู่เงียบกันไปสักพัก เขาก็เอ่ยขึ้น
"ตระกูลฮวารึ เ้าคงไม่ใช่คนเมืองนี้สินะ เพราะไม่มีชื่อตระกูลใบเอกสารราชฎรษ์เลย ขออภัยพอดีข้าความจำดีเลยจำได้ทุกตระกูลในเมืองนี้ "เขากล่าวบอก ที่แท้ที่เงียบบเพราะใช้ความคิดว่ามีตระกูลของนางด้วยหรือในเมืองของเขา นางก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะ เป็ถึงเ้าเมืองจะจำรายชื่อตระกูลได้หมดก็ไม่แปลกหรอก ถือว่าดีด้วยซ้ำ บ่งบอกได้ว่าเขาเป็คนที่ใส่ใจคนของตนในปกครองมากนัก ผู้นำแบบนี้ช่างหายากจริงๆ
"ใช่ ข้ามาจากต่างเมือง ตัวข้าน้อยนั้นครอบครัวเสียสิ้นไปหมดแล้ว ข้าจึงอยากมาตั้งตนใหม่ที่เมืองนี้ จึงมาขอติดต่อซื้อที่ดินกับท่าน"เ้าเมืองผิงเฟิงได้ยินก็วูบไหวทีหนึ่งเห็นใจเด็กน้อยที่เสียครอบครัวไปตั้งเเต่เยาว์วัยขนาดนี้ ซึ่งก็นับถือใจของนางอีกด้วยที่เข้มแข็งได้ขนาดนี้ เขามองไม่ออกเลยว่านางนั้นเคยเศร้ามาก่อน ช่างเป็เด็กน้อยที่ลึกลับนัก ถ้าเขามีลูกแบบนางก็คงดีไม่น้อย เขาชอบสายตาที่เ็าดั่งเหยี่ยว นั้นน่าค้นหานัก
"ข้าเสียใจด้วยกับเ้า ส่วนเื่ที่ดินเหลืออยู่ที่เดียวที่ยังไม่มีผู้ใดซื้อ"
"เป็ที่แบบใดหรือเ้าค่ะ"
"เป็จวนเก่าของขุนนาง ที่ตอนนี้พวกเขาขายทิ้งไปอยู่ใกล้ๆวังหลวงก็ผ่านมา30ปีแล้วล่ะ."เขาเอ่ยอธิบายเพราะเขามีพื้นที่ขายมากมาย ซึ่งก็ถูกซื้อไปหมดแล้ว แต่ไม่มีใครที่จะสนใจจวนขุนนางคนนั้นเลย เพราะมันพื้นที่กว้างกว่าจวนอื่นน่ะสิ ยังแพงอีกด้วย แม้จะพื้นที่น้อยกว่าจวนของเขาแค่นิดหน่อย ก็ตาม
"ผ่านมาตั้งนาน ไม่มีใครซื้อแบบนี้คงแพงน่าดู เฮ้อ...ข้าคงไม่มีเงินถึงล่ะมั้ง"นางคิดเื่เงินว่าจะหาซื้อที่มันไม่ใหญ่เกินไป นี่อะไรเหลือที่เดียวแถมยังเป็ของขุนนางอีก เ้าเมืองผิงเฟิงมองใบหน้าที่กลัดกลุ้มก็ขบขัน
"อย่าคิดมาก แม้จะเป็เรือนขุนนาง มันก็ผ่านมา30ปี ย่อมต้องมีราคาที่ลดลง เพราะสภาพจวนนั้นก็คงมีชำรุดบ้าง ข้าไม่อาจเก็บจำนวนเต็มเดิมหรอก อีกอย่างก็ไม่รู้จะเอาำว้ทำประโยชน์อันใด ถ้าเ้าไม่ซื้อข้าก็อาจทุบทิ้งแล้วสร้างสวนดอกไม้ไว้ให้ชาวบ้านได้พักพิง "นางได้ยินก็ใจชื่นขึ้นมา แต่ก็ยังไม่อาจคิดจะซื้อได้เพราะจวนขุนนางย่อมต้องใหญ่และแพง ถึงลดก็ลดไม่เยอะหรอก
"แล้วท่านให้ราคาแบบใดเ้าค่ะ"
"อืม ถ้าเ้าซื้อจริงๆ ข้าก็จะลดให้ถึง200เหรียญแร่ "ฮวาหลินได้ยินก็ตาค้าง นั้นมันเงินทั้งหมดที่นางขายสัตว์อสูรตัวสีส้มที่ราคาสูงกว่าเพื่อนนั่น นางต้องมาเสียมันไปง่ายๆแบบนี้หรอ อีกอย่างกว่าจะได้พวกมันมาก็เกือบตายนะ ใบหน้านิ่งคิดอย่างหนักว่าจะซื้อดีไหม จนผ่านไป1เค่อ ซึ่งเ้าเมืองผิงเฟิงก็ไม่ได้รบกวนเวลาของนาง ให้นางได้ตัดสินใจเพราะเขาก็ลดสุดๆแล้ว ราคาเดิมก็ถึง1000เหรียญแร่เลยนะหรือเท่ากับ1เหรียญเพชร เขาขาดทุนไปเยอะพอควรเลย เพราะเขาเห็นแก่นางที่ตัวคนเดียว ขนาดนี้ก็เห็นใจบ้างแหละอีหอย่างเขาก็ชอบใจบุญด้วยสิแม้จะขัดกับบุคลิกก็เถอะ ขนาดเขามีลูกสาวยังไม่ได้ครึ่งของนางด้วยซ้ำ พูดแล้วเขาก็อยากได้นางเป็ลูกสะใภ้นัก แต่หากคิดไปถึงบุตรชายที่ไปเรียนที่สำนักวิหคเหมัณห์นั้นก็จนใจเพราะนิสัยบุตรชายไม่คู่ควรกับนางนัก
"ข้าตกลง"เต้าเมืองได้สติกับเสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง เขาก็ยังแปลกใจนางมีเงินเยอะขนาดนี้เชียวแต่ก็ไม่ถามอะไรนางพูดขนาดนี้ย่อมต้องมีสินเยอะเป็แน่ไม่งั้นคงไม่มาซื้อที่ดินหรอก เขาพยักหน้าแล้วปัดมือไปบนโต๊ะน้ำชาที่กั้นกลางระหว่างเขากับเด็กน้อยอยู่ โดยเผยให้เห็นเอกสารที่ดิน และเอกสารราษฎรษ์ เพื่อลงนามว่านางมีตัวตนในเมืองนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
"หยดเืเ้าลงใบที่ดินนี้ แล้วก็ลงชื่อของเ้าเพื่อยืนยันตระกูลของเ้า เพื่อบ่งบอกว่าเ้าเป็คนของเมืองนี้ตามกฎของเมืองข้า "นางพยักหน้า นำเข็มเล็กๆที่เ้าเมืองเตรียมไว้ให้ นางจิ้มลงนิ้วแล้วไปประทับลงชื่อที่นางเขียนไว้ก็เกิดแสงประกายก็ดับไป เพื่อบ่งบอกว่าที่ดินผืนนี้เป็ของนางตามกฎหมายไม่มีใครสามารถทำลายลงได้นอกจากนางจะตกตายไปหรือทำการขาย พอเสร็จก็นำหมึกไปเขียนที่กระดาษอีกแผ่นที่ว่างเปล่าทั้งหน้า ลงชื่อคำว่า ฮวาหลิน ซึ่งเป็หัวหน้าของตระกูลฮวา แล้วก็หยดเืลงไป ก็เกิดแสงจนครอบตัวหนังสือนั้น จนดับก็หายไปพร้อมตัวหนังสือเหลือไว้แต่ความว่างเปล่า นางตกตะลึงมีอะไรแบบนี้ด้วยหรือ น่าสนใจนัก ข้าอยากได้กระดาษแบบนี้แล้วสิ
"ท่านเ้าเมือง กระดาษแบบนี้มีขายหรือไม่ข้าอยากได้นัก "ผิงเฟิงได้ยินก็กล่าวบอก
"ตัวข้าไม่มีขายให้เ้าหรอก หากเ้าอยากได้ ไปซื้อที่ร้านอุปกรณ์ที่ลงอักขระเวทย์เท่านั้น เมืองเรามีร้านเดียวใกล้ๆสำนักวิหคเหมัณห์ "นางพยักหน้ายังไงนางต้องเอามาใช่ประโยชน์อย่างแน่นอน
"นี่คือเงินทั้งหมดเ้าค่ะ"นางนำแหวนมิติที่มีเงินตรา200เหรียญแร่ออกมาให้เขาทันทีที่เสร็จธุระ"ผิงเฟิงตรวจสอบแหวนนั้นก็พยักหน้าว่าครบถ้วน แม้จะแปลกใจที่นางมีเงินมากมายติดตัวขนาดนี้ หรือตระกูลนางจะร่ำรวยแต่เดิมแล้ว แต่เขาไม่ถามมากความเพราะไม่อยากสอดเื่ของชาวบ้านเท่าไหร่ หากใครอยากบอกเขาก็คงบอกเองล่ะ
"เอกสารที่ดินนี้เ้าจงเก็บไว้"เขาเอาเอกสารที่นางหยดเืลงไปให้ หลังจากรับเงินมาแล้ว นางรับมาแล้วเก็บใส่แหวนมิติของฮวาหลินคนเก่าไว้
"เสร็จสิ้นธุระข้าแล้วข้าคงต้องขอตัวลาท่าน"เขาพยักหน้าเพราะเขาก็ต้องสะสางงานบ้านงานเมืองต่อ อย่างปวดหัว เป็เ้าเมืองนี่ไม่ง่ายเลย ฮวาหลินที่ไม่อยากรบกวนเขานานเกินไปก็ลุกโค้งตัวให้แล้วเดินออกจากจวนทันที จนมาถึงรถม้าที่พี่เว่ยกู่จอดรออยู่ ใบหน้ายิ้มแย้มของเขาช่างเป็เอกลักษณ์นักยิ้มให้นางอย่างอบอุ่น คนของหอนกพิราบนี่ ช่างมีไมตรียิ่งนัก
"คุณหนูท่านจะไปที่ใดต่อขอรับ "นางคิดสักพักพรางขึ้นรถม้าก็เอ่ยบอกออกไปหน้าต่างรถม้าที่มองเห็นคนขับ
"ร้านค้าทาส"เว่ยกู่ได้ยินก็ออกตัวรถม้าทันที
ผ่านไปไม่กี่เค่อก็มาถึงร้านค้าทาสที่ใหญ่โตโดยมี ป้ายชื่อตระกูล ถัง ติดอยู่ด้านหน้า นางเดินเข้าไปก็มีเด็กน้อยที่อายุน้อยกว่าตนไม่กี่ปีเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สมกับหน้าแม่ค้าเช่นเดิมแต่คงไม่ใช่กับเดฌกคนนี้เพราะเป็เด็กที่สดใสตามนิสัยแท้ๆของนางมากกว่าแม่ค้า
"ยินดีต้อนรับพี่สาว ข้านามว่า ถังอวี่."เสียงเล็กเอ่ยอย่างสดใส พรางมองใบหน้าที่ขาวสะอาดของบุคคลเบื้องหน้าที่สูงกว่าตนเล็กน้อย นางไม่มีพี่สาว มีแต่พี่ชายตั้งสามคน แต่ก็ไม่อยู่จวนเพราะต้องไปร่ำเรียนที่สำนักวิหคเหมัณห์สาขาใหญ่ที่อยู่ใกล้วังหลวงซึ่งอยู่ห่างไกลมากนัก นางจึงต้องโดดเดี่ยวที่จวนคนเดียวเพราะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องไปเรียนที่เดียวกับพี่ชายทั้งสาม
"ข้าฮวาหลิน ้าทาส เ้าพอจะอธิบายเกี่ยวกับทาสที่ขายให้ข้าฟังได้หรือไม่"ถังอวี่ได้ยินก็ฉีกยิ้ม
"ได้เ้าค่ะ พี่สาวฮวา. ร้านของเรา ค้าทาสเป็หมวดเ้าคะ
หมวดแรก ทาสไม่มีลมปราณ แต่ร่างกายแข็งแกร่งทุกคนเพราะทางร้านเราไม่ปล่อยทาสให้เจ็บป่วยเ้าค่ะ ส่วนจำนวน1000คน ชาย600 หญิง400 ราคาคนละ 20เหรียญเงิน
หมวดสอง ทาสที่มีลมปราณขั้นผู้ฝึกถึงเวทย์ขั้นกลางเท่านั้น จำนวน500คน ชาย400. หญิง100. ราคาคนละ20เหรียญทอง
หมวดสุดท้าย และมีคนเดียวคือ ท่านปราชญ์เฒ่านามว่าจิ้นตง เคยเป็หมอหลวงของวังหลวงมาก่อน แต่ด้วยทำผิดโดยการรักษาให้จวนขุนนางคนหนึ่งจึงถูกลงโทษขายมาที่ร้านของเรา ซึ่งท่านปราชญ์เฒ่าจิ้นตงก็ยอมอย่างง่ายๆ อันนี้ข้าก็แปลกใจ แต่ราคาของท่านคงสูงกว่าหมวดไหนๆ ก็ใน ราคา 200เหรียญนิลเ้าค่ะ"ฮวาหลินรู้สึกทึ่งในการบรรยายของเด็กน้อยนั้น นางกล่าวอย่างลื่นไหนไม่มีตก อย่างเคยชิน สงสัยนางพูดจนจำขึ้นใจล่ะมั้ง พรางคิดเื่ของปราชญ์เฒ่า แพงขนาดนี้ย่อมมีดีแน่นอน เป็ไปได้หรือที่ปราชญ์เฒ่าที่เป็ถึงหมอของวังหลวงจะทำผิดพลาด ถ้าเขาไม่อยากอยู่มากกว่า อันนี้นางคิดเล่นๆคงต้องไปดูหน้าสักหน่อย
"พาข้าไปหาปราชญเฒ่าที่เ้ากล่าวได้หรือไม่"
"เ้าค่ะ ตามข้ามาด้านนี้เลย"นางเดินตามร่างเล็กที่ชวนคุยตลอดทางเดิน นางก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างพรางสำรวจทาสที่นางผ่านไปบ้าง ตามคำแนะนำของถังอวี่ อืมนางดูแล้ว ทาสทุกคนดูแข็งแกร่งมากๆแม้จะไม่มีลมปราณก็ยังแข็งแรง ช่างเป็ร้านที่ใส่ใจทาสยิ่งนัก แม้นิดน้อยก็เถอะ อย่างน้อยนางจะได้ไม่ต้องคัดคนไป ทั้งสองเดินมาถึงห้องขังสุดท้ายเป็ห้องขังเดี่ยว คล้ายนักโทษทุกห้อง มีกรงเหล็กด้านหน้าอย่างแ่านั้น ช่างดูน่าสงสารนัก
"นั่นปราชญ์เฒ่าจิ้นตงเ้าค่ะ"นางผายมือไปด้านในที่มีปราชญ์เฒ่านั่งสมาธิอยู่ นางมองไปยังร่างชราที่ นังขัดสมาธิ ผมหนวดขาวยาวจนมองแถมไม่เห็นโครงหน้า แต่ก็ดูสะอาดมากกว่าทาสตนอื่น แม้เสื้อผ้าจะเก่าขาดไปก็ตาม ระหว่างนั้นที่ฮวาหลินจ้องปราชญ์เฒ่า จิ้นตงที่รู้สึกว่ามีคนมาที่กรงขังตนก็ลืมตาขึ้นจนสายตาของทั้งคู่ประสานเข้ากันพอดี ปราชญ์เฒ่า ชะงัก สายตาแบบนี้มันช่างคุ้นนัก เขาตรวจสอบระดับของนางก็ยิ่งใเข้าไปอีก จอมปราชญ์ขั้นกลางเลยรึ ขนาดเขาอายุปูนนี้ยังอยู่ระดับจอมปราชญ์ขั้นปลายเอง ปราชญ์เฒ่าจ้องนางอย่างตกตะลึง พรางรู้สึกอยากรู้จักนางมากขึ้นเพราะความรู้สึกบางอย่างของเขาบอกว่านางเหมือนใครสักคนที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี ฮวาหลินสบตากับปราชญ์เฒ่าที่มองเห็นชายชรานั้นดูจะใที่เห็นนางแต่นางก็มองมันทันอยู่ดี นางเห็นสายตานั้น ก็เริ่มสนใจขึ้นมา มันเป็สายตาที่นางชอบนัก สายตาที่ไม่เคยโป้ปด จริงจังตลอดเวลาของชายชรา
"อืม ถังอวี่ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าอยากได้ทาสปราชญ์เฒ่านี้ และก็ทาส ไม่มีลมปราณ 100คน มีลมปราณ100 คน ชายหญิงอย่างล่ะครึ่ง ทุดหมวด ตามนั้น นี่เงินทั่งหมด"ถังอวี่ได้ยินรีบจัดแจงเรียกคนของตนออกมาแล้วไปจัดการจำนวนคนตามนั้น
"ให้เราจัดส่งไปที่ใดเ้าค่ะ"ถังอวี่ถาม ใจเต้นตุบตับไม่คิดว่าพี่สาวผู้นี้จะซื้อเยอะขนาดนี้
"อืมตามที่อยู่นี้"นางเอ่ยบอกที่อยู่เก่าของขุนนาง. ถังอวี่ก็ตะลึงนั่นมันจวนขุนนางนี่น่าที่จวนใหญ่เทียบเท่าจวนเ้าเมืองลำดับสองของเมืองนี้ ที่นางรู้เพราะตระกูลนางหรือพ่อของนางก็เป็สหายของขุนนางคนนั่น นี่จวนของท่านลุงมีคนมาซื้อแล้วหรือ
"ข้าคงต้องกลับจวนแล้วที่เหลือฝากเ้าด้วย "
"ยินดีเ้าคะพี่สาว "ฮวาหลินพยักหน้า แล้วเดินมาที่รถม้า
"พี่เว่ยกู่ กลับจวนข้าได้เลย"เว่ยกู่ขับรถม้าตามคำสั่ง ฮวาหลินที่เสียพลังไปเยอะในการทำนี่ทำนั่น จนพลอยหลับไป วันนี้นางยังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากคาบเช้า. จนตอนนี้ก็ใกล้จะมืด ฟ้าสีส้มนั้น ที่ตะวันกำลังจะตกดินช่างงดงาม
รถม้าเคลื่อนย้ายไปตามถนนที่มุ่งสู่จวนที่ฮวาหลินซื้อไว้ จุดเริ่มต้นของชีวิตต่างโลกของนางได้เริ่มขึ้นแล้ว