การผจญภัยของสามแสบ6
“อะไรนะเจ้าคะ ท่านส่งลูกของข้าไปที่นั้นหรือเจ้าคะ” ซีเหลียนฮวาเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดไป
“ใช่แล้ว ตอนนี้ดูเหมือนหลานๆ ของข้าดูจะสนุกดีด้วย เจ้าไม่ต้องห่วงพอถึงเวลาพวกเขาจะกลับมาเอง” หญิงสาวเอ่ยบอกก่อนจะหายตัวไป ทิ้งให้ซีเหลียนฮวาอยู่คนเดียว
“หวังว่าคงไม่ทำที่นั้นเละหรอกนะ” ซีเหลียนฮาพึมพำก่อนจะหลับตาลงจากนั้นก็ลืมตาขึ้นมาก็พบว่านางนอนอยู่บนเตียงเสียแล้ว สงสัยซิวเหวยหลงพานางมานอนที่เตียงเป็นแน่
อย่างน้อยก็ดีกว่าที่นี่ละนะ เพราะเฟยอี้ฟงมาหาลูกๆ ของเธอแทบจะทุกวัน แต่เพราะทุกซิวเหวยหลงกันเอาไว้ เลยนานๆ ที่จะเจอกับลูกๆ ของเธอ ไปที่นั้นอาจจะไม่เจอเฟยอี้ฟงก็ได้
“ข้ากลับไปที่นั้นดีกว่า” เฟยอี้หงที่ทำงานเสร็จก็พูดขึ้นมา เพราะเขาไม่ได้ไปที่นั้นนานมากแล้ว
“ท่านไปที่ไหนนานๆ ไม่ได้นะขอรับ” ชายชรากล่าวบอกชายคนนี้คือชายที่ตรวจสอบโอสถของซิวเหวยหลงเมื่อตอนนั้นอยู่ที่โรงประมูลนั้นเอง
“ข้าไปแค่สองสามวัน” เฟยอี้ฟงเอ่ยบอกพลางเปิดประตูมิติออกไป เขาไปนางหาทีไรก็ไม่ค่อยจะเจอเลยสักครั้ง ปานนี้นางจะเป็นอย่างไรบ้างนะ
“รอข้าก่อนนะฮวาน้อย” เฟยอี้ฟงเอ่ยยิ้มๆ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายหนีหายไปแล้ว
“ข้ามาหาหลาน” ทันทีที่เปิดประตูมิติออกมาเฟยอี้ฟงก็เอ่ยบอกทันทีด้วยสีหน้ายิ้มๆ
“ไม่อยู่” ซิวเหวยหลงเอ่ยตอบแบบไม่คิดเพราะลูกๆ ของเขาไม่อยู่จริงๆ แถมเข้าเพิ่งรู้เรื่องจากซีเหลียนฮวาว่าเด็กๆ ไปเที่ยวที่มิติที่นางเคยจากมา ถึงแม้จะไม่รู้ว่าไปด้วยวิธีใด แต่ขอให้ไม่ได้เจอเฟยอี้ฟงก็พอแล้ว
“ไปไหน” เฟยอี้ฟงเอ่ยถามทันทีพลางรู้สึกแปลกๆ เหมือนมันมีอะไรไม่ถูกต้อง
“เที่ยว” ซิวเหวยหลงตอบแค่นั้นก็จะก้มหน้าทำงานต่อไม่สนใจอีกคนที่มาหาเขาบ่อยเกินไป ก่อนจะคิดว่าเขาจะหาทางไปหาลูกๆ ของเขาไปด้วย อยู่ไกลจากเขาแล้วเขาไม่มั่นใจเลย กลัวพวกผู้ชายมันจะมาเกาะแกะลูกสาวของเขา
“พี่ๆ ฮวาอยากไปเล่นแบบนั้นบ้าง” ซิวเสี่ยวฮวาร้องบอกเมื่อเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งทำเล่นบาสกันอยู่
“เราต้องไปขอเขาเล่นด้วย” ซิวเสี่ยวซือเอ่ยบอก ตอนนี้เขากำลังหาวิธีเล่นบาสอยู่กำลังทำเข้าความใจกับวิธีการเล่นบาสไปด้วย
“นั้นสินะ ก่อนอื่นทำความเข้าใจมันก่อน” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกก่อนจะทำความเข้าใจกับวิธีการเล่นบาสไปด้วย
“เฮ้ พวกนายอยากเล่นบาสด้วยเปล่า พวกเราขาดคนพอดี” กลุ่มผู้ชายด้านล่างตะโกนขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งสามกำลังมองพวกดูพวกเขาอยู่
“แน่นอนอยู่แล้ว” ซิวเสี่ยวซานร้องตอบกลับไปทันทีพลางดูวิธีการเล่นไปด้วย ก่อนจะพยักหน้าให้กับทั้งสองไปด้วย
“พร้อมแล้ว” ทั้งสองตอบก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ไปด้วย
“เฮ้ นายไปเก็บเด็กที่ไหนมาวะเพื่อน” ชายหนุ่มตัวใหญ่เอ่ยถามพลางมองชายตัวเล็กที่สุดให้กลุ่มไปด้วยสายตาขบขันตัวเล็กแค่นี้ก็รับลูกบาสไหวเหรอ
“เขาใช้สมอง” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยตอบพลางเอียงตัวหลบแขนของอีกฝ่ายที่ทำท่าจะพาดไหล่ของนาง
“จะค่อยดูแล้วกันเด็กน้อย” ชายร่างใหญ่เอ่ยตอบสีหน้ายิ้มๆ เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย
“น้องตัวเล็กอยู่ตำแหน่งนี้ส่วนเราสองคนอยู่ด้านหน้าเลย” ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม
“เข้าใจแล้ว” ทั้งสามเอ่ยบอกพร้อมกับไปประจำตำแหน่งที่ของตัวเองทันที
ซิวเสี่ยวฮวามองชายหนุ่มตัวโตคนนั้นครู่หนึ่งก่อนกระตุกยิ้มออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่เหวอๆ เมื่อไม่สามารถกันพี่ชายทั้งสองของนางได้
“เด็กคนนั้นเร็วมาก” ชายหนุ่มที่อยู่ทีมเดียวกันกับนางเอ่ยขึ้น
ตุ้บ!!
“เตรียมตัวรับ” ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังขว้างลูกบาสมากด้วยความเร็วสูง ที่ทำได้แบบนี้นั้นก็เพราะว่าพวกเขาใช้วรยุทธ์ในการเล่นไปด้วย ถึงจะได้สนุก
พรึบ!!
ซิวเสี่ยวฮวากระโดดไปรับลูกบาสที่ลอยมา ก่อนจะชู้ตลูกบาสกลางอากาศไปด้วยความรวดเร็ว แล้วก็หันไปกระตุกยิ้มให้กับชายหนุ่มตัวใหญ่คนนั้นไปด้วยก่อนจะปัดมือไปมา
เป็นเวลานานที่พวกนางเล่นบาสจนถึงเวลาเข้าเรียนในตอนบ่ายทำให้ทั้งหมดต้องหยุดเล่น แม้อีกฝ่ายจะเสียดายที่ตัวเองทำคะแนนไม่ได้เลย
“ไม่คิดว่าจะเล่นเก่งขนาดนี้” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยบอกพลางตบไหล่ของซิวเสี่ยวซานและซิวเสี่ยวซือไปด้วย
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมเพิ่งเคยครั้งแรกเอง” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกก่อนจะพากันเดินจากไปทันที
“บ้าไปแล้ว เล่นครั้งแรกอะไรกัน เด็กนั้นต้องโกหกแน่ๆ” ชายตัวใหญ่หัวหน้าทีมอีกฝั่งร้องขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“หน้าพวกนั้นตลกจัง” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยขึ้นเมื่อได้เห็นสีหน้าของคนพวกนั้น
“วิชาต่อไปเรียนหลอมโอสถ ไปกันเถอะ” ซิวเสี่ยวซือเอ่ยบอกน้องๆ ของตัวเองก่อนจะพากันเดินเข้าห้องเรียนทันที โดยไม่คิดจะสนใจคนที่แอบดูพวกเขาอยู่
“เด็กพวกนี้ก็ไม่เลวนะ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกพลางยื่นมองทั้งสามที่เดินออกจากสนามบาสไปแล้วเรียบร้อย
“ฉันเห็นด้วย” ชานหนุ่มอีกคนเอ่ยบอกพลางพยักหน้ารับไปด้วย
“เราจะรับพวกนี้เข้ากลุ่มด้วยก็แล้วกัน ไปจัดการด้วย” ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยบอกพลางมองไปที่เด็กผู้ชายที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม
จากนอกสามแสบจะซนแล้วยังกวนโอ๊ยอีกต่างหาก