Stage 7
กิจกรรมล่าลอร์ดอินเฟอร์โน่(3)
ตูม!!!
เสียงกัมปนาทสะท้านผืนดินพัดพาเศษดินบางเบาให้ลอยมากับสายลมมาปะทะกับร่างสูงๆของใครบางคนที่ยืนอยู่บนยอดตึกที่สูงที่สุดในบริเวณดันเจี้ยนคุกร้างนิ้วมือได้รูปยกขึ้นเสยเรือนผมสีดำสนิทที่ยาวลงมาปรกหน้าเบาๆริมฝีปากเข้มคลี่รอยยิ้มสุขุม ขณะใช้ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจดจ้องไปยังภาพเบื้องล่างแน่นิ่งเสื้อคลุมสีขาวขลิบดำซึ่งมีตัวหนังสือปักไว้ด้านหลังว่า Game Master ปลิวไสวน้อยๆเมื่อต้องสายลมร้อนอบอ้าว
“มาอยู่ตรงนี้เองนะคะคุณธาดาปล่อยให้หนูตามหาตั้งนาน”
เสียงหวานหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลังเรียกสายตาของบุรุษในชุดเครื่องแบบจีเอ็มและชื่อ “ธาดา” นั้นต้องหันกลับไปมอง
“เธอมาสาย”เขาทักเสียงนุ่ม
“ก็ยังดีกว่าไม่มานั่นแหละ พี่ดาก็” คนมาใหม่ไหวไหล่เบาๆ “กว่าเครื่องของหนูจะถึงกรุงเทพฯก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้ว นี่ดีเท่าไหร่แล้วที่หนูออนมาทันกิจกรรมล่าบอสของพี่”
“แล้วเป็ยังไงบ้าง กรุงเทพที่ไม่ได้กลับมาตั้งนาน” จีเอ็มหนุ่มนามธาดายิ้มกว้าง ปรายตามองสาวน้อยผู้มาใหม่อย่างอารมณ์ดี
“ก็ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนไปเท่าไหร่นี่คะ”เ้าหล่อนตอบยิ้มๆ
หญิงสาวผู้มาใหม่เป็คนสูงเพรียวมีรูปร่างสมบูรณ์แบบชนิดที่หากมีคนบอกว่าเ้าหล่อนเป็นางแบบก็คงจะไม่มีใครกล้าเถียงผมยาวสีน้ำตาลอ่อนยาวจรดกลางหลังดัดเป็ลอนน้อยๆดูน่ารักราวกับตุ๊กตารับกับดวงตากลมโตคู่สวยที่ส่องประกายระยับยามกวาดมองทัศนียภาพโดยรอบ
“ว่าแต่ไม่ได้เจอกันแค่สองสามเดือน ดูเหมือนจะเปลี่ยนลุคใหม่น่ารักขึ้นเยอะเลยนะครับเนี่ยคุณวารี”คำชมที่คนฟังได้แต่หัวเราะขำแล้วส่ายหน้าวืด
“แหม พี่ดา ชมหนูไปก็ไม่มีอะไรจะให้หรอกนะคะ” พูดจบเ้าหล่อนก็ขยับยิ้มหวาน “แล้วเป็ยังไงบ้างคะกิจกรรมของพี่ไปได้สวยรึเปล่า”
“ก็โอเค” ธาดาตอบ “เปิดตัวไปได้กว่าสิบนาทีแล้วล่ะ เมื่อกี้มีผู้เล่นกลุ่มหนึ่งเข้าไปปะทะกับอินเฟอร์โน่แล้ว ...แต่ปาร์ตี้กลุ่มนั้นก็แตกยับในเวลาไม่ถึงนาทีแถมพลังชีวิตของอินเฟอร์โน่ยังลดไปไม่ถึงแสนเลยด้วยซ้ำ”
ได้ยินดังนั้นแล้วหญิงสาวเ้าของชื่อวารีก็หัวเราะหึออกมาเบาๆร่างบางสาวเท้าขึ้นมายืนเทียบข้าง พลางยกมือป้องแสงแดดเพื่อมองดูภาพเบื้องล่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“ว้าว! กำลังอาละวาดได้ที่เลยนะคะเนี่ย” เธอเปรยลอยๆเมื่อเห็นบอสอินเฟอร์โน่กำลังพ่นไฟใส่กลุ่มผู้เล่นด้านล่างอย่างโหดร้ายก่อนตวัดั์ตาสีเขียวคู่สวยมาทางเขา
“เล่นโหดซะขนาดนี้ หนูว่าวันนี้กว่าจะมีคนฆ่าลอร์ดอินเฟอร์โน่ของพี่ได้สงสัยล่อไปอีกครึ่งค่อนวัน”
“คงอย่างนั้นล่ะ”ธาดาตอบพลางยิ้มเจื่อน “ตอนที่พวกพี่ลองสู้กับมันสมัยอยู่ในห้องทดลองกว่าจะล้มมันได้ก็ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง แถมตอนใกล้ตายมันจะเก่งขึ้นจมเลยล่ะ”
คำกล่าวที่วารีต้องสำลักลมกลั้นขำ
“ขนาดคุณจีเอ็มหมายเลขหนึ่งยังถึงกับบ่นอุบแบบนี้สงสัยวันนี้คงไม่มีใครฆ่าเ้าบอสัเถื่อนตัวนี้ได้แล้วละมั้ง”
ได้ยินเช่นนั้นธาดาก็ถอนใจออกมาเบาๆขณะใช้ั์ตาเรียวเล็กเหลือบมองเ้ามอนสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่โตถึง 18เมตรด้วยสีหน้าเป็กังวล ความจริงบอสใหม่ตัวนี้เขาเป็คนอาสาช่วยทีมงานพัฒนาออกแบบความสามารถและรูปร่างของมันเองเสียด้วยสิ
หรือว่า...เขาจะออกแบบมันออกมาโหดเกินไป...
“ไม่หรอกมั้ง ขนาดพวกพี่ยังฆ่ามันได้เลย” เสียงห้าวเอ่ยโต้อ่อยๆ
“พี่ดา!อย่าเอาคนอื่นมาวัดมาตรฐานกับพี่สิคะ”
“ทำไมอ่ะ”
“ถึงจะเป็จีเอ็มแต่ถ้าวัดกันในฐานะผู้เล่นแล้วพี่น่ะอดีตผู้เล่นหมายเลขหนึ่งของเอเชียเลยนะคะผู้เล่นคนอื่นเขาทำแบบพี่ได้เสียที่ไหนกันเล่า”
ธาดาก็ได้แต่ถอนใจ
“พี่หวังว่าจะมีคนฆ่ามันได้นะไม่อย่างนั้นเ้าบอสตัวนี้มีหวังโดนปลดออกจากเกมข้อหาเถื่อนเกินเหตุแน่เลย เฮ้อ บอสตัวแรกที่พี่ได้ออกแบบแท้ๆ”
“ว้า น่าสงสารเ้าอินเฟอร์โน่จัง” แม้น้ำเสียงจะฟังดูเห็นใจทว่าใบหน้าสวยได้รูปนั้นกลับปรากฏรอยขำอย่างอดไม่อยู่ “เกิดมาได้แค่แปปเดียวก็ต้องโดนแบนข้อหาเถื่อนเกินเหตุซะแล้ว...งั้นหนูจะเอาใจช่วยให้มีคนฆ่ามันได้สำเร็จก็แล้วกันนะคะแต่ก็อย่าหวังอะไรมากนักเลยนะ”
“เฮ้อ~ พี่ก็เหมือนกัน”
และแล้วจีเอ็มหนุ่มและสาวน้อยวารีก็ได้จ้องมองภาพาเบื้องล่างอย่างลุ้นระทึกกันต่อไป
“วิศนะ~!!!”
เมษาะโร้องเสียงหลง พยายามใช้ดวงตาสีเทาอ่อนกราดมองร่างของอีตาตัวแสบที่จู่ๆก็นึกอยากทะเล่อทะล่าวิ่งลงไปให้เ้าบอสนรกนั่นเผาจนเกรียมขึ้นมาเสียเฉยๆภาพเบื้องล่างปรากฏแต่เพียงฝุ่นควันลอยฉุยขึ้นมาบดบังทัศนียภาพทุกอย่างจนเธอแทบมองอะไรไม่เห็น
ริมฝีปากเล็กสีชมพูเม้มเข้าหากันแน่นขณะที่มีเหงือไหลลงมาอาบแก้ม
การโจมตีเมื่อครู่รุนแรงมากเธอจำได้แม่นเลยทีเดียวว่าค่าความเสียหายที่ปรากฏขึ้นมา มันสูงถึงหลัก 8 หมื่น!ดังนั้นจึงเป็ไปได้ยากที่วิศนะจะรอดพ้นคมเขี้ยวยมทูตออกมาได้เพราะถ้าหากการโจมตีของศัตรูสูงกว่าพลังชีวิตของตัวเองเกิน 5หมื่นแล้วล่ะก็เพลย์เยอร์คนนั้นจะสลายหายไปทันทีโดยไม่มีโอกาสให้ใครชุบชีวิตได้เลย
ป่านนี้อีตานั่นคงจะหายไปแล้ว...
ฟู่~!!
เสียงของไอความร้อนที่กำลังปะทุดังแว่วขึ้นมาฟังคล้ายกับยามที่เหล็กโดนความร้อนอย่างหนัก จังหวะเดียวกันกับกลุ่มควันหนาแน่นที่กำลังลอยฟุ้งอยู่จะค่อยๆม้วนตัวเข้าหากันช้าๆ
“เกิดอะไรขึ้นน่ะหรือว่าเ้าอินเฟอร์โน่กำลังจะใช้ท่าอะไรอีก” ร่างเล็กตั้งท่าพร้อมจะปลีกตัวหนีออกไปทุกเมื่อหากเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น
แต่แล้วกลุ่มควันหนาจัดทั้งหมดตรงหน้าก็ถูกดูดไปรวมกันยังจุดเดียวปรากฏเป็ร่างสันทัดที่คนมองดูอยู่อย่างเมษาต้องเลิกคิ้วสูง!
บุรุษคุ้นตายังคงกอดร่างผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้แน่นขณะใช้แผ่นหลังดูดซับอุณหภูมิอันร้อนจัดมากไปจนควันขึ้นและที่สำคัญ...เ้าผ้าผันคอสีแดงกำลังเปล่งแสงวิบวับพลางลอยตัวหวือราวกับไร้น้ำหนักแล้ววินาทีถัดมาทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน!
“วิศนะ!” ใบหน้าเนียนปรากฏรอยยิ้มกว้างเมื่อพบว่าเพื่อนของเธอยังมีชีวิตอยู่มิหนำซ้ำยังรอดมาได้โดยไม่มีาแเลยแม้แต่น้อย!
ทางด้านเ้าตัวแสบเมื่อรู้ว่าตัวเองยังไม่ตายและไม่รู้สึกถึงเ็ปอะไรจึงค่อยๆก้มลงมองหน้าวรัญญาที่เขาเผลอดึงตัวมากอดเอาไว้ช้าๆเห็นว่าแม่สาวน้อยคนงามยังคงซุกหน้าลงกับอกเขาพลางหลับตาปี๋
“นี่คุณออนครับ ไม่เป็ไรนะ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถาม
“เป็สิคะ ...ป่านนี้เราคงจะตายไปแล้ว” อีกเสียงครางโอดครวญ
“ตายที่ไหนกันหือสาวน้อย เื่อะไรผมจะปล่อยให้คุณตายกันล่ะ”
สบโอกาสคุยโวเมื่อใดเ้าวิศนะเป็ไม่มีพลาดหมอนี่รีบพลิกวิกฤตให้เป็โอกาสทันทีทั้งที่ยังงงอยู่ด้วยซ้ำว่าตัวเองรอดตายมาได้ยังไง เมื่อเ้าของร่างเล็กรับรู้แล้วว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ดวงตาคู่สวยจึงค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนค่อยๆ เงยหน้ามองคนที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอเอาไว้หมาดๆด้วยสีหน้าฉายความประหลาดใจ
“คุณวินเซนต์”เสียงหวานขานชื่อเขาแ่เบา
“ดูเหมือนว่าฉิวเฉียดมากเลยนะเมื่อกี้นี้น่ะ”
เ้าคนสวมหน้ากากยิ้มหวาน แล้วจึงตวัดสายตามองไปเบื้องหน้าแลเห็นว่านอกจากเขากับวรัญญาแล้วกลุ่มคนที่เหลือต่างโดนไฟบรรลัยกัลป์เมื่อครู่เผาตายจนเกรียมคาที่เสียเรียบ
...เห็นแค่นั้นเ้าตัวก็ได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อก
“แล้วอีท่าไหนถึงได้มาวิ่งงกๆ อยู่กลางสนามรบแบบนี้ล่ะครับ” ยังไม่วายเก๊กหล่อส่งเสียงถามยิ้มๆ
“ก็...ฉันพลัดหลงกับเพื่อนน่ะค่ะพอรู้ตัวอีกทีก็โดนไล่ฆ่าซะแล้ว” เธอตอบแบบเขินๆอีกทั้งไม่กล้าสบตาคู่สวยของคนตรงหน้า
“คุณนี่บางทีอาจจะดูก่งก๊งมากกว่าที่คิดก็ได้นะ” วิศนะพูดทั้งรอยยิ้ม “แต่ก็นะ แบบนี้แหละที่ผมชอบทั้งน่ารัก ทั้งก่งก๊ง มันน่าปกป้องดีน่ะ ว่างั้นมั้ย วรัญญา”
“...ฮะ...อ่อ...”คนโดนชมว่าน่ารักหน้าขึ้นสีจัด “โธ่ คุณวินเซนต์แกล้งฉันอีกแล้ว”
“แล้วนี่ไม่คิดจะปล่อยผมหน่อยเหรอ วรัญญา...กอดซะแน่นเชียว”
“ว้าย!”
คนโดนแกล้งร้องลั่น รีบปล่อยมือแทบไม่ทันส่งให้เ้าของร่างสูงต้องหัวเราะร่าพลางส่ายหน้าน้อยๆในความน่ารักด้วยความเอ็นดูอย่างที่สุด
“อีตาบ้า!!”
ทว่ายังหวานกันได้ไม่ถึงนาทีเสียงแหลมปรี๊ดของเมษาก็ดังขึ้นขัดจังหวะจนวิศนะสะดุ้งโหยงเหลือบตาขึ้นไปมองเพื่อนคู่หูแทบไม่ทัน
“ใหมดเลย เมย์ ะโลงมาทำไมเนี่ย!”
“ฉันสิต้องถามนาย คิดจะอยู่ตรงนั้นกันอีกนานแค่ไหนยะ!”พอโดนติงแบบนั้นเข้า วรัญญายิ่งอายม้วนหนักเข้าไปใหญ่ส่วนชายหนุ่มอีกคนแค่ยกมือเกาหน้าแกรกพูดไม่ออก
“แล้วดูโน่น!พ่อนายกำลังส่งยิ้มหวานมาให้ด้านหลังโน่น!!”
วิศนะเลิกคิ้วสูง แต่พอเหลือบตากลับไปมองตามที่เมษาบอกก็เข้าใจความหมายชัดเจนร่างใหญ่ั์ของอินเฟอร์โน่กำลังถลึงตาจ้องมาที่เขาเขม็งพลางแสยะปากแยกเขี้ยวและส่งเสียงขู่กรรโชกเบาๆ ในลำคออีกต่างหาก
นี่พี่ยังอยู่ตรงนี้อีกเหรอครับ...ผมนึกว่าพี่กลับบ้านไปแล้วเสียอีก…
“ผู้เล่นวิศนะได้รับสกิล Pierce Charge<ประจุมนตราทะลวงภูผา> โดยการผ่านเงื่อนไขสามารถรอดจากการโจมตีด้วยค่าเสียหายเกิน50,000 ได้”
โฮกกกกก~~~!!!
สิ้นเสียงของจินนี่ลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็คำรามออกมาเสียงดังสนั่นจนทั้งเขาและวรัญญาต้องรีบยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ทัน
“คุณวินเซนต์ไปทำให้มันโกรธแน่เลยค่ะ” เสียงหวานว่าโอดครวญ
“ผมว่าไม่ใช่หรอกมั้ง”วิศนะตอบเสียงเบาหวิว พลางคิดในใจว่ามอนสเตอร์มันโกรธได้ด้วยเหรอวะ
“ผู้เล่นวิศนะทำให้ศัตรูอยู่ในสถานะโมโห (BerserkMode) ตอนนี้ศัตรูจึงหันมาจ้องเล่นงานผู้เล่นวิศนะคนเดียวขอแนะนำให้หนี เพราะระดับฝีมือต่างกันเกินไป”
โอ้ยตาย!
มีแบบนี้ด้วยเหรอ จะหันมาเล่นงานฉันคนเดียว!นี่ฉันไม่ทำอะไรให้แกวะ ไอ้จิ้งจกนรก อะไรจะจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้
โว้ยย!พวกบอสของเกมนี้มันโรคจิตทุกตัวเลยฟ่ะ!
“นี่! อย่าอยู่เฉยๆ สิอีตาบ้า รีบหลบเร็วเข้า!” เสียงกรี๊ดของเมษาเรียกสติวิศนะให้กลับมาอีกครั้งดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกโพลงเมื่อเห็นว่าเ้าบอสตัวใหญ่ตรงหน้าเริ่มหันหลังเหวี่ยงหางเข้าใส่เขาเต็มแรงเ้าตัวจึงรีบออกแรงะโพุ่งไปกดวรัญญาให้ลงไปนอนหมอบกับพื้นอย่างรวดเร็ว
“ว้าย!”
ฟวับ!!!
เสียงแหวกอากาศรุนแรงเหวี่ยงเหนือศีรษะคนทั้งคู่ไปได้อย่างฉิวเฉียด
คนมีความไวเป็อาวุธสบถดัง วะ! ขณะหันหน้าไปสั่งหญิงสาวข้างกายเคร่งเครียด
“เราต้องออกไปจากตรงนี้แล้วล่ะ”
“ทำยังไงล่ะคะ เ้าอินเฟอร์โน่มันไวซะขนาดนั้น!”
“เชื่อใจผมมั้ย” น้ำเสียงนุ่มนวลทำเอาเธอชะงักกึกวรัญญาจ้องมองไปยังดวงตาสีทองคู่นั้นแล้วจึงสังเกตได้ถึงประกายมุ่งมั่นจริงจังที่สะท้อนกลับมาแจ่มชัดเธอจึงเอ่ยตอบหนักแน่น
“คุณวินเซนต์ช่วยฉันมาขนาดนี้ฉันคงจะเชื่อคนอื่นนอกจากคุณไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
“ดี!”
“ว้าย!”
วิศนะจัดแจงช้อนตัวร่างบอบบางข้างกายขึ้นมาอุ้มทันที
“ค...ค...คุณวินเซนต์ จะทำอะไรคะ” เ้าหล่อนเอ่ยถามน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าได้รูปขึ้นสีแดงเรื่อ
“พาเราออกไปจากตรงนี้น่ะสิ!”
ฟวับ!!
วินาทีต่อมาลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็ตวัดมือลงหมายจะฟาดฟันร่างตรงหน้าให้ดับดิ้นแต่วิศนะกลับใช้ความคล่องตัวะโหลบได้อย่างง่ายดายดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะคุ้นชินกับแนวการโจมตีของเ้าบอสสุดโหดเข้าบ้างแล้วความจริงขอแค่รู้ทริคนิดเดียว การจะเอี้ยวตัวหลบมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด!
โฮกกกกกกก!!!
บอสัเถื่อนคำรามออกมาอีกครั้งอย่างหัวเสียดูเหมือนมันชักเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าวิศนะเป็ศัตรูตัวฉกาจที่มันไม่สามารถจัดการได้ง่ายๆเพราะั้แ่ที่เจอกันมาหมอนี่เป็มนุษย์เพียงคนเดียวที่สามารถหลบการโจมตีของมันได้นานต่อเนื่องขนาดนี้!
ด้วยเหตุนี้เ้ามอนสเตอร์ขนาด 18เมตรจึงเริ่มตวัดมือใหญ่โตเข้าโจมตีอย่างบ้าคลั่งทันที!
“กรี๊ดดด~! วิศนะ นายมันบ้าบิ่นเกินไปแล้วที่ไปท้าทายมันแบบนั้นน่ะ!”เสียงกรีดร้องดังมาจากคนที่ยืนเสียวอยู่้าเมษาได้แต่วิ่งวนไปวนมาพยายามหาทางไต่ลงไปจากขอบกำแพงเพื่อไปช่วยอีตาคนก่อเื่ตัวแสบเต็มกำลัง
ตูม!!!
อีกครั้งที่เ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่โจมตีพลาดจนไปตบเอาหอคอยสูงในดันเจี้ยนเข้าจนบัดนี้ปราการสูงลิบนั่นพังทลายจนเศษเสี้ยวของความพินาศร่วงหล่นลงมาใส่เ้าคนฝีเท้าไวจัดอีกครั้ง
“ชิ!ชอบโจมตีแบบนี้เหลือเกินนะ ไอ้จิ้งจกั์” วิศนะสบถพรืด
“คุณวินเซนต์คะ แบบนี้ไม่ไหวแน่!” วรัญญาร้องแทรก
“ต้องไหวสิ จับให้แน่นๆ นะ!”
ขาดคำ ร่างสูงกระโจนขึ้นไปเกาะซากของคอนกรีตที่ร่วงลงมาทีละชิ้นเป็ฐานเหยียบเพื่อะโต่อยอดไปอีกอันได้อย่างว่องไวความคล่องตัวบวกกับสัญชาตญาณอันสุดยอดของบุรุษตรงหน้าทำเอาวรัญญาถึงกับอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก
“วรัญญา กอดผมให้แน่นๆ นะ!”
“ว้าย!”
ครู่ต่อมา วิศนะก็กดศีรษะเธอให้แนบอกเขาอีกครั้ง โดยพยายามทำให้ร่างของทั้งคู่ให้ตัวเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
พริบตาหอคอยสูงดังกล่าวก็ร่วงตกลงมาใส่ทั้งอัน ชายหนุ่มพลิกตัวลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กไปโผล่ฝั่งตรงข้ามของหอคอยจนหลุดพ้นซากของความหายนะชิ้นที่ใหญ่ที่สุดไปได้อย่างน่าหวาดเสียวเมื่อรอดตายมาได้เ้าตัวก็จัดแจงลงแรงถีบตัวโดยใช้พื้นที่เหยียบอยู่เป็ฐานเพื่อทะยานตัวออกไปให้สูงที่สุด
โฮกกกกก~~~~!!!
หากแต่นั่นเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์เพราะยิ่งเขาอยู่สูงแค่ไหนก็ยิ่งมีโอกาสพลาดให้โดนโจมตีได้มากยิ่งขึ้นมิหนำซ้ำยามนี้เขาไม่มีฐานหรือสิ่งใดที่จะใช้เหยียบเพื่อะโไกลได้เลย แล้วลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้แสดงถึงความโหดร้ายของมันอีกครั้งโดยการะโขึ้นมายืนเทียบข้างวิศนะได้อย่างหน้าตาเฉย!
“โอ้ย มีอะไรที่พี่ทำไม่ได้บ้างครับเนี่ย” วิศนะครางเสียงอ่อย
“กรี๊ดดด~!!!” สาวน้อยในอ้อมแขนยังคงเอาแต่กรี๊ดเสียงดังต่อไป
ไวกว่าความคิดปีศาจสีแดงจัดการเหวี่ยงมือเข้าโจมตีใส่วิศนะอย่างรวดเร็วซึ่งรอบนี้เขาคงไม่มีทางหลบพ้นได้เลย เนื่องด้วยกำลังลอยตัวค้างเติ่งอยู่กลางอากาศแบบนั้น!
หากแต่พริบตาที่จวนเจียนจะโดนฆ่า...
พริบตาที่หายนะพุ่งตรงเข้าใส่..
สมองของวิศนะก็ลั่นแปลบอีกครั้งเขาสาบานเลยว่ารอบนี้เขาได้ยินเสียงแตกดังเปรี๊ยะดังมากแค่นั้นเองสัญชาตญาณส่วนตัวก็เริ่มทำงาน ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดวรัญญาให้แน่นขึ้นแล้วจึงขดตัวและใช้แผ่นหลังเข้ารับการโจมตีของลอร์ดอินเฟอร์โน่
ฟวับ~~!!
เสียงลมแหวกอากาศไหลผ่านตัววิศนะไปอย่างน่าเหลือเชื่อ เขาใช้แผ่นหลังรองรับการโจมตีของอินเฟอร์โน่เอาไว้ได้ในชั่ววินาทีก่อนจะม้วนตัวหนีมือใหญ่ั์นั้นได้อย่างหวุดหวิดเมื่อร่างกายััได้ว่าโดนโจมตีอยู่ ร่างเล็กๆนั่นก็หมุนตัวพลิกหนีไปโดยอาศัยช่องว่างจากแรงเฉื่อยของการโจมตีสุดแรงเกิดของศัตรูนั่นเอง!
“ยังหรอกน่า!”วิศนะะโสะใจ “...มาดูกันซิว่าแกจะมาไม้ไหนอีก!”
“ส...สุดยอด”วรัญญาได้แต่อ้าปากค้างอย่างอึ้งๆ
เมื่อการโจมตีด้วยร่างกายไม่เป็ผลลอร์ดอินเฟอร์โน่จึงตัดสินใจใช้การโจมตีด้วยเวทมนตร์แทนเ้าสัตว์ประหลาดร่างั์จัดแจงอ้าปากอันกว้างใหญ่ให้ปรากฏเปลวเพลิงลุกพรึบขึ้นในเวลาต่อมา!
“โอ้ยตาย พี่แก ทำไมถึงได้โหดแบบนี้เนี่ย” วิศนะแค่นเสียงอย่างหงุดหงิด
บอสลอร์ดอินเฟอร์โน่เตรียมปล่อยท่าไม้ตาย
Hell Blaze (เพลิงนรก)
“ ผู้เล่นวิศนะได้รับสกิล ปลดปล่อยพลัง <Rerise> โดยการผ่านเงื่อนไขสามารถหลบหลีกการโจมตีของศัตรูได้ 150 ครั้งติดต่อกัน”
วิศนะชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงของจินนี่
เมื่อกี้ก็ได้มาสกิลหนึ่ง ตอนนี้ได้มาอีกสกิลหนึ่ง
“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรตอนนี้ฟะ!” ชายหนุ่มสบถเสียงลั่น
“เป็อะไรไปคะคุณ วินเซนต์?” สาวน้อยในอ้อมกอดเลิกคิ้วถาม เนื่องด้วยเ้าหล่อนไม่ได้ยินเสียงของจินนี่เช่นเขาแต่คนถูกถามไม่ตอบ เขาแค่หรี่ตามองไปยังเ้าบอสนรกนั่นเงียบๆ
ได้แต่รอความตายหรือไงวะ!
“นายท่านคะ!”เสียงคอมพิวเตอร์จินนี่ะโกลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“อะไร!” วิศนะตะคอกกลับ
“จินนี่ขอแนะนำให้ใช้สกิลปลดปล่อยพลังโดยด่วนเลยค่ะ”
คนฟังเลิกคิ้วสูง “ใช้ทำอะไรเล่า”
“ไม่มีเวลาอธิบายกรุณาใช้โดยด่วนเลยค่ะ”
“โอ้ย!”เขาร้องออกมาอย่างหัวเสีย “ใช้ก็ใช้วะ ปลดปล่อยพลัง! (อะไรก็ตามทีเถอะ) ออกมาซิ!”
ตูม~~~!!!
พรึบ~~~!!
เสียงะเิดังสนั่นดังขึ้นพร้อมกับเปลวไฟโชติ่ที่ลุกท่วมหมายเผาผลาญศัตรูที่อยู่ตรงหน้าจะถูกพ่นออกมาจากปากของลอร์ดอินเฟอร์โน่เปลวเพลิงสีแดงฉานวิ่งตรงเข้าครอบคลุมจุดที่วิศนะเคยลอยอยู่จนหมดสิ้น
ทว่า...บัดนี้ร่างสูงไม่ได้อยู่ตรงจุดเดิมอีกต่อไปแล้ว ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขาหายไปลอยหวืออยู่ณ จุดอื่นแทน พร้อมกับเปลวไฟที่ลุกโชนออกมาจากด้านหลัง...เปลวไฟที่ปรากฏขึ้นมาเป็รูปปีก!
Butterfly Effect ! (ปีกผีเสื้ออัคคี)
“เป็ไปได้ไงเนี่ย ฉันยังไม่ตาย แถม...” พูดแล้ววิศนะก็เหลือบไปมองปีกเพลิงด้านหลังตัวเองด้วยสายตาตะลึงงัน “...ปีกนี่มัน เหมือนที่เ้าพ่อค้าคนนั้นพูดเลย!”
“คุณวินเซนต์...นี่คุณบินได้ด้วยเหรอคะ!” วรัญญาร้องลั่น
“เอ่อ ผมเองก็เพิ่งจะรู้เหมือนกัน”
“นายท่านคะจินนี่จะขออธิบายอย่างรวบรัดที่สุดนะคะ” จินนี่กล่าวแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนวิศนะหันกลับไปมองเห็นร่างของลอร์ดอินเฟอร์โน่ที่ตกลงมายืนกับพื้นอีกครั้งกำลังส่งสายตาเคียดแค้นสุดขีดมายังเขาแล้วก็ได้แต่หน้าซีด
“ปีกนี้เป็ผลกระทบจากผ้าพันคอบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็ค ค่ะ ผ้าคลุมนี้ทำให้นายท่านสามารถดูดซับพลังโจมตีธาตุไฟเป็พลังงานให้ตัวเองได้ซึ่งการโจมตีที่นายท่านโดนไปในตอนแรกนั้นมันแปรเปลี่ยนเป็พลังงานให้กับผ้าผันคอผืนนี้และ ‘สกิลปลดปล่อยพลังงาน’ ที่นายท่านได้รับมันสามารถใช้จุดชนวนของเปลวไฟในผ้าคลุมได้ด้วยเหตุนี้นายท่านจึงสามารถบินได้ค่ะ”
“ว่าไงนะ!” เสียงห้าวะโถามด้วยความประหลาดใจสุดขีดไม่ช้าหน้าต่างข้อมูลก็เด้งขึ้นมายืนยันคำพูดของจินนี่ให้ประจักษ์แก่สายตา
ชายหนุ่มรีบกลอกมองตัวหนังสือสั้นๆ ดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว
Butterfly Effect <ปีกมารอัคคี>
พลังงานที่สะสมมา
85389 / 85120
อัตราความเร่งสูงสุด 80ก.ม./ชั่วโมง
อัตราการเผาผลาญพลังงาน 10ต่อหนึ่งวินาที
หากเร่งความเร็วมากขึ้นก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานมากเช่นกัน
ทันทีที่อ่านจบวิศนะก็ถึงกับอ้าปากค้าง ใช้เวลาตั้งสติครู่หนึ่งกว่าดวงหน้าคมจะปรากฏรอยยิ้มมุมปากอย่างพึงใจสงสัยต้องไปขอบใจเ้าพ่อค้านั่นแล้ว บินได้จริงๆ ด้วย ถึงเงื่อนไขที่จะทำให้บินได้มันจะเสี่ยงมากขนาดนี้ก็เถอะ!
“นายท่านคะ ระวัง!”
ไม่ทันขาดคำวิศนะที่มัวแต่อ่านข้อมูลอยู่ก็เกือบจะเอาตัวไม่รอดโดนตบจนดับดิ้นเพราะเ้าอินเฟอร์โน่อาศัยจังหวะนั้นะโพรวดหมายจะเข้ามาเล่นงานเขาอีกรอบชายหนุ่มรีบพุ่งบินหนีสุดแรงเกิดจนสังเกตเห็นว่าพลังงานในการเผาผลาญของผ้าคลุมค่อยๆลดลงไปอย่างรวดเร็ว
“ไอ้บ้าเอ๊ย เครื่องสองเจโบไงวะพุ่งแค่นี้พลังงานลดฮวบๆ เลยว้อย!” วิศนะร้องลั่น “อีแบบนี้บินได้อีกแป๊ปเดียวต้องเข้าปั้มไปเติมแก็สแล้วมั้งเนี่ย”
โฮกกกก~~~~!!
ปีศาจสีแดงเพลิงคำรามออกมาลั่นเมื่อเห็นว่าศัตรูชักจะเล่นงานได้ยากกว่าเดิมขึ้นไปอีกเท่าตัวร่างใหญ่ั์หยุดชะงักฝีเท้าจนยืนนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้มลงไปนั่งกับพื้นทำท่าเหมือนกับกำลังเบ่งอะไรสักอย่างออกมา
“มันทำอะไรของมันอีกล่ะนั่นน่ะ” เ้าคนขี้สงสัยเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”วรัญญาตอบปัดๆ อย่างไม่ค่อยสนใจนักใบหน้าสวยหวานปรากฏรอยยิ้มปลาบปลื้มในความสามารถของชายหนุ่มตรงหน้าเหลือล้นเขาช่างเก่งได้เสียจนน่าเหลือเชื่อจริงๆ นอกจากนี้ยังเป็คนอบอุ่นอ่อนโยนทำให้เธอมั่นใจได้เลยว่าตราบใดที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของชายคนนี้รับรองว่าเธอจะปลอดภัยอย่างแน่นอน!
โฮกกกก~~!!!
เ้าหล่อนคิดเพลินๆ ได้ไม่ทันไรลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็ได้กระทำในสิ่งที่วิศนะใจนตาเหลือกแทบหลุดออกจากเบ้าเื้ัร่างใหญ่ั์ได้สยายปีกออกมากว้าง! หนังสัตว์ห่อหุ้มแผ่นเนื้อบางๆกางออกเป็ลักษณะคล้ายปีกของัครอบคลุมทั่วตัว
“ไอ้บอสนรกนี่ ฉันถามจริงๆเถอะมีอะไรที่แกทำไม่ได้มั่งวะเนี่ย!” พูดไม่ทันได้ขาดคำบอสโหดนรกที่ว่าก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ร่างของวิศนะด้วยความรวดเร็วทำเอาดวงตาสีอำพันเบิกกว้าง หันหลังโกยอ้าวด้วยพลังงานออกมาเต็มพิกัดทันที!!
ตูม!!!
ความไวของวิศนะกับลอร์ดอินเฟอร์โน่สูสีกันมากแม้ว่าเขาจะมีรูปร่างเล็กกว่าแต่ด้วยการะเิพลังไม่ยั้งนั้นจึงผลักดันให้ตัวเขาพุ่งพรวดไปข้างหน้าด้วยความเร็วราวติดจรวดส่วนเ้าตัวใหญ่ด้านหลังถึงแม้จะบินได้ช้ากว่าแต่ขนาดอันแสนจะใหญ่โตของมันก็ทำให้วิศนะเหงื่อตกซิก
“คุณวินเซนต์ หลบไปทางซ้ายค่ะ!”
“โว้ว~!” วิศนะโวยวายเสียงลั่นหลังจากเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้อย่างฉิวเฉียดโชคดีที่แม่นางฟ้าของเขาอาสาเป็ตาหลังคอยบอกให้ว่าเ้าบอสเวรนี่จะโจมตีมาทางไหน
พลันดวงตาก็เหลือบไปเห็นยอดหอคอยสูงใหญ่อีกอันตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าใบหน้าคมเข้มขยับรอยยิ้มกริ่มขึ้นมาทันทีก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งตรงเข้าไปหาหอคอยนั้นด้วยความเร็วที่ชะลอลงเล็กน้อยหมายจะล่อให้เ้าบอสอินเฟอร์โน่ตามมาให้ทัน
“เกาะให้แน่นๆ นะครับคุณออน!”
พอได้ระยะเหมาะสมเขาก็เพิ่มความเร็วขึ้นอีกในชั่วพริบตาจนร่างนั้นตรงดิ่งไปยังหอคอยสูงโดยมีเ้าัอินเฟอร์โน่ตามไล่หลังมาติดๆจวบจนเวลาที่ใกล้จะชนกับหอคอยนั่นอยู่รอมร่อวิศนะก็ใช้ความคล่องตัวหักมุมหลบไปได้อย่างง่ายดายขณะที่เ้าบอสตัวใหญ่ั์นั่นไม่สามารถทำตามได้เนื่องจากขนาดของตัวมันผิดกัน
ตอนนี้มันจึงบินชนเข้ากับหอคอยนั่นเต็มแรง!
โครม!!!
5,898 !
ค่าความเสียหายปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างอันใหญ่ั์ที่ร่วงตกลงไปกองกับพื้นเรียกรอยยิ้มสาแก่ใจให้กับคนวางแผนอย่างยินดี
“โจมตีแบบนี้ก็มีค่าความเสียหายขึ้นด้วยแฮะฉันชักจะจับวิธีการเล่นเกมนี้ได้แล้วสิ” วิศนะกล่าวยิ้มๆบัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่าไม่จำเป็ต้องโจมตีใส่บอสตัวนี้โดยตรงก็ได้ขอแค่ให้ล่อให้มันชนเข้ากับสิ่งของ หรือถีบมันตกหน้าผาเขาก็สามารถสร้างความเสียหายให้มันได้เหมือนกับตอนที่เขาฆ่าเ้าบอสเห็ดเขียวนั่น
ไอ้เกมนี้มันสร้างมาได้สมจริงกว่าที่คิดแฮะ!
“คุณวินเซนต์คะ มันกลับมาแล้วค่ะ!” วรัญญาร้องเตือนเมื่อเห็นว่าเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่เริ่มตั้งตัวบินกลับขึ้นมาได้อีกครั้งวิศนะส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ก่อนจะะเิเปลวเพลิงเพื่อบินหนีต่ออีกหน
เออ...ลืมไปว่าพลังชีวิตของคุณพี่เขามีตั้ง 15 ล้านนี่หว่า!
“ทางนี้!” พอบินไปได้ไม่ทันไรวิศนะก็ได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคยลอยเข้ามากระทบหูั์ตาสีอำพันตวัดมองลงไปเห็นร่างเล็กบางของเมษากำลังยืนจังก้าอยู่ด้านล่างพร้อมโบกมือมายังเขาหย็อยๆ
“เมย์ ทำอะไรซักอย่างได้มั้ย!”
“บินมารับฉันไปอีกคนเร็วเข้าเดี๋ยวฉันจะช่วยนายเอง!” เมื่อได้ยินเสียงใสะโตอบกลับมาชายหนุ่มก็รีบเปลี่ยนทิศบินโฉบเข้าไปหาเพื่อนคู่หูทันทีตอนนั้นเองที่เขาเหลือบไปเห็นของบางอย่างที่อยู่ในมือหญิงสาวแค่นั้นใบหน้าคมคายก็ขยับรอยยิ้มกริ่มเมื่อรับรู้ว่าเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่ยังคงบินไล่ตามลงมาติดๆ
วิศนะไม่สนใจสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น เขาพะวงแต่การบินลงไปรับเมษาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!
และไม่ช้าเขาก็โฉบเลียดพื้นในระดับที่พอจะคว้าตัวเ้าหล่อนขึ้นมาได้
“กอดคอผมให้แน่นๆ นะครับ คุณออนแล้วก็หลับตาให้สนิทด้วย”
“..ค...ค่ะ!” วรัญญาทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายส่วนเขาก็รีบยื่นมือออกไปคว้าร่างคู่หูให้ลอยเหนือพื้นในจังหวะเดียวกับที่เธอได้ดีดสลักไอเท็มในมือรอไว้เรียบร้อย
“เอาเลย เมย์!!”วิศนะร้องลั่น
“ระวังตานายด้วยนะ!” พูดจบเมษาก็ขว้างของดังกล่าวออกไปทันที
ใช่แล้ว มันคือะเิแสงนั่นเอง!
ทันทีที่คว้าตัวเพื่อนซี้ได้ วิศนะก็พุ่งตัวทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ปัง!
โฮกกกกกก~!!!
เมื่อะเิแสงทำงานลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็ส่งเสียงคำรามลั่นโลกขึ้นมาอีกคราร่างใหญ่บินเสียหลักจนพุ่งไปชนเข้ากับตึกอีกแห่งหนึ่งจนสิ่งก่อสร้างหลังนั้นถล่มลงมาทับร่างทั้งร่างให้หายวับไปจากสายตาวิศนะไม่กล้าเหลียวหลังกลับไปมองผลเพราะเขามั่นใจว่าเื่แค่นี้คงไม่ทำให้เ้าบอสเถื่อนนรกนั่นถึงกับตายหรอกั์ตาสีน้ำตาลทองตวัดมองผู้มาใหม่ที่กำลังเกาะแขนของเขาแน่นอย่างขอความเห็น
“เอาไงต่อดี เมย์สงสัยไอ้บอสนั่นมันจะตามล่าฉันไม่ยอมเลิกว่ะ!”
“เราต้องหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด” เมษาตอบ พลางกลอกตามองไปรอบๆ “นั่นไง! ไปในนั้น เข้าไปในตึกร้างนั่นก่อน เราต้องหลบมันให้พ้นไม่งั้นมันก็ตามล่านายไม่จบสิ้นหรอก!”
“เข้าใจแล้ว!”
ตูม!!!
วิศนะก็เร่งเครื่องเต็มที่พุ่งตรงเข้าไปยังตึกร้างที่เมษาบอกก่อนจะค่อยๆ พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“นี่สองสาว ฉันลืมบอกไปอย่างหนึ่งแหนะ” น้ำเสียงห้าวดัดได้แปร่งหู
“อะไรคะ” วรัญญาขานรับงงๆพร้อมกับเมษาที่เลิกคิ้วแทนคำถาม
“ไม่รู้จะว่าไงดีอ่ะ แต่พวกเธอก็ควรจะรู้ไว้ซักหน่อยก็ดีคือฉันลงจอดไม่เป็หรอกนะ ยังไงก็เตรียมรับแรงกระแทกกันหน่อยก็แล้วกัน”
“ว่าไงนะ!” สองสาวะโเสียงหลงออกมาพร้อมกันในจังหวะเดียวกับที่วิศนะทะลุผ่านช่องหน้าต่างจนกระจกแก้วแตกกระจายแค่นี้ก็เป็หลักฐานยืนยันได้อย่างดีแล้วว่าที่เขาพูดว่าลงจอดไม่เป็น่ะมันเป็เื่จริง!!
“อี๋~ อีตาบ้าฉันไม่น่าเกาะนายมาด้วยเลย!” เมษากรีดร้องพลางกัดฟันแน่น
“กรี๊ดดดด~!!”ส่วนวรัญญาไม่สามารถกล่าวอะไรไปได้มากกว่านั้น เ้าหล่อนก้มหน้าก้มตาร้องกรี๊ดๆอย่างเดียว
โครม!!!!
“...ล...เหลือเชื่อ!” นั่นเป็เสียงของวารีที่มองการต่อสู้เมื่อครู่อยู่ทุกวินาทีเช่นเดียวกับธาดาซึ่งกำลังยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ผู้ชายคนนั้นทำได้ยังไง แถมยังบินได้อีกด้วย” สาวน้อยคนสวยหันไปมองคนมีศักดิ์เป็รุ่นพี่อย่างขอความเห็น “ในเกมไพรด์ตอนนี้มีสายอาชีพที่บินด้วยเหรอคะ พี่ดา”
“ยังไม่มีหรอก”ธาดาตอบทันที “นั่นน่าจะเป็ผลมาจากไอเท็มมากกว่าไม่น่าใช่สกิลของเขาหรอก”
คำสรุปของจีเอ็มหนุ่มทำให้วารีพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ดวงหน้าขาวเบือนไปมองร่างของเ้าบอสสุดโหดที่กำลังพยายามกัดฟันลุกออกมาจากซากของตึกที่มันชนจนพินาศเมื่อครู่พอสำเร็จแล้วก็รีบกวาดดวงตาสีแดงเถือกมองหาศัตรูคู่อาฆาตของตัวเองไปทั่วเมื่อพบว่าไม่มีวี่แววของเ้าแมลงร้ายนั่นอยู่แถวนี้ มันจึงได้แต่ส่งเสียงคำรามลั่นอย่างเจ็บใจเป็ที่สุด
“ดูสิ เ้าอินเฟอร์โน่หงุดหงิดได้ขนาดนั้นหมอนั่นนี่แสบใช่เล่นจริงๆ” เธอออกความเห็นยิ้มๆ
“ฝีมือเขาดีมากนะ”ธาดาเอ่ยชมราบเรียบ “เื่บินได้น่ะ พี่ไม่ค่อยใส่ใจหรอกแต่ที่พี่สนใจก็คือปฏิกิริยาอันเฉียบคมของเขาต่างหาก เขาสามารถหลบการโจมตีของบอสระดับนั้นได้ง่ายดายราวกับกำลังเล่นสนุกด้วยซ้ำไป”
“เื่แบบนี้คนอื่นก็คงทำได้มั้งคะ” คนฟังย้อนสบายๆ
“คนที่จะทำแบบนั้นได้ก็มีอยู่แต่คงประมาณหนึ่งในล้าน ผู้เล่นที่จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบรวดเร็วขนาดนั้นไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆหรอกนะน้ำ เธอก็เห็นว่าอยู่ว่าตอนที่เขาค้างอยู่กลางอากาศก็ยังสามารถเบี่ยงตัวเอาจุดอ่อนเข้าปะทะกับจุดแข็งของศัตรูและอาศัยจังหวะนั้นหมุนตัวหนีได้อย่างแยบยล”
“นั่นสิคะ” วารีกดเสียงเบาอย่างยอมรับขณะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเธอจำได้ว่าชายสวมหน้ากากคนนั้นทำให้เธอถึงกับเปล่งเสียงอุทานออกมาดังลั่นกับสัญชาตญาณอันสุดแสนจะเหลือเชื่อของเขา!
“...แต่ว่า”
“แต่” วารีทวนคำตาม
“ถ้าเอาแต่หนีแบบนี้ก็ไม่มีวันชนะหรอกหมอนั่นไม่คิดที่จะต่อสู้กลับเลยด้วยซ้ำ”
“เขาคงจะไม่กล้าสู้ล่ะมั้งคะก็เห็นว่าอุ้มผู้หญิงอยู่คนหนึ่งอยู่ด้วยนี่นา”
“ก็เป็ไปได้” ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มออกมาเป็ครั้งแรก“เพราะอย่างนั้นพี่อยากจะรู้นักว่าต่อไปเขาจะทำยังไงเมื่อกี้เห็นว่าตอนหนีไปเขาก็อุ้มผู้หญิงอีกคนไปด้วยเห็นทีหลังจากนี้เขาคงจะหาวิธีมาสู้กับลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้แน่ๆ”
“หรือไม่ก็อาจจะหนีไปเลย”วารีไหวไหล่
หากแต่ธาดากลับหันมายิ้มหวานให้กับเธอ ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
“เขาไม่หนีหรอกเชื่อพี่สิ ผู้ชายแบบนี้ไม่มีวันหันหลังหนีศัตรูหรอก”
คนฟังชะงักกึกก่อนดวงหน้าสวยจะประดับไปด้วยรอยขันเสียจนลักยิ้มบุ๋มอยู่ข้างแก้ม
“แล้วพี่ดารู้ได้ยังไงคะว่าเขาจะไม่หนี”
“ไม่รู้สิ อาจจะเป็เพราะหมอนั่นเป็คนประเภทเดียวกับพี่ล่ะมั้ง”
“โอ้ย เจ็บๆๆๆ”
“อูย~ ก้นระบบแน่ๆ เลยฉัน”
“เจ็บอ๊า~”
สามเสียงครางออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยที่ชายคนแรกล้มตัวลงไปนอนหงายเก๋งอยู่กับพื้นในสภาพยกขาข้างหนึ่งขึ้นไปพาดกับกำแพงสูงแสดงให้เห็นว่าตอนลงจอดเมื่อครู่เ้าตัวคงเสียหลักล้มกลิ้งจนตีลังกาเลยก็ว่าได้ส่วนร่างที่สองได้แต่ลูบบั้นท้ายตัวเองป้อยๆแทนการบอกให้รู้ว่าสิ่งแรกที่ัักับพื้นก็คงจะเป็ก้นงามๆ ของเธอนั่นแหละขณะที่ร่างสุดท้ายยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ในอ้อมกอดของเ้าคนแรกแถมยังใช้แขนเขาหนุนนอนต่างหมอนอีกต่างหาก!
“โอ้ย ทำไมลงจอดไม่เป็แล้วเพิ่งจะมาบอกกันยะ!” พอตั้งสติได้ เมษาก็แหวออกมาลั่น
“ขอโทษ...”วิศนะครางตอบเสียงเบา
“คุณวินเซนต์คะ ปล่อยฉันซักทีสิคะ” เสียงอ่อนหวานของวรัญญากระซิบอยู่ข้างหูเรียกสติให้วิศนะรู้สึกตัวว่ายังนอนกอดเธออยู่เ้าตัวดีจึงรีบกระตุกมือกลับแทบไม่ทันครั้นจะคิดหาคำแก้ต่างให้ตัวเองก็เห็นว่าสาวน้อยคนสวยรีบหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนดวงหน้าขึ้นสีจัดเข้าเสียแล้ว
อะแฮ้ม~!
บุคคลที่สามได้แต่กระแอมออกมาดังๆ อย่างช่วยไม่ได้ทำไมบรรยากาศแถวนี้มันถึงได้ให้ความรู้สึกร้อนเลี่ยนแปลกๆ ได้ล่ะเนี่ย
“แหม คุณๆ ขาเมื่อกี้เกือบจะชะตาขาดกันอยู่รอมร่อ ยังจะอุตส่าห์มาหวานกันได้อีกนะคะ” เ้าหล่อนแค่นเสียงลอยๆเรียกั์ตาสีน้ำตาลประกายทองให้ตวัดกลับไปปรามคู่หูแทนการบอกให้หุบปากเงียบไปก่อน
แต่ดูท่าทางการส่งสัญญาณจะล้มเหลว...
“แล้วนายน่ะ ทำไมต้องใส่หน้ากากด้วย วิศ...!”ยังพูดไม่ทันจบ เ้าตัวแสบก็ปราดเข้ามาปิดปากแน่นเล่นเอาร่างเล็กได้แต่ดิ้นขลุกๆ ท่ามกลางสายตาสงสัยจากวรัญญาที่นั่งมองอยู่ห่างๆ
“ขอตัวซักครู่นะครับคุณออนผมมีอะไรต้องคุยกับเพื่อนผมหน่อย” เ้าตัวดีหันไปฉีกยิ้มให้ทีหนึ่งก่อนจะลากคนปากโป้งไปหลบมุมอยู่อีกทาง
“นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย วิศนะ” ได้ทีเมษาก็ขึ้นเสียงเข้าอีกหน
“เงียบก่อนเมย์ รู้แค่ว่าั้แ่นี้ต่อไปห้ามเรียกฉันว่าวิศนะ ให้เรียกฉันว่าวินเซนต์เข้าใจมั้ย”
“วินเซนต์”เธอเลิกคิ้วสูงแทนคำถาม ขณะที่ใบหน้าน่ารักกระตุกเล็กๆ
“นะๆ ขอร้องล่ะ ถ้าเธอไม่เรียกฉันแบบนั้นละก็ฉันตายแน่...นะ” วิศนะยกมือพลางก้มหัวขอร้องเต็มที่ส่วนคนถูกขอความเมตตาพลางหันไปมองสาวน้อยอีกคนที่กำลังส่งยิ้มเจื่อนๆ มาให้
“ให้เดานะ สาเหตุมาจากผู้หญิงคนนั้นใช่มั้ย”
“ไว้ฉันจะเล่าให้ฟังทีหลังนะ” วิศนะกระซิบ “รู้แค่ว่าเธอเป็คนรู้จักของฉันในโลกจริงก็พออีกอย่างถ้าหากเธอรู้ว่าฉันมาเล่นเกมนี้ล่ะก็จะมีปัญหาหนักตามมาแน่ๆ...เพราะงั้นขอร้องล่ะ...นะๆ”
“ก็ได้ๆ” เ้าหล่อนรับคำปัดๆ
“เยี่ยมมาก!ถ้างั้นเธอทำยังไงก็ได้ไม่ให้เขารู้ว่าฉันเป็ใคร จะโม้อะไรก็ว่าไปเลยนะที่สำคัญ...เธอกับฉันเป็คู่หูกันเท่านั้น นะ โอเคมั้ย แค่คู่หูนะ!” พอได้ยินเ้าตัวแสบมันย้ำคำนั้นนักหนาั์ตาสีเทาก็หรี่ตาพินิจบุรุษตรงหน้าครู่หนึ่งก่อนระบายรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาบ้าง
“ฉันว่าผู้หญิงคนนั้นกับนายมันไม่ค่อยจะธรรมดาเลยนะวิศนะ” เมษาแสร้งดัดเสียงหวานเลี่ยน “แถมเธอคนนั้นก็หน้าตาสวยดีซะด้วยนี่ถามจริงๆ เถอะ...กับนายแล้ว เธอคนนั้นเป็ใครกันแน่จ๊ะ?”
พอโดนถามมาซะตรงประเด็นใบหน้าหลังหน้ากากก็ขึ้นสีจัดเสียจนคนหยั่งเชิงถึงกับหัวเราะพรืด
“โอเค ฉันพอจะรู้แล้ว”
เ้าหล่อนพูดไปพลาง หัวเราะก๊ากไปพลางทำเอาวรัญญาที่มองอยู่ห่างๆ ต้องเอียงคอสงสัย
หลังจากใช้เวลาพูดคุยกันอีกสองสามคำวิศนะก็พาเมษาออกมาแนะนำให้อีกฝ่ายรู้จักโดยไม่ลืมส่งสายตาดุจัดไปปรามอยู่หลายรอบ
“ยังไม่ได้ทักทายกันอย่างเป็ทางการเลย” เสียงใสหันไปกล่าวกับหญิงสาวอีกคน “ฉันชื่อเมษาจะเรียกว่าเมย์เฉยๆ ก็ได้ เป็คู่หูของ...เอ้อ...วินเซนต์เขา” กล่าวเน้นคำสุดท้ายเล็กน้อยก่อนใบหน้าเนียนจะขยับรอยยิ้มเยาะเสียจนคนมองได้แต่ชักหน้ากระตุกกึกๆ
“ค่ะ ฉันชื่อวรัญญาค่ะเรียกว่าออนเฉยๆ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก”ทั้งคู่ก็จับมือกันพอเป็พิธีแล้ววรัญญาจึงเบือนหน้าหันไปมองชายหนุ่มอีกคน
“คุณวินเซนต์คะ ฉันคงต้องขอบคุณมากๆเลยนะคะที่อุตส่าห์ลงไปช่วย ไม่อย่างนั้น...ป่านนี้ฉันคงจะตายไปแล้วล่ะค่ะ”
“อ้อ ไม่เป็ไรครับ เื่เล็กน้อย”
โป๊ก!!!
สิ้นคำ มะเหงกพิฆาตก็ร่อนลงกลางกบาลเต็มแรงทำเอาวรัญญาถึงกับสะดุ้งโหยง ส่วนคนโดนสำเร็จโทษได้แต่นั่งลูบหัวตัวเองป้อยๆ
“ไม่เป็ไรบ้านแกสิ!”สาวน้อยสดใสที่เริ่มออกลายโหดขึ้นเรื่อยๆตวาดแหวใส่เรียกเสียงคนเจ็บให้ร้องโอดครวญอีกยก
“เขกกะโหลกเค้าอีกแล้วอ้า~!”
“สม! จะได้รู้เอาไว้บ้างว่าดีเท่าไหร่แล้วที่เอาตัวรอดกันมาได้!” น้ำเสียงหวานห้วนจัด ก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยในใจอย่างอดไม่ได้
“ว่าแต่ นายบินได้ยังไงเนี่ย วิศ ...อ่า...วินเซนต์!”วิศนะเหลือบมองแม่เ้าประคุณที่เพิ่งฝากรอยช้ำสองยกไว้บนหัวเขาเมื่อครู่เปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังได้อย่างรวดเร็วราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสีแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มเจื่อน
ตบหัวซะอย่างกับเขาเป็ลูกแหนะ!?
แม้จะอ่อนใจแต่วิศนะก็ตั้งต้นอธิบายเื่ทั้งหมดให้เมษาฟังั้แ่เื่ผ้าผันคอที่ได้รับมาจากพ่อค้าหน้าดันเจี้ยนและข้อความของจินนี่ที่บอกว่ามันสามารถดูดซับพลังโจมตีของลอร์ดอินเฟอร์โน่รวมไปถึงเื่สกิลใหม่ที่เขาได้รับมาสองอันในการต่อสู้
ตลอดการเล่าเื่ทั้งสองสาวเองต่างรู้สึกตื่นตะลึงในความสามารถของบุรุษตรงหน้าไม่น้อยทั้งยังทึ่งกับความสามารถในตัดสินใจเฉพาะหน้าและสัญชาตญาณเหนืุ์นั่นอีก
“หมายความว่าเ้าผ้าคลุมนี่สามารถดูดพลังโจมตีของศัตรูและเปลี่ยนมาเป็พลังงานได้สินะ”เป็คำสรุปมากกว่าคำถามมือเรียวบางของเมษาคลี่ผ้าพันคอในมือไปมาอย่างสนอกสนใจ
“จินนี่บอกฉันมาอีกทีน่ะ...ใช่มั้ยจินนี่”วิศนะเอ่ยปากถาม AI ส่วนตัวทันทีไม่นานนักหน้าต่างข้อมูลสีน้ำเงินก็ปรากฏภาพของผ้าคลุมบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็คขึ้นมา
“จริงค่ะ ท่านเมษาผ้าคลุมผืนนี้สามารถดูดซับพลังโจมตีของมอนสเตอร์ธาตุไฟได้ถึง 100%แต่จะใช้ได้ในกรณีที่ปิดระบบการใช้งานทั้งหมดอยู่หรือหมายถึงตอนที่ไม่ได้บินอยู่เท่านั้นค่ะส่วนวิธีการใช้ต้องมีสกิลจุดชนวนหรือไอเท็มจุดชนวนด้วยค่ะอย่างในกรณีของนายท่านใช้สกิล ปลดปล่อยพลังในการจุดชนวนแทนค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง”เมษาพยักหน้าเข้าใจ พลางมองเ้าผ้าคลุมสีแดงตรงหน้าอย่างพินิจ
“ยอดไปเลยค่ะ คุณวินเซนต์ไอเท็มสวมใส่ที่มีประสิทธิภาพขนาดนี้ ถ้าหากเอาไปจดสิทธิ์บัตรทางสมาคมสร้างและพัฒนาไอเท็มต้องตั้งไว้ที่ระดับ S แน่ๆเลยค่ะ”
“งั้นเลยเหรอ”วิศนะเลิกคิ้วสูง
“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ”เมษากล่าวเสริม “ถ้าเอาไปจดสิทธิบัตรนะเ้าพ่อค้าที่ทำผ้าผันคอผืนนี้ก็เตรียมตัวรวยเละได้เลย” พูดจบก็ส่งของดังกล่าวกลับไปให้ทำเอาเ้าคนมีไอเท็มระดับ S ชิ้นแรกรีบประคองมันกลับมาถือในมืออย่างระแวดระวังจับใจท่าทางที่เรียกสายตาผู้มองดูทั้งสองให้หันมาสบตากันครู่หนึ่งก่อนส่งเสียงหัวเราะคิกอย่างอดไม่ได้
ทีต่อสู้กับบอสตัวใหญ่เบ้อเร่อไม่ยักรู้จักกลัวแต่ดันมาว่ากลัวจะทำของเจ๊ง!
เมษาถอนใจเบาๆ ก่อนขยับตัวลุกขึ้นยืน ั์ตาสีเทาหม่นเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นว่าบอสัแดงยังคงป้วนเปี้ยนอยู่โดยรอบร่างเล็กจึงผ่อนลมหายใจหนักหน่วงออกมาอีกระลอก
“ฉันว่าเรากลับกันเลยดีกว่า วิศ...เอ้อ วินเซนต์”
“หา! ทำไมล่ะ?” วิศนะร้องถาม
“ยังจะมาทำไมล่ะอีกก็ฉันพอใจกับรูปที่ได้แล้วนี่ ตอนนี้เราไม่มีความจำเป็ที่จะต้องมารออยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วอีกอย่างเป้าหมายของเราคือเควสถ่ายรูปต่างหาก ไม่ใช่บอส!” อธิบายเหตุผลเสร็จแล้วเห็นว่าเพื่อนหนุ่มจนมุมพูดไม่ต่อปากต่อคำเหมือนเคย เมษาก็เลยคลี่ยิ้มกว้าง หันไปมองทางวรัญญาบ้าง
“ว่าไงออน เธอจะหนีไปกับพวกเรามั้ยถึงเ้าบอสนั่นจะกำลังตามล่าเ้าหมอนี่อยู่ก็เถอะแต่ฉันพอมีช่องทางที่จะให้เราหนีพ้นได้อยู่แล้ว”
“ก็ได้ค่ะถึงอยู่ที่นี่ฉันก็คงติดต่อเพื่อนในปาร์ตี้ไม่ได้อยู่ดีเพราะงั้นอยู่กับพวกคุณน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้วล่ะมั้ง” วรัญญาตอบยิ้มๆ
พอตกลงกันเสร็จ ทั้งคู่จึงเริ่มสาวเท้าหมายจะเดินออกไปจากห้องในตึกร้างที่น่าจะสูงอยู่ราวๆชั้น 5 คราวแรก เมษาคิดที่จะหนีโดยการเดินลงบันไดไปยังชั้นหนึ่งของตึกและลอบออกไปทางประตูหลังปีนผ่านรั้วกำแพงสูงนั่นออกไปจากดันเจี้ยนโดยใช้ตัวตึกเป็ที่กำบังจากสายตาของลอร์ดอินเฟอร์โน่
หากแต่ไม่นานเธอก็ต้องชะงักเท้าเพราะดูเหมือนร่างของเ้าคู่หูตัวปัญหายังคงยืนอยู่กับที่ ไม่ยอมขยับไปไหนมิหนำซ้ำยังจ้องตาเป๋งกลับมาที่เธอเสียอีก
“เป็อะไรไปเล่า วินเซนต์ มาสิ” เสียงใสเอ่ยร้องเรียก แต่วิศนะกลับส่ายหน้าเนิบช้า
“เมย์ คือฉัน…”
“ฉันรู้นะว่านายคิดอะไรอยู่” ว่าแล้วเ้าหล่อนก็ถอนใจปลงๆ “เลิกคิดไปได้เลยจะบอกให้นะยะ ระดับของนายกับไอ้บอสเถื่อนนรกนั่นมันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยเชียวล่ะไม่ต้องคิดซ่าจะไปฟัดกับมันเลยนะ”
“จริงด้วยค่ะ คุณวินเซนต์”วรัญญารีบเสริม “ขนาดผู้เล่นระดับ 60ขึ้นไปเกือบห้าสิบคนยังโดนตีแตกกระจายเลยนะคะ นับประสาอะไรกับคุณแค่คนเดียว”
“แต่…” เ้าตัวแสบที่ไม่รู้ไปเอาความคิดบ้าระห่ำนี่มาจากไหนเริ่มตีสีหน้าอ้อนอีกครั้งสร้างความหงุดหงิดให้กับเมษาเป็ที่สุดร่างเล็กบางสาวเท้าฉับๆ เดินไปประจันหน้าคนตัวโตกว่าทันที
“ฟังนะ!เื่แบบนี้มันเกินตัวพวกเรา ฉันรู้หรอกน่าว่านายกำลังมันส์ในอารมณ์อยู่แล้วก็แค้นเ้าบอสนั่นด้วยที่ยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรก็โดนตีเอาๆแต่ฉันว่าเอาไว้รอให้นายเก่งกว่านี้ก่อนแล้วค่อยกลับมาสู้ใหม่ทีหลังก็ยังไม่สายจริงมั้ย”
“ไหนเธอบอกว่าชอบเื่น่าตื่นเต้นไง เมย์”เ้าเด็กดื้อยืนกรานจะไม่ยอมฟังท่าเดียวแถมยังทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่เธออีกต่างหาก
“ฉันบอกนายแล้วใช่มั้ยว่าฉันชอบ ‘เื่ตื่นเต้น’ ไม่ได้ชอบ ‘เื่เสี่ยงตาย’!แล้วไอ้ที่นายกำลังคิดอยู่เนี่ยมันเป็ประเภทพาไปตายชัดๆ เลย!!”ร่ายคำเทศน์ยาวยืดออกไปเสร็จ เมษาก็ถอนใจดังเฮือกแล้วจึงดีดนิ้วเรียกหน้าต่างข้อมูลออกมาฉายสถานะของลอร์ดอินเฟอร์โน่ให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็นเผื่อว่ามันจะช่วยให้หมอนี่หยุดซ่าขึ้นมาบ้าง
“ดูซะให้เต็มตานี่คือข้อมูลที่ฉันไปแสกนมาจากเ้าบอสนั่น มันเถื่อนซะขนาดนี้ อย่าว่าแต่นายเลยต่อให้เป็ผู้เล่นระดับสูงกว่านายหลายเท่าพวกนั้นยังร้องเจี้ยกเลยเหอะ”
“แต่เมย์บอสแบบนี้มันไม่ได้ออกมาให้เราเห็นทุกวันไม่ใช่เหรอ” พอได้ยินเ้าตัวดีเถียงเข้าให้แบบนี้เ้าหล่อนก็ชะงักกึกตวัดสายตากลับไปมองคนพูดเขม็ง
“ถ้าจะเล่นเกมแล้วเอาแต่ห่วงเื่เก่งหรือไม่เก่งเราจะเล่นสนุกได้ยังไงกันล่ะถ้ามีเื่น่าสนุกอยู่ตรงหน้าแล้วพวกเราก็ไม่ควรปล่อยมันผ่านไปเฉยๆ เธอเป็คนบอกฉันแบบนี้เองไม่ใช่หรือไง”คราวนี้หญิงสาวกลายเป็ฝ่ายพูดอะไรไม่ออกแทนั์ตาสีเทาสวยจ้องมองหน้าเพื่อนหนุ่มสลับกับมอนสเตอร์สูง 18เมตรนอกหน้าต่างนั่นไปมา แล้วจึงถอนใจยาวเหยียด
จริงอย่างที่คิดเลย..
อยู่กับอีตานี่ต่อให้มีซักร้อยชีวิตก็ไม่พอใช้หรอก!!!
แล้วดูสิ มาใช้ลูกไม้อ้อนด้วยแววตาของลูกหมาหิวนมอีกแล้ว!
ไม่ได้ๆ เธอต้องขัดใจเ้าวิศนะให้ได้ซักครั้งหนึ่งล่ะ ขืนปล่อยให้ซ่าไปทำอะไรเสี่ยงๆแบบนั้นเข้ามีหวังต้องมีเื่วุ่นวายไม่รู้จักหยุดจักหย่อนเป็แน่ คิดสะระตะเสร็จเธอเชิดหน้าขึ้นสบตาคนตรงข้ามที่กำลังส่งยิ้มเจื่อนสนิทพลางส่งดวงตาระยับมาให้ด้วยสีหน้าออดอ้อนสุดขีดอารมณ์เดียวกับเวลาลูกชายกำลังอ้อนขอคุณแม่ซื้อของเล่นเปี๊ยบเลย!
เมษาระบายลมหายใจใหม่อีกหนยกมือเรียวขยี้หัวสีน้ำตาลที่รวบไว้สูงของตัวเองไปมาอย่างหงุดหงิด
“โอ้ยยย! ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลยที่ยอมตามใจนายแบบนี้!” คำโวยวายที่เรียกรอยยิ้มเหยียดพึงใจให้ปรากฏบนใบหน้าคมของอีกฝ่ายทันควัน
“ก็ได้ๆ ฉันยอมช่วยนายฟัดกับไอ้บอสบ้านั่นก็ได้!”
“จริงนะ~!?”
“เออ ไหนๆ เรามันก็ทีมเดียวกันแล้วนี่!” เมษายิ้มกลับ แม้ว่ามันจะเจื่อนสนิทแต่เ้าหล่อนก็พยักหน้าหงึกงักตามไปอย่างช่วยไม่ได้
“โอ้ย น่ารักมากเลย เมย์!” วิศนะรีบคว้าร่างเล็กตรงหน้ามากอดพลางะโโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจ ทำเอาคนมองอยู่ห่างๆอย่างวรัญญาถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อสังเกตว่าเมษาไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจใดๆออกมาสักนิด บวกกับที่เธอยอมตามใจวินเซนต์ทุกอย่างแล้ว...
รอยยิ้มจางๆ ของเธอก็พลันหายไปสิ้น
“เอาล่ะๆ พอได้แล้ว ถ้าจะสู้กับเ้าบอสนี่เราคงต้องวางแผนกันยกใหญ่เลยล่ะ นายเตรียมใจโดนฉันจิกหัวใช้ให้ดีๆ ก็แล้วกัน”
“รับบัญชาเลยจ้า!”คำตอบรับแข็งขันเรียกรอยยิ้มสดใสให้กลับมาบนใบหน้าน่ารักอีกครั้งหลังจากที่เมษาจัดแจงดันร่างของวิศนะออกห่างจากตัวแล้วจึงหันกลับมามองเพื่อนใหม่อีกคน
“สงสัยเธอต้องไปคนเดียวแล้วล่ะออน ฉันดันติดธุระต้องคอยดูแลเ้าเด็กเอาแต่ใจนี่ซะแล้วสิ”
“เอ๋...เอ่อ...”วรัญญาชะงักกึก
“เธอเดินลงไปที่ชั้นหนึ่งนะแล้วปีนกำแพงของดันเจี้ยนออกไปเลย ด้านหลังมันจะเป็พื้นที่โล่งไม่มีมอนสเตอร์อันตรายหรอกแค่เธอออกจากเขตนี้ได้ฉันคิดว่าระบบสัญญาณปาร์ตี้คงจะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมแล้วล่ะ”เมษาอธิบายชัดเจนด้วยสีหน้าจริงจัง
“เอ่อ คือฉัน...” เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกัก
“หือ”
“ฉันก็...”เงียบไปพักหนึ่งเพื่อสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด “...ฉันก็จะขอสู้ด้วยค่ะ!”
“หา!?” สองคู่หูประสานเสียงร้องออกมาพร้อมกันทันที
แม่คนนี้เนี่ยนะจะขอเอี่ยวสู้ด้วย!ขนาดตอนโดนเ้าบอสนรกนั่นไล่ฆ่า เ้าหล่อนยังทำได้แค่กรี๊ดเสียงหลงอย่าว่าแต่จะไปท้าสู้เลย แค่ตอนประจันหน้ากันตรงๆเธอจะครองสติตัวเองได้อยู่รึเปล่าก็ไม่รู้!
“อย่าเลยครับคุณออน งานนี้มันเสี่ยงมากนะครับอีกอย่างผมมันเพี้ยนๆ เองด้วยแหละ คุณอย่าเอาตัวมาเสี่ยงกับผมเลย” วิศนะรีบกล่าวแย้งด้วยความเป็ห่วง ทว่าสาวน้อยคนสวยกลับส่ายหน้าแรงๆก่อนจะวิ่งตรงไปคว้าแขนทั้งสองข้างของเขามาเขย่าสองสามที
“ฉันอยากตอบแทนบุญคุณให้กับคุณวินเซนต์ค่ะเพราะงั้นได้โปรดให้ฉันสู้ด้วยเถอะนะคะ!” พอเจอน้ำเสียงเด็ดขาดของเ้าหล่อนเข้าให้คนมีบุญคุณก็รีบส่งสายตาขอความเห็นไปยังเพื่อนสาวข้างกายด้วยสีหน้าหนักใจ
“ออนฟังให้ดีนะ อีตาวินเซนต์อะไรเนี่ยมันเป็สัตว์ประหลาด!” คำพูดโพล่งของคู่หูตัวแสบเล่นเอาวิศนะสะดุ้งโหยงนึกคันปากอยากจะถามเหลือเกินว่านี่เป็การให้เหตุผลอะไรของเธอวะ!
“ประเด็นก็คือคนที่ตามการเคลื่อนไหวของตานี่ทันจะมีสักกี่คนในโลกก็ไม่รู้”
“คุณเมษาจะบอกเป็นัยๆ ว่าคนๆมีแค่คุณเท่านั้นที่ทำได้ใช่มั้ยคะ” วรัญญากล่าวแทรกทันทีด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่พอใจนักั์ตากลมโตเปล่งประกายวาวโรจน์จนคนถูกจ้องชักหนาวสะท้าน เหงื่อตกซิกจึงได้แต่ลอบสะกิดวิศนะเป็พัลวันแน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้บื้อขนาดไม่รู้หรอกว่าเพื่อนกำลังส่งขอความสัญญาณช่วยเหลือ
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบผมวรัญญาเบาๆทำให้สาวน้อยที่กำลังปั้นหน้าบึ้งใส่เมษาชะงักการกระทำเมื่อครู่ทันควันดวงหน้าเนียนขึ้นสีก่ำ เดินถอยหลังกลับแทบไม่เป็กระบวน
“ค...คุณวินเซนต์อย่าทำเหมือนกับฉันเป็เด็กสิคะ” เธอแย้งเสียงแข็ง
“คุณออน ฟังนะงานนี้มีโอกาสตายสูงมากอีกอย่างผมไม่อยากให้คุณที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับผมมาเสี่ยงอันตรายจนอาจต้องเสียค่าประสบการณ์ไปด้วยได้หรอก” เมื่อได้ยินแบบนั้นวรัญญาก็รีบสะบัดหน้าไล่ความกระดากทิ้งแล้วสาวเท้าเดินไปประจันหน้าจนคนสวมหน้ากากต้องเป็ฝ่ายผงะและหน้าขึ้นสีแทนบ้าง
“ฉันน่ะเกี่ยวข้องกับคุณั้แ่ตอนที่คุณะโมากอดฉันเมื่อกี้แล้วล่ะค่ะ!”
“แต่ว่า...”วิศนะพยายามพูดต่อ
“ไม่รู้ล่ะค่ะ ยังไงฉันก็จะช่วยคุณสู้ด้วยไหนเมื่อกี้คุณบอกว่าถ้ามีเื่สนุกอยู่ตรงหน้าแล้วก็ต้องลุยไงคะแถมยังบอกว่าถ้ามัวแต่กลัวก็จะไม่มีทางเล่นเกมให้สนุกได้หรอก”
“อ่า...คือว่า...” วิศนะพูดอะไรไม่ออกได้แต่ก้มลงสบตาคู่สวยของวรัญญาอย่างอ่อนใจั์ตาสีอ่อนกลมโตฉายแววมุ่งมั่นออกมาอย่างเต็มที่ สะท้อนถึงความตั้งใจแน่วแน่ของเ้าตัวได้เป็อย่างดีก่อนจู่ๆ จะตวัดกลับไปสบกับผู้หญิงคนข้างๆ อย่างเคืองๆโดยที่คนโดนเพ่งเล็งเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอะไรให้แม่เ้าประคุณไม่พอใจเมื่อไหร่กัน!
“ก็ได้ๆ”วิศนะกล่าวอย่างอ่อนใจ “ผมยอมให้คุณมาสู้ด้วยก็ได้แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่มีเวลามาปกป้องคุณทั้งวันหรอกนะ”
“แน่นอนล่ะค่ะ”วรัญญายิ้มกว้างในที่สุด หลังการเจรจาต่อรองสำเร็จ
ส่วนเมษาได้แต่ระบายรอยยิ้มแห้งออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
ให้ตาย...คู่นี้เขาดื้อเหมือนกันเปี๊ยบเลยแฮะ หยังกะถอดมาจากพิมพ์เดียวกันแหนะ!
“เอาล่ะๆ”เธอกล่าวตัดบทขึ้น “ถ้างั้นออนขอให้ฉันดูหน้าต่างความสามารถกับสกิลของเธอหน่อยได้มั้ย วินเซนต์สกิลใหม่ของนายด้วยนะ ดูท่าเราคงต้องใช้เวลาวางแผนสักหน่อยล่ะ” สิ้นคำสั่ง ทุกคนก็พากันไปนั่งอยู่กลางห้อง ก่อนจะเรียกหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวขึ้นมาแล้วส่งไปให้เมษา
สาวน้อยกวาดดวงตาสีเทาไล่อ่านข้อมูลตรงหน้าอย่างรวดเร็วพลางใช้สมองประมวลผลข้อมูลต่างๆ ในใจอย่างเงียบๆ
เอาล่ะ ลองมาเจอกันสักตั้งสิ อินเฟอร์โน่! ได้เวลาเอาคืนแล้ว!
ขอพักภารกิจ ถ่ายให้ได้ถ้านายแน่จริง ก่อน
และขอเริ่มต้นภารกิจ ตามฆ่าลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป!!!!