" เสี่ยวหยางเร็วเข้าอย่ามัวอืดอาด " เสียงชราร้องดังลั่น กระตุ้นให้เด็กหนุ่มเร่งเร้าตนเอง
เสี่ยวหยางหรือชิงหยางสะดุ้งตื่นจาภวังค์ ที่กำลังจ้องมองทัศนียภาพริมน้ำที่งดงาม
" ขอรับ " ชิงหยางในวัยสิบสี่กุลีกุจอเร่งขนไม้จากเรือเข้ายังสถานที่ก่อสร้างคฤหาสน์หรูริมน้ำ
เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ผู้นี้ ั้แ่จดจำความได้เขาก็ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเลี้ยงตนเอง
แม้นจะเป็เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงผู้เดียวในโลกที่กว้างใหญ่ แต่เด็กหนุ่มก็หาได้ย่อท้อต่อโชคชะตา ดิ้นรนขวนขวายหาเลี้ยงตนเองมาเรื่อย โดยมิเคยปริปากบ่นสักครา
ั้แ่จำความได้ เด็กหนุ่มก็อาศัยอยู่ที่วัดร้าง แลที่อยู่รอดมาได้ก็เพราะได้ชาวบ้านแถบนั้นส่งข้าวส่งน้ำเลี้ยงดู แต่ก็น่าแปลกใจที่ว่า เหตุใดชาวบ้านแถบนั้นมิมีผู้ใดรับเลี้ยงดูเด็กหนุ่มสักคน
ด้วยการที่ทำงานมาอย่างหนักั้แ่ตัวกะเปี๊ยก ทำให้ร่างกายของชิงหยางนั้น เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่ง ร่างกายสูงใหญ่เกินกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน
ชายวัยกลางผู้หนึ่งที่มาควบคุมการก่อสร้างมองยังชิงหยางที่กุลีกุจอขนไม้ออกจากเรือ เขาพยักหน้าอย่างช้าๆ
ชายวัยกลางคนมองยังชิงหยางั้แ่หัวจรดเท้า ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาคมกริบราวกับดวงตาของพญาอินทรีย์
จมูกโด่งเป็สัน คิ้วเข้มเรียวยาวราวใบกระบี่คมกริบ ริมฝีปากบางได้รูป รวมแล้วเป็ใบหน้าที่หล่อเหลาเป็อย่างยิ่ง
ทั้งผิวที่เป็สีแทนจากการกร้านแดดลมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ก็ยิ่งส่งให้เด็กหนุ่มดูเข้มคมสมชายชาตรี
" เป็เด็กหนุ่มที่หล่อเหลายิ่งนัก " ชายวัยกลางคนพึมพำ
หลังจากที่ชิงหยางขนไม้ออกจากเรือเสร็จ เขาเร่งเดินเข้ามารับค่าแรง
" ไอ้ขยะนี่อีกแล้วรึ " เด็กหนุ่นคนหนึ่งะโเสียงดัง
" ใครก็ได้ เอามันออกไปโบยสามสิบไม้ แลโยนเงินให้มันหนึ่งเหรียญทองแดง " เด็กหนุ่มคนนั้นร้องออกมา
1 เหรียญทอง = 100 เหรียญเงิน , 1 เหรียญเงิน = 100 เหรียญทองแดง
" ตุบ " สองเข่าของชิงหยางทิ้งลงยังพื้นในทันใด
" นายน้อยเถียน ข้ากระทำสิ่งใดผิดจึงทำให้ท่านขุ่นข้องหมองใจขอรับ " ชิงหยางในท่าคุกเข่าร้องถาม
ในความทรงจำของชิงหยางนั้น สมัยอายุราวหกขวบ ชิงหยางนั้นเคยผลักเถียนปี้เหลาล้มในการต่อสู้แย่งชิงลูกกวาดจากองค์หญิงเฟิ่ง พระธิดาองค์เดียวของเ้าเมืองเฟิ่ง
เื่ราวในวันนั้นยังคงฝังในใจของเถียนปี้เหลามิเสื่อมคลาย หลายคราที่เถียนปี้เหลาหมายสังหารชิงหยาง ผู้เป็บิดามักจะทำการว่ากล่าวตักเตือนโดยตลอด
เพราะหากข่าวที่เถียนปี้เหลาสังหารคนที่มิมีทางสู้หรือมิได้ฝึกยุทธเผยแพร่ออกไป นั่นย่อมดูมิมีดี ทั้งจะถูกติฉินนินทาเอาได้
" เ้ารึจะทำอันใดข้าได้ " เถียนปี้เหลามองยังเด็กหนุ่ม
" ข้าเพียงแค่เห็นเ้าแล้วข้ามิสบอารมณ์ก็แค่นั้น " เถียนปี้เหลาเอ่ยออกมา
" เร่งโบยมันเร็วเข้า " เถียนปี้เหลาร้องะโสุดเสียง
" ขอรับนายน้อย " เหล่าลูกสมุนทั้งหลายเร่งเข้ากดร่างของเด็กหนุ่มลงแนบพื้น
" เพี้ยะ " เสียงไม้คล้ายไม้พายเรือฟาดลงที่ก้นของชิงหยางดังลั่น
" อึก " ชิงหยางสะดุ้งจนตัวโยน ความเ็ปแล่นทะยานทั่วร่าง
" อือ " ชิงหยางกัดกรามแน่น ทั้งทั่วร่างยังแข็งเกร็ง
" ฮื่อห์ ฮื่อห์ " ชิงหยางร้องคำรามในลำคอย่างเ็ป สองตาแดงก่ำมองจ้องยังเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
ตระกูลเถียนนั้นเป็ตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเฟิ่ง ร่วมกับอีกสามตระกูลได้แก่ ตระกูลฉง ตระกูลสง ตระกูลฟาง
สี่ตระกูลนั้นแบ่งเขตปกครองของตนเป็ทิศอุดร ( เหนือ ) ทิศทักษิณ ( ใต้ ) ทิศบูรพา ( ตะวันออก ) ทิศประจิม ( ตะวันตก ) โดยศูนย์กลางของเมืองเฟิ่งเป็จวนเ้าเมืองเฟิ่งจ้านปกครอง
ทั้งสี่ตระกูลนั้นมีข้อตกลงจะมิก้าวก่ายเขตปกครองของผู้อื่น เว้นแต่มีกรณีค้นพบเหมืองหินปราณฟ้าดินที่คาบเกี่ยวเขตปกครอง จึงจะมีการเจรจาหาข้อยุติเพื่อความสงบสุข
แต่กระนั้นเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายก็ยังท้าทายอำนาจของตระกูลอื่นอยู่ตลอดเวลา เื่นี้นับเป็เื่ที่น่าปวดหัวของตระกูลต่างๆ ทั้งยังถือเป็ะเิเวลาที่รอการะเิ
" สามสิบ " ลูกสมุนร้องออกมา
" เคร้ง " ลูกสมุนคนหนึ่งโยนเหรียญทองแดงออกไป
" ข้ารู้สึกดียิ่งนัก " เถียนปี้เหลาเอ่ยออกมา
" นายน้อย อารมณ์ท่านดีเช่นนี้ ข้าว่าควรไปดื่มด่ำที่หอ์ขอรับ " ลูกสมุนเอ่ย
" เป็ความคิดที่เข้าที " เถียนปี้เหลาพยักหน้า พลางก้าวเท้าเดินออกจากเขตก่อสร้างคฤหาสน์ของตระกูล
" อั้ก " เืพ่นพรวดออกจากปาก จนเปรอะเจิ่งนองทั่วพื้น
" เสี่ยวหยาง " เหล่าคนงานก่อสร้างเร่งเข้าพยุงร่างของชิงหยางขึ้น
" ข้ามิเป็ไร " ชิงหยางเอ่ยเสียงเบา
" นี่ค่าแรงของเ้า ่นี้เ้าก็พักรักษาตัวก่อนเถิด ไว้เ้าหายแล้ว เ้าค่อยเข้าไปหางานทำในเมือง " หัวหน้าก่อสร้างเอ่ย
" ขอรับ " ชิงหยางรับเอาเหรียญทองแดงสิบเหรียญมา แลก้มเก็บเหรียญทองแดงที่พื้น
" ทุกท่านขอลา " ชิงหยางใช้สองมือวางทับกันแลโค้งตัว
" เฮ้อ " เหล่าคนงานได้แต่ถอนหายใจอออกมาอย่างแรง
เพราะมิมีกำลังใดจะต่อกรกับตระกูลใหญ่ได้ อย่าว่าแต่ตระกูลใหญ่เลย ตระกูลเล็กพวกเขาก็มิมีทางต่อสู้
" ไอ้สาระเลวเถียนปี้เหลา " ชิงหยางกัดกรามแน่นพลางลากสังขารของตนไปตามทางคดเคี้ยวของูเาน้อยใหญ่
" หากเ้ามิใช่บุตรหลานตระกูลเถียน เ้ากับข้าก็มิได้ต่างอันใดกัน " ชิงหยางร้องออกมา
แลยิ่งเวลานี้เถียนปี้เหลากำลังจะได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักทานตะวัน ที่เป็สำนักที่ใหญ่ที่สุดในห้าหัวเมืองชายแดน นั่นยิ่งทำให้เถียนปี้เหลาหยิ่งยะโสขึ้นอีกหลายเท่า
" เพราะมันมีเงิน แลทรัพยากรมากมายไว้ใช้ในการฝึกฝน มันจึงขึ้นไปอยู่ยังดินแดนหล่อกายระดับสี่แล้ว " ชิงหยางพึมพำ
" หากข้ามีเงินมากขนาดนั้น เกรงว่าองค์ชายใหญ่ที่มีอายุสิบหกปีอยู่เขตแดนหล่อกายระดับหก ก็ยังมิอาจทัดเทียมข้าได้ " ชิงหยางพึมพำ
" ตุบ " ชิงหยางนั่งลงยังหินก้อนใหญ่ พลางหยิบยาสมานแผลสูตรลับเฉพาะของตนออกมา แลเริ่มทาลงยังก้นของตน
" อืม " ชิงหยางพยักหน้าอยางช้าๆ เมื่อความเย็นจากฤทธิ์ยาแทรกซึมทั่ว
ราวหนึ่งเค่อ ( 15 นาที ) ฤทธิ์ยาสูตรลับก็เร่งหยุดเืที่ไหลรินออกมา แลลดความเ็ปลงไปกึ่งหนึ่ง
" นับว่าเป็ยาสมานแผลสูตรผีบอกโดยแท้ " ชิงหยางฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิ
ยาสมานแผลสูตรผีบอกนี้ เขาได้ทำการเฝ้าศึกษาสมุนไพรหลายหลากชนิด แลเือสูรอีกหลายชนิดที่ตนได้ทำการออกล่าสังหาร แลนำมาผสมผสานเคี่ยวให้เป็ยาสมานแผล
หลังจากอาการของแผลดีขึ้น ชิงหยางจึงเก็บข้าวของ
" ไป " ชิงหยางหยัดกลายลุกยืนพลางก้าวเท้าออกเดิน
" วันนี้สงสัยกลับมืดเป็แน่ หากเดินช้าเช่นนี้ " ชิงหยางพึมพำ
โดยปกติแล้วชิงหยางจะออกจากบ้านมายังที่ก่อสร้างจะใช้เวลาราวครึ่งชั่วยาม ( 2 ชั่วโมง = 1 ชั่วยาม ) แต่เวลานี้ด้วยาแที่ก้น ทำให้ชิงหลางเดินได้ช้าลง
" คาดว่าจะใช้เวลาราวสองชั่วยามจึงจะถึงบ้าน " ชิงหยางพึมพำ
ในขณะที่ชิงหยางเดินไต่ไปตามความลาดชันของูเาอยู่นั้น " อั้ก " เสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
" เสียงอะไร " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางเร่งเดินไปยังต้นเสียงอย่างเชื่องช้า สองตากวาดมองทั่ว " เสียงอยู่มิไกล " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางเร่งทะยานร่างไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ต่อหน้า แลแทรกตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว
สองตาของชิงหยางมองผ่านพุ่มไม้ออกไป พบชายชรานั่งพิงต้นไม้ใหญ่ทั่วร่างปรากฎาแเล็กใหญ่ ทั้งเืยังไหลออกทั่วร่าง
" ผู้าุโท่านนี้คือผู้ใด ใยมิเคยพบเห็นในเมืองเฟิ่ง " ชิงหยางพึมพำ
" เอาเช่นใดดี " ชิงหยางครุ่นคิด
หากจะนำไปด้วยก็กลัวว่าผู้าุโจะนำพาเื่ยุ่งยากมาให้ แต่จะปล่อยไว้ที่นี่ก็กลัวว่าผู้าุโจะตกตาย
" เื่มิดีมักพุ่งเข้าชนข้าอยู่แล้ว " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางทะยานร่างออกจากพุ่มไม้พุ่งตรงไปยังชายชรา " ข้าจะพาท่านไปพักฟื้น " ชิงหยางเอ่ยออกมา แลเข้าแบกร่างของชายชราเดินขึ้นเขาไปอย่างทุลักลุเล
หากเป็สถานการณ์ปกติ ชิงหยางที่เข้าป่าล่าสัตว์อสูรอยู่ตลอดนั้นเพียงแค่แบกร่างของชายชรามินับเป็กระไร
แต่วันนี้ิัของเขาถูกเฆี่ยนตีเป็แผลเล็กใหญ่ทั่ว จึงทำให้การเดินของชิงหยางผิดปกติ
กว่าที่ชิงหยางจะแบกชายชรากลับถึงบ้านของตนก็มืดค่ำ " นี่เป็เื่ที่ดี เพราะมิมีผู้ใดรู้เห็น " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางวางร่างชราลงยังเตียงของตน แลเร่งนำอ่างน้ำมาแลใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดร่างชราอย่างเบามือ
หลังจากที่ทำความสะอาดาแแล้วเสร็จ ชิงหยางทายาสมานแผลสูตรผีบอกลงยังาแทั่วร่างชรา
" อืม " ชายชราร้องครางออกมา เมื่อฤทธ์ยาซึมซาบเข้าในร่าง
หลังจากที่จัดการกับผู้ชราแล้วเสร็จ ชิงหยางได้เดินมายังครัว แลทำการหุงหาอาหาร
เพียงมินานอาหารแบบเรียบง่ายก็เสร็จสิ้น ชิงหยางมองยังอาหารที่ตนทำ แม้นหน้าตาของมันจะมิได้น่ากิน แต่ประโยชน์ของมันนั้นมากมายยิ่ง
มิว่าจะเป็ผัดหญ้าิญญา ตุ๋นเนื้อกระต่ายหยก แลข้าวแปลกประหลาดที่เก็บเกี่ยวมาจากเขาอสูร
เพียงแค่นี้ที่ชิงหยางทำได้ แลเขากินเช่นนี้ทุกวันนานถึงสี่ปี ั้แ่เริ่มมีความกล้าเดินเข้าไปท้าทายสัตว์อสูรในป่าใหญ่
" ต้องเหลือไว้ให้ผู้าุโบ้าง " ชิงหยางพึมพำ
เมื่ออิ่มหนำ ชิงหยางจึงออกไปนั่งรับลมที่โขดหินหน้าบ้านของตน