่เวลาแห่งความสงบสุข มักดำรงอยู่ได้ไม่นาน
หลังผ่านไปหลายเดือน
หยานเฉินไค ชูเหยี๋ยน และชูหยวน มักออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ บางครั้งเป็เมืองโบราณ บางครั้งเป็ูเาสูง
บางครั้งก็เพียงเดินเล่นตามตรอกเล็ก ๆ ของเมือง เพื่อััชีวิตอันเรียบง่ายของผู้คน
สำหรับหยานเฉินไค นี่คือการเรียนรู้โลก สำหรับสองพี่น้อง นี่คือ่เวลาที่มีค่าที่สุด
ในบ่ายวันหนึ่งทั้งสามกำลังเดินอยู่บนถนนเลียบหุบเขา สายลมอ่อนพัดผ่าน ท้องฟ้าสีครามไร้เมฆ เสียงนกร้องดังเป็ระยะ บรรยากาศสงบจนแทบไม่มีผู้คนสัญจร
ทันใดนั้น...
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
เงาร่างจำนวนมากทะยานลงมาจากหน้าผาทั้งสองฝั่ง เพียงพริบตาเดียว ถนนทั้งสายก็ถูกปิดล้อม ชายฉกรรจ์ชุดดำกว่าสามสิบคนยืนเรียงรายเป็วงกว้าง
แรงกดดันมหาศาลแผ่ปกคลุมไปทั่วหุบเขา นักรบชั้นยอด...มากกว่าสามสิบคนและด้านหน้าสุด
ชายชราผู้หนึ่งก้าวออกมา กลิ่นอายพลังรุนแรงกว่าคนอื่นหลายเท่า ผู้ฝึกฝนระดับสร้างรากฐานขั้นปลายชายชรายิ้มเย็น
"เซียนชุดดำ...วันนี้ไม่มีใครช่วยเ้าได้!"
ชูหยวนเผลอกำแขนเสื้อหยานเฉินไคแน่น ส่วนชูเหยี๋ยนก็ขมวดคิ้ว"ตระกูลเทียน..."
หยานเฉินไคเพียงปรายตามอง ก่อนเอ่ยเรียบ ๆ"ชูหยวน"
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย"ค...คะ?"
"ครั้งนี้..."เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว"เ้าเป็คนจัดการ"
ดวงตาของชูหยวนเบิกกว้าง"ฉันหรือคะ?!"
"ใช่"
"แต่..."
"เชื่อในสิ่งที่ข้าสอน"
คำพูดนั้น ทำให้หัวใจของชูหยวนสงบนิ่งลงอย่างประหลาด นางสูดลมหายใจลึก ก่อนก้าวออกไปข้างหน้า
นักรบชั้นยอดหลายคนถึงกับหัวเราะ"ฮ่า ๆ ๆ!"
"เซียนชุดดำกลัวจนส่งผู้หญิงออกมาหรือ?"
"แถมยังเป็เด็กสาวหน้าหวานคนหนึ่งอีก"
"นางคงถือกระบี่ไม่เป็ด้วยซ้ำ"
เสียงหัวเราะดังไปทั่วหุบเขา
ชูหยวนกำด้ามกระบี่แน่น แม้ใบหน้าจะยังดูอ่อนโยน แต่ดวงตากลับมั่นคงกว่าที่เคย นางนึกถึงทุกเช้าที่หยานเฉินไคคอยแก้ท่ากระบี่ ทุกครั้งที่เขาบังคับให้ลุกขึ้น
ทุกคำสอน ทุกการฝึก ล้วนปรากฏขึ้นในใจ ชั่วพริบตา กระบี่ถูกชักออกจากฝัก
เคร้ง!
เสียงกระบี่ใสดังก้อง ลมรอบด้านพลันเย็นลง"กระบี่น้ำแข็ง..."ชูหยวนพึมพำเบา ๆ พลังหยินมหาศาลรวมตัวอยู่บนคมกระบี่
ก่อนจะฟันออกเพียงครั้งเดียว
ฉัวะ!
ลำแสงสีฟ้าพุ่งกวาดไปข้างหน้า พื้นดินกลายเป็น้ำแข็งในทันที นักรบชั้นยอดกว่าสิบคนถูกซัดกระเด็น เืกระอักพร้อมกัน
"เป็ไปไม่ได้!"ชายชราระดับสร้างรากฐานเบิกตา ก่อนทะยานเข้าหาด้วยตนเอง
"เด็กน้อย!"
"ตายเสีย!"เขาซัดฝ่ามือออกอย่างรุนแรง
แต่ชูหยวนกลับหลับตาลงชั่วครู่ ในห้วงความคิดเสียงของหยานเฉินไคดังขึ้น"อย่ามองศัตรู"
"จงมองกระบี่"
ดวงตาของนางลืมขึ้นอีกครั้ง สงบนิ่งราวผืนน้ำ กระบี่เคลื่อนออกอย่างเรียบง่าย ไม่มีท่วงท่าหวือหวา ไม่มีพลังะเืฟ้าดิน
มีเพียง...ความสมบูรณ์แบบ
ฉับ!
คมกระบี่ผ่านร่างชายชรา ทุกอย่างหยุดนิ่ง ผ่านไปสองลมหายใจ เสื้อคลุมของชายชราขาดออกเป็เส้นตรง เืไหลออกจากาแยาวบนหน้าอก
เขาทรุดลงคุกเข่า ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว"ข้า...แพ้...ให้เด็กสาวคนหนึ่ง..."ทันทีที่หัวหน้าพ่ายแพ้
ขวัญกำลังใจของคนที่เหลือก็แตกสลาย เพียงเวลาไม่กี่อึดใจ นักรบชั้นยอดทั้งหมดต่างนอนกองอยู่บนพื้น ไม่มีผู้ใดยังยืนอยู่ได้
ชูหยวนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองมือของตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ
"ฉัน...ทำได้จริง ๆ..."
หยานเฉินไคเดินเข้ามา ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเบา ๆ "ทำได้ดี"เพียงสามคำ
กลับทำให้ดวงตาของชูหยวนเป็ประกาย รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็รอยยิ้มที่งดงามกว่าดอกไม้ใดในฤดูใบไม้ผลิ
ชูเหยี๋ยนมองภาพนั้น ก่อนหัวเราะเบา ๆ "ในที่สุด...เด็กขี้อายของบ้านเราก็แข็งแกร่งจนสามารถปกป้องคนอื่นได้แล้ว"
สายลมพัดผ่านหุบเขาอีกครั้ง ศพและผู้าเ็ของตระกูลเทียนเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น
ส่วนทั้งสามคนยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างสงบ ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็เพียงเื่เล็กน้อยระหว่างการเดินทางเท่านั้น
เช้าวันใหม่
แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านยอดไม้ภายในคฤหาสน์ตระกูลชู หยานเฉินไควางถ้วยชาลงอย่างแ่เบา ก่อนเงยหน้ามองชูเหยี๋ยนและชูหยวน
"วันนี้...ข้าขอปลีกตัว"
สองสาวชะงักเล็กน้อย ชูหยวนเอียงศีรษะ "จะไปฝึกฝนหรือคะ"
หยานเฉินไคพยักหน้า"อืม"
ชูเหยี๋ยนยิ้มบาง"ถ้าอย่างนั้น พวกเราจะรอท่านกลับมานะคะ"
หยานเฉินไคพยักหน้ารับ ก่อนก้าวออกจากคฤหาสน์ ร่างในชุดเซียนสีดำค่อย ๆ หายลับไปตามแนวป่า
เส้นผมสีขาวดุจหิมะแรกเหมันต์พลิ้วไหวไปตามสายลม ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า ร่างของเขาดูสง่างามราวกับเทพเซียนที่ไม่ควรดำรงอยู่บนโลกมนุษย์
กว่าครึ่งชั่วยามต่อมา
หยานเฉินไคเดินทางมาถึงส่วนลึกของผืนป่า สถานที่แห่งนี้ห่างจากคฤหาสน์หลายสิบกิโลเมตร รอบด้านเงียบสงบ ไม่มีผู้คน ไม่มีสัตว์อสูร มีเพียงต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้าและลำธารใสที่ไหลผ่านกลางหุบเขา
เขาค่อย ๆ หลับตาลง ลมหายใจช้าลง จิตใจสงบนิ่งดุจกระจก
วินาทีต่อมา ร่างของเขาค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้น ชุดเซียนสีดำสะบัดเบา ๆ เส้นผมสีขาวยาวพลิ้วไหวกลางอากาศ ดวงตาสีแดงค่อย ๆ ปิดลงอีกครั้ง
ภายในทะเลปราณ แก่นหยาง แก่นหยิน แก่นวายุ เริ่มหมุนเวียนพร้อมกัน แต่ครั้งนี้... ไม่มีแก่นใดถือกำเนิด
เพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ใช่ธาตุแต่เป็...หัวใจ ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามา
ภาพของโจวหยาง ชายชราผู้มอบชีวิตใหม่ให้แก่เขา การฝึกเดิน การรำกระบี่กลางสายฝน การฟันหิมะ การแกะสลักไม้ เสียงขลุ่ยบนยอดเขา บัลลังก์ไม้ั คำสั่งเสียที่ไม่เคยได้ยิน การจากลาที่ไร้คำอำลา
จากนั้นภาพอีก่หนึ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏ ชูเหยี๋ยนหญิงสาวที่คอยหัวเราะให้เขาเสมอ ชูหยวนเด็กสาวขี้อายที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นด้วยกระบี่ในมือ มื้ออาหารธรรมดา การเดินเที่ยว รอยยิ้มของผู้คน
เสียงหัวเราะ ความอบอุ่น ความผูกพัน รวมถึง...ความสุข หัวใจอันเ็าที่เคยว่างเปล่า กำลังถูกเติมเต็มทีละน้อย
ภายในทะเลปราณ จุดแสงสีเขียวอ่อนถือกำเนิดขึ้น เล็กดุจละอองฝุ่น แต่งดงามเหนือสิ่งใด มันดูดซับทุกความทรงจำ ทุกประสบการณ์ ทุกความรู้สึก ก่อนจะค่อย ๆ ควบแน่น ช้า...มั่นคง...ไม่หวั่นไหว
ตูมมมม!!
แรงสั่นะเืมหาศาลปะทุขึ้นจากร่างของหยานเฉินไค เมฆบนท้องฟ้าแยกออกเป็วงกลมขนาดมหึมา ต้นไม้ทั่วทั้งผืนป่าพลิ้วไหวพร้อมกัน พลังชีวิตสีเขียวบริสุทธิ์แผ่ปกคลุมออกไปหลายกิโลเมตร
สัตว์ป่านับไม่ถ้วนหมอบลงกับพื้นโดยสัญชาตญาณ
ภายในทะเลปราณอัญมณีสีเขียวบริสุทธิ์ขนาดเท่าลูกแก้วค่อย ๆ ถือกำเนิด แม้มีขนาดเล็ก แต่กลับเปี่ยมด้วยพลังชีวิตอันไร้ขอบเขต
แก่นแห่งชีวิต...ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ระดับแก่นทองคำขั้นกลาง
ในเวลาเดียวกันอีกฟากหนึ่งของผืนป่า หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังไลฟ์สดท่องเที่ยวธรรมชาติ
เธอมีชื่อว่า"จี้หลัน"
อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดัง ผู้มีผู้ติดตามนับสิบล้านคน"ทุกคนดูสิคะ ป่าแถวนี้สวยมากเลย..."
จู่ ๆ พื้นดินก็สั่นะเื ลมทั้งผืนป่าหยุดนิ่ง จี้หลันรีบหันกล้องไปตามเสียง ก่อนใช้เลนส์ซูมระดับสูงสุด
ภาพที่ปรากฏทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ ชายหนุ่มผู้หนึ่งลอยอยู่เหนือยอดไม้ ชุดเซียนสีดำพลิ้วไหว เส้นผมสีขาวดุจหิมะยาวสยาย ดวงตาสีแดงปิดสนิท.แสงสีเขียวบริสุทธิ์ห่อหุ้มร่างเอาไว้ทั้งหมด
เื้ัของเขา เงาต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางฟ้าดิน ราวกับเทพแห่งชีวิตกำลังถือกำเนิด
จี้หลันเบิกตากว้าง ลมหายใจติดขัด โลกทั้งใบของเธอเหมือนหยุดหมุน"หล่อ..."เสียงพึมพำหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่ใช่เพียงความหล่อแต่เป็...ความสง่างาม ความสูงส่งและกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนอยากเงยหน้ามอง
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ แก้มเริ่มแดง แม้เพิ่งพบกันเพียงครั้งแรก แต่กลับรู้สึกเหมือนสายตาของตนไม่อาจละออกจากชายผู้นั้นได้
ผู้ชมในห้องไลฟ์เองก็ะเิทันที"เซียนชุดดำ!!"
"ผมขาวจริงด้วย!"
"นี่มันเทพเซียนชัด ๆ!"
"ฉันตกหลุมรักแล้ว!"
"แต่งงานกับฉันเถอะ!!"
ยอดผู้ชมพุ่งจากหลักแสนเป็หลักล้านภายในไม่กี่นาที ส่วนจี้หลัน...ยังคงถือกล้องค้างไว้ ดวงตาสะท้อนเพียงภาพของชายหนุ่มผมขาวในชุดเซียนสีดำ
ภายในใจของเธอเกิดความรู้สึกที่ไม่เคยมีต่อผู้ชายคนใดมาก่อน
โดยไม่รู้เลยว่า...การพบกันเพียงครั้งนี้จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอไปตลอดกาล...
ค่ำวันเดียวกัน ภายในคฤหาสน์ตระกูลเทียน บรรยากาศอันเคยโอ่อ่า กลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน ห้องประชุมระดับสูงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟสีทอง
ผู้าุโกว่ายี่สิบคนต่างนั่งประจำตำแหน่ง สีหน้าของทุกคนเคร่งเครียดผิดปกติ
บนจอภาพขนาดใหญ่กำลังฉายคลิปถ่ายทอดสดจากอินฟลูเอนเซอร์สาว "จี้หลัน"
ภาพชายหนุ่มในชุดเซียนสีดำ ผู้มีเส้นผมสีขาวดุจหิมะ ลอยอยู่เหนือผืนป่า แสงสีเขียวแห่งชีวิตแผ่ปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน เมฆหมุนวน พลังธรรมชาติสั่นะเื ทุกภาพคมชัดราวกับอยู่ตรงหน้า
ไม่มีใครกล่าวคำใด ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบเป็เวลานาน
"ทุกท่าน..."ในที่สุดผู้าุโคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง"พวกท่านเคยเห็น...การบรรลุเช่นนี้หรือไม่"
ทุกคนส่ายหน้า ไม่มี ไม่เคยมีแม้แต่คนเดียว
ผู้าุโอีกคนสูดลมหายใจลึก"ข้าศึกษาคัมภีร์ของตระกูลมากว่าร้อยปี ไม่ว่าจะเป็บันทึกของยุคโบราณหรือยุครุ่งเรือง...ก็ไม่เคยปรากฏผู้ใดก่อให้เกิดปรากฏการณ์ระดับนี้"
"นี่ไม่ใช่เื่ของระดับพลัง...แต่เป็เื่ของพร์"คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของหลายคนยิ่งซีดเผือด
ปัง!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่น เทียนห่าว ผู้นำตระกูล ค่อย ๆ ลุกขึ้น ดวงตาแดงก่ำจากความโกรธ"พวกเ้าจะหวาดกลัวเพียงเพราะคลิปวิดีโอหรือ!"
ผู้าุโคนหนึ่งรีบตอบ"ท่านผู้นำ!"
"หากปล่อยให้เขาเติบโตต่อไป...อีกไม่กี่ปี ตระกูลเทียนของเราอาจไม่มีที่ยืน!"
อีกคนกล่าวเสริม"ตอนนี้เขายังหนุ่ม หากลงมือ...นี่อาจเป็โอกาสสุดท้าย"
ทันใดนั้นชายหนุ่มผู้หนึ่งหัวเราะออกมา"ฮึ!"
ทุกสายตาหันไปมองเขาคือเทียนอวี่ บุตรชายคนโตของเทียนห่าว ใบหน้าหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
"พวกท่าน...กำลังหวาดกลัวเด็กคนเดียวอย่างนั้นหรือ"
เขาเดินมาหยุดหน้าจอ มองภาพหยานเฉินไคด้วยสายตาเหยียดหยาม
"จะมีปรากฏการณ์ฟ้าดินแล้วอย่างไร สุดท้ายก็แค่ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำขั้นต้นหรือกลาง"
"พวกเราตระกูลเทียน...ฆ่าผู้ฝึกตนระดับนี้มาแล้วไม่รู้กี่คน"
ผู้าุโหลายคนขมวดคิ้ว แต่ไม่มีใครโต้แย้ง
เทียนอวี่ยิ้มเย็น"ก่อนหน้านี้พวกเราประมาท"ส่งนักรบชั้นยอดไป"
"จึงแพ้ ครั้งนี้...ส่งผู้แข็งแกร่งจริง ๆ ไป"
เขาหันมองบิดา"ท่านพ่อ ขอเพียงส่งหน่วยพิฆาตของตระกูล ต่อให้เขาเป็อัจฉริยะ...ก็ต้องตาย"
ห้องประชุมกลับมาเงียบอีกครั้ง
เทียนห่าวไม่ได้ตอบในทันที เขายังคงจ้องภาพชายหนุ่มผมขาวบนจอ แม้จะพยายามสงบนิ่งแต่ในส่วนลึกของหัวใจ กลับมีความหวาดระแวงที่ไม่อาจอธิบายได้
ชายหนุ่มผู้นี้...ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ราวกับศัตรูที่กำลังเผชิญอยู่ มิใช่เพียงอัจฉริยะคนหนึ่งแต่เป็ผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงยุคสมัย
หลังเงียบอยู่นาน เทียนห่าวจึงกล่าวช้า ๆ
"เทียนอวี่ภารกิจนี้...ข้ามอบให้เ้า"เทียนอวี่ยิ้มกว้าง"ขอบคุณท่านพ่อ ลูกจะนำศีรษะของเซียนชุดดำกลับมาต่อหน้าท่าน"
เทียนห่าวพยักหน้าช้า ๆ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ"จำไว้อย่าประมาทต่อให้เป็เสือหนุ่ม...หากปล่อยให้เติบโต วันหนึ่งก็อาจกลายเป็ราชันแห่งพงไพร"
เทียนอวี่หัวเราะเบา ๆ แต่ภายในห้องประชุม ไม่มีผู้ใดหัวเราะตามเพราะทุกคนต่างรู้สึกตรงกันว่า...พายุลูกใหญ่กำลังจะเริ่มต้น
และครั้งนี้ ผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางพายุนั้น
ก็คือบุรุษผู้มีเส้นผมสีขาว ดวงตาสีแดง ผู้ถูกโลกภายนอกขนานนามว่า..."เซียนชุดดำ"
<<กำลังอยู่ใน่พัก10 วันครับ รอขึ้นกองร้อย...>>